สายตาชาวค่ายและรอยร้าวในใจ
ชาวบ้านค่ายมังกรซ่อน ตลอดจนคนบ้านเสิ่นและบ้านซูที่กำลังทำงานอยู่ใกล้เคียงเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ต่างพากันวางมือจากงาน ทยอยชะโงกหน้ามองจากหลังรั้วและตามตรอกซอกซอยทุกสายตาล้วนจับจ้องมาที่ลานกว้างเบื้องหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ภาพขบวนชายฉกรรจ์ชาวป่ารูปร่างสูงใหญ่หน้าตาขึงขังนับพันชีวิตและตะกร้าสัมภาระที่บรรจุหินสีดำหนักอึ้งซึ่งพวกเขาแบกมา สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก
ทว่าสิ่งที่เรียกเสียงซุบซิบให้ดังเซ็งแซ่ที่สุดกลับเป็นการได้ยินสตรีแปลกหน้าหน้าตาจิ้มลิ้มผู้ประกาศตัวเสียงดังฟังชัดว่าเป็น 'ผู้หาเลี้ยง' และไล่ให้ผู้นำค่ายที่พวกเขารักและเคารพไปนอนพักผ่อนอยู่แต่ในเรือน!บางคนถึงกับมองเสิ่นอวี่หานด้วยสายตาไม่อยากเชื่อบุรุษผู้นำพาพวกเขามาสร้างบ้านเรือนผู้นี้ เพียงแค่เริ่มต้นตั้งค่ายก็ริอ่านรับสตรีอื่นเข้ามาหักหน้าฮูหยินตนเองเสียแล้วหรือ?
ซูอันอันมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยดวงตาที่กะพริบปริบๆรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมากดดันเมื่อครู่พลันแตกสลายกลายเป็นความว่างเปล่าปนระอาใจอย่างที่สุด ทว่าเมื่อนางปรายหางตามองไปยังใบหน้าเจื่อนจืดของเสิ่นอวี่หานร่องรอยยับย่นผิดปกติบนชุดหนังสัตว์ตัวใหม่และท่าทีสนิทสนมจนเกินงามที่แม่สาวน้อยคนนั้นแสดงออกความเจ็บปวดและน้อยใจก็พลันตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนแทบหายใจไม่ออก
ในฐานะภรรยาของผู้นำค่ายนางรู้ดีว่าท่ามกลางสายตาชาวค่ายนับพันคู่ที่กำลังจ้องมองมาหากนางปล่อยให้อารมณ์หึงหวงเข้าครอบงำฝืนเปิดปากซักไซ้ไล่เลียงความจริงจากเขาในตอนนี้คงไม่พ้นต้องเกิดการทะเลาะเบาะแว้งครั้งใหญ่
และกลายเป็นเรื่องขบขันให้ผู้คนเอาไปนินทาสนุกปากนางยังมีงานกองโตในค่ายที่ต้องเร่งสะสางเพื่อปากท้องของทุกคน การถอยฉากไปสงบสติอารมณ์เพียงลำพังและมุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การวางแผนหาทุนทรัพย์เข้าค่ายคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเช่นนาง ฮูหยินเอกถอนหายใจยาวเหยียดระงับหยดน้ำตาที่เอ่อล้น หมุนตัวเตรียมจะเดินกลับเข้าเรือนพัก ทว่า...
คำอธิบายที่ถูกระงับ
"อันอัน! ฟังข้าก่อน..."
