ภายในห้องหออันเงียบสงัดเช่นเคย
เจียงเฉินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาคมปานกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก เขาหันไปมองร่างอรชรที่นั่งสมาธิอยู่บนเตียง ไอเย็นจาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวนางทำเอาแววตาเขาพลันอ่อนโยนลงเล็กน้อย
หกปีแห่งการศึกษาการแพทย์และโอสถ อาจกล่าวได้ว่าเจียงเฉินได้ศึกษาตำราแพทย์ที่มีอยู่ในเมืองหยุนเทียนเกือบจะทุกเล่มแล้ว ผนวกกับ "หน้าหนังสือสีทอง" ที่ช่วยจัดระเบียบความรู้ทุกสิ่ง... ทำให้ในเมืองหยุนเทียนนี้เรียกได้ว่า เขามองเห็น... ในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น
"หลิงเยว่" เจียงเฉินเอ่ยเรียกเสียงเบา
หลิงเยว่ลืมตาขึ้น... ดวงตาคู่สวยมองเจียงเฉินอย่างสงสัย "มีอะไรรึ?"
"ตอนที่เ้าฝึกพลัง รู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายหรือไม่"
คำพูดของเจียงเฉินทำให้หลิงเยว่อดขมวดคิ้วไม่ได้ "เ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"วิชาบงกชหิมะที่เ้าฝึกมันเป็วิชาสายหยินที่รุนแรงมาก พลังปราณหยินกำลังกัดกร่อนเส้นลมปราณหยางในร่างกายเ้าทีละน้อย แม้วิชานี้จะแข็งแกร่ง แต่ก็แลกมาด้วยค่าตอบแทนที่ใหญ่หลวง"
หลิงเยว่เบิกตากว้าง นี่คือความลับที่นางไม่เคยบอกให้ใครรู้ ทุกคนในสำนักที่ฝึกวิชานี้ต่างก็มีอาการคล้ายนาง และนั่นก็เป็เหตุผลว่าทำไมสำนักถึงได้ห้ามมีความสัมพันธ์ทางกาย หากร่างกายไม่อาจรักษาสมดุลหยินหยางไว้ได้ ผลที่ตามมาจะอันตรายนัก
"เ้า... เ้ารู้ได้อย่างไร?"
เจียงเฉินตอบด้วยท่าทางเคร่งขรึม "ตอนที่ข้าจับมือของเ้า แม้จะนุ่มมากจนข้าไม่อยากปล่อย แต่มือของเ้าก็จะเย็นราวกับน้ำแข็งเสมอ นอกจากนี้ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเ้า ไม่ใช่สภาวะปกติของการฝึกตน แต่มันคือพลังหยินที่ 'ล้น' ออกมาเพราะพลังหยางถูกปิดกั้นหรือทำลาย หากปล่อยไว้เช่นนี้... แม้นภายภาคหน้าเ้าจะฝึกสำเร็จ แต่ก็อาจจะกลายเป็มนุษย์น้ำแข็งได้ทุกเมื่อ"
หลิงเยว่ตกตะลึงจนตัวสั่นสะท้าน... หากเป็วันก่อนนางไม่มีทางเชื่อคำพูดของเจียงเฉินเป็แน่ แต่หลังจากอยู่ด้วยกันมาระยะหนึ่ง นางก็รู้สึกว่าเจียงเฉินอาจไม่ได้ธรรมดาเหมือนที่คนอื่นคิด อาการที่แม้แต่อาจารย์ของนางก็บอกว่านี่เป็เพียงผลข้างเคียงของวิชาที่ทุกคนต้องเผชิญ แต่ผู้ชายคนนี้กลับมองออกว่าไม่ปกติ โดยที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางมาก่อนแม้แต่น้อย
"แล้วเ้า... มีวิธีแก้หรือไม่?" หลิงเยว่ถามเบา ๆ
"มี" เจียงเฉินพยักหน้าอย่างหนักแน่น ล้อเล่นหรือไร นี่คือโอกาสชัด ๆ หากไม่รีบคว้าไว้ ข้าก็ควรกลับไปดื่มยาพิษอีกรอบแล้วล่ะ
"อะแฮ่ม" เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองแสดงออกมากเกินไป เจียงเฉินก็กระแอมออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ
"ข้าต้องใช้การฝังเข็มเพื่อทะลวงจุดชีพจรหยางทั้งเก้าจุดทั่วร่าง เป็การปรับสมดุลหยินหยางในร่างกายให้แก่เ้าก่อน จากนั้นจึงใช้โอสถรักษาต่อ"
หลิงเยว่หน้าแดงระเรื่อ... ฝังเข็มที่จุดชีพจรหยางทั้งเก้าจุด... นั่นหมายความว่าเขาต้อง...
