บทนำ
“คุณอัน ที่ผมเรียกคุณมาพบในวันนี้ไม่ได้เพื่อจะตำหนิอะไรหรอกนะครับ แต่ว่า...ผมสังเกตเห็นมานานแล้วว่าคุณกับเพื่อนร่วมงานในกลุ่มค่อนข้างที่จะห่างเหินกันไม่น้อย จริงอยู่ที่งานของคุณไม่เคยผิดพลาดหรือบกพร่องใดๆ ถึงอย่างนั้นในฐานะที่ผมเป็หัวหน้า ผมก็อยากให้บรรยากาศในการทำงานดีกว่านี้น่ะครับ”
“คุณอันลองทบทวนดู มีสิ่งไหนที่คุณพอจะอะลุ่มอล่วยได้บ้าง เช่น สุดสัปดาห์นี้ กลุ่มของคุณนัดกันไปกินอาหารด้วยกันใช่ไหมล่ะครับ ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มจากตรงนี้ก็ได้ คุณลองไปกินมื้อเย็นกับทุกคนดู ผมเชื่อว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีแน่นอนครับ”
ชายวัยกลางคนให้คำแนะนำ หญิงสาวอายุอานามเพียงสามสิบกว่าปี ผู้ที่ทำตัวเหมือนกับแม่ชีปลีกวิเวก แม้ว่างานของเ้าตัวจะออกมาดีทุกครั้งจนเขาแทบไม่ต้องให้กลับไปแก้ไข กระนั้น...เขาก็ได้ยินอยู่บ่อยๆเกี่ยวกับเสียงนินทาลับหลังของอีกฝ่าย
เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไม่ยอมร่วมมือใดๆกับกิจกรรมของกลุ่มเลย ไม่ว่าจะเป็งานปาร์ตี้ งานลงพื้นที่ หรืออื่นๆ เขาตำหนิในส่วนนั้นไม่ได้มากนัก อย่างไรนี่ก็ไม่ใช่ “Job Function” ที่พูดคุยกันตอนรับเข้าทำงาน
เธอมาทำในตำแหน่งนี้ เป็งานที่จัดการเกี่ยวกับเอกสารการประชุมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็งานนำเสนอผู้บริหาร สรุปยอด และอื่นๆ ถึงอย่างนั้น...การที่ไม่ร่วมมือกับใคร ไม่ทำงานอื่นๆ นอกจากงานที่รับสมัครเข้ามา มันทำให้เธอไม่อาจจะก้าวหน้าในอาชีพได้
เขาเองก็กำลังคาดหวังกับความสามารถของเธออยู่ อายุเพียงสามสิบกว่าปี แต่จัดการงานทุกอย่างแทนหัวหน้า กระทั่งผู้บริหารอย่างเขาก็ยังมองว่าผลงานของเธอผ่านฉลุย ถ้าสามารถขึ้นตำแหน่งได้ บริษัทก็คงจะมีการดำเนินการที่ราบรื่นมากขึ้น
แต่ถ้าเธอยังติดนิสัยแบบนี้ ย่อมไม่สามารถควบคุมใครได้เลย เธอจะติดอยู่กับตำแหน่งเดิมตลอดไป และบริษัทก็เสียโอกาสดีๆไปด้วย
หญิงสาวดันแว่นกรองแสงขึ้นหนึ่งครั้งเมื่อฟังคำแนะนำทั้งหมด เธอไม่ได้โต้ตอบอะไรเป็พิเศษ เพียงพูดเหมือนกับทุกครั้งว่า “ดิฉันจะเก็บไปทบทวนตนเองค่ะ” จากนั้นก็ปล่อยให้ทั้งห้องเงียบเหมือนที่เคยเป็
ผู้บริหารถอนหายใจเฮือกใหญ่ โบกมือให้สาวเ้าออกไปทำงานข้างนอกได้แล้ว เธอก็เดินออกไปอย่างไม่ลังเล ... นี่แหละ เธอก็เป็เช่นนี้เสมอ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเรียกให้หญิงสาวมาพูดคุยกัน และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่คำแนะนำของเขาถูกเมินเฉย
“ทั้งๆที่เป็คนมีความสามารถแท้ๆ กลับทำตัวเ็าต่อผู้คนจังเลยนะ น่าเสียดายจริงๆ” เสียงพึมพำของคนเป็เ้านายไม่ได้เข้าหูของอันซูหยวน หรือต่อให้ได้ยิน...เธอก็ไม่สนใจที่จะฟังมัน
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน อันซูหยวนที่จัดการงานของตนเองเสร็จทั้งหมดก็เก็บของเพื่อกลับบ้านตรงเวลา ในขณะที่พนักงานคนอื่นๆกำลังเร่งปั่นงานของตนเองที่ยังไม่เสร็จ ทันทีที่เห็นว่ามีคนลุกจากเก้าอี้ทำงาน สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่เธอเป็สายตาเดียว
จะบอกให้พวกเขาชินกับการกระทำเช่นนี้ก็ได้อยู่ แต่ลึกๆแล้วไม่มีใครรู้สึกดีที่ได้เห็น ในขณะที่พวกเขากำลังเร่งทำงานของตนเอง หญิงสาวอันผู้นี้กลับจัดการงานของตนเองเสร็จทั้งหมด คนที่มีความสามารถมากมายเช่นนี้ถ้ายื่นมือเข้ามาให้คำแนะนำเล็กๆน้อยๆ งานของพวกเขาก็คงจะเสร็จราบรื่นไปด้วยดีเหมือนกันใช่ไหม?
ทว่า...อันซูหยวนคนนี้ไม่เคยมอบน้ำใจดีๆให้กับพวกเขาเลย แรกๆมีคนใจกล้า เดินเอางานของตนเองไปให้อีกฝ่ายช่วยเหลือ อันซูหยวนปรายตามองเพียงหน้าปกก่อนจะส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ไม่ผ่าน” เพียงเท่านั้น แล้วก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรอีกเลย
ถึงเ้าตัวจะพูดถูกว่างานที่ส่งไปนี้ไม่ผ่าน แต่ก็ควรจะแนะนำหน่อยหรือไม่ว่าไม่ผ่านได้อย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขามึนงงอยู่อย่างนั้น ตัวเองสนใจแค่งานของตนเองเสร็จก็พอหรือ? พวกเขาก็เป็พนักงานเหมือนๆกัน จะช่วยแนะนำอะไรสักคำก็ไม่ได้เลย?
“แม่คนหวงวิชารีบกลับอีกแล้ว”
“นั่นน่ะสิ กลับตรงเวลาทุกวัน ปล่อยให้พวกเราแก้งานงกๆ”
“เหอะ! เธอไม่มีน้ำใจจริงๆนะ ฉันเห็นว่าวันนี้เธอเอางานไปส่งั้แ่บ่ายๆแล้ว มีเวลาเหลืออีกมาก แทนที่จะมาช่วยพวกเราบ้าง กลับเมินเฉย แถมยังเก็บข้าวของรอั้แ่ก่อนเลิกงานอีก เห็นแล้วขัดหูขัดตาชะมัด”
“เอาน่าๆ คิดในแง่ดี เธอก็ไม่ได้โอทีสักวันเลยไม่ใช่หรอ พวกเราทำงานมืดค่ำก็ยังได้ค่าโอทีนะ”
“ไม่พูดแล้ว รีบทำงานดีกว่า พรุ่งนี้จะต้องเอาแผนไปให้หัวหน้าดูก่อน ไม่รู้ว่าจะถูกสั่งให้แก้ไขอะไรอีกบ้าง เครียดจังเลย!!” เสียงบ่นพึมพำของพนักงานในกลุ่มดังขึ้นหลังจากที่ร่างเล็กของอันซูหยวนจากไปแล้ว
หญิงสาวที่ถูกนินทา เมื่อออกมาจากที่ทำงานและสามารถนั่งอย่างสงบบนรถของตนเอง ใบหน้าเรียบตึงและจริงจังก็เปลี่ยนไป เธอเป่าปากจนเกิดเสียงดัง “ฟู่” ออกมา รู้สึกว่าการทำงานในวันนี้ก็ยังน่าเบื่อเหมือนเดิม
พวกเพื่อนร่วมงานที่ดีแต่จับกลุ่มพูดคุยนินทาคนอื่นระหว่างวันจนงานของตนเองไม่เสร็จ ทั้งในเวลาประชุมก็ไม่ตั้งใจฟังหัวหน้า ไม่พยายามคิดว่าโจทย์ที่หัวหน้า้า ลูกค้า้าที่แท้จริงคืออะไร ในขณะที่เธอต้องใช้ความคิดไปกับการรับคำสั่ง คนอื่นๆแอบกินขนม หนีออกไปชงกาแฟ และอื่นๆอีกมากมาย แต่สุดท้ายเมื่อทำอะไรไม่ได้ กลับบอกว่าเธอไม่ยอมช่วย...
