หลังจากเหตุการณ์รอบสังหารหลี่เทียนชื่อที่สำนักกระบี่ดวงดารา ไม่นานฮ่องเต้ก็ทราบเื่นี้ ทั้งหลี่เทียนชื่อและหยางจงต่างต้องโทษ โดยหลี่เทียนชื่อนั้นถูกกักบริเวณห้ามออกไปไหนมาไหนถึง 3 เดือน ส่วนหยางจงโดนลดเบี้ยหวัดประจำตำแหน่งราชครู ใน่ที่หลี่เทียนชื่อไปไหนมาไหนไม่ได้นั้น ได้เกิดเื่ขึ้นกับตระกูลหลิว พิราบขาวของวังพฤกษาหยกที่ถูกส่งไปให้หลิวอี้ใช้งานนั้น มีตัวหนึ่งกลับมาพร้อมจดหมายถึงหลี่เทียนชื่อ ผู้ส่งไม่ใช่ใครอื่นเป็หลิวฟงบิดาของหลิวอี้ ภายในสารนั้นกล่าวถึงฮ่องเต้แคว้นฮั่ว้าให้หลิวฟงเข้าวังไปรับตำแหน่งราชครูและนักปรุงโอสถหลวง หากแต่แท้จริงแล้วนั้นมีอ๋องผู้หนึ่งชักใยอยู่เื้ั เขานั้นโลภในสูตรสุราผลไม้และสูตรโอสถระดับสูงต่าง ๆ จนเป็เหตุให้ฮ่องเต้้าตัวหลิวฟงไปรับใช้ในวัง ด้วยความที่หลิวฟงมองแผนการของอีกฝ่ายออก เขาจำเป็ต้องส่งลูกและหลานตระกูลหลิวลี้ภัยที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้ในภายหน้า ด้วยสายสัมพันธ์อันดีกับหลี่เทียนชื่อ หลิวฟงจึงต้องบากหน้ารบกวนอ๋องน้อยเช่นเขา ในการช่วยเหลือหาที่หาทางให้คนตระกูลหลิวที่จะเดินทางมาพักพิงที่แคว้นจิน
หลี่เทียนชื่อถึงจะออกไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่ด้วยอำนาจของอ๋องแห่งแคว้นจินไหนเลยจะสามัญ หลี่เทียนชื่อเขียนฎีกาส่วนพระองค์ถึงฮ่องเต้แคว้นจิน พร้อมกล่าวถึงตระกูลหลิวที่จะอพยพมานั้น เป็กำลังสำคัญของเขาในอนาคต ทั้งชื่อเสียงและความสามารถของตระกูลหลิวนั้นมีค่าพอที่จะเป็แรงกำลังของหลี่เทียนชื่ออย่างมาก ดังนั้นแล้วเขาจึงทูลขอฮ่องเต้ถึงที่ดินเพื่อรองรับคนตระกูลหลิวที่จะอพยพเข้ามา โดยหลี่เทียนชื่อนั้นได้กล่าวเป็นัยเกี่ยวกับหลิวอี้ที่เป็ผู้สืบทอดตระกูลและยังเป็ผู้ศึกษาความรู้ของสำนักอักษรปราชญ์บรูพา เมื่อฮ่องเต้รับรู้ถึงความ้าหลานชายไหนเลยจะปล่อยผ่าน หากเพื่อผลประโยชน์ของหลานแล้ว เขาจึงพระราชทานที่ดินเขตหมู่บ้านจินถางให้กับหลี่เทียนชื่อทันที หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองจินหลง แต่กลับเป็พื้นที่รกร้าง มีเพียงบ้านไม่กี่หลังคาเรือน ถึงจะดูโหดร้ายกับผู้อยู่อาศัยเดิมอยู่บ้าง หากแต่ทุกอย่างสามารถตัดปัญหาได้ด้วยเงินทองที่มากพอ เมื่อหลี่เทียนชื่อยัดเงินให้กับชาวบ้านจินถางเพื่อให้อพยพออกไปแล้ว เขาจึงได้ให้คนสนิทดูแลจัดการก่อสร้างบ้านตระกูลหลิวหลังใหม่ทันที
