โฮก!
เย่เฉินเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าสู่ผืนป่าอสูรเขาก็ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรเสียแล้ว
เย่เฉินรวบรวมสมาธิเดินเข้าไปยังป่าลึกอย่างระมัดระวัง บัดนี้ไม่เหมือนในอดีตผืนป่าอสูรเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน อันตรายจนอาจสูญเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ ต่อให้เป็ตัวเขาในอดีตก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
ผ่านไปครึ่งชั่วยามเย่เฉินก็หยุดลงตรงก้อนหินก้อนหนึ่ง
เขายืนอยู่บนที่สูงกวาดตามองไปทั่วทุกสารทิศ ก่อนจะถูกสมุนไพริญญาที่เปล่งประกายขึ้นอยู่บนกำแพงหินซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไปดึงดูดสายตาเข้า
สมุนไพริญญาต้นนั้นมีประกายแสงสีม่วงระยิบระยับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังิญญา มันมีนามว่าโสมม่วง เย่เฉินคุ้นเคยกับสมุนไพรชนิดนี้ดีสรรพคุณของมันจะช่วยให้จิตใจสงบ มีฤทธิ์ช่วยขจัดสิ่งรบกวนได้ชะงัดถือว่าเป็สมุนไพริญญาที่ล้ำค่ายิ่งนัก
“โชคดีจริงๆ” เย่เฉินพึมพำ แต่กลับไม่ได้เคลื่อนไหวทันทีจากประสบการณ์ของเขานั้นเขารู้ดีว่าโดยปกติแล้วสถานที่ที่มีสมุนไพริญญาอยู่นั้นมักจะมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่
ขณะที่เย่เฉินกวาดตามองไปรอบๆด้าน ในป่าเขารกทึบนี้ก็มีเสียงกรอบแกรบดังออกมาตามด้วยกลิ่นคาวเืและกลิ่นอายเหี้ยมโหดลอยตามออกมากระทั่งผืนปฐีก็ยังสั่นะเืยกใหญ่
เย่เฉินหรี่ตาลง
ไม่นานนักป่าที่เขียวชะอุ่มก็ถูกแหวกออกเป็สองด้านสัตว์อสูรตัวใหญ่ปรากฏกายออกมา มันมีขนาดสูงกว่าหนึ่งจ้าง ทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยเปลวอัคคีสีม่วง ในดวงตากลมโตนั้นแดงฉานเต็มไปด้วยแววตาดุร้ายกระหายเื
“หมาป่าอัคคี” เมื่อเห็นสัตว์อสูรตัวใหญ่อยู่ตรงหน้ามุมปากของเย่เฉินก็ปรากฏรอยยิ้มอันแสนเยือกเย็น “บิดากำลังตามหาเ้าอยู่พอดี”
โฮก!
ทางด้านหมาป่าอัคคีก็ส่งเสียงคำรามดังลั่นปากกว้างของมันพ่นเปลวอัคคีสีม่วงออกมา
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินที่ยืนอยู่บนก้อนหินก็ทะยานร่างออกไปจากนั้นก็หมุนร่างกลับมาโดยอาศัยการดีดตัวจากก้อนหินพลังกระบี่สีทองพลันก่อตัวขึ้น พุ่งเป้าไปที่ดวงตาของหมาป่าอัคคี
เขาไม่ได้เคยสังหารหมาป่าอัคคีครั้งนี้เป็ครั้งแรกเย่เฉินรู้ดีว่าร่างกายของหมาป่าอัคคีนั้นแข็งแกร่งมากเปลวอัคคีของมันนั้นยิ่งแข็งแกร่งกว่า ทว่าจุดอ่อนของมันอยู่ที่ดวงตาหากจะจัดการเ้าสัตว์อสูรที่มีร่างกายแข็งแกร่งและเปลวอัคคีห่อหุ้มตัวนี้จำต้องโจมตีให้ตรงเป้าในกระบวนท่าเดียว
ตึง!
