เช้าในวันประกาศผลการเรียนเป็ไปด้วยความคึกคักเพื่อนหลายคนในห้องต่างทายกันว่าเทอมนี้ใครกันนะจะสอบได้ที่หนึ่ง
สไปรท์นึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เ้าพวกนี้ช่างไม่รู้อะไรเสียบ้างเลย ใคร ๆก็รู้ว่าในห้องนี้ ไม่มีใครเก่งไปกว่าเขา
แต่ความหวังของสไปรท์ก็พังทลายเมื่ออาจารย์ประจำชั้นประกาศผลการสอบจริงๆ ออกมา
ที่หนึ่งซึ่งเคยเป็ของสไปรท์กลับถูกแย่งไปโดยคนที่เขาถือว่าเป็‘คู่แข่ง’ และอาจถึงขั้นเป็ ‘ศัตรูตัวฉกาจ’
หนูว่าน ชื่อนี้ทำให้สไปรท์ถึงกับเบะปาก เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเรียบร้อยผู้ซึ่งเป็ที่รักของเพื่อนในห้องเพราะความมีน้ำใจที่สไปรท์ออกความเห็นว่า ‘จอมปลอมและหลอกลวง’
...แต่มันจะจอมปลอมและหลอกลวงจริงหรือเปล่า ?
...หรือเป็เพียงความเกลียดชังที่สไปรท์บรรจงสร้างขึ้น ?
“หนูว่านเก่งเนอะเทอมนี้แย่งที่หนึ่งไปจากไอ้สไปรท์ได้ว่ะ สมน้ำหน้าแม่ง”
สไปรท์ยิ้มเยาะกับคำพูดที่เพื่อนร่วมชั้นประเคนให้ถึงหูแน่นอนว่าหนูว่านเป็ที่รักของเพื่อนและครู แต่สไปรท์ไม่ใช่ !
สไปรท์เป็เด็กหนุ่มผิวขาว หน้าตาธรรมดาแต่มีแววร้ายกาจเป็เด็กเรียนเก่งแต่ไม่เป็ที่รักเพราะสไปรท์เป็คนโลกส่วนตัวสูงชะลูดไม่ชอบสุงสิงกับใคร และไม่มีเพื่อนสนิท
ถึงแม้จะอยู่ห้องเดียวกันมาเป็ปีที่สามแล้วแต่สไปรท์ก็ไม่เคยคุยกับหนูว่าน และหนูว่านก็ไม่เคยคุยกับสไปรท์แต่หากจะกล่าวว่าไม่เคยคุยเลยก็คงจะไม่ถูกเสียทีเดียว
เคยคุยกันบ้าง... หากแต่เป็การคุยแบบนับคำได้
หลังจากรับสมุดประจำตัวเสร็จทุกคนต่างทยอยกลับ ยกเว้นแต่คนที่อาสาเป็เวรทำความสะอาด
“อย่างนั้นฉันกลับก่อนนะหนูว่านฝากปิดหน้าต่างด้วยล่ะ”
ลูกหว้าหัวหน้าชั้นะโบอกในขณะที่ตัวหล่อนเองคว้ากระเป๋านักเรียนเตรียมออกจากห้องเสร็จสรรพ
“อืมได้ ๆ”
หนูว่านตอบออกไปอย่างนั้นแต่ในใจนึกหวั่นเกรงแปลก ๆ เมื่อในห้องมีแต่ตนกับ ‘เพื่อนที่ไม่สนิท’ บางคน
สไปรท์มองแขนเรียวที่ยื่นออกไปดึงบานหน้าต่างให้ปิดลงด้วยความเกลียดชังสุดขีดแล้วพูดลอย ๆ ขึ้นมา
“ว่านฉันดีใจด้วยนะที่เทอมนี้นายได้ที่หนึ่ง”
ร่างผอมบางสะดุ้งอ้อมแอ้มตอบแบบไม่กล้าสบตา
“อ...อื้มขอบใจ”
“น่าอิจฉาจังเลยแบ็คอัพเยอะนักนี่ ใคร ๆ ก็อยากให้นายชนะฉัน”
“...”