เป็เวลากว่า 3 เดือนที่หลิวอี้ต้องอยู่เรียนรู้ศาสตร์ต่าง ๆ จากมู่หยิน โดยวิชาที่เขาเรียนนั้นเป็แขนงที่บิดาของเขาไม่ชำนาญ เมื่อหลิวอี้สามารถแตกฉานในวิชาของมู่หยินแล้ว เขาจึงรีบเดินทางกลับตระกูลหลิวทันที นอกจากหลิวอี้แล้ว ชื่อหวันเฉิงเองก็เดินทางมากับเขาด้วย หากแต่ก่อนที่ชื่อหวันเฉิงจะมากับหลิวอี้นั้น ที่ตระกูลชื่อได้เกิดเหตุการณ์สำคัญ
ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่ตระกูลชื่อ…
“หวันเฉิงนับจากนี้ไปเ้าจะต้องออกจากบ้านไปกับพี่อี้ของเ้า” ชื่อเว่ยกล่าวอย่างจริงจัง
“นี่ท่านพ่อเป็อะไร เมื่อคืนท่านฝันร้ายหรือ วันนี้ถึงมาไล่ข้าออกจากบ้านเช่นนี้” ชื่อหวันเฉิงที่กำลังนังกินข้าวร่วมโต๊ะกับคนอื่น ๆ อยู่ พูดขึ้นมาตามนิสัยของเขา
“ลูกรัก พ่อกับแม่หวังดีกับเ้านะ หากเ้ายังอยู่ที่นี่ไม่ติดตามพี่ชายเ้าไป เ้าจะไม่ได้พบเจอสิ่งสำคัญต่อเ้า” มู่หยินพยายามตะล่อมลูกชายของนาง
“พวกท่านนี่ก็แปลก บ้านอื่นอยากให้ลูกชายอยู่บ้าน ไม่หายไปไหน แต่พวกท่านกับอยากส่งให้ข้าออกจากบ้าน ถึงข้าจะชอบอยู่กับพี่อี้เพียงใด แต่ข้าก็ยังไม่อยากไปจากพวกท่านหรอกนะ” แต่ในความจริงคือหากเขาไปกับหลิวอี้เงินทองเขาจะต้องหาเอง ไหนเลยจะสะดวกสบายเช่นอยู่ที่บ้าน
“ข้าจะให้เงินเ้าติดตัวออกจากบ้านไปด้วยเป็ไง เ้าอยากได้เท่าไหร่ บอกพ่อมาได้เลย” ถึงอย่างไรก็พ่อลูกกัน เขารู้นิสัยบุตรชายดี ชื่อเว่ยจึงพยายามหว่านล้อมสุดฤทธิ์
“ท่านพ่อ ท่านถึงกับพยายามจ้างข้าด้วยเงินเลยหรือ ถ้าท่านพูดเช่นนั้น ข้า้าเงินเทียบเท่าทั้งหมดในคลังของตระกูลในเวลานี้ ท่านจะให้ข้าได้หรือไม่” ชื่อหวันเฉิงไม่ได้จริงจังนัก เพราะเขาแค่อยากกวนประสาทบิดาของเขาเท่านั้น
“เ้าพูดจริงหรือไม่หวันเฉิง” มู่หยินที่ฟังอยู่ก็พูดขึ้นมา
“ท่านแม่ ท่านพ่อไม่ยอมหรอกเงินของตระกูลเลยนะ แต่ถ้าข้าได้เงินเยอะเท่านั้นจริงข้ายินดีออกจากบ้านตามที่พวกท่าน้า พวกท่านแน่ใจแล้วหรือกับข้อเสนอของข้า” ชื่อหวันเฉิงยังคิดว่าอย่างไร พ่อของเขาก็ไม่มีทางมอบเงินทั้งหมดในคลังตระกูลอยู่แล้ว
“ได้ แม่จะให้เ้าเอง ให้มากกว่าที่พ่อเ้ามีเสียอีก” มู่หยินพูดจบนางสะบัดมือคราเดียว หีบสมบัติ เงินทอง เพชรพลอยเครื่องประดับ มากมายปรากฏขึ้นออกมาจนล้นห้องโถงที่พวกเขากำลังนั่งกินข้าวอยู่