พลังกระบี่สีทองเปล่งเสียงดังลั่นพุ่งแหวกอากาศออกไป
ปั๊ก!
ตามมาด้วยเืคาวคละคลุ้งสาดกระเซ็นหมาป่าอัคคีแผดเสียงร้องดังลั่น บัดนี้ดวงตากลมโตของมันเต็มไปด้วยเื
หวืด!
เสียงลมดังขึ้นเย่เฉินใช้สองมือกุมกระบี่เทียนเชวียฟาดไปทางศีรษะของหมาป่าอัคคีจากการโจมตีครั้งแรกนั้นทำให้กระดูกของหมาป่าอัคคีแตกจนเือาบแต่เย่เฉินเองก็ถูกพลังสะท้อนกลับจนเจ็บมือ กระทั่งกระบี่เทียนเชวียหลุดลอยกระเด็นออกไป
ทว่าเป็เพราะการโจมตีที่รุนแรงในกระบวนท่านี้จึงทำให้หมาป่าอัคคีถูกฟาดจนมึนงง แม้แต่จะทรงตัวก็ยังยืนไม่มั่นคง
ถือโอกาสเอาชีวิตยามเจ็บ!
เย่เฉินเข้าใจหลักการข้อนี้ดีเขาย่างสามขุมเข้าไปตรงหน้า รวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือระหว่างนิ้วมีแสงเปล่งประกายของสายฟ้า
“ฝ่ามืออสุนีบาต!”
เย่เฉินคำรามลั่นฟาดฝ่ามือไปยังศีรษะของหมาป่าอัคคี
พลั่ก!
ศีรษะของหมาป่าอัคคีะเิมันสมองแตกออกกระจาย เืคาวคละคลุ้งโชยกลิ่น ร่างใหญ่ล้มลงกับพื้นบางทีจนตายแล้วมันก็อาจจะยังสงสัยอยู่ว่าตนถูกผู้ฝึกตนขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่งคว่ำลงกระนั้นหรือ
ฟู่!
เย่เฉินพ่นลมหายใจออกมาทว่าร่างเกร็งเครียดกลับไม่ได้ผ่อนคลายลง นี่ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนจริงๆเขาอยู่แค่ขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่ง พลังมีจำกัด แม้จะสู้กับหมาป่าอัคคีไม่นานแต่ก็อันตรายยิ่งนัก หากประมาทเพียงนิดเขาอาจจะกลายเป็อาหารให้หมาป่าอัคคีก็เป็ได้
แต่เขาก็ไม่ได้หยุดพักเย่เฉินเปิดศีรษะของหมาป่าอัคคีออกมา แล้วหยิบหินก้อนเล็กๆที่เปล่งแสงสีแดงออกมาจากด้านใน
หินก้อนนั้นไม่ใคร่จะปกตินักภายนอกขรุขระ ซ้ำ้ายังมีเืคาวคละคลุ้งหยดลงไม่ขาดสาย
นี่ก็คือปราณอสูรของหมาป่าอัคคี
ปราณอสูรคือแก่นแท้ของสัตว์อสูรและเป็สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของสัตว์อสูรผู้ฝึกตนส่วนมากสังหารสัตว์อสูรก็เพื่อปราณอสูร ปราณอสูรเปี่ยมไปด้วยพลังมากมายและเหล่าผู้ฝึกตนมักจะใช้มันเพื่อประโยชน์ต่อการฝึกฝนพลัง
“ภารกิจสำเร็จแล้ว” เย่เฉินเช็ดรอยเืบนปราณอสูร แล้วยัดเก็บไว้ในอกเสื้อคิดไม่ถึงว่าภารกิจจะสำเร็จเร็วขนาดนี้
หือ?
