ชายาเกศาสั้น

    30. ถ้าอย่างนั้นก็เห็นหมดแล้ว

    “ได้ ถ้าทางนี้เรียบร้อยข้าจะตามท่านไป” อันดาที่หันไปตรวจเด็กๆ และจับชีพจรอยู่หันมารับคำ

    “สิบสี่อยู่ดูแลคนที่นี่ อาเฟยมากับข้า” แม่ทัพหยางเรียกนกคู่ใจออกไป ที่จริงเขาอยากทิ้งอาเฟยไว้ที่นี่มากกว่า แต่เด็กๆ อาจจะกลัวเหยี่ยวและอาเฟยก็ดุไม่ใช่เล่นเลย

    เด็กที่เป็นไข้ฟื้นตัวแล้ว เด็กบางคนแค่อ่อนเพลียอันดาจึงผสมน้ำอมฤตลงในน้ำให้พวกเขาดื่ม เพื่อฟื้นฟู ซึ่งก็ได้ผลดีเยี่ยม เด็กๆ กลับมาร่าเริง พวกเข้าเข้มแข็งกว่าที่คิด

    “พี่ชายข้าอยากไปช่วยแม่ๆ ข้างนอกได้มั้ยขอรับ” เด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามาขอร้องเธอ หลังจากรอกันอยู่นานหลายชั่วยาม

    “ถ้าอย่างนั้นทำท่านี้ให้ข้าดูก่อนเอามือขวาจับหูซ้าย เอาแขนซ้ายลอดแขนขวาก้มลงนิ้วแต่พื้นแล้วหมุนตัวสามรอบ ถ้ายังเดินได้ตรง ข้าจะอนุญาตให้ไป” อันดาให้เด็กๆ ทำท่าปั่นจิ้งหรีดนั่นเอง

    “ท่าพิสดารอะไรของเขา” สิบสี่ที่สังเกตการณ์อยู่ก็ลองทำบ้าง

    “เดี๋ยวจะเอาไปหลอกให้พวกนั้นทำบ้าง” สิบสี่ลองทำแล้วเห็นว่าเข้าท่า

    เด็กๆ ที่ทำต่างก็เดินเป๋แต่ก็กลับมาเดินได้ตรงในก้าวที่สาม

    “เอาล่ะ แสดงว่าความดันพวกเจ้าไม่ต่ำเกินไป ไปได้เดีี๋ยวข้าจะไปด้วย ท่านสิบสี่ข้าฝากที่นี่ด้วยนะขอรับ” อันดาหันไปฝากเด็กที่ไม่ผ่านการทดสอบไว้ให้เขาดูแล

    “พี่ชายท่านี้เรียกว่าอะไรเหรอ” เด็กตัวโตที่สุดถาม

    “เรียกว่าท่าปั่นจิ้งหรีดเอาไว้ลงโทษและทดสอบสมรรถภาพของเจ้ายังไงล่ะ” อันดาขยี้ผมแข็งๆ ของเด็กน้อย

    “ข้าชื่อต้าหนิว” เด็กน้อยบอก

    “ข้าชื่อจื่อเกอ” เด็กตัวเล็กบอกด้วย ทุกคนก็พลอยแนะนำตัว

    "ข้าชื่ออาซ่ง

    “ข้าชื่ออาตง”

    “ข้าชื่ออันดา” อันดาแนะนำตัวบ้าง

    เพราะความที่มีแรงงานช่วยเพิ่มและร่องน้ำเดิมมีอยู่แล้วการขุดร่องน้ำจึงทำได้รวดเร็วและกว้างขึ้น อันดาพาเด็กเดินเลาะร่องน้ำ แต่หารู้ไม่ว่าร่องน้ำนั้นถูกขุดเพิ่ม

    “ท่านแม่ทัพ เรามาแล้ว” อันดาที่เห็นแม่ทัพหยางไกลๆ โบกมือ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ทางต้นทลายฝายออกมา น้ำจึงบ่าไหลลงมาอย่างแรง

    “เด็กๆ วิ่ง!” อันดาที่เห็นหน้าแม่ทัพมองมาด้านหลังจึงหันไปเห็นมวลน้ำที่พุ่งมาทางตนเอง จึงตะโกนให้เด็กๆ วิ่งขึ้นไปบนฝั่ง เธอจับเด็กอุ้มปีนขึ้นไปทันสามคนแต่เจ้าตัวเล็กขาสั้นใช้เวลามากกว่าหน่อย แต่ก็ดันเด็กๆ นั้นพ้นจากมวลน้ำ แต่อันดาไม่พ้นตัวเธอไหลมากับสายน้ำ แม่ทัพตามาทันพอดี แต่เศษไม้ที่ถูกทลายลงมาพุ่งเข้าชนเธออย่างแรง อันดาหมดสติทันที