“นี่มันเยอะกว่าในคลังจริงด้วย ท่านแม่ท่านทำได้เช่นใด วิชาท่านสามารถเสกสรรค์พวกมันขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้เลยหรือ ทำไมข้าไม่เห็นเคยได้ร่ำเรียนวิชาชุดนี้”
“นี่แค่ 1 ใน 5 ส่วนที่แม่มี มันเป็เพียงสมบัติที่พ่อของแม่ประทานมาให้ก่อนแม่จะออกเรือน หาใช่การรังสรรค์ขึ้นมาเอง พวกมันทั้งหมดถูกเก็บไว้ในแหวนหยกหยินวงนี้ แหวนนี้เป็แหวนวิเศษจากท่านอาจารย์ปู่ของเ้า มันมีิญญาเทพสถิตอยู่ และยังมีพื้นที่ไว้เก็บสมบัติดังเช่นที่เ้าเห็น หากเ้ายอมออกเดินทางไปกับลูกอี้ ทุกอย่างในแหวนและแหวนวงนี้จะเป็ของเ้า” มู่หยินกล่าวราวโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับแหวนวิเศษ
“ตกลง ข้าจะไปกับพี่อี้ทันทีที่เขาออกจากตระกูลเรา”
ชื่อหวันเฉิงยิ้มอย่างมีความสุข ใครจะไปคิดว่าสมบัติมากมายที่เขาเห็นอยู่นี่จะกลายเป็ของเขาผู้เดียว พอมานึกดูแล้วเขาก็แอบสงสัยอยู่ว่า แม่ของเขานำสมบัติส่วนตัวเก็บไว้ที่ใด ทั้งที่คลังตระกูลก็ไม่มี ที่แท้นางมีแหวนวิเศษอยู่นี่เอง ครั้งเมื่อได้ยินว่าเป็สมบัติจากอาจารย์ปู่ไหนเลยจะเป็ของธรรมดา ดีไม่ดีสมบัติทั้งหมดที่อยู่ในแหวนยังมีค่าไม่เท่ากับแหวน 1 วงด้วยซ้ำ ทำไมเขาจะไม่ยินดี แต่ก่อนที่มู่หยินจะมอบแหวนให้ชื่อหวันเฉิงนางจำต้องปลดผนึกเ้าของแหวนก่อน จากนั้นจึงใช้เืของชื่อหวันเฉิงเพื่อทำสัญญากับแหวน
“ตอนนี้ของทั้งหมดในแหวนเป็ของลูกแล้ว เ้าควรทำตามสัญญาที่ให้ไว้” มู่หยินกล่าวเสียงเรียบ
“แน่นอนข้าเป็ชายถือคำสัจ เมื่อพูดไปแล้วก็ต้องทำตาม ว่าแต่ท่านแม่ข้าจะใช้แหวนวงนี่อย่างไร”
“เ้าเพียงถ่ายลมปราณเ้าเข้าสู่แหวน เ้าก็จะรู้วิธีใช้มันเอง หากแต่ว่าในเวลานี้เ้าคงใช้มันไม่ได้” มู่หยินยิ้มอย่างมีชัย สร้างความตื่นใต่อชื่อหวันเฉิงอย่างมาก
“ท่านแม่ท่าน วางแผนร้ายกับข้า”
“มีหรือแม่ที่รักและเอ็นดูลูกเช่นเ้าจะทำร้ายเ้าได้ ทุกอย่างก็เพื่อตัวเ้าเองลูกรัก มันจะยอมให้เ้าเปิดใช้งานเมื่อเ้าบรรลุระดับบ่มเพาะเมฆาแล้วเท่านั้น ข้าหวังว่าเ้าจะรีบฝึกปรือให้ถึงระดับนั้นโดยไว เอาละเ้าอย่าลืมไปเก็บของที่ต้องใช้เดินทางละ” มู่หยินกล่าวกับชื่อหวันเฉิง ก่อนจะหันไปพูดกับหลิวอี้ที่เวลานี้เสมือนอากาศธาตุ
“ลูกอี้อาฝากน้องด้วยนะ นอกจากนี้หากเ้ามีโอกาสไปยังดินแดนวงกตฯ อาหวังเพียงเ้าจะช่วยสานความฝันของท่านอาจารย์ปู่แทนพวกอาและพ่อเ้าด้วย”
“ข้าจะดูแลหวินเฉิงเองท่านไม่ต้องกังวล” และนี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับชื่อหวันเฉิง
ในการเดินทางกลับเมืองหลิวหลง หลิวอี้เลือกใช้เส้นทางเดิม ที่เคยผ่านเมืองหินผาและทุ่งแห่งความตาย ที่เมืองหินผานั้น ผาเซียนขาดที่เขาได้ไปสลักอักษรไว้นั้น เวลานี้กลายเป็สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญกว่าเดิม ซ้ำยังมีชื่อเรียกขานใหม่ ว่าผาคู่รัก มันจึงทำให้เขาไม่กังวลกับสิ่งที่ทำลงไป จนพวกเขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านเหมยที่สาม เวลานี้กลับเต็มไปด้วยผู้คน ดูเหมือนว่าการช่วยปรับทางน้ำได้ดินของเขาจะต่อชีวิตให้หมู่บ้านแห่งนี้ จนพวกเขาเดินทางถึงหมู่บ้านเหมยที่หนึ่ง หลิวอี้ได้รับกิ่งชำไม้ต้นเหมยมาหลายต้น อีกทั้งเมล็ดพันธุ์ของพวกมันอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนหน้านี้หลิวอี้บอกกับเอี้ยคังแล้วว่า เขาจะเป็คนกลับมารับกิ่งชำพวกนี้ด้วยตัวเอง ถึงจะเหลือการเดินทางเพียงไม่กี่วันก่อนถึงเมืองหลิวหลง หากแต่กิ่งชำเหล่านี้มีโอกาสสูงที่จะตายก่อนถึงตระกูลหลิว ดังนั้นเป็การดีกว่าที่หลิวอี้จะเป็คนมารับพวกมันด้วยตัวเอง เพราะอย่างน้อยเขาก็มีพลังที่จะทำให้มันไม่เหี่ยวแห้งไปในระหว่างทาง จนในที่สุดหลิวอี้ก็มาถึงเมืองหลิวหลง หากแต่ทุกอย่างไม่เป็เหมือนในสิ่งที่เขาคิด
ในตระกูลเวลานี้ดูเงียบเหงาผิดสังเกต มีเพียงบ่าวไพร่ที่ยังคงทำงานเช่นปกติ ส่วนญาติพี่น้องที่เขาอยากพบเจอเวลานี้กลับเหลือเพียงไม่กี่คน หากจะกล่าวให้ถูกควรบอกว่าในบ้านเวลานี้เหลือเพียงผู้าุโไม่กี่คน ส่วนเหล่าลูกหลานคนในตระกูลหลิวกับหายหน้าหายตาไป ขนาดป้าเจียงที่ทำงานแม่ครัวก็ยังไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ท่านลุงข้ากลับมาแล้ว ทำไมบ้านเราเงียบจัง ทุกคนหายไปไหนกันหมด” หลิวอี้ถามอย่างสงสัย เพราะปกติเวลาเช่นนี้พ่อเขาควรออกมารับ
“ลูกอี้เ้ากลับมาแล้วหรือ ดีจริง ๆ ที่เ้าเดินทางปลอดภัย เ้าไม่ต้องกังวลเวลานี้ญาติพี่น้องพวกเรากำลังเดินทางไปแคว้นจิน” หลิวเฟ่ยกล่าวไปตามตรง
“แคว้นจิน พวกเขาไปทำอะไรที่นั่น”
“ลูกอี้เ้าอ่านจดหมายนี่แล้วเ้าจะเข้าใจเอง” หลิวเฟ่ยเดินไปหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกเก็บไว้เป็อย่างดีมาให้
___________________________
ถึงลูกอี้
หากเ้าอ่านจดหมายนี้แสดงว่าพ่อได้เดินทางไปเมืองหลวงแล้ว เพื่อรับตำแหน่งราชครูและนักปรุงโอสถหลวง หากแต่ว่าการไปรับตำแหน่งในครั้งนี้หาใช่สิ่งที่ดีเท่าไรนัก การเติบโตของพวกเราทำให้หลายคนไม่พอใจ โดยเฉพาะพวกที่เราไปขัดผลประโยชน์โดยไม่ตั้งใจเ่าั้ ได้รวมกลุ่มกันกับอ๋องฮั่วเชษฐาในฮ่องเต้แคว้น หมายในสูตรสุราผลไม้ ตลอดจนสูตรโอสถระดับสูงต่าง ๆ หากพ่อเลือกปฏิเสธรับตำแหน่งตระกูลของเราคงถูกกวาดล้าง ด้วยเหตุนี้พ่อจึงต้องเข้าเมืองหลวง แล้วตระกูลของเราจะอยู่ในแคว้นฮั่วต่อไปได้
แต่ใช่ว่าจะปลอดภัย พ่อจึงได้ติดต่อกับพี่ใหญ่เ้าเพื่อขอความช่วยเหลือ เวลานี้คนอื่น ๆ ในตระกูลได้เดินทางไปเมืองหลวงแคว้นจินแล้ว เมื่อพวกเขาไปถึงพี่ใหญ่เ้าจะจัดการเื่ต่าง ๆ ให้ อีกทั้งข้าให้เอี้ยคังเป็ผู้คุ้มกันคนในตระกูลเ้าวางใจได้
ปล. เมื่อเ้ากลับมาแล้วก็จงไปเก็บกวาดศาลเ้าบนเขาด้วย
จากหลิวฟง
___________________________
จดหมายจากบิดาของเขานั้นดูเป็จดหมายทั่วไป หากแต่การให้ญาติพี่น้องคนสำคัญเดินทางไปต่างแคว้นเช่นนี้นั้นคงยากที่จะปกปิด เมื่อสอบถามลุงเฟ่ยจึงทราบว่าพ่อของเขาให้เอี้ยคังทำทีเดินทางไปแคว้นจินเพื่อค้าขายปกติ โดยให้ญาติพี่น้องแอบซ่อนในกล่องสินค้าบนรถม้าก่อนจะออกจากเมือง แล้วค่อยพากันเดินทางต่อไปแคว้นจิน เวลานี้หลิวอี้ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกนักว่าต้องทำอะไร พ่อเขาไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าให้เขารีบออกเดินทาง หากแต่บอกให้ไปเก็บกวาดทำความสะอาดศาลเ้า อีกทั้งยังเป็ศาลเ้าเล็กกลางป่าแห่งนั้น ในเมื่อพ่อของเขาบอกเช่นนี้ไหนเลยเขาจะไม่ทำตาม หลิวอี้พาชื่อหวันเฉิงขึ้นเขาไปเป็เพื่อน เมื่อมาถึงพบว่าศาลเ้าเพิ่งถูกทำความสะอาดเก็บกวาดไปไม่นาน แต่ถึงอย่างนั้นหลิวอี้ก็ยังคงเก็บกวาดเช็ดถูศาลเ้าดังที่พ่อของเขาสั่งไว้ แต่เมื่อหลิวอี้เช็ดมาถึงส่วนฐาน เขาพบว่ามีร่องรอยการสลักชิ้นไม้แก้ไขบางส่วน เมื่อหลิวอี้ตรวจสอบมันพบว่ามีช่องลับซ่อนอยู่ หลิวอี้เปิดมันออกมาพบจดหมายอีก 1 ฉบับกับแหวนหยกอีก 1 วง ด้วยลักษณะแหวนหยกวงนี้ หลิวอี้บอกได้เลยว่ามันคือแหวนหยกแบบเดี่ยวกันกับที่ชื่อหวันเฉิงกำลังสวมใส่บนนิ้วหัวแม่มือ
___________________________
ถึงลูกอี้
โชคดีมากที่เ้าตัดสินใจขึ้นมาที่ศาลแห่งนี้ แหวนหยกหยาง วงนี้เป็ของวิเศษที่พ่อได้รับมาจากท่านอาจารย์ของพ่อ ในนั้นพ่อได้ซ่อนปฏิทินประตูวงกตแห่งมหาเทพเอาไว้ หากเ้า้าสานต่อความฝันของพ่อและมู่หยิน ก็จงใช้มันนำไปยังทางเข้าที่ถูกต้อง เ้าจงสวมใส่แหวนแล้วใช้หยดเืของเ้าหยดใส่บนตัวแหวนหยก เพื่อเปิดการทำสัญญาิญญา ภายในนั้นพ่อได้ใส่เงินบางส่วนและข้าวของที่จำเป็ไว้บ้างแล้ว การใช้งานแหวนนั้นง่ายดายนัก เพียงใช้พลังปราณส่งเข้าไปก็พอ ที่เหลือิญญาเทพในแหวนจะช่วยเหลือเ้าเอง และพ่อเชื่อว่าเวลานี้เ้าสามารถใช้มันได้แล้ว
ปล. เมื่อจัดการธุระของเ้าแล้ว จงรีบเดินทางไปสมทบกับเสี่ยวหนาน ที่แคว้นจิน
หลิวฟง
___________________________
เมื่อหลิวอี้อ่านจดหมายเสร็จก็มองแหวนในมือสลับไปมา เขาไม่คิดว่าพ่อเขาเองก็มีแหวนเช่นนี้เหมือนกัน เมื่อเขาตั้งคำถามทำให้ภาพความทรงจำเก่าผุดขึ้นมา ใน่ที่เขาและพ่อได้รับเงินก้อน 30 ตำลึงทองจากมหาเทพฯ สิ่งแรกที่พ่อเขาใช้เงินคือพาเข้าเมือง เพื่อไปยังโรงรับจำนำไถ่ถอนอะไรบางอย่าง เขาเห็นมันเพียงแวบเดียว ซึ่งในเวลานี้เองเขาก็รู้แน่ชัดแล้วว่า สิ่งนั้นก็คือแหวนวงนี้
“พี่อี้ ดีใจด้วยที่ท่านได้รับแหวนวิเศษจากท่านลุงมาแล้ว แต่น่าเสียดายนักที่พวกเรายังไม่สามารถใช้พวกมันได้” ชื่อหวันเฉิงพูดขึ้นมาอย่างเสียดาย
“เ้าลืมอะไรไปหรือเปล่าน้องเล็ก ทำไมข้าจะใช้มันไม่ได้” หลิวอี้หันไปตั้งคำถามด้วยความขำในสิ่งที่อีกฝ่ายหลงลืม
“ข้าหลงลืมสิ่งใด เอ๊ะ! หรือว่า…”
“ข้าอยู่พิภพขั้น 6 แล้วนะ ด้วยพรของข้านั้น ข้าจึงมีพลังเทียบเท่าระดับเมฆาขั้น 6 ไม่ใช่หรือไง” หลิวอี้ยิ้มอย่างผู้เหนือกว่าให้ชื่อหวันเฉิง
“จริงด้วยด้วยพรของท่าน เช่นนั้นพรข้อนี้ อีกไม่นานข้าก็สามารถใช้แหวนของข้าได้เช่นกัน ทำไมข้าถึงหลงลืมสิ่งสำคัญเช่นนี้ไปได้ ต่อไปข้าไม่ต้องกลัวลำบากแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
เวลานี้ชื่อหวันเฉิงเองก็อยู่ระดับพิภพขั้นที่ 3 ด้วยพรที่ได้สืบทอดมาจากหลิวอี้ ถึงจะลดประสิทธิภาพลงครึ่งหนึ่ง แต่มันก็ทำให้ชื่อหวันเฉิงในเวลานี้เทียบเท่าผู้บ่มเพาะระดับภูผาขั้นที่ 2 หากแต่ชื่อหวันเฉิงนั้นมัวดีใจกับความคิดในการใช้เงินของตั้งเอง เมื่อหันหลังกลับมาอีกที่ พี่ชายของเขาก็ใช้วิชาตัวเบาหนีกลับตระกูลไปแล้ว อย่างน้อยในเวลานี้ ชื่อหวันเฉิงก็ไม่ต้องกลัวหมูป่าอีกต่อไป เพราะเขาเองก็มีวิชาตัวเบาที่ไว้ใช้วิ่งหนีพวกมันแล้วเช่นกัน เพียงะโ 1 ครั้ง เขาก็ไปไกลกว่าครึ่งลี้แล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไป…