“เห็นเส้นทางรถม้าอยู่ข้างหน้าแล้ว!”
เสียงของแจ็คดังลงมาจากยอดไม้ข้างหน้า
พวกเขาออกพ้นแนวป่าและูเามาได้พักหนึ่งแล้ว รอบด้านเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีทอดยาว
ต้นไม้สูงตระหง่านขึ้นกระจัดกระจาย บรรยากาศโปร่งโล่ง แต่ยังคงกลิ่นอายธรรมชาติที่บริสุทธิ์ไว้
ในที่สุด..การได้เห็นเส้นทางที่มีรอยล้อรถม้ายาวเหยียดทอดผ่าน มันไม่ใช่เพียงแค่ถนน แต่มันคือสัญญาณของโลกแห่งอารยธรรมที่เขาเฝ้าตามหา
ให้พูดตามตรงคือ ชายหนุ่มไม่ค่อยเชื่อความทรงจำในร่างแม้แต่น้อย จนกว่าจะได้เห็นทุกอย่างด้วยตนเอง
ยามที่นิโคลัสเดินไปตามทางรถม้า เขาได้คิดไตร่ตรองถึงแผนการต่าง ๆ มากมายที่จะทำในวันข้างหน้า
ไม่ว่าจะเื่การ หาเงิน การเข้าเรียนในสถาบันราชวงศ์ และเส้นทางการฝึกฝนของตนเอง
ยิ่งในเรืองการฝึกฝน เขายิ่งกังวลอย่างมากเพราะศักยภาพของร่างนี้ที่ถึงระดับ ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ หากไม่หาทางปกปิดเอาไว้ เกรงว่าอาจเกิดปัญหาซ้ำรอย
เขาต้องปรึกษา พ่อบ้าน เพื่อหาทางป้องกันเอาไว้ก่อน
เมื่อใกล้เวลาเย็น ระหว่างที่วิคเตอร์กำลังมองหาจุดตั้งที่พักอยู่นั้น ริมทางข้างหน้ามีกองคาราวานพ่อค้ากำลังตั้งที่พักอยู่
วิคเตอร์ คิดว่าจะเข้าไปทักทายตามมารยาทก่อน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
“ท่านพ่อ นายน้อย ข้าจะเดินไปทักทายเขาก่อน และจะขอตั้งที่พัก ใกล้ ๆ นี้ ดูว่าเขาสะดวกไหม ถ้าเขาไม่สะดวก เราจะเดินไปอีกซักพักเพื่อหาที่ใหม่”
“เ้าไปบอกเขาว่า เราเป็กิลด์ฮันเตอร์ ออกมาล่าสัตว์แล้วกันนะ”
พ่อบ้านแนะนำลูกชายก่อนที่เขาจะเดินไป พลางหันมาทางชายหนุ่ม
“ท่านคิดว่าเราควรตั้งชื่ออะไรดี”
ชายชราหันมาถามความเห็นนายน้อยแบบไม่ทันตั้งตัว
“หือ!”
นิโคลัสถึงกับใ เมื่อได้ยินคำถาม จากพ่อบ้าน ชื่ออะไร กิลด์ฮันเตอร์อะไร เขาไม่ทันตั้งตัวเลย
แม้ในความทรงจำของร่างนี้ จะมีข้อมูลของ กิลด์ฮันเตอร์ อยู่ก็ตาม
กิลด์ฮันเตอร์ เป็กลุ่มที่มีคนหลากหลายวิถี เข้าร่วมกัน เพื่อ ออกล่าสัตว์ เช่น สัตว์ป่า หรือ สัตว์อสูร หรืออาจ ออกหาวัตถุดิบต่าง ๆ ตามที่ได้รับการว่าจ้าง
ในบางกลุ่มก็เป็การรวมตัวของสายอาชีพ เช่น นักเล่นแร่แปรธาตุ หรือ ช่างยุทธภัณฑ์ เพื่อรับงานต่าง ๆ สร้างสิ่งของขึ้นมา
และก็มีอีกหลายแบบ แล้วแต่วัตถุประสงค์ของแต่ละกลุ่ม
แต่การที่จะตั้งเป็กิลด์ฮันเตอร์อย่างเป็ทางการได้นั้น ต้องลงทะเบียนไว้กับ สมาคมฮันเตอร์ ที่มีสาขาอยู่ตามเมืองใหญ่ไว้เพื่อเปิดรับภารกิจ
“กระชั้นแบบนี้ ข้าคงคิดไม่ทัน หากให้คิดแบบด่วนเลยก็..เรามาจากตะวันตก ดังนั้นข้าอยากสื่อไปทาง ตะวันตก และอีกคำ ที่มาประกอบ ข้านึกได้แต่ภาพหมาป่าเทาที่เราพึ่งเจอมา ‘เขี้ยว’...”
ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนกล่าวขึ้น
“ท่านพ่อบ้าน ท่านคิดว่าชื่อนี้เป็อย่างไร กิลด์ ‘เขี้ยวอัสดง’?”
“วิคเตอร์ เ้าได้ยินแล้วใช่ไหม เราคือ กลุ่มเขี้ยวอัสดง และกำลังพาหลานข้าฝึกฝนหาประสบการณ์ระหว่างทางไปสอบเข้า สถาบันวาลเดียลา ที่เมืองหลวง”
ชายชราไม่ตอบคำถามชายหนุ่ม แต่กลับหันไปบอกลูกชายถึง ‘ฉากหน้า’ ที่แสดงให้ผู้อื่นเห็น
“ขอรับท่านพ่อ”
นิโคลัสลอบมองสีหน้าของพ่อบ้านชรา พลางคิดว่าตาเฒ่านี่รอบคอบขนาดนี้เลยหรือ สมแล้วที่เป็มือขวาเคียงข้างหัวหน้าตระกูลมาตลอด
ตัวเขาเองก็เคยคิดเื่ปลอมตัวตนของกลุ่มอยู่เหมือนกัน เพราะการใช้ชื่อตระกูลในการเดินทางไม่คงเหมาะสมนัก มันเป็จุดสนใจโดยง่าย
แม้จะเป็กิลด์ฮันเตอร์ ตัวเขายังสามารถใช้ชื่อสกุล เบลลาทอร์ ได้อยู่ เพราะคนอื่นอาจคิดว่าเขาเป็แค่เพียงผู้มีสกุลเหมือนกัน เนื่องจากตระกูลเบลลาทอร์กลายเป็ตระกูลเล็ก ๆ มาหลายรุ่นแล้ว
วิคเตอร์สั่งให้ทั้งกลุ่มหยุดรอในระยะห่าง ส่วนตนเองเดินเข้าไปทักทายขบวนคาราวานและแจ้งเื่ขอตั้งที่พักอยู่บริเวณใกล้เคียง
ระหว่างที่วิคเตอร์ยังอยู่ในกลุ่มคาราวาน แม้ทุกคนไม่ได้ชักอาวุธออกมา แต่อยู่ในลักษณะเตรียมพร้อมและสังเกตรอบข้างตลอด
ไม่นานวิคเตอร์เดินกลับมาเข้ากลุ่ม หากเป็คนอื่นอาจสังเกตได้จากสีหน้าว่าเื่ผ่านไปด้วยดีหรือไม่จากรอยยิ้ม น่าเสียดายนี่คือ ‘วิคเตอร์ เทพบุตรหน้านิ่ง’
“พวกเขายินดีให้พวกเราตั้งที่พักได้ขอรับ แต่ขอให้เว้นระยะซักหน่อย”
“พวกเขาพึ่งกลับจากส่งและรับสินค้าที่ท่าเรือติดแม่น้ำเซราฟิส และกำลังเดินทางไปส่งสินค้าที่เมืองเฟนดาริล เช่นเดียวกับพวกเราขอรับ”
“เราเดินเลยพวกเขาไปซักหน่อย แล้วหาจุดตั้งที่พักกัน”
จากนั้นทุกคนได้เดินผ่านที่พักของขบวนคาราวาน ระหว่างเดินผ่าน นิโคลัสเป็ผู้เริ่มต้นกล่าวทักทาย ยิ้มแย้มและอวยพรขอให้เทพคุ้มครองกองคาราวานตลอดการเดินทาง เพื่อแสดงความเป็มิตร จากนั้นคนอื่น ๆ ได้ทำตามนายน้อย
รอยยิ้มของเด็กหนุ่มที่ดูใสซื่อ แววตาดำขลับกระจ่างใส สอดรับกับสีผมดำสนิท ด้วยหน้าตาธรรมดาแต่ดูเรียบร้อยตามแบบชนชั้นสูง ทำให้ผู้คนในกองคาราวานรู้สึกคลายความตึงเครียดลง
ยิ่งได้ยินเสียงสดใสจากนกน้อยสีขาวที่เกาะอยู่บนไม้เท้าเวทของอีริน ที่คอยร้องทักทายประสานเสียงไปตลอด ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจยิ่งขึ้น
เท่าที่เห็น กองคาราวานนี้มีคนอยู่ราว ๆ เก้าสิบคน เป็หน่วยคุ้มกันที่เป็นักรบและนักเวทประมาณหกสิบคน ที่เหลือเป็พ่อค้ากับคนขนของ
ถือได้ว่าเป็กองคาราวานที่มีหน่วยคุ้มกันเยอะมาก จนดูเหมือนมากเกินจำเป็
“ตรงนี้น่าจะเพียงพอแล้ว ตั้งที่พักได้”
เมื่อถึงบริเวณที่พอเหมาะแล้ว วิคเตอร์สั่งตั้งที่พักในทันที ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง
และแล้วเวลายามเย็นก็มาถึง ทุกคนมารวมกันตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับนายน้อย แม้จะมีผู้คนอยู่ห่างไม่ไกล แต่นายน้อยของเขายังคงฝึก โยคะ ให้พวกเขาอยู่ดี