บรรยากาศในห้องพลันเงียบงัน... เจียงเฉินก็ไม่ได้เร่งเร้าคำตอบจากหลิงเยว่
"เ้าจะมั่นใจแค่ไหนว่าจะรักษาข้าได้" หลิงเยว่ถามกลับมาเสียงเบา หลังจากเงียบไปหลายอึดใจ
"บอกตามตรง ข้าไม่เคยรักษาคนที่มีอาการเช่นเ้า แต่หากพูดถึงความมั่นใจข้ามีเกินแปดส่วน" เจียงเฉินตอบอย่างสงบ
หลิงเยว่พยักหน้า "ก็ได้... แต่... ห้ามเ้าทำเื่เกินเลยกับข้าเป็อันขาด!"
เจียงเฉินยิ้มอวดฟัน "ขอรับฮูหยิน " ในที่สุดปัญหาใหญ่ที่คอยเกาะกุมหัวใจเขาก็เริ่มมีทีท่าว่าจะคลายลง หากเขาแต่งงานกับนางหลายวันแล้ว ยังไม่มีโอกาสได้ขึ้นเตียง แบบนี้มันไม่ถูกสิจริงไหม
"ข้าต้องทำอย่างไร" หลิงเยว่ก้มหน้าถาม พยายามซ่อนพวงแก้มสีชมพูอ่อนที่เริ่มมีสีแดงเรื่อ
"นอนคว่ำเถอะ ข้าขอดูอาการของเ้าให้ละเอียดก่อน" เจียงเฉินพูดเบา ๆ บุคลิกของเขาในยามนี้ราวกับหมอที่กำลังวินิจฉัยโรคของคนไข้
หลิงเยว่นอนคว่ำหน้าลง ใบหน้าซุกกับหมอน นางเกร็งจนสั่นไปทั้งตัว เจียงเฉินค่อยๆปลดเงื่อนที่ผูกชุดนอนของนางเอาไว้ แต่ก่อนที่เชือกจะหลุดออกจากกัน มือบางข้างหนึ่งก็เอื้อมมาจับข้อมือเขาเอาไว้
เจียงเฉินบรรจงแกะมือข้างนั้นออก พร้อมกระซิบเบา ๆ "ไม่ต้องเกร็งนะ ข้าจะตรวจไม่นาน"
หลังจากถอดชุดนอนด้านหลังของหลิงเยว่ แผ่นหลังอันขาวเนียนไร้ที่ติก็ปรากฏแก่สายตาของเจียงเฉิน ทำเอาเขาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่จะนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
เจียงเฉินค่อย ๆ รวบรวมสติ ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดเบา ๆ ที่จุดชีพจรบนแผ่นหลัง และจุดอื่น ๆ ทั่วร่างกาย
"ข้าจะเริ่มจากจุด 'เทียนจู้' ที่ต้นคอ" ผ่านไปสักพักเจียงเฉินก็เอ่ยขึ้น
"ข้าต้องส่งพลังปราณเข้าไปทะลวงจุดชีพจรของเ้า ขั้นตอนนี้อาจจะช้าเล็กน้อย เพราะเ้าแข็งแกร่งกว่าข้ามากนัก" เจียงเฉินสูดหายใจลึกบรรจงปักเข็มลงไปที่จุดเทียนจู้ จากนั้นเริ่มถ่ายทอดพลังปราณที่บริสุทธิ์จากร่างกาย ผ่านเข็มเงิน เข้าสู่เส้นลมปราณของหลิงเยว่
ตูม!!!
วินาทีที่พลังของเขาัักับเส้นลมปราณของนางและััได้ถึงระดับพลังของหลิงเยว่ เขาก็ต้องผงะ!
พลังปราณภายในร่างของนางไม่ได้อยู่ใน "ขั้นรวมปราณ" อย่างที่เขาคิดในตอนแรก!