    เธอตั้งใจว่าจะรีบเข้ามิติ แต่ไม่ทันคิดขอนไม้นั่นก็กระแทกเข้ามาที่ศีรษะของเธอ

    “อันดา!” แม่ทัพหยางร้องเสียงหลงเขาพลาดไปเสี้ยววินาที อันดาจมลงไปในน้ำและไหลไปกับสายน้ำนั้น

    “พี่อันดา พี่อันดา! ท่านแม่ทัพช่วยพี่อันดาด้วย” เด็กทั้งสี่คนที่เห็นเหตุการณ์ตื่นตะลึงพอได้สติก็ร้องเรียกชื่ออันดา

    “อันดา” แม่ทัพโดดลงไปคว้าตัวเธอในกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก หลายครั้งที่เขาเกือบคว้าเธอเอาไว้ได้ แต่กระแสน้ำนั้นพัดแรงและยังต้องระวังขอนไม้ที่ลอยมาด้วยอีก แค่ปลายนิ้ว อันดายื่นมือมาหน่อย เข้าสงครามมาเป็นร้อยครั้งไม่มีครั้งไหนที่ทำให้เขากลัวขนาดนี้เลย อากาศที่กลั้นไว้ก็กำลังจะหมด

    ถ้าคว้าตัวอันดาไว้ไม่ได้เขาก็จะจมลงไปด้วยกันในที่สุดเขาก็คว้าตัวเธอเอาไว้ได้และอุ้มเธอขึ้นมาแล้วรีบพากลับไปที่จวนกลางป่า

    “อันดา! ท่านแม่ทัพ เกิดอะไรขึ้น เมื่อกี๊เจ้าเด็กนี่ยังดีๆ อยู่เลย” สิบสี่ตกใจ

    “ข้าบอกให้คอยดูเขาไว้ทำไมเจ้าไม่ดู!” แม่ทัพหยางตวาดใส่สิบสี่

    “เอ๋ท่านบอกว่า” สิบสี่พยายามอธิบาย หรือเขาเข้าใจผิดไปเอง ก็ท่านแม่ทัพบอกให้ดูคนที่นี่ ไม่ใช่ให้ดูเจ้าหนูนี่เสียหน่อย เอ๊ะหรือว่าคนที่นี่หมายถึงเจ้าหนูนี่ พลาดไปแล้วสิบสี่เอ๊ย

    “หุบปาก!” แม่ทัพหยางหันมาตะคอกอีกรอบแล้วอุ้มอันดาเข้าไปให้ห้อง

    “ยืนบื้ออะไร ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้เลย!” ตอนนี้ใจแม่ทัพหยางร้อนเป็นไฟแทบจะทำให้เสื้อที่เปียกน้ำอยู่แห้งขึ้นมาได้ เขาเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าเขารักคนที่อยู่ตรงหน้า ต่อให้เป็นผู้ชายเขาก็จะรัก

    เขาจะไม่สับสนหรืออับอายอะไรอีกต่อไปแล้ว ตอนที่เห็นมวลน้ำซัดใส่เธอหัวใจเขาแทบจะหยุดเต้น ความกลัวว่าอันดาจะไม่ฟื้นขึ้นมานั้นจับเข้าที่ขั้วหัวใจ

    “อย่าเป็นอะไรนะอันดา เจ้าอย่าเป็นอะไรนะ ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปแล้วข้าจะอยู่ยังไง อันดา อันดาฟื้นสิ” แม่ทัพหยางตบที่หน้าเธอเบาๆ เมื่อเห็นว่าอันดายังไม่รู้สึกตัวเขาก็ต้องเขาจัดแจงถอดเสื้อเกราะของอันดาออก เพื่อไม่ให้ร่างกายชื้นและหนาวแต่เมื่อถอดเสื้อชั้นนอกออก ก็เผยให้เห็นกล้ามที่สวยงาม แต่เอ๊ะ ทำไมหนังของเด็กนี่ลอก ที่จริงมันเป็นซิลิโคนกล้ามปลอมที่อันดาใช้ใส่พรางตัว

    “ข้างนอกมีผู้หญิงคนไหนอยู่หรือไม่” แม่ทัพหยางตะโกนออกมา ตอนนี้เขาเริ่มสับสนไม่รู้ว่าจะโกรธที่เธอหลอกว่าเป็นผู้ชายหรือจะดีใจที่เธอเป็นผู้หญิงดี

    “ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ” หญิงชาวบ้านที่ไม่ได้ออกไปช่วยเข้า

