“ถ้ามีโอกาส...” ‘แต่ถ้าเป็ไปได้ก็ไม่อยากจะมาอีกหรอกนะ’ แน่นอนว่าประโยคหลังนั้นมีคาเอลเพียงแค่คิดในใจมิได้เอื้อนเอ่ยออกไป ทำเอาัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาที่ได้ยินถึงความนึกคิดนั้นก็ขำน้อยๆ อยู่ภายในจิติญญา
“ข้าได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกยินดีแล้ว ขอบคุณที่ใช้บริการ... และหวังว่าคราวหน้าข้าจะได้โอกาสรับใช้ท่านอีกนะคะร้านค้าซิลเวอร์ยินดีให้บริการท่านเสมอ” โอลิเวียร์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มหวานหยดส่วนมีคาเอลเพียงค้อมหัวให้เล็กน้อยก่อนที่เดินจากไปทิ้งให้โอลิเวียร์มองตามหลังจนสุดสายตา ใบหน้าสวยที่ประดับดามด้วยรอยยิ้มหวานนั้นค่อยๆ คลายหายเหลือเพียงรอยยิ้มเ้าเล่ห์อย่างนางจิ้งจอกร้าย อีดอนเมื่อเห็นผู้เป็นายหญิงถึงกับเดินมาส่งแขกผู้นี้ด้วยตนเองแล้วก็รู้สึกฉงนสงสัยอยู่ไม่น้อยแต่ก็มิได้เอื้อนเอ่ยถามอะไรไป
“คนลึกลับผู้นี้ไม่ธรรมดา” โอลิเวียร์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นถึงความฉงนสงสัยของคนสนิท สัญชาตญาณของนางไม่เคยผิดเพี้ยนหนุ่มน้อยลึกลับผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ แต่นางก็มิได้เอื้อนเอ่ยกับคนสนิทไปว่าแท้จริงแล้วภายใต้ชุดคลุมนั้นเป็เพียงหนุ่มน้อยเท่านั้น
‘ข้าจะรอเ้ากลับมาอีกครั้งนะ...’ (โอลิเวียร์)
“ท่านหญิงจะเอาอย่างไรต่อขอรับจะให้ข้าน้อยส่งคนไปติดตามหรือสืบความมาหรือไม่” อีดอนเสนอความคิด จากท่าทางของนายหญิงแล้วดูท่าว่าจะสนใจชายลึกลับผู้นั้นอยู่มากโขเลยแต่ก็แน่สิขนาดตัวเขาเองก็ยังรู้สึกสนใจมากเช่นเดียวกัน... วัตถุดิบที่นำมานั่น เป็บุคคลที่ไม่ธรรมดาตามที่นายหญิงว่าจริงๆ อีดอนคิดต่ออย่างมุ่งมั่นหากว่านายหญิง้าตัวเขาจะรีบจัดการสืบความหาข่าวเกี่ยวกับชายผู้นั้นให้ภายในทันที
“ไม่ได้หรอกขืนตามไปล่ะก็เขาต้องรู้แน่ๆ ...” โอลิเวียร์ขบคิดว่าจะสามารถรู้เกี่ยวกับหนุ่มน้อยลึกลับผู้นั้นอย่างไรให้เร็วที่สุดแต่คนแบบนั้นเนี่ยคงจะไม่ชอบให้ใครตามตอแยซะด้วยสิ โอลิเวียร์เลิกคิดและหันไปสั่งความกับอีดอน
“หากเขามาอีกก็ให้รีบไปตามข้าด้วย”
“ขอรับท่านหญิง”
‘คราวหน้าข้าจะต้องรู้นามของเ้าให้ได้พ่อหนุ่มน้อยลึกลับ’
มีคาเอลที่เดินออกจากร้านค้าซิลเวอร์มาได้ไกลพอสมควรแล้วก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อยเลย ตอนนี้เขาได้ของที่้าแล้วสำหรับวันนี้ภารกิจการแลกเปลี่ยนของสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี การได้พบและพูดคุยกับเ้าของร้านโดยตรงอย่างโอลิเวียร์ถือว่าเป็สิ่งที่เหนือการคาดหมายอยู่บ้างแต่มันก็ผ่านไปแล้วอย่างระมัดระวังและตอนนี้มีคาเอลก็ยังคงสังเกตข้างหลังมาตลอดทางเพราะเกรงว่าจะโดนสะกดรอยตามมาแต่เมื่อไม่พบความผิดปกติอะไรเขาก็รู้สึกเบาใจไม่น้อยแต่ถึงอย่างนั้นก็ลดละการป้องกันไม่ได้ จะให้ใครรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงไม่ได้
‘ข้าคิดว่านางสนใจเ้านะมีคาเอล’ (แอลฟ์) ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภากล่าวหมายถึงโอลิเวียร์เ้าของร้านค้าซิลเวอร์ นางสนใจมีคาเอลและ... ยังรู้อีกว่ามีคาเอลนั่นยังเป็ผู้เยาว์อยู่
ใช่แล้วล่ะ จะเรียกว่าภารกิจสมบูรณ์เลยก็คงจะไม่ได้เพราะว่ามีคาเอลตบตานางไม่สำเร็จหมด ช่างเป็หญิงสาวที่คาดเดาได้ยากและน่าอันตรายยิ่งถึงอย่างนั้นแต่ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่เห็นหน้ามีคาเอลก็ถือว่ายังดีล่ะนะ หากกล่าวถึงในเชิงการค้านางก็ยังถือว่าเป็คู่ค้าที่ดีเมื่อยามที่้าจะแลกเปลี่ยนสิ่งใด... ก็คงจะได้พบกันอีกครั้งล่ะนะแต่คงจะไม่ใช่เร็วๆ นี้
“อืม” มีคาเอลเองก็เห็นด้วยกับความคิดของัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาทุกอย่าง พอคิดย้อนกลับไปก่อนหน้านี้แล้วัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างเย้าหยอกกับความเนื้อหอมของผู้เป็นายตน
‘โฮะๆ ๆ แต่เ้านี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ คราวก่อนนั้นก็เป็หญิงสาวผู้งดงามผู้ถือครองธาตุอัคคีบริสุทธิ์ที่หายากยิ่ง คราวที่แล้วก็เป็คุณหนูตระกูลหลักผู้มีใบหน้านวลละอ้อนละอ่อนผู้มีพร์เป็ความหวังด้านการรักษาเยียวยาของตระกูล คราวนี้ก็เป็ถึงสาวงามเ้าของร้านค้าใหญ่...’ (แอลฟ์)
‘อีกอย่างข้าคิดว่าเ้าจะอยู่แลกเปลี่ยนข้อมูลกับนางซะอีกนะ’ (แอลฟ์)
“แต่ข้ารำคาญเ้ามากกว่าแอลฟ์” มีคาเอลเอ่ยขึ้นตัดความประโยคเย้าหยอกของัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาจนอีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะเอ่ยตัดพ้อถึงความไม่มีอารมณ์ขันนั้นของเขา
‘มีคาเอลเ้านี่ช่างไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลยสิน่า’
ตลอดทางเดินที่ผ่านมาก็ยังคงมีพ่อค้าแม่ค้าค้าขายของทั้งร้านค้าหน้าร้านและตลาดแผงหรือตลาดค้าเร่อยู่ตลอดเลยและยังผู้คนมากมายเข้ามายังเมืองแห่งนี้อีกสมแล้วกับที่เป็เมืองท่าเศรษฐกิจจริงๆ
“เร่เข้ามาจ้าๆ ๆ สมุนไพรสดๆ ทางนี้เลยจ้า”
“ชุดเกราะคุณภาดีเชิญทางนี้ขอรับ”
“เร่เข้ามาๆ ๆ ของดีๆ ทั้งนั้นของดีราคางามแวะดูแวะหากันก่อนได้นะขอรับ”
“พ่อหนุ่ม!”
แต่ระหว่างที่มีคาเอลกำลังเดินอยู่นั่นก็ได้มีพ่อค้าเร่ร่างอวบอ้วนคนหนึ่งขยับเข้ามาเกาะแขนและเรียกเขาเสียงดังในระหว่างที่เขาเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวจนอดไม่ได้ที่จะร้องใและสะบัดมืออีกฝ่ายออกไปทันทีตามสัญชาตญาณการระวังตัว
“เฮือก!”
“ฮ่ะๆ ขอโทษที่ทำให้ใ” พ่อค้าเร่ร่างอวบอ้วนค้อมศีรษะพร้อมกับเอ่ยขอโทษต่อมีคาเอล และส่วนมีคาเอลมิได้เอ่ยตอบอันใดเพียงแต่ตัวเขานั้นจำได้ว่าไม่ได้รู้จักกับพ่อค้าเร่คนนี้และไม่ได้มีธุระอะไรกับอีกฝ่ายเพียงมองผ่านผ้าคลุมออกมาอย่างสำรวจๆ ฝ่ายตรงข้าม
“.....”