แต่มันหนาแน่น กว้างใหญ่ และทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ นี่มัน... หรือว่า... นางจะเข้าสู่ขั้นถัดไปแล้ว
"ขั้นแก่นพลัง" เจียงเฉินหลุดอุทานออกมา
"อืม ขอโทษที่ปิดบังเ้ามาโดยตลอด" หลิงเยว่ตอบเสียงเบา เจือความรู้สึกผิด
"ข้าควรจะดีใจมากกว่าสิที่มีฮูหยินแข็งแกร่งขนาดนี้... อดทนไว้นะ! กำลังจะถึงขั้นตอนสำคัญแล้ว" เจียงเฉินกัดฟันแน่น... การใช้พลังขั้นหลอมกายของเขาไปทะลวงเส้นลมปราณของยอดฝีมือขั้นแก่นพลัง มันไม่ต่างจากการใช้ไม้จิ้มฟันไปงัดูเาเลย!
เขาต้องทุ่มพลังทั้งหมดที่มี...
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป...
ฟู่! พลังปราณในระยะสิบจ้างถูกร่างกายของหลิงเยว่ดึงดูดเข้าไปอย่างตะกระตะกราม
จุดที่หนึ่ง จุดเทียนจู้ ถูกเปิดออกได้สำเร็จ! และที่น่ายินดีกว่านั้นคือพลังปราณของหลิงเยว่ก็ทะลวงเพิ่มอีกหนึ่งขั้นเช่นกัน
เจียงเฉินยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แม้จะใช้พลังปราณทั้งร่างไปจนหมด แต่มันก็คุ้มค่า
"แค่ก... ยังดีที่วันนี้สามารถทะลวงได้หนึ่งจุด แต่พวกเราต้องทำแบบนี้ให้ครบเก้าวัน ถึงจะคงสภาพร่างกายของเ้าได้" เจียงเฉินเค้นคำพูดออกมาก่อนที่โลกทั้งใบของเขาจะดับวูบ
ความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังปราณจนหมดสิ้น ทำให้เจียงเฉินทนไม่ไหวอีกต่อไป
ฟุบ!
ร่างของเจียงเฉินล้มทับลงบนตัวหลิงเยว่ ใบหน้าที่มีหนวดเคราเล็กน้อยแปะลงบนแผ่นหลังของนาง ทำให้หลิงเยว่ตัวสั่น
"!!!"
หลิงเยว่สะดุ้งสุดตัว! ไอเย็นะเิออกจากร่างตามสัญชาตญาณ! นางกำลังจะผลัก "คนฉวยโอกาส" นี่ให้กระเด็น!
แต่ในตอนนั้นหลิงเยว่ก็ได้ยินเสียงหอบหายใจที่แ่เบาราวกับจะขาดใจ และเมื่อนางเอี้ยวคอไปมอง... ก็เห็นใบหน้าของเจียงเฉินที่ซีดขาวราวกับกระดาษ เหงื่อเย็นไหลท่วมหน้าผาก...
'เขา... ไม่ได้ตั้งใจจะฉวยโอกาสข้า'
'เขา... หมดสติไปเพราะช่วยข้า'
ไอเย็นที่เตรียมจะปะทุ พลันสลายไป...
หลิงเยว่ถอนหายใจยาว... ค่อย ๆ พลิกตัวและประคองร่างที่อ่อนปวกเปียกของเจียงเฉินให้นอนลงบนเตียงของนาง
"เ้า...ทำไมต้องฝืนร่างกายขนาดนี้" หลิงเยว่พึมพำ นางมองใบหน้ายามหลับของเจียงเฉิน... ก่อนจะหยิบหมอนสำรองที่มุมเตียงมาวางกั้นไว้ตรงกลาง
"คืนนี้... เ้านอนที่นี่เถอะ" หลิงเยว่พูดพร้อมดับไฟในห้อง
เจียงเฉินที่สติเลือนรางได้ยินประโยคสุดท้ายนั้น มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย...
หัวใจที่เคยด้านชา บัดนี้กลับเริ่มคันยิบ ๆ
ท่ามกลางกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผ้านวมผืนใหญ่เจียงเฉินก็จมสู่ห้วงนิทราที่ลึกที่สุดในรอบหกปี...
รุ่งเช้า...
แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง
หลิงเยว่ตื่นขึ้นมาก่อน ด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย
ความรู้สึกเหมือนนอนอยู่บนอะไรบางอย่างที่ทั้งแข็งทั้งนุ่ม และยังให้ััที่อบอุ่นอย่างประหลาด
หลิงเยว่ขมวดคิ้ว... ก่อนจะก้มลงมองตามสัญชาตญาณ หมอนที่นางเคยเอามากั้นไว้ บัดนี้ตกไปอยู่ที่พื้นั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ และตอนนี้นางก็กำลังกอดร่างของเจียงเฉินไว้แน่นราวกับกอดหมอนข้าง!
!!!
ใบหน้าของหลิงเยว่แดงก่ำจนถึงใบหู!
ผ่านไปอีกพักใหญ่ หลิงเยว่ก็ยังไม่กล้าขยับ กลัวว่าเจียงเฉินจะตื่นขึ้นมาเจอฉากนี้พอดี
ในขณะเดียวกันเจียงเฉินก็ตื่นนานแล้วเหมือนกัน! เขากำลังแกล้งหลับ ััไออุ่นและความนุ่มนิ่มจากอ้อมแขนของหลิงเยว่ หากเป็ไปได้เจียงเฉินก็อยากจะนอนไปอย่างนี้ทั้งวัน!
"..."
หลิงเยว่รอจนแน่ใจว่าเขายังหลับอยู่ จึงค่อย ๆ พยายามดึงแขนของตนเองออกอย่างเชื่องช้าที่สุด ราวกับแมวที่จ้องจะจับเหยื่อ
แต่ในจังหวะที่หลิงเยว่คิดว่ารอดแน่แล้ว... ก็มีมือหนึ่งเอื้อมมารั้งนางเข้าไปเหมือนดึงหมอนข้าง!!
"อืม..." เจียงเฉินทำเสียงละเมอ "หนาว... หนาวจังเลย"
หมับ!
เจียงเฉินรวบร่างของหลิงเยว่เข้าไปกอดไว้แน่นกว่าเดิม!
"!!!" หลิงเยว่ตัวแข็งทื่อ! ทั้งใทั้งโกรธ "เจียง! เฉิน! ตื่นเดี๋ยวนี้!"
"..." เจียงเฉินทำเป็หลับต่อหน้าตาเฉย
"ข้าบอกให้ตื่น!" ยิ่งหลิงเยว่พยายามดิ้นเท่าไหร่ เจียงเฉินก็ยิ่งกอดแน่นขึ้น
หลิงเยว่หมดความอดทน... จึงใช้ศอกกระทุ้งเข้าไปที่ชายโครงของเจียงเฉินอย่างจัง!
ปัก!
"โอ๊ย!" เจียงเฉินร้องลั่นพร้อมปล่อยมือทันที เขาไม่คิดเลยว่าหลิงเยว่นางจะดุขนาดนี้
"เ้า... เ้าทำอะไรของเ้า!" หลิงเยว่ะโลงจากเตียง พยายามจัดเสื้อผ้าที่ยับย่น แล้วถามอย่างคาดโทษ
"ข้า... เอ่อ..ข้าละเมอหน่ะ" เจียงเฉินกุมซี่โครงแสร้งทำเป็อ่อนแอ
"ฮึ่ม!!" หลิงเยว่แค่นเสียงอย่างเ็า
"เอาล่ะ ๆ ข้าขอโทษฮูหยินด้วยนะ เดี๋ยวข้าจะออกไปข้างนอกสักพัก ถือโอกาสหาซื้อสมุนไพรมาต้มให้เ้าดื่มด้วย มันจะช่วยฟื้นฟูเส้นลมปราณของเ้าได้เร็วขึ้น... เ้าจะไปด้วยกันไหม?"
"ไม่ไป!" นางตอบเสียงแข็ง... ยังไม่หายงอนเลยนะ
"ฮ่าฮ่า... งั้นข้าไปคนเดียวก็ได้" ขากลับจะซื้อขนมมาฝาก
เจียงเฉินหยิบทรัพย์สินติดตัวทั้งหมด มุ่งหน้าสู่ย่านการค้าของเมืองหยุนเทียน
เป้าหมายของเจียงเฉินในวันนี้คือ... ร้านค้าสมาคมเทียนหลิง
นี่เป็ร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหยุนเทียน มีข่าวว่าเป็สาขาย่อยของสมาคมการค้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดในดินแดนเทียนหลิง ที่นี่มีขายทุกสิ่ง และสิ่งที่ยังไม่มีก็สามารถหามาให้ได้ ขอแค่...เงินถึง!