เย่เฉินเลิกคิ้วขึ้นแผ่นหลังรู้สึกเย็นวาบ
ในใจพลันตื่นตระหนกรีบถอยกลับโดยพลัน
ทว่าความเร็วยังคงช้าเกินไปเข็มเงินสามเล่มพุ่งแหวกอากาศเข้ามาแล้ว แม้เขาจะทุ่มกำลังหลบสุดตัวแต่ก็ยังถูกโจมตีเข้า เข็มเงินสามเล่มปักลงบนแขนของเขา เข็มนั้นแฝงไปด้วยพิษร้ายไม่นานพิษก็แพร่กระจายออกมา ไม่ถึงสามอึดใจตลอดทั้งแขนของเขาก็กลายเป็สีดำ
“เป็คนมีศักดิ์ศรี แต่กลับลอบทำร้ายผู้อื่น” เย่เฉินกระอักเืออกมาหนึ่งคำกุมแขนพร้อมก้าวถอยหลัง จ้องมองไปยังป่าหนาทึบด้วยสายตาเ็า
“เ้าหนุ่ม สายตาของเ้าดีจริงๆ!” เสียงหัวเราะร้ายกาจดังออกมาจากป่าทึบ
ก่อนชายชราหลังค่อมในชุดเทาจะเดินถือไม้เท้าออกมาใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยแผล ิัเหี่ยวย่น เบ้าดวงตาลึกั์ตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเืยิ่งดูราวกับอสรพิษชวนให้ผู้คนขนลุกขนชันเมื่อพบเห็น ทั้งยังเปี่ยมด้วยกลิ่นอายที่ไม่เป็มิตรมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็คนชั่วที่เชี่ยวชาญในการลอบฆ่าคน
“สิ่งที่ควรมอบออกมาก็จงมอบมาซะ! แล้วข้าจะให้เ้าตายครบสามสิบสองไม่งั้นข้าจะทำให้เ้าอยู่ไม่สู้ตาย” ชายชราแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันเหลือง
“ข้าอยู่แค่ขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่ง จะมีของล้ำค่าอันใดเล่า”เย่เฉินกล่าวเสียงเ็า สายตาเริ่มพร่ามัว
พิษที่ซ่อนอยู่ในเข็มพิษทั้งสามบนแขนเย่เฉินนั้นถูกกลั่นขึ้นมาเป็พิเศษมันแพร่กระจายรวดเร็วยิ่งนัก เพียงไม่นานแขนกับกระดูกของเขาก็ถูกพิษกัดกร่อนไปแล้วพลังปราณก็ไม่อาจทำอะไรมันได้
“ดูท่าทางแล้วเ้าคงดื้อไม่เบาเลย!” ชายชราผู้นั้นยิ้มเหี้ยม ก่อนจะค่อยๆก้าวเข้ามา ในมือมีไอดำไหลเวียนอยู่
แย่แล้ว
เย่เฉินกัดฟันด้วยความชิงชังมองปราดเดียวก็รู้ว่าชายชราหลังค่อมตรงหน้านี้เป็ยอดฝีมือในการใช้พิษ ทั้งยังอยู่ในระดับขั้นพลังธาตุชั้นที่หนึ่งนับว่าห่างกันกว่าหนึ่งขั้นเย่เฉินรู้ดีว่าต่อให้เขาไม่ถูกพิษก็ไม่อาจจะคว่ำชายชราผู้นี้ลงได้
เวลานี้อัคคีเที่ยงแท้สีทองจากทะเลลมปราณก็พลันสั่นไหวเบาๆก่อนที่มันจะแบ่งตัวออกเป็หลายสิบสายไหลเข้าสู่เส้นชีพจรและกระดูกของเย่เฉินพิษเ่าั้ก็พลันถูกมันหลอมละลาย
“มันหลอมได้ด้วยหรือ?” เย่เฉินตกตะลึงรีบมองไปที่ร่างของตน
ทว่าแม้พิษร้ายจะถูกหลอมละลายไปหมดแล้วแต่เขากลับยังไม่ได้ขยับกายแต่อย่างใด
เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมเพื่อเตรียมตัวโจมตีชายชราโดยอาศัยจังหวะที่การป้องกันตัวของอีกฝ่ายนั้นหละหลวมหากเป็ขั้นพลังสู้กันคงไม่ไหว แต่ว่าหากเป็การเผชิญกันแบบซึ่งๆ หน้าเขาไม่มีทางแพ้แน่
หากเขาชิงลงมือโจมตีหนักๆแบบไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว นั่นก็ไม่แน่
“เด็กน้อย อย่าโทษปู่แล้วกัน” ชายชราเดินเข้ามาในดวงตาเต็มไปด้วยแววเหี้ยมโหด เห็นเด่นชัดว่าเป็คนที่ชั่วร้ายยิ่งนักแต่เขากลับมีท่าทางเวทนาสงสารเย่เฉินขึ้นมา
“ข้าไม่โทษท่านหรอก” ประกายเยือกเย็นวาบผ่านมุมปากของเย่เฉินปรากฏรอยยิ้มเ็า
เห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้วชายชราหลังค่อมก็พลันขมวดคิ้ว
ฝ่ามืออสุนีบาต!