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเบื้องหลังพร้อมกับที่เสิ่นอวี่หานก้าวพรวดเข้ามาประชิดตัวเขาเอื้อมมือคว้าข้อมือบางของภรรยาเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปกับสายลมนัยน์ตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งดุดันและสยบผู้คนมาแล้วทั่วหล้าบัดนี้กลับฉายแววเว้าวอนและร้อนรนอย่างปิดไม่มิด
"เรื่องทั้งหมดมันเป็นแผนการของหัวหน้าเผ่าข้าอธิบายได้..." เขาพยายามเอ่ยรั้งฝ่ามือหนาที่เกาะกุมข้อมือนางสั่นระริกเล็กน้อยจากความหวาดกลัวที่จะสูญเสียนางไป
ซูอันอันหยุดชะงักฝีเท้า นางไม่ได้ตวาดด่าทอหรือสะบัดมือของเขาออกอย่างเกรี้ยวกราดตามสัญชาตญาณของสตรีที่กำลังหึงหวงทว่านางกลับทำเพียงสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วค่อยๆดึงมือของตนเองออกจากการเกาะกุมของสามีอย่างนุ่มนวล... แต่เด็ดขาดและไร้เยื่อใยร่างบางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา สายตาที่ช้อนมองสามีในยามนี้นิ่งสงบ ว่างเปล่าและเย็นเยียบจนน่าใจหาย
"ยามนี้ข้าใจไม่สงบ...และท่านพี่เองก็เพิ่งเดินทางกลับมาเหนื่อยๆ" น้ำเสียงของนางเรียบเรื่อยไม่มีการกระแทกกระทั้นทว่าความห่างเหินในน้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกทะลุถึงขั้วหัวใจคนฟังยิ่งกว่าการถูกตบหน้าเสียอีก
ซูอันอันปรายตามองกองสัมภาระและขบวนคนป่าก่อนจะเลื่อนสายตาไปหยุดที่ทัวหยาเพียงเสี้ยววินาที"ท่านไปจัดการเรื่องผู้คนนับพันและสัมภาระกองโตพวกนั้น... รวมถึง 'แขกของท่าน' ให้เรียบร้อยก่อนเถิดเจ้าค่ะส่วนเรื่องของเรา... เอาไว้ข้าอารมณ์เย็นลงเมื่อใด เราค่อยคุยกัน"
นางเว้นจังหวะเล็กน้อยคลี่ยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "ตอนนี้ข้ามีงานต้องเร่งสะสาง...ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"
กล่าวจบนางก็เดินผละจากไปอย่างสง่างามแผ่นหลังตั้งตรงดุจพญาหงส์ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ความพ่ายแพ้ทิ้งให้เสิ่นอวี่หานยืนนิ่งงัน มือหนายังคงค้างอยู่กลางอากาศคว้าได้เพียงความว่างเปล่าและความเจ็บปวดที่นางทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า!
คำสั่งเด็ดขาดของผู้นำ
เสิ่นอวี่หานจ้องมองบานประตูนั้นด้วยดวงตาแดงก่ำเขากัดกรามกรอดจนนูนเป็นสันสันกรามสั่นระริกด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายความจริงไม่ทันและปวดใจที่ต้องเห็นแววตาตัดพ้อของภรรยารัก
ทว่าในฐานะบุรุษผู้แบกรับชะตากรรมของคนนับพันเขาไม่อาจยืนจมปลักอยู่กับความเศร้าได้นานอดีตจักรพรรดิสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์คุกรุ่นเมื่อเขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผู้คนนัยน์ตาที่เคยเว้าวอนเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจพยัคฆ์ร้าย รังสีความกดดันอันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนชาวบ้านที่มุงดูอยู่ถึงกับต้องลอบก้าวถอยหลัง
"หลี่เฟิง! เซียวหยาง!"เสิ่นอวี่หานตวาดก้อง น้ำเสียงดุดันทรงอำนาจดังกังวานไปทั่วลานกว้าง
"ขอรับนายท่าน!"หลี่เฟิงรับคำเสียงหนักแน่นรีบพุ่งทะยานเข้ามายืนรอรับคำสั่งอยู่เบื้องหน้าเจ้านายในทันที
ทว่าเซียวหยางเพียงก้าวเดินออกมาประสานมือเบื้องหน้าด้วยท่วงทีสงบเยือกเย็นตามวิสัยรอรับคำสั่งจากผู้นำค่าย
"แยกย้ายกันไปทำงาน! เซียวหยาง...ข้าต้องรบกวนเจ้า นำคนของหน่วยก่อสร้างไปจัดสรรพื้นที่ว่างทางทิศตะวันตกของค่ายกางกระโจมชั่วคราวและจัดเตรียมที่พักพิงให้นักรบเผ่านกอินทรีเหินให้เรียบร้อยก่อนค่ำนี้ห้ามขาดตกบกพร่องเด็ดขาด!"
"รับทราบ ข้าจะจัดการให้"เซียวหยางพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจสถานการณ์อันตึงเครียดของสหาย
"หลี่เฟิง! ส่วนเจ้าจงระดมคนงานเร่งขนย้ายกองสัมภาระตะกร้าหินสีดำทั้งหมดนี้ ไปซ่อนไว้ในคลังที่มิดชิดท้ายค่ายห้ามให้ผู้ใดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปวุ่นวายโดยเด็ดขาด! ผู้ใดฝ่าฝืนลงโทษตามกฎอัยการศึก!"
เสิ่นอวี่หานออกคำสั่งรัวเร็วและเฉียบขาดการจมอยู่กับกองงานและการจัดการปัญหาเบื้องหน้าคือหนทางเดียวที่เขาจะใช้ระบายอารมณ์อึดอัดที่สุมแน่นอยู่ในอกและเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตนเองกับซูอันอันในคืนนี้!
นกย่างของยอดนักฆ่า
ในขณะที่บรรยากาศหน้าเรือนพักแรมกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดรังสีอำมหิตของเสิ่นอวี่หานแผ่กระจายจนเหล่าคนสนิทแทบจะไม่กล้าหายใจแรง
ทว่ากลับมีสตรีอยู่หนึ่งคนที่ไม่ได้รับรู้ถึงความกดดันเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยทัวหยายืนกะพริบตาปริบๆ นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่สาวคนสวยถึงเดินหนีเข้าห้องไปทั้งๆ ที่นางเพิ่งแสดงการยิงนกให้ดู
แต่ด้วยความที่เป็นเด็กสาวร่าเริงและไม่คิดเล็กคิดน้อยดรุณีน้อยชาวป่าจึงยักไหล่เบาๆนางกระชับนกป่าอ้วนพีที่หิ้วมาด้วยไว้ในวงแขนให้ถนัดขึ้นก่อนจะกวาดสายตามองหาเป้าหมายใหม่
สายตาซุกซนของนางไปสะดุดเข้ากับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิท...เฮยหลาง
ยอดนักฆ่าหน้ากากหมาป่ากำลังจะหันหลังเดินตามเสิ่นอวี่หานไปจัดการแร่เหล็กไวเท่าความคิด ทัวหยาพุ่งพรวดเดียวไปดักหน้ายอดนักฆ่าผู้แสนเย็นชาเอาไว้!
"นี่เจ้าคนหน้ากาก!"ทัวหยาฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีชูซากนกป่าที่ยังมีหยดเลือดไหลซึมขึ้นตรงหน้าเขาอย่างภาคภูมิใจ"เมื่อครู่เจ้าวิ่งไล่จับข้ากระโดดไปมาบนต้นไม้จนเหนื่อยหอบคงจะหิวแย่แล้วสิ! มาเถอะ ข้าเห็นว่าเจ้าอุตส่าห์ยอมเล่นเป็นเพื่อนข้าข้าจะเอานกพวกนี้ไปย่างเป็นอาหารรสเลิศให้เจ้ากินเอง!"
ดรุณีน้อยตบหน้าอกตัวเองดังปึก"รับรองว่าเจ้าจะต้องติดใจฝีมือเมีย... เอ๊ะ... ฝีมือข้าแน่นอน! ในป่านี้นะไม่มีใครย่างนกได้หนังกรอบเนื้อนุ่มเท่าข้าอีกแล้ว!"
เฮยหลางเบิกตากว้างภายใต้หน้ากากโลหะสีเงินยอดนักฆ่าผู้ไร้พ่าย ผู้ซึ่งเคยเด็ดหัวศัตรูมานับไม่ถ้วนโดยไม่กะพริบตาบัดนี้ถึงกับชะงักกึกและลอบก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ!
เขาเผชิญหน้ากับรอยยิ้มเจิดจ้าและซากนกอาบเลือดด้วยความทำตัวไม่ถูกท่ามกลางความตึงเครียดเมื่อครู่เสียงหัวเราะครืนใหญ่ของชาวบ้านและเหล่านักฆ่าลูกสมุนที่ทนกลั้นขำไม่ไหวก็ดังลั่นขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นมือสังหารอันดับหนึ่งถูกแม่สาวน้อยชาวป่าต้อนให้จนมุมด้วยนกป่าย่าง