บทที่ 6 สอนไม่ได้! เด็กคนนี้พวกเราสอนไม่ได้!
“หลิงเทียนเอ๋ย บรรพชนได้เชิญสหายผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาหลอมกายาจากเขตแดนเป่ยหานและเขตแดนชางหยวนมาให้เ้าแล้ว เดี๋ยวเ้าก็แสดงฝีมือให้พวกเขาดูเสียหน่อย ทำให้พวกเขาเห็นถึงศักยภาพของเ้า เพื่อที่พวกเขาจะได้ยอมถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้เ้าอย่างไรเล่า”
เมื่อผลักประตูเข้ามา เจียงิที่กำลังยิ้มแย้มพลันตัวแข็งค้าง
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือ เจียงหลิงเทียนกำลังนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย มือซ้ายถือ ผลมรรคาชิงหยวนล้านปี มือขวาถือพฤกษาิญญาไม้ฝูซางา!
สมบัติล้ำค่าแห่งฟ้าดินที่เคยเต็มห้องบำเพ็ญ บัดนี้เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ส่วนที่เหลืออยู่นั้นก็ล้วนเป็ของที่ดูไม่น่าอร่อยทั้งสิ้น…
“ไอ้หยา บรรพชนน้อยของข้า เ้ากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?!”
ตอนที่จากไป เจียงิคิดว่าเจียงหลิงเทียนยังไม่ได้เริ่มบำเพ็ญ อย่างมากก็คงแค่ดูดซับปราณิญญาจากสมบัติเ่าั้มาใช้เท่านั้น
ใครจะไปคาดคิดว่า... เ้าเด็กนี่เกือบจะกินจนของล้ำค่าหมดห้องแล้ว!
บรรพชนเจียงิเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
สมบัติล้ำค่าเหล่านี้มีสรรพคุณนับไม่ถ้วน แต่ล้วนต้องผ่านการหลอมรวมก่อนจึงจะดูดซับเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ การกินเข้าไปตรง ๆ เช่นนี้อาจถูกพลังดิบและฤทธิ์ยาตีกลับจนร่างกายะเิได้!
“ท่านเจียงิ เกิดอะไรขึ้นหรือ? บรรพชนน้อยของท่านเป็อะไรไป? หรือว่า... เขาฉี่รดที่นอนกัน?”
สุ้มเสียงหญิงสาวที่ไพเราะน่าหลงใหลดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มคนเื้ัเจียงิ
ผู้ที่เป็หัวหน้าคือ ‘หานหลิงเยว่’ ผู้แข็งแกร่งะ แห่งสกุลหานแห่งเขตแดนเป่ยหาน
แล้ว... พวกเขาทั้งหมดก็ต้องยืนอึ้งไปเช่นกัน…
“ผลมรรคาชิงหยวนล้านปี? พฤกษาิญญาไม้ฝูซางา?! เตียงหยกเหมันต์า? แล้วยังมี...”
“ล้วนเป็สมบัติหายากที่โลกภายนอกแทบไม่เคยพบเห็น!”
“หรือนี่จะเป็ของขวัญที่เหล่าตระกูลใหญ่ส่งมาให้ในวันนั้น... ของพวกนี้คือสมบัติล้ำค่าที่แต่ละตระกูลสะสมมานับแสนปี แต่ท่านกลับเอามาให้เขาเป็อาหารว่างเนี่ยนะ?!”
“แต่เด็กคนนี้ก็ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ กินเข้าไปมากมายขนาดนี้ แต่ร่างกายกลับไม่มีท่าทีจะะเิแม้แต่น้อย”
เจียงหลิงเทียนได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตดุจดวงดาวกะพริบปริบ ๆ ด้วยความไร้เดียงสา
ที่แท้การกินพวกนี้มีอันตรายถึงขั้นร่างกายะเิหรือนี่?
แต่เขาเคี้ยวมันมาตั้งเยอะตั้งแยะก็ยังสบายดี แสดงว่าคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง?