เหอ เหอ เหอ
อันซูหยวนคุ้นเคยกับภาพความทรงจำแบบนี้มาั้แ่สมัยมัธยมแล้ว ไม่ว่าจะมัธยมหรือมหาวิทยาลัย เพื่อนๆก็เป็เช่นนี้เสมอ ตอนที่เธอตั้งใจเรียน พวกเขากลับเล่นและนอนหลับ เมื่อเธอตั้งใจทำการบ้าน พวกเขามาขอลอกการบ้าน ขนาดขึ้นมหาวิทยาลัย หลายครั้งที่สมุดบันทึกของเธอถูกยืมไปเพื่อถ่ายเอกสาร แต่กลับมาในสภาพที่ไม่เหมือนเดิม แย่สุดมันยังเคยหายไปเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเจอบ่อยครั้งเข้า อันซูหยวนจึงรู้ว่าความใจดีและน้ำใจไม่ใช่ทางออกทั้งหมด ในเมื่อพวกเขามีทุกอย่างเท่ากันกับเธอ ทำไมอันซูหยวนจะต้องพาชีวิตของตนเองไปลำบากเพื่อให้คนอื่นสบายด้วยล่ะ
หัวหน้าที่้างานด่วนก็ควรจะสั่งสอนทุกคนเอง เธอเข้ามาทำงาน ไม่ได้มาเพื่อสร้างกำไรให้องค์กร ในเมื่อเธอทำงานของเธออย่างเต็มที่แล้ว เวลาหลังเลิกงานก็ควรจะเป็ของเธอใช่ไหม?
อันซูหยวนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ริมฝีปากแย้มยิ้มออกมา เธอยังไม่ขับรถออกจากที่ทำงาน เพราะรู้ว่าจะต้องเสียเวลาอีกพักใหญ่ๆในขณะขับรถบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลา...อันซูหยวนจะต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เสร็จก่อน แล้วหลังจากนั้นก็ลงแปลงเพาะปลูกรอบใหม่ เมื่อกลับถึงบ้าน...เธอก็น่าจะเก็บเกี่ยวได้อีกครั้งพอดี
เวลาหลังเลิกงานไปจนถึงเวลาก่อนนอน เธอจะต้องใช้ทั้งหมดให้คุ้มค่า ตอนนี้ระดับในฟาร์มของเธอแทบจะสูงสุดในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงอีกไม่กี่การเคลื่อนไหวเท่านั้น เธอจะสามารถทำลายสถิติผู้เล่นอันดับหนึ่งของเกม “ฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลก” ได้
เกมนี้เปิดตัวมานานกว่า 10 ปีแล้ว อันดับผู้เล่นนั้นไม่ได้ขยับมานาน แม้แต่ผู้เล่นอันดับหนึ่งก็ไม่เลื่อนระดับอีกต่อไป เขาเล่นไปจนถึงระดับที่ 91 ก่อนจะหายไปเงียบเชียบ ถึงอย่างนั้นก็เข้าใจได้...เพราะเกมมีการเปิดตัวมากขึ้นกว่าเดิม ตัวเลือกให้เล่นจึงมากขึ้นด้วย
เกมฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลกนี้เป็อีกเกมที่ตกยุคไปแล้ว ผู้เล่นหน้าใหม่แทบจะไม่มีให้เห็นอีก ส่วนผู้เล่นเก่าๆไม่ต้องพูดถึงเลย ทุกวันนี้อันซูหยวนไม่ได้คาดหวังกับการวางขายของในตะกร้าให้ผู้เล่นอีกต่อไป เธอเพียงส่งมันขายให้กับระบบเกมโดยตรง ถึงแม้จะได้เงินน้อยกว่าการวางขายให้ผู้เล่นด้วยกันเอง แต่ตะกร้าที่เคยใส่วางขายไว้ทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถขายออกได้สักชิ้น
“หืม? ฝูงแมลงที่เป็ศัตรูพืชบุกอย่างนั้นหรอ ยังดีที่เก็บรวบรวมไอเทมจากพืชกลายพันธุ์พวกนั้นไว้ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ “สังเคราะห์” ยาไล่แมลงทั้งหมดเลยก็แล้วกัน คืนนี้คงต้องออกไปฟาร์มกับพวกพืชและสัตว์กลายพันธุ์เพิ่มแล้ว”
ราวกับว่าเป็คนละคน ดวงตาของอันซูหยวนเปล่งประกายตื่นเต้น นิ้วเรียวยาวของหญิงสาวเคลื่อนไหวเหมือนกับกำลังร่ายรำ กดคำสั่งให้สังเคราะห์ยาไล่แมลงจากชิ้นส่วนพืชกลายพันธุ์ที่รวบรวมเอาไว้ครั้งก่อนจนสามารถได้รับยาไล่แมลงเพิ่มขึ้นอีก 12 ขวด
“เอาล่ะ ถึงเวลาที่พวกแกจะถูกกำจัดแล้ว” รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นที่มุมปาก อันซูหยวนลากขวดยาไล่แมลงไปรอบๆพร้อมกับคำสั่งเปิดใช้งาน
ละอองยาสีขาวถูกพ่นออกไปรอบๆ เนื่องจากมันเป็ยาฆ่าแมลงที่ทำจากพืชกลายพันธุ์ ยังถือว่าเป็สารออแกนิค ดังนั้นจึงมีผลกับศัตรูพืชเท่านั้น ไม่ได้ทำอันตรายใดๆกับพืชผลในแปลงผักเลย
แมลงตัวเล็กบินว่อนเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวตามการตั้งค่าของระบบเกม อันซูหยวนจัดการพวกมันร่วงราวกับเม็ดฝนก่อนที่จำนวนจะค่อยๆลดลง และท้ายที่สุด...ฝูงแมลงขนาดใหญ่ก็รู้ว่ามันไม่อาจสู้พลังของยาฆ่าแมลงนี้ได้ บางส่วนรีบบินหนีไป ในกรณีนี้ ถ้าอันซูหยวนไม่ตามไปจัดการให้หมด ภายในไม่กี่วันข้างหน้า แปลงเพาะปลูกของเธอก็จะถูกรบกวนอีกครั้ง เนื่องจากแมลงศัตรูพืชเหล่านี้ถูกตั้งค่าให้แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วนั่นเอง
“อย่าคิดว่าจะหนีไปได้เลย” รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้น อันซูหยวนเรียกของในคลังออกมาใช้เพิ่มจากเดิม
ตาข่ายสีขาวถูกโยนออกไป ความถี่ของรูตาข่ายเล็กมาก แม้แต่แมลงขนาดจิ๋วพวกนี้ก็ไม่สามารถรอดออกไปได้ อันซูหยวนรีบลากขวดยาตามไปแล้วจัดการพ่นฆ่าพวกมันทั้งหมด ถ้าปล่อยเอาไว้นาน แมลงพวกนี้จะทำลายตาข่ายของเธอพรุน และจะหนีรอดไปได้
ประสบการณ์ในการเล่นเกมฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลกของเธอนั้นมากมายเหลือเกิน ดังนั้นไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน อันซูหยวนก็จะชนะเสมอ
“เอาล่ะ ถึงจะน่าเสียดายที่มีบางส่วนถูกแมลงก่อกวนไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายแปลงที่ยังปลอดภัยอยู่ ได้เวลาที่ต้องเก็บเกี่ยวแล้ว” อันซูหยวนลากนิ้วของตนเองอีกครั้ง เคียวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาแล้วค่อยๆเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งหมดเข้าไปในคลังเก็บของและโรงนา
หลังจากที่จัดการกับพืชพรรณในแปลงเพาะปลูกแล้ว อันซูหยวนยังคงง่วงอยู่กับการจัดการสัตว์เลี้ยงในฟาร์มของเธอ กระทั่งเบ็ดที่ทิ้งเหยื่อล่อเอาไว้ อันซูหยวนก็ยังตรวจสอบพวกมันทั้งหมด ได้ปลาเล็กบ้างใหญ่บ้าง แต่ก็ยังถือเป็การเก็บเกี่ยวที่ดีอยู่
ใช้เวลาอยู่เกือบๆครึ่งชั่วโมง หญิงสาวไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนนี้รถของเธอกำลังเป็เป้าสายตาของพนักงานออฟฟิตจำนวนหนึ่งเสียแล้ว
“นี่...นั่นไม่ใช่รถของคนหวงวิชาคนนั้นหรอ”
“ใคร? อ้อ ใช่จริงๆ นั่นเป็รถของอันซูหยวนไม่ผิดแน่”
“แล้วทำไมยังจอดที่นี่อยู่ล่ะ ไม่ใช่ว่ากลับไปแล้วหรอ”
“หรือว่าเธออาจจะไปเข้าห้องน้ำ แบบว่าปวดถ่ายรุนแรงพอดีน่ะ ฮ่าๆ”
“ฮ่าๆ ถ้าเป็อย่างนั้น ฉันก็อยากจะสาปแช่งให้ท้องเสียเป็ลมไปเลย แต่ว่า...นี่ไม่ใช่เื่ดีหรอกหรอ”
“เื่ดี?”
