ที่สวนของตระกูลไวส์เคานท์มีโรงฝึกอยู่เมื่อได้รับการนำทางมายังโรงฝึกแห่งนั้น ผมก็ถึงกับเผลอตาค้างไปเลย แหมก็เพราะที่นี่ ดูยังไงก็โรงฝึกวิชาดาบของญี่ปุ่นชัด ๆ นี่ครับ
พื้นไม้ขัดเงาและดาบไม้หลายเล่มที่แขวนอยู่บนกำแพง เดี๋ยวก่อนนะ มีกระทั่งแท่นบูชาด้วย?
“ที่นี่คือโรงฝึกที่ท่านพ่อของฉันสร้างขึ้นมาจากแบบแปลนของท่านจูเบน่ะสร้างตามแบบของอีเซ่นเลยนะ”
“คล้ายกับโรงฝึกที่บ้านหลักมากเลยเ้าค่ะแหม คิดถึงจัง”
ผมเองก็คิดถึงนะแบบนี้ซักวันก็ยิ่งอยากไปให้ได้เข้าไปใหญ่ อีเซ่นเนี่ย
“เลือกดาบไม้ที่ชอบได้เลยความหนาของด้ามจับเรียงไว้จากบนลงล่างแล้ว”
ไวส์เคานท์ที่เปลี่ยนเป็ชุดฝึกจัดสายคาดเอวจนเรียบร้อยพลางหยิบดาบไม้ขึ้นมาส่วนยาเอะก็ลองหยิบดาบไม้มาลองถือแล้วเหวี่ยงไปมาดูหลายเล่ม หลังเลือกมาเล่มหนึ่งจากในนั้นก็เดินไปเผชิญหน้ากับไวส์เคานท์ที่อยู่กลางโรงฝึก
“ในหมู่พวกนายมีคนที่ใช้เวทรักษาได้อยู่รึเปล่า?”
“ผมกับเธอใช้ได้ครับ”
ผมยกมือตอบรับคำพูดของไวส์เคานท์แล้วมองไปทางลินเซ่
“งั้นก็ไม่จำเป็ต้องเกรงใจลุยเข้ามาเต็มที่ได้เลย”
เมื่อไวส์เคานท์พูดเช่นนั้นพวกผมจึงถอยไปนั่งบริเวณริมโรงฝึก เพื่อไม่ให้ไปเกะกะยาเอะ
ในระหว่างนั้นอยู่ ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ ผมจึงหยิบสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋า เอ่อ ถ้าจำไม่ผิด......
“......ทำอะไรอยู่เหรอคะ?”
ลินเซ่ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เอาไว้ใช้อ้างอิงในภายหลังนิดหน่อยน่ะ”
ระหว่างที่ตอบไปแบบนั้นเอเลเซ่ที่อาสาเป็กรรมการก็ไปยืนอยู่ระหว่างสองคนนั้น
เมื่อยืนยันจนแน่ใจว่าทั้งสองฝ่ายเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วเธอก็ส่งเสียงออกมา
“งั้นก็......เริ่มได้!”
ยาเอะพุ่งเข้าไปฟันไวส์เคานท์ด้วยความเร็วราวกับะุปืนพร้อมๆ กับเสียงของเอลเซ่ ไวส์เคานท์จึงรับการโจมตีนั้นไว้จากด้านหน้าตรง ๆ หลังจากนั้นเขาก็ใช้ดาบไม้ของตนปัดป้องการโจมตีของยาเอะที่ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องได้หมด
ยาเอะจึงะโถอยหลังไปครั้งหนึ่งก่อนแล้วค่อย ๆ ปรับจังหวะลมหายใจส่วนไวส์เคานท์ที่ต้องรับมือกับการโจมตีนั้นยังไม่ได้ปล่อยการโจมตีของตนออกไปเลยเขาแค่ใช้สายตาของตนไล่ตามการเคลื่อนไหวของยาเอะเท่านั้น
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันโดยเดินวนราวกับจะวาดเป็รูปวงกลมระยะห่างค่อย ๆ ลดลง ทีละนิดทีละนิด และเมื่อข้ามมาถึงระยะหนึ่งดาบไม้ก็ตัดสวนกันอีกครั้ง จากนั้นการปะทะกันอย่างรุนแรง และขยายวงกว้างมากขึ้นอีก
แต่ด้านหนึ่งผู้ที่ทุ่มตัวโจมตีอย่างต่อเนื่องมีเพียงยาเอะเท่านั้น ส่วนทางไวส์เคานท์ ก็เอาแต่ปล่อยผ่าน หลบหลีก และรับเอาไว้ โดยไม่โจมตีเลย
“งี้นี่เองเข้าใจแล้ว”
ไวส์เคานท์ลดปลายดาบลงส่วนยาเอะหอบหายใจ โดยที่ยังตั้งดาบเล็งไปตรงหน้าอยู่ เรี่ยวแรง
ร่อยหรออย่างเห็นได้ชัด
“ดาบของเธอเป็ดาบที่ถูกต้องตามตำราเรียกได้ว่าควรเอาเป็เยี่ยงอย่าง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าเลยเป็ดาบแบบที่ฉันเรียนมาจากท่านจูเบนั่นล่ะ”
“......แล้วมันไม่ดีหรือ?”
“ไม่ใช่ไม่ดีแต่ว่า เธอจะไม่สามารถเหนือไปกว่านั้นได้”
“อะ......!?”
ไวส์เคานท์ตั้งดาบขึ้นมาอีกครั้งจิตต่อสู้พวยพุ่งออกมาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนจนถึงตอนนี้ จิตคุกคามแล่นเปรี๊ยะ ๆส่งมาจนถึงทางนี้เลยทีเดียว
“ลุยล่ะนะ!”
พอคิดว่าไวส์เคานท์จะก้าวเท้าไปหนึ่งก้าวใหญ่ๆ เขากลับพุ่งตัวไปถึงตรงหน้าของยาเอะได้ในพริบตาเดียว จากนั้นก็เหวี่ยงดาบฟาดลงตรงด้านหน้าของยาเอะ เพื่อที่จะรับสิ่งนั้น ยาเอะจึงยกดาบไม้ขึ้นเหนือหัว
มันน่าจะเป็แบบนั้น
แต่พริบตาต่อมายาเอะก็ส่งเสียงร้องแล้วล้มลงในโรงฝึก จากนั้นก็กุมสีข้างพร้อมครวญครางออกมา
“พะพอแค่นั้น!”
เอลเซ่ประกาศจบการต่อสู้ถ้าหากดวลกันด้วยดาบจริงล่ะก็ ลำตัวของยาเอะคงถูกผ่าเป็สองส่วน
ไปแล้ว
“อุก......”
“อย่าเพิ่งขยับดีกว่านะบางทีซี่โครงอาจจะหักอยู่หลายท่อน ถ้าขยับผิดท่าเดี๋ยวมันจะไปทิ่มปอดเอานายตรงนั้นน่ะ ช่วยรักษาให้ที”
“อ๊ะครับ”
ผมยื่นมือไปยังสีข้างของยาเอะที่กำลังบิดไปมาด้วยความทรมานแล้วใช้เวทรักษา พอทำได้ซักพัก ความเ็ปก็หายไป สีหน้าของยาเอะเองก็ดูดีขึ้น
“......ไม่เป็ไรแล้วเ้าค่ะ”
หลังกล่าวขอบคุณผมยาเอะก็ลุกขึ้นยืน แล้วก้มหัวลงจนสุดอยู่ตรงหน้าไวส์เคานท์
“ขอบคุณอย่างยิ่งที่ช่วยชี้แนะเ้าค่ะ”
“ดาบของเธอนั้นไร้ซึ่งเงามืดจงหลอมรวมจริงเท็จ ถอยกลับในยามเดินหน้า แข็งกร้าวในความผ่อนคลายแค่ดาบที่ถูกต้องตามตำราไม่อาจออกมานอกขอบเขตวิชาดาบของโรงฝึกได้หรอกจะไม่พูดหรอกว่าสิ่งนั้นมันไม่ดี เพราะความแกร่งมันก็ต่างกันไปแล้วแต่คน”
สายตาราวกับมองทะลุทุกอย่างของไวส์เคานท์ทิ่มแทงไปยังยาเอะ
“เธอมองหาอะไรจากดาบล่ะ?”
ยาเอะไม่ได้ตอบอะไรเลยเธอแค่มองดาบไม้อยู่เงียบ ๆ เท่านั้น
“ขั้นแรกก็เริ่มจากตรงนั้นล่ะนะจงหาเส้นทางนั้นให้เจอ ถ้าเจอเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับมาที่นี่อีกครั้งก็ได้”
ไวส์เคานท์พูดทิ้งท้ายไว้แบบนั้นแล้วเดินออกจากโรงฝึกไป
“เอาเถอะเื่นั้นน่ะ ไม่ต้องไปใส่ใจมากนักก็ได้น่า!การดวลมันก็ขึ้นอยู่กับโชคของวันนั้นด้วย เวลาที่จะแพ้ยังไงมันก็แพ้น่ะแหละ!”
“......ท่านเอลเซ่......มันไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลยนะเ้าคะ......”
เอลเซ่ที่โดนยาเอะหรี่ตามองจึงได้แต่หัวเราะแห้งๆ อะฮะฮะฮะฮะ กลับไป
พวกผมกำลังมุ่งหน้าไปยังด่านตรวจเพื่อออกไปจากแอเรียที่อยู่อาศัยของเหล่าขุนนาง โดยลินเซ่เป็ผู้บังคับม้า
“แล้วจากนี้ไปยาเอะจะทำยังไงต่อล่ะ?พวกผมจะกลับเมืองลีฟเล็ทกันน่ะ”
“จะทำอะไรต่อดีก็ไม่รู้เหมือนกันเ้าค่ะ......”
อ๊ะรู้สึกจะจิตตกซะแล้ว...... บรรยากาศเหมือนมนุษย์เงินเดือนตกงานเลยเธอนั่งเท้าคางอยู่ข้าง ๆ กระบะรถ เหม่อมองท้องฟ้าแสนไกล
“ถ้าไม่มีจุดหมายล่ะก็ยาเอะเองก็มาที่ลีฟเล็ทสิ! แล้วทีนี้ก็ไปเข้ากิลด์ แล้วรวมกลุ่มกับพวกเราต่อจากนั้นก็ฝึกฝนไปด้วยกันก็ได้ไม่ใช่เหรอ!”
ต่อจากนั้นเหรอเอาเถอะ ถึงเอลเซ่จะไม่ได้พูดแต่ก็เข้าใจสิ่งที่้าสื่อได้อยู่อุตส่าห์สนิทกันแล้วทั้งที ถ้าต้องจากกันไปทั้งแบบนี้ก็ออกจะเหงาไปหน่อย
“แบบนั้นก็คงจะดีล่ะมั้งเ้าคะ......”
“ดีล่ะ!งั้นก็ตัดสินใจได้แล้วนะ!”
“บังคับกันชัดๆ......”
การลงมติราวกับมัดมือชกของเอลเซ่ทำให้ผมเผลอยิ้มเจื่อน ๆ ออกมาก็เล่นยัดเยียดให้ยาเอะที่กำลังจิตใจอ่อนไหวอยู่......ไม่สินี่คงเป็การแสดงความเป็ห่วงในแบบของเธอล่ะมั้ง
ขณะที่กำลังคิดเื่แบบนั้นอยู่รถม้าก็ผ่านมาถึงด่านตรวจหลังจากที่ลินเซ่โชว์เหรียญตราที่ได้รับมาจากตระกูลดยุคให้เหล่าทหารที่กำลังตรวจดูแบบกล้าๆ กลัว ๆ ก็สามารถผ่านมาได้สบาย ๆ โอ้ ตระกูลดยุคนี่สุดยอดเลยแฮะ
“ยังไงก็เถอะโลกนี้กว้างใหญ่จังเลยนะเ้าคะ......มีคนที่สุดยอดขนาดนั้นอยู่ด้วยข้าน้อยยังอ่อนหัดจริง ๆ เ้าค่ะ......”
ยาเอะบ่นพึมพำยังยึดติดอยู่อีกเหรอ......คงจะมีผลกระทบมากเลยสินะ
“โดยเฉพาะการโจมตีแค่ครั้งเดียวตอนท้ายนั่นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ...... ข้าน้อยคิดว่ารับดาบที่กำลังฟาดลงมาใส่หัวได้แล้วแน่ๆ ......แต่ดาบกลับมาจากด้านข้างแทน......”
“สุดยอดเลยเนอะขนาดฉันอยู่ข้าง ๆ ยังมองไม่ทันเลย แล้วยาเอะก็ลงไปกองั้แ่เมื่อไหร่ก็
ไม่รู้”
ยาเอะทำท่าเหมือนกำลังวิเคราะห์ส่วนเอลเซ่ก็แสดงความตื่นเต้น พร้อมพูดถึงสภาพเมื่อตอนนั้น
“น่าเศร้าจังเ้าค่ะถ้าได้เห็นท่าดาบนั่นอีกซักครั้งล่ะก็......”
“ดูได้นะ?”
“......หา?”
เมื่อผมตอบไปแบบสบายๆ ยาเอะจึงกระพริบตาปริบ ๆ ด้วยสีหน้าจับต้นชนปลายไม่ถูก
ผมหยิบสมาร์ทโฟนมาจากกระเป๋าแล้วเปิดการต่อสู้ที่บันทึกเอาไว้เมื่อกี้ให้ยาเอะดู