เสียงตวาดกร้าวดังขึ้นเย่เฉินที่แน่นิ่งมาตลอดพลันลงมือทันที
“นี่เ้า...” ชายชราตกตะลึง คิดจะหลบหลีกแต่เย่เฉินลงมือรวดเร็วปานนี้ทำให้เขาไม่อาจตอบโต้หรือหลบหนีได้ทัน จึงถูกฝ่ามือของเย่เฉินซัดลงตรงอกเต็มๆ
ชายชราหลังค่อมร่างถอยร่นในดวงตาเต็มไปด้วยแววใ
อย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าเย่เฉินจะขจัดพิษได้ในระยะเวลาอันสั้นซ้ำยังโจมตีโต้ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามืออสุนีบาต!
เย่เฉินคำรามขึ้นอีกครั้งก่อนจะออกฝ่ามืออีกกระบวนท่า
ชายชราหลังค่อมที่ยังทรงตัวไม่มั่นไม่ทันได้เตรียมการป้องกันจึงถูกเย่เฉินซัดจนกระอักเืร่างถอยร่น
เย่เฉินโคจรพลังปราณไหลทะลักไม่ให้โอกาสชายชราได้พักหายใจแม้แต่น้อยเขาตอนนี้นั้นมีท่าทางราวกับสัตว์ร้ายตะครุบเหยื่อ ฟาดฝ่ามืออสุนีบาตไปยังชายชราอีกครั้ง
ชายชราหลังค่อมคิดจะลงมืออยู่หลายครั้งแต่เย่เฉินไม่ปล่อยให้เขาได้มีโอกาสตอบโต้เลยสักนิด
อั่ก!
มีดสั้นเย็นเยียบปักลงบนอกของชายชราหลังค่อมเขาแหงนหน้าทรุดลงกับพื้น อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เพิ่งจะอ้าปาก เืสดๆก็พุ่งทะลักออกมา ในดวงตาเขายังมีแววประหลาดใจอยู่จนตายก็ยังคาดไม่ถึงว่าตนจะถูกเด็กหนุ่มขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่งสังหาร
ทางด้านเย่เฉินก็ร่างสั่นเทาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น
จากการที่เขาใช้ฝ่ามืออสุนีบาตอย่างต่อเนื่องนั้นทำให้พลังปราณของเขาถูกใช้ไปเป็จำนวนมากแต่ในเมื่อสามารถสังหารชายชราขั้นพลังธาตุผู้นี้ลงได้ ก็นับว่าคุ้มค่าแล้วเกรงว่าต่อให้เป็แต่ก่อน เขาเองก็ไม่เคยมีผลการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้
แม้เย่เฉินจะอาศัยจังหวะการลอบโจมตีแต่เขาก็ภูมิใจยิ่งนัก
เย่เฉินไม่ได้หยุดนิ่งเขาหยัดกายลุกขึ้น ไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย เขาหยิบถุงเก็บของของชายชราขึ้นมา แบกกระบี่เทียนเชวียขึ้นบ่าแล้วรีบเร้นกายเข้าป่า โดยที่ไม่ลืมเด็ดสมุนไพริญญาต้นโสมม่วงติดมือไปด้วย