ในยามนี้ ร่างกายของเจียงหลิงเทียนเต็มเปี่ยมไปด้วยโลหิตปราณ สง่างามดูมีราศี ผ่านไปสามเดือนจากทารกสามขวบ เขาก็เติบโตขึ้นจนดูคล้ายเด็กสี่ห้าขวบ
เมื่อเห็นดังนั้น เจียงิก็ถอนหายใจโล่งอก ขอแค่คนไม่เป็ไรก็ดีแล้ว!
“ทำให้เหล่าสหายต้องขบขันแล้ว นี่คือบุตรจักรพรรดิแห่งสกุลเจียง เจียงหลิงเทียน ผู้มีพลังหนึ่งเสียงระฆังติดตัวมาั้แ่กำเนิด”
เจียงิลูบเครากล่าวด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ มีบุตรหลานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเชิดหน้าชูตา!
“ท่านเจียง นามของบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนใครบ้างเล่าจะไม่รู้จัก แต่พลังหนึ่งเสียงระฆังนี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่น ท่านรีบให้พวกเราได้ประจักษ์กับตาสักทีเถิด”
ชายร่างกำยำเสียงกังวานกล่าวขึ้น เขาคือ ‘ฉินอู่’ ยอดฝีมือด้านหลอมกายาแห่งเขตแดนชางหยวน หนึ่งในผู้แข็งแกร่งะที่ใช้วิถีบำเพ็ญกายเนื้อในสามสิบหกเขตแดนแห่งพันธมิตรอวิ๋นฮวง
เมื่อได้ยินว่าเจียงหลิงเทียนมีพลังหนึ่งเสียงระฆังั้แ่เกิด เขาจึงรีบติดตามเจียงิมายังตำหนักหลิงเซียวทันที
ไม่นานนัก ทุกคนก็มาถึงหน้าศิลาจารึกกลางลานกว้าง
ในเวลานี้ เจียงหลิงเทียนจึงได้สังเกตเห็นว่ารอบ ๆ ศิลาจารึกเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
พวกเขาคือเด็กหนุ่มอัจฉริยะในขอบเขตโลหิตปราณจากเขตแดนเป่ยหานและเขตแดนชางหยวน ที่ผู้แข็งแกร่งทั้งสองพามาร่วมเปิดหูเปิดตา
“ดูเร็ว นั่นคือบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนในตำนานใช่หรือไม่!”
“เป็เซียนน้อยที่หล่อเหลาจริง ๆ!”
มีเด็กสาวบางคนถึงกับเอามือป้องแก้ม จ้องมองเจียงหลิงเทียนด้วยตาเป็ประกาย!
“ว่ากันว่าเขาเกิดมาก็มีแรงหนึ่งล้านจิน ไม่รู้ว่าเป็เื่จริงหรือเปล่า!”
“ข้ายังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ วิถีบำเพ็ญหลอมกายาไม่ใช่จุดเด่นของเผ่าพันธุ์มนุษย์เรา ในทำเนียบขอบเขตโลหิตปราณของพันธมิตรอวิ๋นฮวงสามสิบหกเขตแดน ไม่มีชื่อของมนุษย์เราปรากฏมาเกือบหมื่นปีแล้ว”
“นั่นสิ เกิดมาก็หนึ่งล้านจิน เทียบกับเผ่าัแท้าก็ยังยากเลยไม่ใช่หรือ?”
ในขณะนั้น เจียงหลิงเทียนได้เดินมาถึงหน้าศิลาจารึกแล้ว เขาถูมือเล็ก ๆ ของตนเอง แล้วซัดหมัดใส่ศิลาจารึกเต็มแรง!
“เป๊งงง!”
“เป๊งงง!”
“เป๊งงง!”
เสียงระฆังกัมปนาทดังสะท้อนต่อเนื่อง ทุกเสียงเหมือนกระแทกลงบนหัวใจของเหล่าผู้คนที่รับชม จนกระทั่งถึงเสียงที่หกจึงหยุดลง!
บรรดาอัจฉริยะจากเขตแดนเป่ยหานและชางหยวนต่างนิ่งอึ้ง ส่วนเจียงิและผู้แข็งแกร่งขอบเขตะทั้งสองคนต่างตาเบิกกว้าง
“หกครั้ง! หกล้านจิน! พลังกายระดับสูงสุดของเผ่าวานรั์า!”
อันดับที่เก้าของทำเนียบขอบเขตโลหิตปราณแห่งพันธมิตรอวิ๋นฮวง! คือเผ่าวานรั์!
ในจังหวะนั้นเอง เจียงหลิงเทียนบนลานกลับส่ายหัวเล็กน้อย ดูท่าทางจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
ถูกต้องแล้ว... เขาไม่ได้เอาจริง นี่เป็เพียงการชกเล่น ๆ เท่านั้น
จากนั้น เจียงหลิงเทียนถอยห่างจากศิลาจารึกไปประมาณสิบเมตร ก้าวเท้าเล็ก ๆ ของเขาพุ่งทะยานดุจสายฟ้า แล้วเหวี่ยงหมัดเล็ก ๆ ออกไปสุดกำลัง!
“ฟุ่บ!”
ศิลาจารึกส่องแสงสีทองเจิดจ้า รัศมีสีทองพุ่งขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า กลายเป็จุดดาวกระจายสีทอง!
“นี่มัน?! ทะลุสิบล้านจินแล้วหรือ?!”
“จะเป็ไปได้อย่างไร... นี่มันเทียบเท่ากับเผ่าัั์าที่ครองอันดับหนึ่งในพันธมิตรอวิ๋นฮวงเลยไม่ใช่หรือ?!”
“หลงสิงอวิ๋น บุตรจักรพรรดิจากเผ่าัั์าคนนั้น... เพื่ออันดับหนึ่ง เขาถึงกับยอมติดอยู่ในขอบเขตโลหิตปราณเป็เวลาพันปีเลยนะ...”
“ข้าได้ยินมาว่า เจียงหลิงเทียนอายุเพิ่งจะสามขวบเองไม่ใช่หรือ?!”
ยอดฝีมือขอบเขตะทั้งสามบนเวทีหันมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อสายตา
“น่าเสียดาย ข้ายังไปไม่ถึงขีดจำกัดของขอบเขตโลหิตปราณเลย...”
เจียงหลิงเทียนนวดมือเล็ก ๆ ที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยของตนเองด้วยความไม่สบอารมณ์
ที่เขากล่าวก็ไม่ผิด เพราะกินสมบัติล้ำค่ามาสามเดือน ตอนนี้เขาอยู่เพียง ‘ขอบเขตโลหิตปราณขั้นเก้า’ เท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่ขั้น ‘ไร้ขีดจำกัด’ เลย
นั่นหมายความว่า หากยังไม่ถึงขั้นไร้ขีดจำกัด เขาก็สามารถครองอันดับหนึ่งได้แล้ว!
หากถึงขั้นไร้ขีดจำกัดจริง ๆ มันจะเป็ภาพที่น่าตกตะลึงขนาดไหนกันนะ?!
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงิและคนอื่น ๆ ก็ได้แต่อึ้ง…
“อะแฮ่ม ท่านเจียง ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย แต่ข้าสอนเขาไม่ได้จริง ๆ เอาเป็ว่าเื่นี้พอแค่นี้เถอะ...”
ฉินอู่กล่าวด้วยความกระอักกระอ่วน เขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกไร้หนทางของเจียงิแล้ว มีอัจฉริยะล้ำเลิศอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่กลับสอนอะไรไม่ได้เลย จะให้ไปพูดกับใครที่ไหนได้เล่า!