    “ไปเอาเสื้อผ้าของผู้หญิงพวกนั้นมาให้ข้าเลือก” แม่ทัพหยางบอก

    “เจ้าคะ” หญิงชาวบ้านยืนงง

    “ข้าบอกให้ไปเอามาก็ไปเอามาสิ! รีบหน่อย” แม่ทัพหยางดุหญิงชาวบ้านที่ยืนงงที่จู่ๆ ผู้ชายสองคนก็ขอชุดของผู้หญิง

    “มาแล้วเจ้าค่ะ” รอเพียงครู่หญิงชาวบ้านก็หอบชุดสตรีมาให้ท่านแม่ทัพ

    “ดูเหมือนชุดนี้ยังใหม่ ไม่มีการใส่มาก่อนเอาชุดนี้” แม่ทัพหยาง

    “เจ้าค่ะ” หญิงชาวบ้านวางชุดใหม่สีแดงไว้แล้วหอบชุดอื่นออกไป

    “จะไปไหน เจ้ามาช่วยนางแต่งตัว เอาหนังปลอมนั่นออกมาเช็ดตัวนางให้แห้งแล้วสวมชุดให้นางใส่เสีย” แม่ทัพหยาง

    แต่หญิงชาวบ้านก็ยืนนิ่ง

    “รออะไร” แม่ทัพหยางยิ่งร้อนใจ

    “คือท่านจะไม่ออกไปก่อนหรือเจ้าคะ” หญิงชาวบ้านถาม

    “ข้ารอที่หน้าห้อง” แม่ทัพรู้สึกเก้อเขิน เขาร้อนรนจนทำอะไรไม่ค่อยเหมาะลงไป

    ใช้เวลาอยู่สักพัก หญิงชาวบ้านก็เดินหอบเอาเสื้อผ้าที่เปียกของอันดาออกมา

    “เดี๋ยวข้าจะเอาไปทำความสะอาดนะเจ้าคะ” หญิงชาวบ้านอมยิ้ม นางว่าแล้วว่าทำไมเด็กหนุ่มนี่ถึงหน้าตาสวยเหลือเกิน แล้วท่านแม่ทัพก็ดูเหมือนว่า…

    “ขอบใจมาก ถ้าไม่เป็นการรบกวนเจ้าเกินไปช่วยต้มน้ำมาให้ข้าหน่อยเถอะ” แม่ทัพหยางหน้านิ่ง

    “เจ้าค่ะ คิกคิก” หญิงชาวบ้านอดไม่ได้ที่จะขำท่าทีคนคลั่งรัก

    “อือ เจ็บจังหัวจะปูดเหมือนตอนโดนดีดหน้าผากมั้ยเนี่ย” อันดาฟื้นขึ้นมาก็บ่นเลย

    “ฟื้นแล้วหรือ ไหนข้าดูหน่อย” แม่ทัพหยางประคองตัวอันดาขึ้นมานั่งแล้วสำรวจศีรษะของเธอ

    “อือ ยังมึนๆ หัวอยู่เลย ดีนะที่หลบทัน ขนาดโดนปลายยังน็อคเลย” อันดากะระยะหลบและกำลังจะเข้ามิติ แต่กลายเป็นว่าไม่พ้นช่วงปลาย ถึงโดนไม่แรงแต่ก็เล่นเอาเธอสลบไปเลย

    “ตาเจ้ามองเห็นหรือไม่” เพราะอันดาเพิ่งฟื้นตาเธอจึงสะลึมสะลือ เมื่อถูกคำถามก็ลืมตาขึ้นมา ตาแม่ทัพหยางสวยจัง จมูกก็ได้รูป แต่ที่เหลือคือหนวดเคราถึงจะเปียกก็ยังอยู่เต็มหน้า

    “ชัดเป๊ะ โดยเฉพาะเคราของท่านแค่เห็นก็คันแล้ว” อันดาบอกตามความจริงเธอรู้สึกคันจริงๆ

    “ปากดีอย่างนี้แสดงว่าไม่เป็นไรแล้ว” แม่ทัพหยางยิ้ม

    "เอ๊ะ ทำไมข้าใส่ชุดอย่างนี้ล่ะ"อันดาก้มลงมองเห็นชุดผู้หญิง มิน่าถึงได้คัน เอ๊ะ

    “ก็ชุดเดิมเจ้าเปียก และข้าเห็นว่าเจ้าเป็นผู้หญิงก็ควรจะใส่ชุดผู้หญิงสิ” แม่ทัพพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

    “ถ้าอย่างนั้น ก็เห็นหมดแล้วเหรอ” อันดาเอามือมากอดอกไว้ อยากจะกรี๊ด อยากจะด่า อยากจะตะกุยหน้าให้เลือดซิบ
    ___________


    ตายแล้วอันดาเอ๊ย