เช้าอันแจ่มใสวันหนึ่ง ลมหนาวอ่อนๆ พัดผ่านสวนสมุนไพรของคฤหาสน์ตระกูลเว่ย ลู่เฟิงในคราบตาเฒ่าหลี่กำลังนั่งจิบชาอยู่หน้าเรือนพักของตนเอง ท่าทางผ่อนคลายดุจชายชราผู้พึงพอใจในชีวิตเรียบง่าย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่ได้เห็นผลงานของตนเองเริ่มออกดอกออกผล
เขาจิบชาอย่างช้าๆ ขณะที่ใจคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา การที่เขาได้ "สอน" ทั้งอาซานและหลิงเอ๋อร์ในแบบฉบับของตนเอง ทำให้เขารู้สึกเหมือนนักเล่นหมากที่กำลังเคลื่อนหมากไปตามแผนที่วางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ท่านตาหลี่! ท่านตาหลี่!"
เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นจากทางเดินหิน ลู่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าที่แสดงความประหลาดใจอย่างเหมาะสม เขาเห็นอาซานและหลิงเอ๋อร์เดินมาด้วยกัน มือจูงมืออย่างเปิดเผย ใบหน้าทั้งสองเปล่งประกายด้วยความสุขที่แสดงออกมาอย่างเต็มที่
อาซานดูเปล่งปลั่งและมีชีวิตชีวามากกว่าที่เคย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความมั่นใจที่เพิ่งค้นพบ ส่วนหลิงเอ๋อร์นั้น แม้จะดูมีความสุข แต่ในดวงตาของนางกลับมีแววลึกลับที่เฉพาะลู่เฟิงเท่านั้นที่จะเข้าใจ
ลู่เฟิงวางถ้วยชาลงช้าๆ ยกมือโบกไม้โบกมือตอบรับด้วยรอยยิ้มอันใจดี "โอ้ เ้าหนุ่ม แม่หนู มีอันใดรึ ถึงได้รีบร้อนมาหาข้าเช่นนี้" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่แฝงไปด้วยความเมตตา
อาซานรีบเข้ามากราบคำนับอย่างเคารพ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกตัญญูกตเวทิตา หลิงเอ๋อร์เองก็โค้งคำนับตาม แต่สายตาของนางแอบเหลือบไปมองลู่เฟิงด้วยแววตาที่มีความหมายลึกซึ้ง ทั้งสองลุกขึ้นมาพร้อมกัน แล้วอาซานก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความซาบซึ้ง
"ท่านตา ข้า... ข้ากับหลิงเอ๋อร์มาขอบคุณท่านขอรับ" เขาหันไปมองหญิงสาวข้างกายด้วยสายตาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก "หลังจากที่ข้าทำตามคำแนะนำของท่าน ความสัมพันธ์ของข้ากับหลิงเอ๋อร์ก็ก้าวหน้าไปอย่างมาก นาง... นางยอมรับรักข้าแล้วขอรับ!"
ลู่เฟิงแสดงสีหน้าประหลาดใจและดีใจอย่างจริงใจ "โอ้! นั่นเป็ข่าวดีมากเลยเ้าหนุ่ม ข้าดีใจกับเ้าทั้งสองจริงๆ" เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทางของผู้ใหญ่ที่เห็นลูกหลานมีความสุข "มาเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง"
อาซานยิ้มกว้างจนแก้มแทบแตก "ขอรับท่านตา! หลังจากที่ข้าทำตามคำสอนของท่าน ใช้วิธี 'ผลักไสเพื่อดึงดูด' นั้น หลิงเอ๋อร์ก็เริ่มกระวนกระวายใจ แล้วเมื่อข้าไปหานางในคืนนั้น..." เขาหยุดพูดชั่วครู่ หน้าแดงเล็กน้อย "นางก็... นางก็ตอบรับความรักของข้าอย่างเต็มใจ"
หลิงเอ๋อร์หน้าแดงระเรื่อ นางก้มหน้านิดหน่อย แต่เมื่อเงยขึ้นมองลู่เฟิง ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนเร้นอยู่ สายตาที่เฉพาะเขาเท่านั้นที่จะเข้าใจ