“นั่นสิ แม้แต่ตอนที่ข้าไปถึงระดับไร้ขีดจำกัดในขอบเขตกำเนิดโกลาหลพลังข้าก็แค่เฉียด ๆ สิบล้านจินเอง...”
“พร์โลหิตปราณของเด็กคนนี้ช่างน่าตื่นตะลึงจริง ๆ ข้าสอนไม่ได้ แต่ว่า...”
หานหลิงเยว่หันไปมองเจียงิและฉินอู่ ก่อนจะกล่าวเปลี่ยนเื่
“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ‘หานซินเอ๋อร์’ แห่งเขตแดนเป่ยหานของข้า มี ‘กายาิญญาหยินบริสุทธิ์หยวนเสวียน’ ซึ่งเป็กายาิญญาที่ล้ำค่าที่สุด หากนางได้ผูกวาสนาเป็คู่บำเพ็ญกับบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน ข้าคิดว่ามันจะต้องเป็ประโยชน์ต่อเขาอย่างแน่นอน!”
หืม? เปิดปากมาก็ทำตัวเป็แม่สื่อเสียแล้ว!
เจียงิและฉินอู่ถึงกับอึ้ง เจียงิกำลังจะปฏิเสธ แต่ฉินอู่กลับตบหน้าผากตนเอง “ฮ่า ๆ ทำไมข้าถึงนึกเื่นี้ไม่ออกนะ”
“ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเขตแดนชางหยวนของข้าก็มีศักยภาพขอบเขตาาศักดิ์สิทธิ์ หากได้เป็คู่บำเพ็ญกับบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน ข้าสามารถตัดสินใจมอบเคล็ดวิชาลับสำหรับการบำเพ็ญหลอมกายาของสกุลฉินให้ได้ทั้งหมด ท่านเจียง ท่านอย่าได้ปฏิเสธเลย”
“ทั้งสองท่าน คงลืมไปแล้วว่าหลิงเทียนเพิ่งจะสามขวบเท่านั้นนะ...” เจียงิยิ้มแห้ง
“เอาเป็ว่า รอให้หลิงเทียนเติบใหญ่จนบรรลุนิติภาวะ แล้วให้เขาเป็ผู้ตัดสินใจเองก็แล้วกัน”
ทั้งสองพยักหน้าเห็นพ้อง
“ถ้าอย่างนั้น พวกข้าสองคนขอมอบน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ให้ท่าน ท่านเจียงห้ามปฏิเสธเป็อันขาด”
กล่าวจบ ทั้งสองต่างหยิบสมบัติล้ำค่าออกมาจากอกเสื้อ ไม่กล้าแม้แต่จะหยิบของระดับต่ำออกมา!
พวกเขาคิดเพียงว่าเจียงหลิงเทียนนั้นต่างจากคนทั่วไป กินสมบัติไปก็ไม่มีผลข้างเคียง และสามเดือนที่ผ่านมาเขาก็พัฒนาไปเร็วมาก ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับการกินสมบัติเ่าั้เป็แน่
เช่นนั้นเื่ก็ง่ายแล้ว!
แม้ทั้งสามจะคบหากันมานับแสนปีและสามเขตแดนจะผูกมิตรกันมาโดยตลอด แต่การต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์และเขตแดนในโลกเสวียนเทียนนั้นโหดร้ายนัก
ตระกูละที่สืบทอดกันมานับล้านปีต่างต้องวางแผนเพื่ออนาคตของตระกูลตนเองตลอดเวลา
ในสายตาของพวกเขา การใช้สมบัติภายนอกผูกมิตรกับอัจฉริยะระดับตำนานเช่นนี้ ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
อีกพันปีหมื่นปีข้างหน้า พวกเขาอาจจะไปคุยโวได้ว่า ในวันที่มหาจักรพรรดิหลิงเทียนทะลวงขีดจำกัดกายเนื้อ สมบัติที่เขาใช้กินตอนนั้นคือของที่ข้ามอบให้ยังไงล่ะ!!