ร้านค้าสูงสามชั้นตั้งตระหง่านโอ่อ่า... ผู้คนเดินเข้าออกขวักไขว่... ภายในร้านตกแต่งได้อย่างประณีต โถงบันไดกลางร้านก็ช่างทำให้คนจุ๊ปากได้จริง ๆ ชั้นหนึ่งของร้านค้าสมาคม จะเน้นขายของทั่วไป สมุนไพรและโอสถระดับต่ำ ชั้นสองมีการซื้อขายอาวุธ ชุดเกราะและอุปกรณ์ต่าง ๆ และชั้นสามคือแหล่งรวมของสมบัติล้ำค่าและห้องประเมินราคาสำหรับวัตถุหายาก 'มีเงินอย่างเดียวอาจจะเข้าไปไม่ได้' ไม่ใช่คำพูดเกินจริงสำหรับที่นี่
เจียงเฉินมาถึงหน้าร้านค้าสมาคมก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป...
"หึ... ดูนั่นสิ ขยะก็มีเงินมาซื้อของที่นี่ด้วยรึ?"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น...แน่นอนว่าเป็ เจียงเหว่ย
เจียงเฉินหันกลับไปมอง "ทำไมข้าจะมาไม่ได้... เ้ามีธุระอะไรรึ?"
"ธุระ? ธุระของข้าคือคอยสมเพชเ้าไง!" เจียงเหว่ยยิ้มเยาะ "ได้ข่าวว่าวันก่อนเ้าโดนวางยานี่ ทำไมถึงไม่ตาย ๆ ไปซะ... อ้อ... ลืมไป เ้าคงจะรีบไปเป็เขยสวะแต่งเข้าบ้านตระกูลหลิงสินะ! ฮ่าฮ่า!"
เจียงเฉินส่ายหน้า... ก่อนจะเดินจากไป
"หนอย! ใครให้ความกล้าเ้าบังอาจเมินข้า!" เจียงเหว่ยกำลังจะพุ่งเข้ามา แต่ไม่ทันที่จะเหยียบเข้าไปในร้านค้าสมาคม ลูกน้องคนนึงก็เข้าห้ามไว้
"คุณชายขอรับ ใจเย็น ๆ ก่อนขอรับ... ที่นี่คือ..."
ยังไม่ทันที่ลูกน้องของเจียงเหว่ยจะพูดจบ...
ร่างกำยำในชุดเกราะเบาของร้านค้าสมาคม ที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูชั้นสอง ก็ตวัดสายตาเ็ามาทางเจียงเหว่ย พร้อมกับปล่อยจิตสังหารจาง ๆ ออกมากดดัน
เจียงเหว่ยชะงักงัน... เขาััได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายจาง ๆ จากคนผู้นั้น เขาสะบัดแขนลูกน้องออก "ฮึ่ม! รอดตัวไปนะไอ้ขยะ! ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
เจียงเฉินไม่สนใจเจียงเหว่ยแม้แต่น้อย เขาเดินไปโซนซื้อขายสมุนไพร เลือกซื้อตัวยาที่เขาจัดไว้สำหรับหลิงเยว่ จากนั้นก็เดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อหากระบี่ดี ๆ สักเล่ม!
เจียงเฉินเหลือบมองไปข้างหลัง เห็นเจียงเหว่ยเดินตามมาห่าง ๆ... มุมปากของเจียงเฉินพลันยกยิ้ม...
"ในเมื่ออยากจะเล่น งั้นข้าจะเล่นกับเ้าเอง"
เขาเดินไปที่แผงกระบี่ธรรมดา... หยิบกระบี่เหล็กกล้าเล่มหนึ่งขึ้นมา...
"พ่อค้า... กระบี่เล่มนี้ขายเท่าไหร่?"
"คุณชายตาแหลมจริง ๆ กระบี่เล่มนี้ทำจากวัสดุพิเศษ แข็งราวกับเพชร แถมยังมีน้ำหนักค่อนข้างเบา เหมาะกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเริ่มต้นมาก ขายเพียง...หนึ่งร้อยเหรียญทองคำขอรับ"
เจียงเฉินล้วงเงินร้อยเหรียญทองคำใส่มือพ่อค้า "ตกลง... ข้าจะ..."