“ใช่ เพราะพวกเรายังกลับไม่ได้ อย่างนั้นก็อย่าให้คนแบบนั้นกลับบ้านได้เลย” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นในดวงตาของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง เขาหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะเดินเข้ามาใกล้รถของอันซูหยวนเรื่อยๆ
คนมองซ้ายมองขวาก่อนจะหยิบเอาตะปูออกมา 1-2 อัน ซึ่งในรถของเขาบังเอิญมีอยู่พอดี เนื่องจาก่นี้มีการต่อเติมบ้าน ความประจวบเหมาะนี้ทำให้เขาวางตะปูใต้ล้อรถทั้งสี่ของอันซูหยวนได้สำเร็จ
หญิงสาวที่กำลังมีสมาธิในรถไม่ได้สนใจการเคลื่อนไหวเ่าั้ เธอกำลังรีดนมวัวเพื่อที่จะเอาไปแปรรูปต่อ ไม่ได้คาดคิดว่าตนเองจะเป็เป้าหมายการกลั่นแกล้งของผู้อื่นเช่นนี้
เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกทีก็พบว่าไม่มีใครอยู่แล้ว อันซูหยวนสตาร์ทรถพร้อมกับเช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาตามกรอบหน้า เธอติดเกมนี้มากจนไม่ได้สนใจเลยว่าอุณหภูมิในรถเป็เท่าไร ขยับมือเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนเกียร์และค่อยๆปล่อยเบรกที่เท้า
รถของเธอไหลเอื่อยๆใน่แรก ก่อนที่จะทันได้เหยียบคันเร่ง จู่ๆเสียง “ปัง” ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน อันซูหยวนรู้สึกเหมือนกับว่าตัวของเธอถูกหมุนไปหนึ่งรอบ
ยางรถที่ควรจะแค่รั่ว กลับะเิออกเสียงดัง ตะปูที่วางเอาไว้ไม่ได้ทิ่มที่ล้อรถ แต่ถูกบิดไปด้านข้างจนงัดล้อยางให้ออกมาจากล้อแม็ก ก่อนจะถูกเบียดโดยล้อแม็กซ์แล้วเกิดะเิขึ้น
ล้อหลังถูกแรงะเิจนทำให้พลิกคว่ำ ประกอบกับล้ออื่นๆก็ต่ำลงเพราะยางรั่ว เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมาก และตอนนี้...อันซูหยวนก็กำลังได้รับาเ็สาหัส
ดวงตาของเธอมองเห็นพร่ามัวเพราะเสียเืมากจากศีรษะกระแทก สิ่งสุดท้ายที่เห็นก็มีเพียงหน้าจอเกมที่ยังเห็นการเติบโตของพืชพรรณในแปลงเพาะปลูกก็เท่านั้น
“อย่างน้อยๆ ก็ควรจะให้กลายเป็ผู้เล่นที่มีระดับมากที่สุดก่อนสิ...” เธอพึมพำออกมาก่อนที่ดวงตาจะปิดลงเพราะความอ่อนล้า...
…………………………………
เปิดเื่ใหม่อีกเเล้ววววว ฝากรี้ดทุกท่านติดตามเเละเป็กำลังใจให้กันด้วยนะคะ