“เมื่อกี้ข้าเห็นเ้าไปที่ร้านค้าสมุนไพรน่ะท่าทางจะยังเป็มือใหม่ด้วยนี่คงจะเป็นักปรุงโอสถใช่ไหม” พ่อค้าเร่ที่ได้เห็นท่าทางของชายหนุ่มที่ดูลึกลับและมีทรัพย์มากที่ตนเรียกแล้วจึงได้รีบเอ่ยขึ้นทันทีอย่างพ่อค้าผู้เชี่ยวชาญและผู้มากมีประสบการณ์ ยิ่งเมื่อเห็นท่าทางของฝ่ายตรงข้ามแล้วยิ่งเข้าทางแน่ชัดว่าเป็มือใหม่แน่จึงได้ทีรีบเอ่ยแนะนำสินค้าของตน
“อืมมมม... อุปกรณ์น่ะเตาหลอมโอสถนั้นสำคัญนะแล้วเ้ามีเตาหลอมโอสถหรือยัง”
“คือว่า... คือนี่ ‘เตาหลอมโอสถ’ นี่มันของเหลือน่ะเ้าช่วยซื้อข้าหน่อยสิพ่อหนุ่ม ข้าขายให้ราคาถูกๆ เลย 1 เหรียญเงิน”
“ของเหลือ?” มีคาเอลเอ่ยทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่ได้สนใจพ่อค้าเร่ร่างอวบอ้วนหรือสินค้านั้นเลยสักนิดแม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดแนะนำอย่างรวดเร็วแต่ความมีไวพริบของมีคาเอลก็ยังคงชัดแจ้งแจ่มชัด เขาไม่เคยรู้สึกขุ่นมัวอะไรขนาดนี้เลยเพราะตัวเขานั้นเป็ถึงคุณชายทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มานั้นล้วนเป็ของดีเลิศหรือแม้แต่คำนั้นก็มิเคยได้ยินถึงเขาเลยสักครั้ง จึงเรียกได้ว่าคำว่า ‘ของเหลือ’ ที่ชายผู้นี้เอ่ยมานั้นมันช่าง...
‘ ‘ของเหลือ’ ของเหลืองั้นเหรอ... มันเป็พ่อค้าประเภทไหนกันฟร้ะ!’ (แอลฟ์) ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเองก็รู้สึกยั้วะขึ้นมาเช่นกันั้แ่ที่ร้านค้าซิลเวอร์แล้วความรู้สึกคุกกรุ่นที่ต่อพ่อค้าในเมืองนี้ก็ชักจะเพิ่มขึ้น
“ไม่ใช่ๆ นะไม่ใช่ เอ่อ ของดีราคางามเหมาะกับนักปรุงโอสถมือใหม่ที่ยังไม่คล่องมือนะถึงแม้ว่ามันจะดูเก่าไปบ้างแต่มันก็ใช้งานได้ดีเลยข้ารับรองไม่ผิดหวังแน่นอน” พ่อค้าเร่เมื่อคิดได้ว่าตนนั้นพูดผิดไปแล้วก็รีบลนลานเอ่ยขึ้นอย่างแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ไป
‘หน้าไม่อายที่สุด!’ (แอลฟ์) เมืองท่าเศรษฐกิจเป็เช่นนี้รึ... ทั้งมีคาเอลและัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเองก็คงจะได้เรียนรู้ประสบการณ์โลกภายนอกในครั้งนี้อยู่พอควรเลย
“.....”