"ข้าต้องขอบคุณท่านตามากเ้าค่ะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา แต่แฝงไปด้วยนัยยะบางอย่าง "หากไม่มีบทเรียนที่ท่านสอน ข้าคงไม่มีวันรู้ว่าความเป็สตรีนั้น... มีพลังมากเพียงใด"
สายตาของนางจับจ้องลู่เฟิงอยู่ชั่วขณะ มีประกายวูบวาบที่บ่งบอกถึงความลับที่บอกใครไม่ได้ ความทรงจำจากค่ำคืนนั้นยังคงสดชื่นในใจของนาง—ความดิบเถื่อน ความรุนแรง และความสุขสมที่ลู่เฟิงมอบให้ มันเป็สิ่งที่อาซานผู้บริสุทธิ์ไม่มีวันเข้าใจได้
ลู่เฟิงรับรู้ถึงสายตานั้นได้ดี เขายิ้มอย่างใจดี แต่ในดวงตาลึกๆ กลับมีแววเ้าเล่ห์แวบผ่าน "อ้อ... นั่นเป็เื่ธรรมดาของสตรี หลิงเอ๋อร์" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเรียบๆ แต่มีนัยยะ "เมื่อสตรีได้เรียนรู้ถึงพลังที่แท้จริงของตนแล้ว นางก็จะสามารถ... ใช้มันได้อย่างเต็มที่"
คำพูดนี้ทำให้หลิงเอ๋อร์รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง นางเข้าใจดีว่าลู่เฟิงหมายถึงอะไร แต่อาซานกลับคิดว่าเป็คำแนะนำทั่วไปเื่การเป็สตรีที่ดี
ลู่เฟิงลุกขึ้นมาตบบ่าอาซานเบาๆ ด้วยท่าทางของผู้ใหญ่ที่ภาคภูมิใจในลูกศิษย์ "ดีแล้วๆ ข้าดีใจกับเ้าทั้งสองจริงๆ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นและจริงใจ "ความรักนั้นต้องอาศัยทั้งความจริงใจและ... เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ดูเหมือนว่าเ้าทั้งสองจะเข้าใจมันแล้ว"
เขาหยุดพักชั่วครู่ แล้วมองไปที่หลิงเอ๋อร์ด้วยสายตาที่มีความหมาย "และที่สำคัญ... ต้องรู้จักใช้ความสามารถที่ตนมีอย่างเหมาะสม ใช่ไหมหลิงเอ๋อร์"
หลิงเอ๋อร์รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้น นางเข้าใจดีว่าลู่เฟิงกำลังพูดถึงความชำนาญที่นางได้เรียนรู้จากเขา และวิธีที่นางนำไปใช้กับอาซาน "ใช่ค่ะท่านตา... ข้าได้เรียนรู้มากมายจากท่าน" นางตอบด้วยเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความหมาย
"ใช่แล้วขอรับท่านตา!" อาซานพยักหน้ารัวๆ ด้วยความตื่นเต้น "หลิงเอ๋อร์ของข้านี่ช่าง... ช่างเก่งเหลือเกิน ข้าไม่เคยคิดว่าการร่วมรักจะสมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้มาก่อน มันเหมือนกับ..." เขาหยุดพูด หน้าแดงก่ำ "มันเหมือนกับว่านางรู้ใจข้าทุกอย่าง รู้ว่าข้า้าอะไร และรู้วิธีที่จะทำให้ข้าสุขสมที่สุด"
ลู่เฟิงแอบยิ้มในใจ เขารู้ดีว่าความ "เก่ง" ของหลิงเอ๋อร์นั้นมาจากไหน "นั่นเป็เพราะนางรักเ้าจริงๆ อาซาน" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงใจ "เมื่อสตรีรักชายคนหนึ่งอย่างแท้จริง นางก็จะพยายามเรียนรู้ทุกวิธีที่จะทำให้เขามีความสุข"
"พี่อาซาน!" หลิงเอ๋อร์รีบห้ามด้วยหน้าแดงก่ำ แต่ในใจนางกลับหัวเราะเบาๆ
'ใช่แล้ว มันสมบูรณ์แบบจริงๆ' นางคิดในใจ 'แต่ไม่ใช่เพราะเ้า... เป็เพราะข้าได้เรียนรู้จากอาจารย์ที่แท้จริง'
ลู่เฟิงเดินไปยังไปหาหม้อน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่า "มาเถิด นั่งกันก่อน ข้าจะชงชาให้เ้าทั้งสองดื่ม" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "วันนี้เป็วันดี ควรฉลองกันสักหน่อย"
อาซานและหลิงเอ๋อร์นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่ลู่เฟิงจัดเตรียมไว้ ทั้งสองยังคงจับมือกันไว้อย่างแ่า อาซานมองหลิงเอ๋อร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ ในขณะที่หลิงเอ๋อร์พยายามรักษาสีหน้าให้ดูเรียบร้อย แต่ใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่สายตาของนางไปพบกับลู่เฟิง
ลู่เฟิงชงชาด้วยความช้าๆ และระมัดระวัง ทุกท่าทางของเขาแสดงถึงความเป็ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ชีวิต กลิ่นหอมของชาสมุนไพรลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย
"ท่านตา" อาซานเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกตัญญู "ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไรดี หากไม่มีคำแนะนำของท่าน ข้าคงไม่มีวันได้หลิงเอ๋อร์มาเป็ของข้า"
"เป็ของข้า" คำนี้ทำให้หลิงเอ๋อร์รู้สึกแปลกๆ ในใจ นางรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เป็ "ของ" ใครเลย นางเป็เพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกเคลื่อนไหวโดยมือที่ชำนาญ และมือนั้นไม่ใช่ของอาซาน
ลู่เฟิงยิ้มอย่างอ่อนโยน "เ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก อาซาน ความรักที่แท้จริงนั้นไม่สามารถบังคับได้ ข้าเพียงแต่... ชี้ทางให้เ้าเท่านั้น" เขาหยุดชั่วครู่ แล้วมองไปที่หลิงเอ๋อร์ "ส่วนที่เหลือ... ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเ้าทั้งสองเอง"
เขาเดินมาส่งชาให้ทั้งสองคน เมื่อส่งให้หลิงเอ๋อร์ นิ้วของเขาแตะนิ้วของนางเบาๆ ชั่วขณะหนึ่ง การััเล็กๆ นั้นทำให้หลิงเอ๋อร์รู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่าง นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของทั้งคู่สบกันเพียงวินาทีเดียว แต่ก็เพียงพอที่จะส่งสารลับที่เฉพาะพวกเขาเข้าใจ
"ขอบคุณค่ะท่านตา" หลิงเอ๋อร์กล่าวด้วยเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความหมาย
ลู่เฟิงกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตนเอง จิบชาอย่างช้าๆ "เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ อาซาน ว่าเ้าใช้วิธีการของข้าอย่างไร"
อาซานตื่นเต้นมาก เขาเริ่มเล่าเื่ราวั้แ่ต้น "ขอรับท่านตา! ตอนแรกข้าก็ทำตามที่ท่านสอน คือ 'ผลักไสเพื่อดึงดูด' ข้าแสร้งทำเป็ไม่สนใจหลิงเอ๋อร์ ไม่ไปหานาง ไม่พูดคุยกับนาง แม้จะเจ็บใจมาก แต่ข้าก็อดทน"
ลู่เฟิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ "แล้วหลิงเอ๋อร์มีปฏิกิริยาอย่างไร"
"นางเริ่มกระวนกระวายใจมาก!" อาซานตอบด้วยความตื่นเต้น "ข้าเห็นนางมองข้าด้วยสายตาเศร้าโศก บางครั้งก็เห็นนางแอบร้องไห้ ข้าเห็นแล้วก็อยากจะวิ่งไปปลอบใจ แต่ก็ต้องอดทนตามคำสอนของท่าน"
หลิงเอ๋อร์ฟังแล้วก็รู้สึกผิดเล็กน้อย เพราะความจริงแล้ว ใน่นั้นนางไม่ได้เศร้าเพราะอาซานเท่าไหร่ นางเศร้าเพราะคิดถึงััของลู่เฟิงมากกว่า แต่นางก็ไม่สามารถบอกความจริงได้
"แล้วเมื่อไหร่ที่เ้าตัดสินใจไปหานาง" ลู่เฟิงถาม
"เมื่อท่านบอกว่าถึงเวลาแล้ว!" อาซานตอบ "ท่านบอกว่าเมื่อดอกไม้เกือบเฉาแล้ว ถ้าให้น้ำ มันจะเบ่งบานอย่างงดงาม ข้าจึงไปหานางในคืนนั้น"
เขาหยุดพูกชั่วครู่ หน้าแดงเล็กน้อย "และ... และมันก็เป็ไปตามที่ท่านพูด หลิงเอ๋อร์ต้อนรับข้าด้วยความดีใจมาก นาง... นางยอมให้ข้า..." เขาไม่กล้าพูดต่อ
ลู่เฟิงหัวเราะเบาๆ "ข้าเข้าใจแล้ว ไม่ต้องเล่าให้ละเอียดหรอก นั่นเป็เื่ส่วนตัวของเ้าทั้งสอง"
แต่ในใจ เขากลับคิดว่า 'หึหึ... เ้าหนุ่มโง่เขลา เ้าคิดว่าหลิงเอ๋อร์ "เก่ง" เพราะความรักที่มีต่อเ้ารึ? ความจริงแล้ว นางเก่งเพราะข้าเป็คนสอน ทุกท่าทาง ทุกเทคนิค ทุกวิธีการที่นางใช้กับเ้า ล้วนมาจากบทเรียนที่ข้าให้'
"แต่ข้าอยากรู้ว่า" ลู่เฟิงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ดูสนใจ "หลิงเอ๋อร์มีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหม หลังจากที่เ้าทั้งสองมาอยู่ด้วยกัน"
คำถามนี้ทำให้หลิงเอ๋อร์ใเล็กน้อย นางไม่แน่ใจว่าลู่เฟิง้าให้นางตอบอย่างไร
อาซานตอบแทน "ขอรับท่านตา! หลิงเอ๋อร์เปลี่ยนไปมาก นางดู... ดูเป็ผู้หญิงมากขึ้น มีเสน่ห์มากขึ้น และที่สำคัญ..." เขาลดเสียงลง "นางรู้วิธีที่จะทำให้ข้าสุขสมมาก ราวกับว่านางเป็ผู้เชี่ยวชาญมาั้แ่กำเนิด"
ลู่เฟิงมองหลิงเอ๋อร์ด้วยสายตาที่มีความหมาย "อ้อ... นั่นเป็เพราะสตรีที่รักจริงจะพยายามเรียนรู้ทุกวิธีที่จะทำให้คนรักมีความสุข" เขาหยุดชั่วครู่ "และบางครั้ง... ธรรมชาติของสตรีก็จะปรากฏออกมาเองเมื่อได้รับการ... ปลุกเร้าที่ถูกต้อง"
คำพูดนี้ทำให้หลิงเอ๋อร์รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง นางเข้าใจดีว่าลู่เฟิงหมายถึงอะไร เขากำลังพูดถึงการที่เขา "ปลุกเร้า" นางในคืนนั้น และสอนให้นางรู้จักตัวตนที่แท้จริงของสตรี
"ท่านตาพูดถูกมากเ้าค่ะ" หลิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยเสียงเบา "ข้า... ข้าได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับความเป็สตรี และเกี่ยวกับ... พลังที่ซ่อนอยู่ภายใน"
อาซานฟังแล้วก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่เขาไม่รู้เลยว่าคำพูดของหลิงเอ๋อร์นั้นมีความหมายลึกซึ้งกว่าที่เขาคิด
ลู่เฟิงยิ้มอย่างพึงพอใจ "นั่นแหละ หลิงเอ๋อร์ สตรีที่รู้จักใช้พลังของตนเองอย่างเหมาะสม จะสามารถ... ควบคุมสถานการณ์ได้ดี" เขาจิบชาอีกอึก "และจะทำให้ชายที่นางรักรู้สึกเหมือนอยู่ใน์"
"ใช่แล้วขอรับท่านตา!" อาซานพยักหน้ารัวๆ "ข้ารู้สึกเหมือนอยู่ใน์จริงๆ ทุกครั้งที่ได้อยู่กับหลิงเอ๋อร์ นางทำให้ข้ารู้สึกเหมือนเป็ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก"