ไม่นานเริ่มมีเสียงโอดโอยดังลอดออกมา แต่เพียงไม่นานเสียงเริ่มดังขี้น จนเหล่าผู้คนในกองคาราวานต้องเดินออกมาดู
ด้วยท่าทางการบิดตัวที่แปลกประหลาด สีหน้าที่แสดงถึงความเ็ปของแต่ละคน ราวกับพวกเขากำลังทำพิธีกรรมอะไรซักอย่าง
“พวกเ้าอย่ากลั้นหายใจ ค่อย ๆ หายใจเข้าให้ลึก แล้วผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ..”
เสียงชายหนุ่มคอยสั่งการเป็ระยะ และคอยชี้เตือนบางคนที่ทำยังไม่ถูกต้อง หากยังไม่ถูกก็ต้องผ่านมือเขาเท่านั้น
อดีตปรมาจารย์โยคะมาสอนด้วยตนเอง ทุกอย่างต้องถูกต้องเท่านั้น
หลังจากทำครบทุกท่าแล้ว อดีตนักนวดมืออาชีพเมื่อยามแฝงตัวทำภารกิจสังหาร ได้ลงมือช่วยนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อเล็กน้อยให้กับทุกคนด้วยตนเอง
ด้านอีรินและอารินในวันแรกที่ไม่กล้าให้นายน้อยนวด แต่พอเห็นว่าทุกคนบอกว่าสบายตัวขึ้นมาก ในวันถัดมา สองสาวจึงกล้าขอให้ชายหนุุ่มนวดให้ด้วย
“พวกท่านฝึกอะไรกันหรือขอรับ”
ตัวแทนของกองคาราวานเดินเข้ามาสอบถามเพราะสงสัยอย่างมากกับสิ่งที่พวกเขาเห็น
ทุกคนในกลุ่มหันไปทางชายหนุ่มเป็ตาเดียว
“สิ่งนี้เรียกว่า ‘โยคะ’ เป็ศาสตร์การฝึกฝนร่างกาย ที่ทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นดีขึ้น กล้ามเนื้อไม่แข็งตึง”
ชายหนุ่มได้แนะนำน้ำเสียงอ่อนโยน ผสานกับใบหน้ายิ้มแย้ม ราวกับพนักงานขายที่กำลังชักจูงลูกค้าอย่างไรอย่างนั้น
“แม้่แรกอาจเจ็บอยู่บ้าง แต่หากฝึกไปซักพักท่านจะรู้สึกสบายตัวและไม่อยากเลิกฝึกอีกเลย”
“หากพวกท่านสนใจ พรุ่งนี้เย็นมาฝึกพร้อมกับพวกข้าก็ได้นะ”
ชายหนุ่มเปิดช่องเพื่อจะได้ขอเดินทางไปพร้อมกับกองคาราวาน
สิ่งที่เขา้าคือข้อมูลข่าวสาร
และยิ่งเขามี แจ็คนักส่งข่าว หนุ่มนักหาข้อมูลชั้นยอดอยู่แล้ว ยิ่งสะดวกอย่างยิ่ง
“ขอบคุณขอรับ แต่ข้าน้อยต้องไปขอหัวหน้ากองก่อน แล้วข้าจะมาแจ้งให้ท่านทราบนะขอรับ”
จากนั้นทั้งสองคุยกันอีกนิดหน่อยแล้วเขาก็ขอตัวกลับไป
ชายหนุ่มคนนี้ ชื่อ เบลล์ เป็นักรบของหน่วยคุ้มกันสินค้าของกองคาราวานนี้ โดยหน่วยคุ้มกันนี้รับงานคุ้มกันสินค้าของกองคาราวานนี้เป็ประจำ
หลังจากฝึกโยคะกันเสร็จ ทุกคนได้ช่วยกันเตรียมอาหารเย็นจนเรียบร้อย ก่อนแยกกันไปอาบน้ำที่ริมธารไม่ไกลจากที่พักนัก
เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า กองไฟกองใหญ่ และกองเล็ก อีกสองสามกอง ได้ถูกจุดขึ้นบริเวณที่พัก
อาหารมื้อนี้ ย่อมต้องมี เนื้อหมาป่า เป็ส่วนประกอบหลักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โชคดีที่ชายหนุ่มไม่รังเกียจที่จะกินเนื้อหมาป่าแต่อย่างใด ตัวเขาเองในโลกก่อนก็กินเนื้อมาเกือบทุกชนิดอยู่แล้วยามต้องหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่า
ระหว่างมื้ออาหาร นิโคลัสนึกถึงเื่การตั้งกิลด์ฮันเตอร์ เขี้ยวอัสดง ขึ้นมา
“พ่อบ้าน เื่ที่เราจะใช้ชื่อ เขี้ยวอัสดง ข้าคิดว่าพวกเราปรึกษากับทุกคน เพื่อจะได้เข้าใจกันมากขึ้น ดีไหม?”
นายน้อยหนุ่มอยากคุยรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อทุกคนจะได้เข้าใจตรงกัน ไม่เผยพิรุธ ให้ผู้อื่นจับได้
"ได้ นายน้อย"
ชายชรารับคำและเริ่มกล่าวต่อ
"เขี้ยวอัสดงของพวกเรา มาจากแคว้นเวอร์แดนเทียในโซลมา พวกเรากำลังพาหลานชายข้าไปสอบเข้าสถาบันวาลเดียลาเท่านั้น"
“อีกทั้ง ตัวตนนี้ ถือได้ว่า ยังกลมกลืนกับตัวตนของพวกเราได้อย่างดี เพราะสถานที่จากมายังเป็แคว้นเดียวกัน”
“ในส่วนลักษณะของนายน้อย ที่มีผมสีดำ ั์ตาสีดำ ก็กลมกลืนกับ ‘ญาติผู้พี่’ วิคเตอร์ที่มีผมสีดำ ั์ตาสีน้ำตาล
และตัวข้า ‘ท่านตา’ รอย ที่ผมขาวทั้งศีรษะและั์ตาสีน้ำตาลเข้ม ส่วนพ่อของนายน้อยเป็เพียงญาติห่าง ๆ ของตระกูลเบลลาทอร์และได้เสียชีวิตไปแล้ว”
พ่อบ้านชราเอ่ยถึงเื่ที่เขาวางแผนเอาไว้ ในการใช้ตัวตนใหม่เพื่ออาศัยอยู่ในอาณาจักรนี้
กล่าวจบพลางหันไปถามนายน้อยหนุ่ม
“นายน้อยมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างขอรับ”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำใด เพียงแต่ลุกขึ้น แล้วเดินไปเบื้องหน้าชายชรา พลางคุกเข่าลงหนึ่งข้างและโน้มศีรษะลงเล็กน้อย
“หลานขอคารวะท่านตา”
ด้วยสิ้นเสียงอันนุ่มนวลและท่าทางที่อ่อนน้อมของชายหนุ่ม ทำให้บรรยากาศสงบลงทันใด ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย นายน้อยหนุ่มคนนี้ชอบทำอะไรให้พวกเขาตกตะลึงเสมอเลย
“ฮ่าฮ่าฮ่า..ลุกขึ้นเถิดนายน้อย”
เสียงหัวเราะดังลั่นอย่างมีความสุขของชายชราดังขึ้น พร้อมกับประคองชายหนุ่มให้ลุกขึ้น หากใครสังเกตดี ๆ จะเห็นประกายน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาเล็กน้อย
ชายหนุ่มตรงหน้าที่เขาเห็นมาั้แ่แบเบาะ คอยดูแลและอบรมสั่งสอน ทั้งยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากกว่าพ่อแท้ ๆ ของเ้าตัว ด้วยหน้าที่ของพ่อบ้าน ที่ต้องคอยดูแลความเรียบร้อยในบ้านยามนายท่านออกไปทำภารกิจ
และนายน้อยคนนี้ก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลย ทั้งสุภาพและอ่อนโยน ฉลาดและขยัน เป็ที่รักของทุกคน
แม้นายน้อยคนนี้ของเขาจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่บางครั้งยังเป็ดังนายน้อยคนเดิม
“ท่านตา ในเมื่อเราตั้งเป็กิลด์ฮันเตอร์แล้ว ต่อไปเราสามารถหาเงินจากภารกิจหรือการล่า ได้ไหม อย่างน้อยพวกเรายังพอมีรายได้เข้ามาบ้าง รอจนกว่าข้าจะหาทางอื่นได้”
นิโคลัสคิดเื่นี้ได้ทันที ที่ได้ยินพ่อบ้านพูดถึงการตั้งกิลด์ ตอนนี้อะไรทำได้ก็ต้องทำไปก่อน
“ข้าก็คิดเช่นนั้น นายน้อย ข้าคิด..”
“นิโคลัส..ท่านตาต้องเรียกข้าว่า นิโคลัส”
ยังไม่ทันที่ชายชราจะกล่าวจบ ชายหนุ่มรีบกล่าวเตือน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ตกลงตามที่เ้าว่า”
“ข้าคิดว่าระหว่างทาง ข้าจะสอนเวทมนตร์พื้นฐานให้ท่านก่อน และเราคงออกล่าบ้าง เพื่อให้ท่านได้สะสมประสบการณ์ด้วย แต่ต้องไม่ใช้เวลามากเกินไปเพราะอาจไปไม่ทันการรับสมัครเข้าสถาบันวาลเดียลา”
จอมเวทชราวางแผนฝึกฝนนายน้อยของเขาอย่างจริงจัง เพื่อให้พร้อมเข้ารับการสอบเข้าสถาบัน ที่สอบผ่านได้ยากมากและมีผู้เข้าสอบหลายพันคน
“ขอบคุณท่านตาที่ส่งเสริม”
“พวกท่านคงได้ยินกันแล้ว นับจากนี้ไป ข้า นิโคลัส เบลลาทอร์ คือหลานชายของ จอมเวทรอย ไม่ใช่นายน้อยตระกูลเบลลาทอร์ พวกท่านเรียกข้าว่า นิโคลัส หรือ ‘นิค’ ก็ได้ และต่อไปทุกคนอาจต้องออกล่าหรือทำภารกิจสำหรับฮันเตอร์เพื่อหารายได้ให้ตนเอง ดังนั้นขอให้พวกท่านไตร่ตรองให้ดีว่าจะอยู่กับพวกเราต่อไปหรือไม่”
ชายหนุ่มหันไปบอกกับทุกคน ด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะตอนนี้ เขายังไม่มีเงินพอเลี้ยงดูทั้งกลุ่มได้ ทุกคนต้องช่วยเหลือกันเหมือนกับกลุ่มฮันเตอร์ทั่วไปที่ออกล่าหรือทำภารกิจแล้วแบ่งเงินรางวัลกัน
“ถ้าเป็ก่อนหน้านี้ ข้าคงแยกตัวออกไป เพราะพวกท่านคงไม่มีอะไรให้ข้าทำ แต่ถ้าพวกท่านจัดตั้งกลุ่มฮันเตอร์ ข้าก็คงอยู่ต่อ เพราะข้ายังล่าหรือทำภารกิจได้”
เสียงกล่าวของนักดาบคู่ เลวาน ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เขาเพียง้าต่อสู้ หากที่ไหนมีการต่อสู้ เขาก็อยู่ได้
‘ได้เพิ่มอีกหนึ่งแล้ว’
นิโคลัสยิ้มอยู่ในใจ
“ขอบคุณพี่เลวาน”
เขาค้อมศีรษะเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณ
“ข้าด้วย”
“ข้าเช่นกัน”
.
“ข้าเอาด้วย”
จากนั้นเสียงรอบข้างดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ต่างขานรับกันทุกคน
“พวกข้าก็ไม่รู้จะไปไหน ไปหางานที่อื่นพวกข้าก็ไม่รู้จักใคร ถ้าเราเป็กิลด์ฮันเตอร์ ก็สามารถทำภารกิจหรือออกล่าได้ เช่นนั้นพวกข้าก็ไม่ต้องไปไหนแล้ว”
บอริสที่าุโที่สุดในกลุ่ม กล่าวแทนความคิดของทุกคน
“ข้าขอขอบคุณ พวกท่านทุกคน ข้าขอสัญญาว่าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง”
นิโคลัสรู้สึกตื้นตันใจ ที่คนเหล่านี้ไม่ได้ทิ้งนายน้อยของพวกเขา ในยามยากลำบาก
จากนั้นพวกเขาก็ดื่มกินกันต่อ โดยจอมเวทชราได้ยกเลิกม่านลวงตาที่สร้างไว้ั้แ่ตอนที่พวกเขาเริ่มคุยกัน
ทำให้เสียงหัวเราะและร้องเพลงดังไปถึงกองคาราวาน…