‘เ้าคิดว่าไงรึแอลฟ์’ (มีคาเอล)
‘มันก็... ของเหลือจริงๆ นั่นแหละ’ (แอลฟ์) ใช่แล้วล่ะ... เตาหลอมโอสถตรงหน้าของเขาที่เหลืออยู่เพียงชิ้นเดียวในรถเข็นขายของนี้ยังไงมันก็เป็ของเหลือจริงๆ นั่นแหละดูทั้งเก่าทั้งโทรมดำครึไปหมดเลยคงผ่านการใช้งานมาอย่างหนักแน่ อีกอย่างดูแล้วมันไม่น่าจะใช้งานต่อไปได้เลยนะแม้กระทั่งกับมือใหม่ก็ตาม ของแบบนี้ไม่น่าจะเป็ของซื้อของขายได้ด้วยซ้ำ ยังไงก็ไม่น่ามองและไม่น่าใช้เลยไม่น่าอภิรมย์ต่อใจเลยสักนิด
“เอาน่านี่มันของดีนะอาจจะเก่าๆ ไปบ้างเล็กน้อยแต่ก็ใช้ได้นะพ่อหนุ่มก็ช่วยซื้อของข้าหน่อยเถอะนะแค่ 1 เหรียญเงินเอง” พ่อค้าเร่ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาแนะนำสินค้าของตนและยังอ้อนวอนให้มีคาเอลช่วยซื้อทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ราวกับว่าคำว่า ‘ของเหลือ’ ก่อนหน้านี้มันไม่ได้ออกมาจากปากของตน... ‘ดูแล้วช่างเป็พ่อค้าที่หน้าไม่อายอย่างที่แอลฟ์ว่าจริงๆ นั่นแหละ’ (มีคาเอล)
ตุบ
“ข้าจะรับของเหลือนี้ส่วนเ้าก็เอานี่ไป” มีคาเอลหยิบเอาเตาหลอมโอสถที่เหลือเพียงชิ้นเดียวนั้นมาและโยนห่อถุงสีเข้มไปที่มือของพ่อค้าเร่ร่างอวบอ้วนก่อนที่จะออกไปทันที
เหลือเพียงหนึ่งเดียวในรถเข็นเพราะขายไม่ได้... มันก็ของเหลือจริงๆ นั่นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมเขาต้องซื้อมันมาด้วยนะ
“ในที่สุดก็ขายได้สักที ขอบคุณนะพ่อหนุ่มขอบคุณๆ ... โอ๊ะ เฮ้ยๆ ๆ เดี๋ยวพ่อหนุ่มข้าไม่แลกเอาของนะข้าจะเอาเงิน ถ้าไม่ให้เงินก็เอาของข้ามาคืนนะ!” พ่อค้าเร่ร่างอวบอ้วนตอนแรกที่ดีใจกับการได้ขายของเก่ากึกสุดที่เป็ของเหลือที่ไม่ว่าจะขายยังไงก็ไม่ออกไปสักดีก็ร้องใโวยวายขึ้นเสียงดังเพราะว่าเมื่อจับห่อถุงสีเข้มนี้ไปแล้วปรากฏว่ามันไม่ใช่เงินแต่เป็สิ่งของแทน
“ช่วยด้วยๆ ๆ ช่วยข้าด้วยจับไอ้หนุ่มนั่นให้ข้าทีมันเอาของข้าไปๆ ๆ”
“ช่วยด้วยๆ ช่วยจับเ้าหนุ่มนั่นทีมันขโมยของข้าไปๆ” พ่อค้าเร่ร้องโวยวายอยู่นานพอสมควรแต่ก็ไร้แววพ่อหนุ่มลึกลับพลางอดก่นด่าตัวเองที่คิดผิดจริงๆ ที่ไปเรียกไอ้เ้าพ่อหนุ่มคนนั้นทั้งๆ ทีดูท่าว่าจะเงินมากแท้ๆ สำหรับเตาหลอมโอสถถือว่าเป็ของมีราคาอยู่ไม่น้อยถึงแม้ว่าจะเป็ของเก่าก็ตามเพราะงั้นเขาจึงไม่ยอมแน่
“บ๊ะ ข้าจะต้องไปแจ้งทางการเ้าจะเข้าเมืองนี้ไม่ได้อีกแน่” ส่วนตัวพ่อค้าเร่ไม่เห็นแววชายหนุ่มลึกลับนั้นอย่างแน่ชัดแล้วจึงเตรียมที่จะไปแจ้งกับทางการของเมืองแฟร์รี่เื่ความไม่ยินยอมในการแลกเปลี่ยนกับคู่กรณีซึ่งก็คืออีกฝ่ายไม่ต่างอะไรกับการขโมยของเขาไป แต่ก่อนที่จะได้ไปด้วยเืพ่อค้าในตัวก็อดสงสัยไม่ได้ว่าของในห่อผ้านี่มันคืออะไรและมันจะมีค่าแค่ไหนจึงได้เปิดถุงดู แต่เมื่อเห็นของในห่อถุงสีเข้มนี่แล้วเขาก็ถึงกับร้องใขึ้นเสียงดังยิ่งกว่ามือไม้ร่างกายสั่นระริกไปหมด
“ว่าแต่ของในหอผ้านี่มันอะไรกันล่ะ... โอ้ นี่มัน!!!”
--------------------------
แหม พ่อค้าแบบนี้เจอที่ไหน.... ตบที่นั่นจ้า!
เสน่ห์ของมิคาเอลไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นักอ่านมีเชียร์คนไหนเป็พิเศษไหมคะ แต่หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก โดยไรท์แล้วไม่อยากเชียร์ใครเลย555
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ :)