กำไลหยกขาววงนี้เป็มรดกของแม่กู้ชิงเ้าของร่างเดิมลงไม้ลงมือถึงสามครั้งกู้ชิงถูกทุบตีจนกระอักเืก็ยังไม่ยอมมอบให้ตอนนี้นางกลับเอามันออกมาเพื่อไปใช้หนี้เ้าของร่างเดิมแบบนี้
กู้ชิงสะอื้นไห้ “ท่านมีวิธีอะไร? เงินตั้งสี่สิบตำลึงเลยนะไม่ใช่สี่ร้อยอีแปะ”
หวังเทียนพยายามนึกถึงความทรงจำก่อนหน้านี้“ให้ข้ากับอิงอิงคิดดูก่อน”
สำหรับชาวบ้านที่ทั่วไปส่วนใหญ่ทำการเกษตรสี่สิบตำลึงเป็หนี้ก้อนโตที่สามารถฆ่าคนให้ตายได้เลย
แต่เขากับน้องสาวมาจากโลกที่เจริญรุ่งเรืองเรียนจบถึงปริญญาเอกอีกทั้งยังมีความรู้อีกมากมายที่คนที่นี่ไม่มีเหนือกว่ายุคนี้ทุกอย่างจะไม่มีหนทางเชียวหรือ
“เมื่อก่อนที่ข้าไม่ให้ท่านเพราะว่ามันเป็ของที่ท่านแม่ของข้าทิ้งไว้ให้”
กู้ชิงสะอึกสะอื้น“ตอนนี้ท่านอับจนหนทางแล้ว ข้าทนดูท่านขายตัวเองเป็ทาสไม่ได้ทาสไม่มีทางได้เชิดหน้าชูตา เลวร้ายยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น ข้าไม่ยอม”
ในสมัยโบราณนี้ระดับชั้นของผู้คนแบ่งออกเป็หลายประเภท คนที่ไม่มีที่ดินคือพวกอันธพาลและคนที่ไม่มีบ้านคือพวกคนเร่ร่อนและขอทาน
ไม่มีบ้านไม่มีที่ดิน ทางการก็จะถือว่าเป็พวกอันธพาล ต่ำกว่าสถานะพลเรือนซะอีกและการเป็ทาสก็เลวร้ายยิ่งกว่าการเป็อันธพาล
“.....”
“.....”
หวังเทียนไม่ได้สนใจสิ่งที่นางพูดเขาใช้สมองทบทวนความทรงจำของร่างเดิม
ความรู้เทคโนโลยีของยุคสมัยนี้มีความคล้ายคลึงกับราชวงศ์ซ่งของจีน
ด้วยความรู้ของพวกเขาสองพี่น้องสามารถสร้างสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมาได้แต่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่มีแม้แต่ร้านช่างตีเหล็กดังนั้นจึงไม่สามารถแสดงความสามารถออกมาได้
“แต่ครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่ข้าจะสามารถช่วยท่านได้”
กู้ชิงเช็ดน้ำตาและเงยหน้าขึ้น“ต่อไปถ้าท่านอยากไปยืมเงินจากข้างนอก ข้าคงช่วยท่านไม่ได้แล้วจริง ๆถ้าท่านกลายเป็พวกโจร หรืออันธพาล ข้าก็จะเป็กับท่านด้วย”
“นึกออกแล้วอิงอิงไปกัน”
ทันใดนั้นดวงตาของหวังเทียนก็สว่างเป็ประกายขึ้นเขาเก็บถุงข้าวสาลียัดใส่มือหวังอิงอิง ส่วนตนเองหยิบจอบ และครกหินขึ้นมาและแบกตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นหลังแล้วออกไปโดยมีน้องสาวอย่างหวังอิงอิงเดินตามไปติด ๆ
“ท่านพี่”กู้ชิงรู้สึกประหลาดใจ สามีกับน้องสามีไม่เคยแตะงานบ้านนางล้วนเป็คนจัดการเองทั้งหมด
การเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงสิ้นสุดลงแล้วเขาจะแบกจอบไปทำอะไร?
.......
ภูมิประเทศของหมู่บ้านตระกูลหวังเป็ที่ราบห่างออกไปหนึ่งลี้มีแม่น้ำ และอีกสามสิบลี้มีูเาประชากรในหมู่บ้านตระกูลหวังมีสี่สิบครอบครัว ทุกครอบครัวล้วนแซ่หวังอาจกล่าวได้ว่าพวกเขามีบรรพบุรุษเก่าแก่เดียวกัน
หลังการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงจะมีการจ่ายภาษีต่อหัวภาษีที่นา และมักจะมีพวกโจรมาขโมยธัญพืชอีกระลอกทำให้หลายครอบครัวมีอาหารไม่เพียงพอและยากที่จะอยู่รอดในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิไปได้
ชาวบ้านต่างไม่มีใครได้อยู่นิ่งเฉยไม่ว่าจะออกไปทำงานใช้แรงงานในอำเภอ ปั่นด้านทอผ้าที่บ้าน หรือขึ้นเขาไปหาผักป่าก็ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในครอบครัวอยู่ดี
“พี่ใหญ่เราจะไปไหนกัน”
“เ้าดูนั่นสิ”หวังเทียนชี้ไปที่พื้นที่รกร้าง
“นั่น...มัน!”