"ข้าให้สองร้อยเหรียญทองคำ!" เจียงเหว่ยะโแทรกขึ้นมาทันที
เหล่าพ่อค้ามองหน้ากัน... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน "เอ่อ... แต่คุณชายท่านนี้..."
"ขยะอย่างมันจะมีปัญญาจ่ายเหรอ! แต่ไหนแต่ไรทำการค้า ย่อมต้องเลือกคนที่ให้กำไรเยอะ ๆ อยู่แล้วจริงไหม"
"เจียงเหว่ย... ข้าเห็นมันก่อน" เจียงเฉินแสร้งทำเป็ไม่พอใจ
"เห็นก่อนแล้วอย่างไร! หากสองร้อยไม่พอ งั้นข้าจะจ่ายหนึ่งพันเหรียญทองคำ!" เจียงเหว่ยกัดฟัน... "
พ่อค้าพลันเปลี่ยนสีหน้าในทันใด "ขออภัยคุณชายท่านนี้ด้วย... นี่เงินหนึ่งร้อยเหรียญของท่าน ข้าขอคืนให้ ส่วนกระบี่เล่มนี้เป็ของคุณชายเจียงเหว่ยแล้วขอรับ! หากว่าท่านสนใจเล่มอื่น ข้าจะห่อให้ในราคาพิเศษ" ประโยคสุดท้ายมีเพียงพวกเขาสองคนที่ได้ยิน
เจียงเฉินแสร้งทำหน้าเจ็บใจรับเงินคืนมา
แต่แล้วเขาก็เดินไปหยิบกระบี่เหล็กกล้าอีกเล่ม... ที่หน้าตาคล้าย ๆ กัน... "งั้นข้าเอาเล่มนี้ก็ได้ หนึ่งร้อยเหรียญใช่หรือไม่ ข้าจ่ายเลย..." เจียงเฉินกุลีกุจอหยิบเงินใส่มือพ่อค้า เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ...
"หนึ่งพันเหรียญทองคำ!" เจียงเหว่ยะโอีกครั้ง วันนี้เขา้าเหยียบเจียงเฉินให้จมดิน!
พ่อค้ารีบห่อกระบี่ให้เจียงเหว่ยด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเอ่ยขออภัยเจียงเฉินเช่นเคย
เจียงเหว่ยหัวเราะอย่างสะใจ... "เป็ไงล่ะไอ้ขยะ! ได้แต่มองตาปริบ ๆ สินะ!"
เจียงเฉินไม่พูดอะไร เขาเพียงยกยิ้มมุมปาก... หลังจากนั้น
เจียงเฉินหลอกให้เจียงเหว่ยซื้อกระบี่ธรรมดา ๆ ไปนับสิบเล่ม แม้นเจียงเหว่ยจะรู้ตัว แต่หากคิดถอยก็จะโดนคำพูดเหน็บแนมคำหนึ่งจากเจียงเฉิน
...
เจียงเฉินเดินหากระบี่มาจนถึงบริเวณหนึ่ง ซึ่งเป็กลุ่มอาวุธชั้นดี
"เถ้าแก่" เจียงเฉินชี้ไปที่กระบี่เล่มหนึ่งที่อยู่ในตู้กระจก รูปร่างได้สัดส่วนพอเหมาะ ใบกระบี่เป็สีดำค่อนข้างหนา ด้ามจับพันด้วยหนังอสูร "เล่มนั้น... ขายราคาเท่าไหร่?"
พ่อค้าพ่อค้าที่ถูกเรียกพลันตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น จากเหตุการณ์เมื่อครู่ เจียงเฉินแวะร้านไหน ร้านนั้นก็พันกำไรได้มหาศาลทุกครั้ง ทำเอาเขาหงุดหงิดจนหนวดหยิกหมดแล้ว
"คุณชาย... นั่นคือ 'กระบี่เงาทมิฬ' ราคา... เอ่อ หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทองคำขอรับ"
เจียงเหว่ยที่เดินตามมาได้ยิน หัวเราะเยาะออกมาดังลั่น "ฮ่าฮ่าฮ่า! หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทองคำ! ไอ้ขยะ... เ้าคงไม่คิดว่าตัวเองมีปัญญาซื้อหรอกนะ? แค่มาลูบ ๆ คลำ ๆ ให้เสียเวลาพ่อค้าเปล่า ๆ ไสหัวกลับไป..."
ยังไม่ทันที่เจียงเหว่ยจะพูดจบ...
