“เ้าสาม ดูมือนายสิ...มันแตกจนเืไหลแล้ว กลับไปทำความสะอาดแผลให้ดีก่อน วันหลังถ้านายอยากช่วยเราทำงาน นายค่อยมาใหม่ วันนี้นายพอแค่นี้ก่อนเถอะ” จางเกินบอกกับน้องชาย ก่อนจะหันไปบอกน้องชายคนรอง “เ้ารอง นายพาเ้าสามกลับบ้านก่อน เดี๋ยวฉันจะขึ้นเขาไปเก็บฟืนมาสักหน่อย”
จางหนานทำท่าทางลังเล วันนี้เขาเองก็ตั้งใจจะขึ้นเขาไปเก็บฟืน ทั้งยังอยากจะขึ้นไปหาของกินบนเขา เผื่อว่าโชคดีอาจจะได้ของดีกลับไปฝากภรรยาบ้าง
“เ้าสาม นายกลับบ้านคนเดียวได้ไหม มือเจ็บเฉยๆ นี่นา ขานายไม่ได้เจ็บด้วยซักหน่อย ทางกลับบ้านก็ทางเดิม นายคงไม่หลงหรอกมั้ง” จางหนานถามน้องชาย
“นายพาเ้าสามกลับบ้านไปเถอะ เดี๋ยววันนี้ฉันจะขึ้นเขาไปเก็บฟืนคนเดียวเอง”
“นายนี่มันยุ่งจริงๆ” จางหนานหันไปบ่นน้องชาย
“ผมจะขึ้นเขาไปกับพวกพี่ด้วย” จางเป่าจินรีบบอก
“ไม่ได้! นายไปด้วยไม่ได้” จางหนานก็รีบปฏิเสธทันทีเช่นกัน
“ทำไมครับ พี่รองเป็ห่วงผมเหรอ” จางเป่าจินถามอย่างซาบซึ้งใจ พี่รองเป็คนปากร้ายแต่ใจดีจริงๆ ด้วย
“ฉันแค่ไม่อยากให้นายขึ้นไปเป็ภาระพวกฉันน่ะ คราวก่อนนายี้เีเดินลงจากเขา แทนที่ฉันจะได้แบกฟืนกลับบ้าน ฉันต้องได้แบกนายกลับแทน ไม่เอาล่ะ...นายรีบกลับบ้านไปเลย”
จางเป่าจินหันไปมองหน้าพี่ใหญ่ของตัวเองทันที
“ฉันเห็นด้วยกับเ้ารอง นายอย่าขึ้นไปเป็ภาระพวกเราเลย” จางเกินไม่ปิดบังเช่นกัน แต่พอมองเห็นหน้าตาที่น่าสงสารของน้องชายเขาจึงรีบอธิบายเหตุผล “ตอนนี้มือนายเจ็บอยู่ใช่ไหมล่ะ นายกลับบ้านไปทำความสะอาดแล้วก็รีบทำแผลเถอะ พวกฉันไปเก็บฟืนแป๊บเดียว อืม...คราวหน้าพวกฉันจะพานายไปด้วยก็แล้วกัน”
“พวกพี่จะขึ้นเขาไปทางไหน” จางเป่าจินถาม
“พวกเราจะไปด้านขวา นายเห็นถนนเส้นเล็กๆ นั่นไหมล่ะ” จางเกินชี้บอกทิศทาง
“งั้นผมจะขึ้นเขาไปทางซ้ายนี้ แล้วเจอกันที่บ้านนะครับ” จางเป่าจินพูดจบก็ไม่สนใจพี่ชายทั้งสองคน
จางเกินกับจางหนานเริ่มทำตัวไม่ถูก ใจหนึ่งก็เป็ห่วงน้องชาย อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าตัวเองจะเสียเวลา เพราะป่าทางที่น้องชายกำลังจะไปไม่ได้อุดมสมบูรณ์เหมือนอีกฝั่ง แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ก็คนมันรักน้องชายนี่นา สุดท้ายจางเกินกับจางหนานก็เดินตามหลังน้องชายเข้าป่าไป
จางเป่าจินเริ่มเก็บฟืนมัดไว้เป็กองโดยไม่สนใจพี่ชายทั้งสองคนที่เดินตามมา นี่ถือว่าเป็ครั้งแรกในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ที่ได้มาใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอย่างนี้ จางเป่าจินเดินไปเรื่อยๆ ไม่นานเขาก็เจอเข้ากับเห็ดป่าหลายชนิด ที่เขารู้จักก็เพราะมีคนเก็บของป่าไปขายในตลาด เขารับจ้างคนเ่าั้เข็นของจนสนิทกัน และคนขายของป่าก็อธิบายถึงเห็ดป่าและของป่าอีกมากมายหลายชนิดที่พวกเขาเอามาขายให้จางเป่าจินฟัง ถึงแม้จางเป่าจินจะไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน แต่เขาเป็คนหัวดีจึงจำเื่ที่คนอื่นสอนได้หมด ทั้งยังจำรูปลักษณ์ของมันได้อย่างติดตามาก
แต่น่าเสียดายที่เห็ดพวกนั้นกินไม่ได้ เขาเริ่มถอดใจที่จะหามันต่อแล้ว แต่พอเขาหันหลังกลับไปแบกฟืนเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน สิ่งที่เขาเห็นอยู่ทำให้เขาะโเรียกพี่ชายสุดเสียง “พี่ใหญ่! พี่รอง!”
“เฮ้ย!” จางหนานโยนฟืนที่แบกอยู่ทิ้งแล้วรีบวิ่งไปที่ทางออกเพื่อกลับบ้านทันที โดยไม่สนใจพี่ชายคนโตกับน้องชายคนเล็กของเขาเลย เป็เพราะจางหนานคิดว่าน้องชายคงเจองูเข้าแล้ว และงูเป็สัตว์ชนิดเดียวที่เขากลัวมากที่สุด
จางเกินที่มีสติดีกว่า เขารีบวิ่งเข้าไปหาจางเป่าจินเพื่อตรวจดูว่าน้องชายได้รับาเ็ตรงไหน “นายเป็อะไรหรือเปล่าเ้าสาม หรือว่าถูกงูกัดตรงไหน เร็วเข้ารีบบอกฉันมา”
“พี่ใหญ่ดูโน่น” จางเป่าจินชี้ไปที่พุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล
“ไม่เห็นมีอะไรเลย” จางเกินมองตามมือน้องชายแต่เขามองเห็นแค่พุ่มไม้รกๆ อยู่เท่านั้น
จางเป่าจินจึงตัดสินใจเดินไปที่พุ่มไม้นั้น แต่เขาก็ถูกมือของจางเกินฉุดไว้เสียก่อน “พี่ใหญ่เชื่อผมเถอะน่า มื้อนี้เราจะได้กินของอร่อยกันแล้ว”
“ไม่ได้ๆ นายบอกฉันก็ได้ว่านายอยากได้อะไร เดี๋ยวฉันเดินไปดูให้นายเอง”
“พี่ใหญ่เห็นผมขี้ขลาดขนาดนั้นเลยหรือไงครับ”
“ฉันแค่เป็ห่วงนายแค่นั้นเอง”
“ผมรู้” จางเป่าจินตบหลังมือพี่ชายก่อนพยักหน้า “ผมตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองั้แ่วันนี้ พี่ใหญ่เชื่อผมสักครั้งเถอะนะครับ ผมขอเดินเข้าไปดูเองนะ”
“ถ้างั้นฉันจะยืนรอนายอยู่ตรงนี้ ถ้ามีอะไรนายก็ะโเรียกฉันดังๆ ก็แล้วกัน” จางเกินไม่ห้ามเขาอีก ได้แต่ยืนมองน้องชายอย่างเป็ห่วง
จางเป่าจินยิ้มแล้วเดินตรงไปที่พุ่มไม้นั้นทันที เขาค่อยๆ แหวกหญ้าและวัชพืชออกก็เห็นรังไก่ป่าที่มีไข่ใบโตวางอยู่ในนั้นเป็สิบลูก ทั้งไก่ป่าตัวนี้ก็าเ็มาเหมือนว่ามันใกล้จะตายแล้ว แค่จางเป่าจินเอื้อมมือไปหวังจะคว้าคอของมัน ไก่ป่าก็ชักตายไปต่อหน้าต่อตาเสียอย่างนั้น เข้าป่าครั้งแรกเขาก็ได้ทั้งไก่ป่าทั้งไข่กลับบ้านเลยหรือนี่ ทำไมถึงได้โชคดีอย่างนี้นะ
“พี่ใหญ่! รีบมาดูนี่เร็ว”
จางเกินรีบวิ่งไปหาน้องชาย “โอ้โห...มีไข่ไก่เยอะมากเลย”
“ก่อนหน้านี้ผมเห็นไก่ป่าตัวนี้มันบินเข้ามาในพุ่มไม้ ผมก็เลยจะเรียกให้พวกพี่มาช่วยตีมันหน่อย แต่ไม่คิดว่ามันจะาเ็อยู่แล้วน่ะครับ”
“นายโชคดีมากเลยนะ เข้าป่าวันแรกก็ได้ไก่ป่ากับไข่ของมันกลับบ้าน”
“ผมโชคดีมากใช่ไหมล่ะ” จางเป่าจินยิ้มดีใจ
“พี่ใหญ่! เ้าสาม” จางหนานะโเรียกพี่น้องเสียงดัง “พวกพี่ไม่เป็อะไรกันใช่ไหม”
“นายรีบมาดูนี่เร็วเ้ารอง” จางเกินหันไปเรียกน้องชาย
“เ้าสามสร้างเื่อะไรอีกแล้วล่ะ ผมบอกแล้วว่าอย่าให้เขามาด้วย” จางหนานเดินเข้ามาหาพี่ชายทั้งยังบ่นน้องชายไม่หยุด
“ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย แล้วผมก็ไม่ได้กลัวไก่ป่าจนวิ่งหนีกลับบ้านไปก่อนเหมือนพี่รองด้วย” จางเป่าจินว่าพี่ชาย
“ฉัน...ฉันไม่ได้กลัวซักหน่อย ฉันแค่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนายก็เลยคิดจะไปตามคนมาช่วยแค่นั้นเอง” จางหนานปฏิเสธเสียงแข็ง “ว่าแต่พี่ใหญ่เรียกผมมาดูอะไรหรือ”
“เ้าสามจับไก่ป่าแล้วก็หาไข่พวกนี้เจอน่ะสิ”
“หา! เ้าสามจับไก่ป่าได้หรือครับ เป็ไปไม่ได้หรอก พี่ใหญ่ไม่ต้องไปยกความดีความชอบให้เขาเลย”
“ถ้าเป็ผมที่จับไก่ป่าได้ พี่รองจะไม่กินมันใช่ไหม” จางเป่าจินถามยิ้มๆ เขาไม่ได้ติดใจกับคำพูดของพี่ชายหรอก อยู่ด้วยกันมาครึ่งวันเขาก็พอจะรู้ว่าพี่ชายเป็แค่คนปากเสียคนหนึ่งเท่านั้น
“กินสิ จะใครหาได้ฉันก็กินทั้งนั้น” จางหนานรีบตอบ “วันนี้เมียฉันจะได้กินไข่กับน้ำแกงไก่บำรุงแล้วใช่ไหมเนี่ย”
“ผมไม่ให้พี่สะใภ้กินหรอก” จางเป่าจินพูด
“นาย...นายจะใจร้ายกับพี่สะใภ้นายไม่ได้นะ”
“ผมไม่ให้พี่สะใภ้กิน แต่ผมจะให้หลานๆ ของผมกินต่างหากล่ะ”
“หลานๆ ของนายเพิ่งอยู่ในท้อง แล้วพวกเขาจะกินมันยังไง” จางหนานทำท่าคิด
“โถ่พี่รอง พี่ก็ให้พี่สะใภ้ป้อนให้เด็กๆ ไปสิครับ เื่แค่นี้ทำไมพี่คิดไม่ได้เนี่ย”
“นายก็อย่าไปแกล้งพี่รองหน่อยเลยเ้าสาม” จางเกินตบบ่าน้องชายคนรอง “น้องสะใภ้ต้องได้กินของดีพวกนี้แน่ ถ้าน้องสะใภ้ไม่กินเข้าไป แล้วเด็กในท้องจะได้รับอาหารได้ยังไงล่ะ”
“เ้าสาม! นายแกล้งฉันหรือ” จางหนานหันไปตวาดน้องชาย แต่สีหน้าของเขาดูอารมณ์ดีขึ้นมาก “แต่ฉันไม่ถือสานายหรอก เพราะวันนี้นายเป็คนหาของพวกนี้มาได้ อืม...ฉันจะช่วยนายแบกฟืนกลับบ้านก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องหรอกครับ เราสามคนก็แบกฟืนกลับกันคนละมัดนั่นล่ะ เก็บฟืนไว้เยอะๆ พอถึงหน้าหนาวพวกเราจะได้สบาย” จางเป่าจินบอก
“นายปฏิเสธความหวังดีของฉันเองนะ แล้วอย่ามาบ่นว่าเหนื่อยให้ฉันได้ยินเชียวล่ะ ฉันไม่ยอมแบกนายกลับบ้านแน่”
“ถ้าผมบอกว่าผมอยากขี่หลังพี่ตอนนี้ พี่จะยอมไหมล่ะ”
“ไม่ยอม! ก็ไหนนายบอกว่านายจะปรับปรุงตัวเองแล้วไง”
จางเกินเดินตามหลังน้องชายทั้งสองที่เอาแต่ทะเลาะกันไปตลอดทางอย่างมีความสุข‘ฉันอยากให้นายเป็อย่างนี้ทุกวันจริงๆ เลยเ้าสาม’