หนูว่านไม่ตอบมือไม้สาละวนอยู่กับการปิดหน้าต่าง มากกว่าจะสนใจคำพูดของสไปรท์
“ทำเหมือนเป็คนมีน้ำใจแต่ที่ไหนได้ ก็ลอกมาจากสมุดการบ้านฉันอีกที ไม่มีปัญญาก็อย่าขี้โกงสิวะขโมยความคิดคนอื่นไปเป็ความดีความชอบตัวเอง ทุเรศฉิบ !”
สไปรท์เดินเข้ามาเมื่อไหร่ไม่รู้
...รู้ตัวอีกทีร่างสูงกว่าก็มาประกบอยู่ด้านหลังหนูว่านหันมาเผชิญหน้า
“แล้วไงแค่ลอกนิดลอกหน่อยไม่ได้หรือ ฉันลอกต่อเสร็จแล้วก็เอาไปแบ่งให้เพื่อนคนอื่นลอกมันผิดตรงไหน”
ใบหน้าหวานยิ้มเหยียดใส่สไปรท์เป็รอยยิ้มที่สไปรท์สุดแสนจะชิงชัง
“ก็อาจารย์บอกว่าให้ช่วยๆ เพื่อนด้วย นี่ไง ไม่เหมือนนายนี่ เห็นแก่ตัว”
“ตายจริงนี่ถ้าอาจารย์มาได้ยินจะว่าอย่างไรนะ โธ่... หนูว่านผู้สุดแสนจะมีน้ำใจต่อเพื่อน ๆถุยเถอะว่ะ กูคนหนึ่งแหละรู้ความจริง”
“นายรู้แต่คนอื่นไม่รู้นี่ คิดว่า ถึงนายจะพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก”
สไปรท์ยิ้มเย็นมองหนูว่านซึ่งปิดหน้าต่างจนครบแล้วกำลังจะกลับบ้านหนูว่านแปลกใจที่สไปรท์เดินไปปิดประตู
“เดี๋ยวก่อน! ปิดประตูทำไม ?!”
“ก็ไม่ทำไม...”
สไปรท์ย่างสามขุมเข้ามาหาหนูว่านเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา แม้จะเป็ผู้ชายเหมือนกันแต่สไปรท์ก็ตัวสูงและมีท่าทีคุกคามเขาอย่างเห็นได้ชัด หนูว่านไม่อาจบอกได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เขาไม่คุยกับสไปรท์ก็เป็เพราะเขากลัวสไปรท์
...สไปรท์มีท่าทีที่น่ากลัวเกินไปในความรู้สึกของหนูว่าน
ร่างผอมบางถอยไปจนชิดผนัง ในขณะที่อีกคนใช้แขนทั้งสองเท้าเหนือศีรษะของเขา
“ขอโทษฉันเสีย แล้วสัญญากับฉันมาว่าจะไม่ทำนิสัยอย่างนี้อีกอย่าคิดจะแย่งที่หนึ่งไปจากฉัน”
“ไม่ ! นายต้องโทษตัวเองที่เทอมนี้ทำไม่ได้เองไม่ใช่มาโทษฉัน”
“ก็ถ้ามึงไม่เอาความคิดของกูไปโพนทะนาให้ทั่วห้องกูคงได้ที่หนึ่งอยู่แล้ว ไอ้ตีสองหน้าเอ๊ย !”
สไปรท์ตวาด
“ต่อหน้าครูทำอย่าง ลับหลังทำอย่างนึกว่าทำตัวเป็ที่รักของทุกคนแล้วจะชนะกูหรือ ไม่มีทางหรอก”
“นายนั่นแหละยึดติดกับที่หนึ่งมากไปหรือเปล่า เรียนจนเพี้ยนไปแล้วมั้งว่าง ๆ ไปให้หมอเช็คสมองบ้างก็ดี !”
หนูว่านพยายามเดินหนี แต่สุดท้ายก็ถูกสไปรท์กระชากเข้ามาอย่างรุนแรงมือของสไปรท์ผลักหนูว่านอย่างแรงจนก้นกระแทกพื้น หนูว่านร้องออกมาด้วยความเ็ปยังไม่ทันจะได้ลุก สไปรท์ก็ตามลงไปนั่งคร่อมทับ สองมือบีบลำคอขาวเนียนจนอีกฝ่ายไอสำลัก
“แค่ก แค่ก ๆ โอ๊ย สไปรท์ สไปรท์ อย่า”
ไม่รู้ทำไมพอได้ยินเสียงหวานที่ถูกเปล่งออกมาเป็ชื่อของเขามันทำให้สไปรท์รู้สึกแปลก ๆ มือคลายออกแต่ยังคงไม่ปล่อยอีกฝ่ายไปง่าย ๆ
หนูว่านมองคนที่คร่อมอยู่บนร่างตนเอง น้ำตาไหลรินออกมาทางหางตา
“ท...ทำไม ต้องทำแบบนี้”
สไปรท์มองคนที่ร้องไห้อย่างเกลียดจนปิดไม่มิด ริมฝีปากได้รูปเบะอย่างรังเกียจซ้ำยังไม่พอ เพราะความเกลียดมันฉายชัดผ่านทางแววตา
หนูว่านไม่ได้พยายามลุกขึ้น กลับนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นมองแววตาของสไปรท์ที่จ้องมองตนอย่างกับจะกินเืกินเนื้อ
“กูเกลียดมึง ไม่ใช่แค่เื่เรียนแต่ทุกเื่ กูหมั่นไส้มึงว่ะแม่งเป็ผู้ชายแต่เสือกกระแดะชื่อหนูว่าน ชื่อว่านอย่างเดียวก็พอมั้งฟังแล้วแสลงหูเป็บ้า น่าไปหากระโปรงมาใส่มากกว่ามั้ง”
หนูว่านเม้มริมฝีปาก พยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ก็ถูกสไปรท์ใช้เข่ากดไว้
“ก็แม่ฉันตั้งชื่อให้แบบนี้นี่ จะให้ทำอย่างไรวะ”
“ก็ไม่ต้องทำอย่างไร แค่ไปตายเสีย ! ไปตายให้พ้น ๆ สายตากูทำได้ไหมล่ะ”
สไปรท์ประเคนหมัดเข้าใส่ใบหน้าของคนเบื้องล่างอย่างแรง
พลั่ก !
หนูว่านเจ็บจนหน้าชา มุมปากมีรอยเืออกั์ตาคู่สวยพร่าเลือนไปด้วยน้ำตา แต่ก็ยังคงพยายามมองหน้าสไปรท์
“ต่อยฉัน... ทำไม...”
คำพูดนี้ยิ่งทำให้สไปรท์โมโห เด็กหนุ่มร่างสูงหยัดตัวลุกขึ้น
ไม่ใช่แค่ต่อย แต่คราวนี้สไปรท์กระทืบไปที่ร่างผอม ๆ ของอีกฝ่ายทั้งเตะ ทั้งถีบ สารพัดจนหนูว่านงอตัวด้วยความเ็ป ตามตัวเป็รอยเขียวช้ำเสื้อแสงหลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นผิวขาวนวล แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สไปรท์จะสนใจ
เมื่อสาแก่ใจแล้วสไปรท์ก็เดินจากไปทิ้งให้อีกคนนอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บอยู่อย่างนั้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สไปรท์กลับบ้านมาด้วยความกังวลใจ
...เขากลัวว่าหนูว่านจะเอาเื่ที่เขาทำไปฟ้องใครต่อใครหรือเปล่า ?
...และถ้าฟ้อง ตัวเขาจะเป็อย่างไร ?
สไปรท์มองปฏิทิน ยังเหลือเวลาอีกราว ๆสามสัปดาห์จึงจะเปิดเรียนในภาคการศึกษาใหม่เขายังมีเวลาพอให้รับมือกับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นแต่ในส่วนลึกสไปรท์ยังคงเชื่อว่าหนูว่านคงจะไม่กล้าเอาไปบอกใคร... นะ