หลิงเอ๋อร์ยิ้มเบาๆ แต่ในใจกลับคิดว่า 'เ้าไม่รู้หรอกว่าทุกอย่างที่ข้าทำกับเ้านั้น ข้าเรียนรู้มาจากไหน และข้าก็ยังคิดถึงอาจารย์ที่แท้จริงของข้าอยู่เสมอ'
ลู่เฟิงวางถ้วยชาลง แล้วลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องไม้เล็กๆ มาจากในเรือนพัก "เนื่องในโอกาสดีเช่นนี้ ข้ามีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้เ้าทั้งสอง"
เขาเปิดกล่องออก ข้างในมีสร้อยคอเงินสองเส้น ดูเรียบง่ายแต่สวยงาม "นี่เป็สร้อยคู่ ข้าทำขึ้นเองจากเงินที่เก็บสะสมมา" เขาอธิบาย "มันจะเป็สัญลักษณ์ของความรักที่เ้าทั้งสองมีให้กัน"
อาซานและหลิงเอ๋อร์ต่างตื่นเต้นมาก พวกเขารับสร้อยจากลู่เฟิงด้วยความกตัญญู
"ท่านตา... ท่านใจดีเหลือเกิน" อาซานกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ข้าจะเก็บรักษาสร้อยนี้ไว้ตลอดไป"
"ข้าก็เช่นกันค่ะ" หลิงเอ๋อร์เสริม "ข้าจะไม่มีวันลืมความดีของท่านตา"
ลู่เฟิงยิ้มอย่างอ่อนโยน "ข้าดีใจที่ได้เป็ส่วนหนึ่งของความสุขของเ้าทั้งสอง" เขาหยุดชั่วครู่ "แต่จำไว้ว่า ความรักต้องอาศัยการดูแลรักษา เ้าทั้งสองต้องช่วยกันสร้างสรรค์มันให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ"
"ขอรับท่านตา!" อาซานตอบ "ข้าจะดูแลหลิงเอ๋อร์ให้ดีที่สุด"
"และข้าก็จะเป็ภรรยาที่ดีให้พี่อาซานค่ะ" หลิงเอ๋อร์เสริม
ลู่เฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วเขาก็มองไปที่อาซานด้วยสายตาที่จริงจัง "อาซาน ข้ามีเื่อยากจะคุยกับเ้าเป็การส่วนตัว ได้ไหม"
อาซานพยักหน้า "ได้ขอรับท่านตา"
ลู่เฟิงหันไปหาหลิงเอ๋อร์ "หลิงเอ๋อร์ เ้าไปดูแลสวนดอกไม้ข้างหลังก่อนได้ไหม ข้าอยากคุยกับอาซานสักครู่"
หลิงเอ๋อร์เข้าใจ นางลุกขึ้นโค้งคำนับ "ค่ะท่านตา ข้าไปก่อนนะคะ" นางหันไปหาอาซาน "พี่อาซาน ข้ารออยู่ที่สวนนะคะ"
หลังจากที่หลิงเอ๋อร์เดินจากไปแล้ว ลู่เฟิงก็นั่งลงใกล้อาซานมากขึ้น ท่าทางของเขาเปลี่ยนเป็แบบพี่ใหญ่ที่อยากให้คำแนะนำ
"อาซาน" เขาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ข้าเห็นว่าเ้ามีความสุขมาก และข้าก็ดีใจด้วย แต่ข้าอยากเตือนเ้าบางเื่"
อาซานตั้งใจฟังอย่างจริงจัง "ขอรับท่านตา กรุณาสั่งสอนข้า"
"การมีภรรยานั้นไม่ใช่เื่ง่าย" ลู่เฟิงกล่าว "โดยเฉพาะสตรีอย่างหลิงเอ๋อร์ที่มี... ความ้าพิเศษ เ้าต้องเรียนรู้ที่จะดูแลนางให้ดี ทั้งในด้านจิตใจและ... ร่างกาย"
อาซานหน้าแดงเล็กน้อย "ขอรับท่านตา ข้า... ข้าพยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว"
"ข้ารู้ว่าเ้าพยายาม" ลู่เฟิงตอบ "แต่บางครั้งความพยายามอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความรู้และเทคนิคด้วย" เขาลดเสียงลง "หลิงเอ๋อร์เป็สตรีที่มีไฟในตัว เ้าต้องรู้วิธีจุดไฟนั้นให้ลุกโชน และรู้วิธีควบคุมมันด้วย"
อาซานฟังด้วยความสนใจ แม้จะรู้สึกอายเล็กน้อย "ท่านตาหมายความว่าอย่างไร"
"ข้าหมายความว่า" ลู่เฟิงอธิบาย "สตรีแต่ละคนมีความ้าที่แตกต่างกัน บางคนชอบความอ่อนโยน บางคนชอบความรุนแรง บางคน้าทั้งสองอย่าง เ้าต้องเรียนรู้ที่จะอ่านใจหลิงเอ๋อร์ให้ได้"
เขาหยุดชั่วครู่ "และที่สำคัญ... เ้าต้องไม่กลัวที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ ความรักที่แท้จริงต้องมีทั้งความอ่อนโยนและความเร่าร้อน"
อาซานพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ขอรับท่านตา ข้าจะจำไว้"
"และอีกเื่หนึ่ง" ลู่เฟิงเอ่ยต่อ "หากเ้ามีข้อสงสัยเื่การดูแลภรรยา หรือ้าคำแนะนำเื่... การเป็สามี เ้าสามารถมาปรึกษาข้าได้เสมอ"
อาซานดีใจมาก "จริงหรือขอรับท่านตา? ท่านยินดีให้คำแนะนำข้าอีกหรือ"
"แน่นอน" ลู่เฟิงยิ้ม "ข้าเคยผ่านประสบการณ์มามาก รู้จักวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้สตรีมีความสุข หากเ้า้าเรียนรู้เพิ่มเติม ข้ายินดีสอนให้"
ในใจ ลู่เฟิงหัวเราะเยาะ 'หึหึ... เ้าหนุ่มโง่เขลา เ้าไม่รู้หรอกว่าข้าจะ "สอน" เ้าอย่างไร และข้าจะได้อะไรจากการสอนนั้น'
"ขอบคุณมากขอรับท่านตา!" อาซานกราบขอบคุณ "ข้าโชคดีจริงๆ ที่ได้พบท่าน"
"เอาล่ะ" ลู่เฟิงลุกขึ้น "ไปหาหลิงเอ๋อร์เสีย อย่าให้นางรอนาน สตรีไม่ชอบให้คนรักทิ้งไว้คนเดียวนานๆ"
อาซานรีบลุกขึ้น "ขอรับท่านตา!" เขาโค้งคำนับอีกครั้ง "ข้าจะจำคำสอนของท่านไว้ทุกคำ"
หลังจากที่อาซานเดินไปแล้ว ลู่เฟิงก็นั่งลงที่เก้าอี้เดิม รอยยิ้มใจดีค่อยๆ เปลี่ยนเป็รอยยิ้มเ็าและเต็มไปด้วยความสมเพช
"หึหึ... ช่างเป็ภาพที่น่าขันเสียจริง" เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เขายกถ้วยชาขึ้นมาดูดดื่ม รสชาติขมอมๆ ลิ้นราวกับเป็เครื่องเตือนใจถึงความโง่เขลาของมนุษย์
"เ้าหนุ่มอาซานเอ๋ย... เ้าคิดว่าความสุขที่ได้รับนั้นมาจากฝีมือของตัวเองรึ? แท้จริงแล้ว ข้าเป็ผู้ที่ปลุกเร้าไฟในนางขึ้นมา ข้าเป็ผู้ที่สอนให้นางรู้จักรสสวาทที่แท้จริง ส่วนเ้า... เ้าเป็เพียงผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากเหงื่อแรงของคนอื่นเท่านั้น"
เขาหัวเราะในลำคอ ความพึงพอใจล้นปรี่ในอก
"และเ้า หลิงเอ๋อร์... สตรีที่แสร้งทำเป็บริสุทธิ์ แต่แท้จริงแล้วกลายเป็ทาสของตัณหาไปแล้ว เ้าคิดว่าเ้าสามารถควบคุมเกมนี้ได้รึ? ไม่... เ้าเป็เพียงหมากตัวหนึ่งที่ข้าขยับไปมาตามใจชอบเท่านั้น"
ลู่เฟิงลุกขึ้นยืน เดินไปยังรั้วไม้ไผ่ที่มองเห็นทางเดินไปยังเรือนพักของเหล่าบ่าวไพร่ เขาเห็นอาซานและหลิงเอ๋อร์เดินจากไปอย่างมีความสุข ไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังถูกหัวเราะเยาะอยู่เื้ั
"การวางแผนครั้งแรกในคฤหาสน์แห่งนี้... สำเร็จอย่างงดงาม" เขาพึมพำ "ข้าได้ชิมรสของนางแล้ว ข้าได้เห็นความสุขที่เ้าหนุ่มผู้นั้นคิดว่าเป็ของตน แต่แท้จริงแล้วเป็เพียงเศษเสี้ยวที่ข้าทิ้งให้"
เขาหันหลังกลับ เดินเข้าไปในเรือนพักของตน แต่สายตากลับจับจ้องไปยังทิศทางอื่น
"แต่... มันเริ่มจืดชืดแล้วสินะ" เขาคิดในใจ "หลิงเอ๋อร์เป็เพียงสาวใช้ตัวน้อย ความท้าทายของนางมีเพียงเท่านี้ ข้า้าอะไรที่... สูงส่งกว่า ท้าทายกว่า"