สึบ!
หวังเทียนหยิบจอบขึ้นมาขุดดินที่ทั้งแห้งและแข็งหยิบรากหญ้าขึ้นมาล้างมันในถังน้ำที่เตรียมมาแล้วลองเคี้ยวมันดู
“หือ...นั่นไม่ใช่สองพี่น้องหวังเทียน หวังอิงอิง หรือ ทำไมอดอยากมากถึงขนาดมาขุดรากหญ้ากินแล้วหรือ”
“ครอบครัวพวกเขาต้องขาดแคลนอาหารแน่ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็หนี้หัวหน้าหลิวสี่สิบตำลึงถ้าสามวันหลังจากนี้เขาไม่จ่ายเงินใช้หนี้ ทั้งบ้าน ที่ดิน และภรรยาทั้งหมดจะเป็ของหัวหน้าหลิว”
“ไอ้คนไร้ค่าเอ้ยท่านลุงหวังเย่วได้ทิ้งทรัพย์สมบัติมากมายไว้ให้เขา อยากให้เขาได้ดีแล้วตอนนี้เป็อย่างไร เขาดูแลครอบครัวไม่ได้ยังต้องหิวจนต้องมาขุดรากหญ้ากินสมควรแล้ว”
ชาวบ้านบางคนที่ขุดผักป่าอยู่นั้นมองไปทางหวังเทียนที่กำลังเคี้ยวรากหญ้าแล้วส่ายหัว
“รสชาตินี้แหล่ะใช่เ้าเก็บไปล้างพี่จะขุดให้”
หลังจากคายรากหญ้าที่เคี้ยวแล้วหวังเทียนก็หยิบจอบขึ้นมาและขุดรากหญ้าด้วยแรงทั้งหมดของเขา
เ้าของร่างเดิมนั้นไม่ค่อยออกกำลังกายร่างกายค่อนข้างแย่ หลังขุดไปสักพักหวังเทียนก็เท้าสะเอวตั้งจอบแล้วหอบอย่างหนัก
สองพี่น้องช่วยกันขุดอย่างยากลำบากเพราะว่าดินแข็งมากเหงื่อชุ่มไปทั้งคู่
“เฮ้อ..ทำไมร่างกายของสองคนนี้ถึงได้อ่อนแออย่างนี้นะพี่ใหญ่”
หวังอิงอิงแทบจะนอนแผ่หลาลงไปแล้วถ้าไม่คิดว่าในยุคสมัยนี้สตรีต้องรักษากิริยาอยู่บ้างนางจะนอนกางแข้งกางขาลงไปแล้ว
“นั่นสิหลังจากนี้คงต้องบำรุงและต้องหมั่นออกกำลังกายกันหน่อยไม่เช่นนั้นต้องแย่แน่”
“เฮ้เสี่ยวเทียน อาหารในบ้านหมดแล้วหรือ?เริ่มกินรากหญ้าแล้ว รากหญ้ามันกินไม่ได้หรอก ถือชามไปที่หมู่บ้านแล้วขอข้าวสิด้วยชื่อเสียงบัณฑิตของเ้าใคร ๆ ก็ยินดีจะมอบข้าวให้เ้าสักเล็กน้อยแน่นอน”
หวังซื่อไห่อันธพาลประจำหมู่บ้านเดินเข้ามาเขาเอามือกอดอกสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลสกปรกและรองเท้าผ้าเน่า ๆที่เป็รูจนนิ้วเท้าโผล่ออกมา จ้องมองสองพี่น้องที่เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว
“ซื่อไห่ช่วยข้าขุดรากหญ้านี้ที ข้าจะแบ่งปันประโยชน์มันให้เ้า”
หวังเทียนหอบหายใจเอ่ยขอความช่วยเหลือ
หวังซื่ไห่อันธพาลในหมู่บ้าน ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดินและงาน เขาชอบเดินเล่นเตร็ดเตร่ไปมาคุ้นว่าเขามักมาประจบสอพลอเ้าของร่างเดิมเสมออย่างไรก็ตามสำหรับบัณฑิตนั้นอาจจะได้เป็ขุนนางในอนาคต
เนื่องจากเ้าของร่างเดิมเป็คนสุรุ่ยสุร่ายหวังซื่อไห่ที่คิดจะประจบจึงกลายเป็เยาะเย้ยไป
หวังซื่อไห่ถลึงตามอง“เ้าไปถามแถวนี้สักสิบลี้ดู ด้วยน้ำหน้าอย่างข้าหวังซื่อไห่จะไม่มีใครให้ข้าวข้าอย่างนั้นรึ ถึงต้องมาแบ่งรากหญ้ากับพวกเ้ากินเช่นนี้”
“พี่ข้าบอกเ้าว่าแบ่งปันประโยชน์ไม่ใช่แบ่งรากหญ้าเ้าบื้อซื่อไห่”
ถ้าไม่ใช่ว่าเพราะพวกเขาเหนื่อยเกินไปหวังเทียนก็คงไม่สนใจเขาหรอก ว่ากันว่าเขาหากินได้ทุกที่แต่จริง ๆ แล้วเขาหน้าหนาและรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้กิน
“ไม่ต้องอธิบายหรอกเสี่ยวอิงข้ารู้สถานการณ์ของบ้านเ้า อย่าดื้อรั้นไปเลย เสี่ยวเทียนเ้าไปที่บ้านพ่อตาแล้วก้มหัวก็จะก้าวข้ามอุปสรรคไปได้ศักดิ์ศรีเหมือนผายลม ถ้ามัวแต่ดื้อรั้นเ้าจะเสียใจเมื่อตกอยู่ในสถานะที่กลายเป็อันธพาล หรือขอทาน”
หวังซื่อไห่ชายไร้บ้านและไร้ที่ดินแนะนำดูเหมือนคนที่มีประสบการณ์
เมื่อเห็นว่าเขาไม่อยากที่จะช่วยเหลือหวังเทียนก็ไม่สนใจเขาอีกต่อไป และลงมือขุดต่อไป
หวังซื่อไห่หมดอารมณ์และเดินจากไป“ตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัดนะ”
“เทียนเอ๋อร์อิงเอ๋อร์ รางหญ้านี้มันกินไม่ได้กลับบ้านกับลุงไปเอาบะหมี่ถั่วกับป้าของเ้ากลับไปกินที่บ้าน”
เกือบเที่ยงชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาเขามีรูปร่างสูงใหญ่ร่างกายซูบผอม ดวงตาสดใสสวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำตาลและเดินเท้าเปล่าเข้ามา
หวังเทียนกับหวังอิงอิงยิ้มให้เขาแล้วส่ายหน้า“ท่านลุงหานซานข้ากับน้องไม่ได้ขุดรากหญ้าไปกิน”
หวังหานซานชื่อเดิมของเขาคือ หวังต้าซาน เขาเปลี่ยนชื่อหลังจากเข้าร่วมกองทัพกลับมาใช้ชีวิตเป็พลเรือนเมื่อห้าปีก่อน อายุมากกว่าคนรุ่นเดิมเป็ลูกพี่ลูกน้องกับพ่อของเขา และมีสถานะเป็ลุงของสองพี่น้อง หวังเทียนหวังอิงอิง
เขามีลูกชายสองคนก่อนที่จะเข้าร่วมกองทัพห้าปีหลังจากที่ปลดประจำการได้ให้กำเนิดลูกอีกสามคน ครอบครัวทีที่ดินไม่มากนักและได้เช่าที่ดินสามสิบหมู่ ครอบครัวของเขาดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก
การให้บะหมี่ถั่วแก่ครอบครัวของหลานชายหลานสาวก็เท่ากับเอาอาหารจากปากคนเจ็ดคน
“กินรากหญ้ามีประโยชน์อะไรคนเก่าแก่ในหมู่บ้านไม่เคยกินรากหญ้า”
หวังหานซานพูเสียงต่ำทุ้มคิดว่าพวกบัณฑิตจะรักษาหน้าและไม่ยอมรับว่าไม่มีข้าวกิน
หวังเทียนยิ้ม“ลุงหานซาน ข้ากับน้องขุดไม่ไหวแล้ว ท่านช่วยข้าขุดหน่อยได้ไหม”
“ร่างกายของพวกเ้าอ่อนแอเกินไปขุดรากหญ้าเล็ก ๆ แบบนี้คงเหนื่อยมาก พวกเ้าต้องอดทนนะ”
หวังหานซานส่ายหน้าคว้าจอบขึ้นแล้วเหวี่ยง พื้นดินปลิวว่อนเหมือนคันไถในครึ่งชั่วยามพื้นที่รกร้างผืนใหญ่ถูกขุดขึ้นมาทั้งถังน้ำและตะกร้าไม้ไผ่ของหวังเทียน และหวังอิงอิงก็เต็มไปด้วยรากหญ้า