เคร้ง!
เจียงเฉินวางถุงเงินที่หนักอึ้งลงบนโต๊ะ "ห่อเลย... ข้าเอาเล่มนี้"
เสียงหัวเราะของเจียงเหว่ยพลันหยุดกะทันหัน... ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากแดงเป็เขียว... เขียวเป็ขาว เขาอ้าปากค้าง!
"เป็ไปไม่ได้! เ้า... เ้าขยะนี่... ไปเอาเงินมาจากไหนตั้งหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทองคำ!"
เจียงเฉินรับกระบี่เงาทมิฬพร้อมฝักที่ดูเรียบง่ายมาไว้ในมือ... เขาชักกระบี่ ลูบมันเบา ๆ ััได้ถึงจิติญญาแห่งกระบี่ของตนที่กำลังตื่นเต้น
‘น้ำหนักค่อนข้างเยอะไปหน่อย แต่หากข้าฝึกร่างกายจนถึงขีดสุดได้ ก็น่าจะใช้ได้ไม่มีปัญหา’ เจียงเฉินคิดในใจ
เจียงเฉินสะพายกระบี่ไว้ที่หลัง เดินผ่านเจียงเหว่ยที่ยังคงยืนตะลึง
ก่อนจะสวนกัน เจียงเฉินหยุด หันมายิ้มทะเล้นให้...
"เ้าก็ยังเหมือนเดิม... อ่อนหัดนัก... น้องชาย"
เจียงเหว่ยมองตามแผ่นหลังของเจียงเฉินด้วยความโกรธ... 'ไอขยะนั่น มันหลอกให้เขาซื้อกระบี่ดาด ๆ นับสิบเล่มในราคาแพงลิบ!! นี่มันเงินเก็บ 2 ปีของข้าเลยนะ!!'
ขากลับเจียงเฉินไม่ลืมซื้อขนมไปฝากคนที่บ้าน เขาชูขนมขึ้นด้วยรอยยิ้ม "หวังว่าฮูหยินข้ากินเ้าแล้วจะหายโกรธนะ"
...
เมื่อกลับถึงเรือนพัก... เขาก็จัดแจงต้มยาสมุนไพรทันที
สมุนไพรกว่าสิบชนิดถูกเจียงเฉินทะยอยใส่ลงไปในหม้อปรุงยา ของเหลวในหม้อกำลังเดือดปุด ๆ ส่งกลิ่นหอมสดชื่นออกมา
แม้ว่าหม้อที่ใช้ปรุงจะเป็หม้อธรรมดา แต่ด้วยความช่วยเหลือของหน้าหนังสือสีทองที่ช่วยลดข้อบกพร่องต่าง ๆ ในการปรุงยา ทำให้ในที่สุดเจียงเฉินก็ปรุงยาสำเร็จ
"ดื่มนี่สิ... มันจะช่วยเ้าปรับสมดุลหยินหยางได้อย่างมาก"
หลิงเยว่รับชามยามาดื่ม... รสชาติขมปนหวานเล็กน้อย ค่อนข้างดื่มง่าย เมื่อยาไหลผ่านลำคอความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ความตึงเครียดที่สะสมมานานจากการฝึกยุทธ์อย่างหนัก ราวกับถูกปลดปล่อย จิตใจของนางก็สงบลงอย่างมาก
หลิงเยว่มองเจียงเฉินที่กำลังทำความสะอาดหม้อต้มยา ในใจอดฉุกคิดขึ้นมาไม่ได้ 'ทั้งที่เขาอายุพอๆกับข้า... ทำไมถึงรู้เื่การแพทย์และโอสถลึกซึ้งเพียงนี้ ่เวลาหกปีที่เขาสูญเสียทุกอย่างไป เขาต้องทนทุกข์ทรมานและทุ่มเทให้กับการศึกษาสิ่งเหล่านี้... มากแค่ไหนกันนะ?'
เมื่อเจียงเฉินรับรู้ถึงสายตาของหลิงเยว่... เขาก็หันมายิ้มให้นาง...
แววตาคู่นั้นของเจียงเฉินที่เคยว่างเปล่า... บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ และความอบอุ่นที่หลิงเยว่ไม่เคยััมาก่อน
หัวใจที่เ็าของหลิงเยว่... พลันรู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่ง...
แววตาของนาง... ค่อย ๆ อ่อนโยนลง... โดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว