ภาพแผ่นหลังที่ลู่ตกลงของอัครินยังคงติดตาใบพลูจนถึงเช้าวันร่วงขึ้น
เมื่อคืนเธอแทบนอนไม่หลับในหัวมีแต่เสียงตวาดของโค้ชและแววตาเ็ปของเขาที่ฉายชัดอยู่กลางโรงยิมใบพลูรู้ดีว่าคำพูดปลอบใจกี่ร้อยคำก็คงไม่สามารถลบเลือนความกดดันที่เขาแบกรับไว้ได้แต่การจะให้เธอนิ่งเฉยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น... เธอก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ในเมื่อไม่กล้าเดินเข้าไปพูดต่อหน้า...เธอก็จะใช้วิธีในแบบของเธอ
06:30น. ณ หอพักนักศึกษา
กลิ่นหอมของข้าวสวยหุงสุกใหม่ๆ และไข่ม้วนสไตล์ญี่ปุ่นลอยอบอวลอยู่ในครัวขนาดเล็กใบพลูตื่นั้แ่เช้ามืดเพื่อมาเตรียมข้าวกล่อง เธอเลือกทำเมนูที่เน้นโปรตีนและย่อยง่ายเหมาะสำหรับนักกีฬาที่ต้องใช้พลังงานเยอะ
เมื่อจัดเรียงอาหารลงในกล่องพลาสติกใสอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยมือเล็กก็หยิบกระดาษโพสต์อิตสีเหลืองที่คุ้นเคยขึ้นมาจรดปลายปากกาเขียนข้อความลงไปด้วยความตั้งใจ
‘ในหนังสือบอกไว้ว่าวันที่มืดมิดที่สุด คือวันที่จะได้เห็นดวงดาวชัดเจนที่สุด...กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะคะ สู้ ๆ ค่ะ - พลู’
เธอแปะมันลงบนฝากล่องอย่างระมัดระวังสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความกล้า แล้วหยิบกล่องข้าวยัดใส่กระเป๋าผ้าใบเก่งมุ่งหน้าสู่โรงยิมของมหาวิทยาลัยก่อนที่ใครจะมาถึง
07:15น. บริเวณหน้าล็อกเกอร์นักกีฬา
บรรยากาศยามเช้าตรู่ในโซนล็อกเกอร์ยังคงเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องปรับ อากาศที่ทำงานเบา ๆ ใบพลูเดินย่องด้วยปลายเท้าสายตากวาดมองหาตู้ล็อกเกอร์หมายเลข ‘11’ ซึ่งเป็เบอร์เสื้อประจำตัวของอัคริน
เมื่อพบเป้าหมายเธอรีบวางกล่องข้าวพร้อมน้ำผลไม้ไว้บนชั้นวางหน้าตู้ล็อกเกอร์ของเขาก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งกลับออกมาด้วยความเร็วแสงหัวใจดวงน้อยเต้นรัวระทึกราวกับเพิ่งทำภารกิจลับระดับชาติสำเร็จ
และเมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงชั่วโมง...
แกร๊ก...
อัครินที่เพิ่งวิ่งวอร์มอัปเสร็จเดินลากขาเข้ามาในโซนล็อกเกอร์ด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัวใบหน้าคมคายยังคงเรียบตึง เค้าความเครียดจากเมื่อวานยังไม่จางหายไป
แต่ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับกล่องข้าวเล็กๆ และกระดาษสีเหลืองสะดุดตาบนตู้ล็อกเกอร์ของตัวเอง ฝีเท้าของเขาก็หยุดชะงัก
มือหนาเอื้อมไปหยิบโพสต์อิตแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน...ลายมือตวัด ๆ ที่เขาจำได้ขึ้นใจแววตาของหญิงสาวที่วิ่งหนีไปเมื่อเย็นวานแวบเข้ามาในหัว
อัครินก้มมองกล่องข้าวไข่ม้วนที่จัดเรียงอย่างน่ารักริมฝีปากหยักที่ปิดสนิทมาตลอดทั้งเช้า ค่อย ๆ คลี่ออกเป็รอยยิ้มกว้าง...เป็รอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดในรอบสัปดาห์ความเหนื่อยล้าและความกดดันที่เกาะกินหัวใจราวกับถูกปัดเป่าทิ้งไปจนหมดสิ้น
"ขอบคุณนะ... เด็กเนิร์ด" เขากระซิบกับตัวเองเบา ๆ
สามวันต่อมา...
ปฏิบัติการส่งเสบียงลับของใบพลูดำเนินมาถึงวันที่สามทุกอย่างราบรื่นดี เธอเริ่มสนุกกับการคิดเมนูใหม่ ๆและหาโควตคำคมจากหนังสือเล่มต่าง ๆ มาเขียนให้กำลังใจเขาในทุก ๆ เช้าโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า... 'เป้าหมาย' ของเธอนั้นรู้ทันแผนการนี้มาั้แ่ต้นแล้ว
เช้าวันนี้ใบพลูมาถึงหน้าตู้ล็อกเกอร์เบอร์ 11 ในเวลาเดิมเธอวางกล่องแซนด์วิชไส้ทูน่าคอร์นสลัดลงบนชั้น พร้อมกับแปะโพสต์อิตสีฟ้าลงไป
‘ความพยายามไม่เคยทรยศใคร ขอให้วันนี้เป็วันที่ดีนะคะ - พลู’
ใบพลูยืนมองผลงานตัวเองอย่างพอใจเธอยิ้มบาง ๆ ภายใต้กรอบแว่น ก่อนจะหมุนตัวเตรียมวิ่งกลับไปเหมือนทุกที...
"ทำแบบนี้ทุกวัน... ไม่เหนื่อยแย่เหรอ?"
เฮือก!
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาใบพลูสะดุ้งสุดตัวจนแทบจะหยุดหายใจ ขาของเธอแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ค่อย ๆหันขวับกลับไปมองช้า ๆ
อัครินยืนพิงตู้ล็อกเกอร์ฝั่งตรงข้ามั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เขาสวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงวอร์ม สองมือล้วงกระเป๋าและกำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและขบขัน
"พะ... พี่คิน..." เสียงของใบพลูสั่นเครือ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
"พี่มาั้แ่เมื่อไหร่คะ"
"ก็มาทันเห็นลูกแมวแถวนี้กำลังด้อม ๆ มอง ๆ เอาของมาวางนั่นแหละ"เขาดันตัวออกจากตู้ล็อกเกอร์ แล้วก้าวช้า ๆ เข้ามาหาเธอ
ใบพลูพยายามจะก้าวถอยหลังแต่แผ่นหลังของเธอก็ชนเข้ากับตู้ล็อกเกอร์เสียแล้ว หมดทางหนีโดยสิ้นเชิง
อัครินเดินเข้ามาใกล้จนหยุดอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่คืบเขาก้มลงหยิบกล่องแซนด์วิชขึ้นมาถือไว้ในมือ นิ้วโป้งเกลี่ยเบา ๆบนกระดาษโพสต์อิตแผ่นนั้น
"รู้อะไรไหม..." อัครินช้อนสายตาขึ้นสบตากับเธอแววตาของเขาจริงจังและลึกซึ้งจนคนมองแทบละลาย
"พี่กำลังคิดอยู่เลยว่า...ถ้าวันนี้แอบดักรอแล้วยังไม่เจอตัวคนทำ พี่คงต้องประกาศออกไมค์มหา'ลัยเพื่อตามหาตัวซะแล้ว"
"หนู... หนูแค่..." ใบพลูลนลาน พยายามหาข้ออ้าง "หนูทำมาเผื่อเฉยๆ ค่ะ เห็นว่า่นี้พี่ซ้อมหนัก..."
คำแก้ตัวของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อจู่ ๆ ร่างสูงตรงหน้าก็ขยับเข้ามาประชิด...
พรึ่บ!
อัครินรวบตัวเด็กสาวตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ววงแขนแกร่งตวัดกอดรัดรอบเอวบางแน่นจนแผ่นอกกว้างของเขาแนบสนิทกับแก้มของเธอ
ใบพลูเบิกตากว้างร่างกายแข็งทื่อ สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปในอากาศ กลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆผสมกับกลิ่นอายความอบอุ่นจากตัวเขาโอบล้อมเธอไว้จนมิดเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็จังหวะหนักแน่นดังก้องอยู่ข้างหูของเธอ
"ขอบคุณนะ..."
อัครินกระซิบชิดริมขมับของเธอเสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย บ่งบอกถึงความรู้สึกตื้นตันที่อัดแน่นอยู่ข้างใน
"ขอบคุณที่ตามหาพี่จนเจอ...ขอบคุณที่ไม่ทิ้งพี่ให้อยู่คนเดียว"
ในวินาทีนั้น...โลกทั้งใบของเด็กเนิร์ดขี้อายได้หยุดหมุนลง มีเพียงอ้อมกอดของกัปตันทีมบาสเกตบอลที่รัดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปราวกับความฝัน