“ได้เวลาทดสอบสักที”
ตลอดอายุ 15 ปีตงฟางทำเพียงอ่านหนังสือมาตลอดแม้จะแอบฝึกพลังจิตก็ตาม มันกลับไม่ใช่สิ่งยิ่งใหญ่อันใด โดยตอนนี้เขากำลังจะพาตัวเองเข้าสู่สิ่งอันใหญ่ใหญ่นั่นก็คือโลกแห่งนักธุรกิจ
เขาไม่เคยมีความรู้ด้านนี้มาก่อน รู้เพียงแค่ว่าส่งของไปแล้วนำเงินมาเพียงเท่านั้น ในหน่วยไล่ล่าเขาทำเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นส่งเงินให้โจรเพื่อแลกกับอาวุธ หรือจะเป็นแลกสิ่งของกับหญิงสาวลูกผู้มีอิทธิพลที่ถูกจับตัว เขาไม่มีความรู้เรื่องบริหารเลย การหลอมยาครั้งนี้จึงท้าทายเขาไม่น้อย กลัวว่าการขายจะไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง
พรึ่บ~!
เปลวไฟจากกองไฟลอยตามฝ่ามือเข้าไปโอบล้อมหม้อหลอมยาตรงหน้า จากปริมาณของมันตงฟางคาดว่าน่าจะมีความจุราว 10 ลิตร นับได้ว่าเป็นหม้อหลอมยาขนาดใหญ่ ถึงอย่างนั้นเขากลับคิดว่ามันคงไม่พอหากเขาจะสร้างยาจำนวนมาก ยิ่งเป็นยาระดับ 1 ที่ต้องหลอมเป็นจำนวนมากยิ่งต้องการหม้อหลอมใหญ่กว่านี้
“เริ่มแรกก็ต้องทำให้หญ้าน้ำค้างเลือดมีสรรพคุณทางยาก่อน”
หญ้าสีแดงเลือดราว 1 กำมือหย่อนลงไปในหม้อพร้อมด้วยน้ำปริมาณ 5 ลิตรเติมลงไป โดยน้ำตงฟางหาได้ง่ายมาก เพียงแค่เขาดึงน้ำด้วยพลังจิตจากน้ำตกหน้าถ้ำเข้ามาเขาก็ได้น้ำหลอมยาแล้ว
แต่การใช้น้ำในการหลอมยามันผิดวิธีไปมาก ยาทุกชนิดที่เขาอ่านจากตำราของตาแก่หลี่หยุนนั้น เป็นยาเม็ดทั้งหมด การจะใช้น้ำเป็นส่วนผสมมีเช่นกันแต่มันต้องใช้ในปริมาณน้อยมาก
การที่เขาต้องใช้งานน้ำถึง 5 ลิตรเติมลงไปในหม้อหลอมยา เป็นผลมาจากการที่เขาต้องการทำให้หญ้าน้ำค้างเลือดสามารถหลอมกับสมุนไพรตัวอื่นๆได้ก่อน
เดิมทีหญ้าน้ำค้างเลือดมีสรรพคุณด้านลบ ไม่ว่าจะเติมลงไปผสมกับสมุนไพรตัวใดก็ตาม ล้วนแล้วทำให้สรรพคุณของสมุนไพรต้นนั้นๆลดลงถึงครึ่ง มันจึงกลายเป็นหญ้าขยะในสายตาของผู้คน
ผิดจากเขาเพราะรู้วิธีการทำให้หญ้าน้ำค้างเลือดกลายเป็นสมุนไพรมีส่วนช่วยในการดูดซับพลังของสมุนไพรอื่นๆเพื่อเพิ่มจำนวนให้มากยิ่งขึ้น 10 เท่า
โดยวิธีการทำให้หญ้าน้ำค้างเลือดกลายเป็นสมุนไพรตัวช่วยง่ายมาก เพียงแค่เขาต้องแช่มันในน้ำแข็งเพียง 1 นาทีเพื่อทำการแช่แข็งยางรอบๆลำต้นของหญ้าน้ำค้างเลือด ซึ่งยางของมันนี้เองเป็นส่วนช่วยทำให้สมุนไพรชนิดอื่นลดประสิทธิภาพลง
แต่การแช่น้ำแข็งไม่ใช่ขั้นตอนเดียวสำหรับนำหญ้าน้ำค้างเลือดมาใช้งาน จำเป็นต้องต้มมันผ่านความร้อนสูง หลังจากแช่แข็งหญ้าน้ำค้างเลือดเสร็จแล้วนั้น เขาจำเป็นต้องเคาะน้ำแข็งออกให้เหลือเพียงแค่ลำต้นและใบ จากนั้นนำพวกมันไปต้มในน้ำเดือดเคี่ยวไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะกลายเป็นของเหลวข้นหนืด จึงจะสามารถนำมาทำยาได้ เมื่อทิ้งไว้สักพักของเหลวข้นจากหญ้าน้ำค้างเลือดจะกลายเป็นของแข็ง หากเขาโยนลงไปในขั้นตอนการหลอมยา มันจะกลายเป็นผงดูดซับสมุนไพรที่อยู่ในหม้อเข้าไปในตัวของมัน เป็นหลักการทำให้การใช้หญ้าน้ำค้างเลือดเพิ่มปริมาณยามากกว่าเดิมได้ถึง 10 เท่า จากวัตถุดิบการทำยาที่มีเพียง 1 ชุด ไม่ใช่ 10 ชุด
เพล้ง~!
น้ำแข็งถูกแยกออกจากหญ้าน้ำค้างเลือด จากนั้นตงฟางก็เริ่มทำแบบเดิมซ้ำๆจนกระทั่งหญ้าน้ำค้างเลือดสูญเสียยางรอบๆลำต้นของมันไปทั้งหมด
สาเหตุที่ต้องใช้น้ำแข็งแยกก็เพราะว่ายางของหญ้าน้ำค้างเลือดไวต่อไฟ หากมันถูกความร้อนยางจะซึมเข้าต้นด้วยความเร็วไวจนไม่สามารถใช้งานหญ้าน้ำค้างเลือดต้นนั้นได้ ตงฟางจึงต้องแช่แข็งมันก่อนแล้วนำไปเคี่ยวกับน้ำให้มันสลายกลายเป็นของเหลวข้น
“วาห์ ตื่นเต้นตลอดเลยแฮะ เมื่อรู้ว่าตัวเองสามารถปั้นสมุนไพรให้เป็นก้อนกลมๆได้”
ตงฟางจับไปยังหน้าอกของตัวเองแม้จะมีโอกาสน้อยมากในการหลอมยา แต่มันก็ทำให้เขาตื่นเต้นทุกครั้ง แล้วยิ่งการหลอมยาครั้งนี้จะเป็นตัวเปิดธุรกิจยิ่งทำให้ตงฟางตื่นเต้นดีใจ ทันใดนั้นเขาก็กลับมามีสมาธิจดจ่ออยู่กับเปลวไฟรอบๆหม้อหลอมยา หลังจากเขาเทน้ำออกจากหม้อไปทั้งหมด เหลือเพียงแค่หม้อเปล่า
“ดอกฮวาหลง ใช้กลีบดอก 3 กลีบ เด็ดแล้วเทลงไป”
ตงฟางเด็ดกลีบดอกฮวาหลงลงไปในหม้อหลอม ตามด้วยสมุนไพรตัวที่สองตัดเพียงแค่ลำต้นเล็กๆแล้วโยนลงไป จากนั้นเขาก็เริ่มเพิ่มอุณหภูมิของไฟให้สูงขึ้นตามตำราด้วยทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือจนไฟโหมกระหน่ำลุกไหม้รอบๆหม้อ
ทุกๆขั้นตอนของการผสมสมุนไพรทั้งสองเข้าด้วยกันไม่สามารถละสายตาได้ ตงฟางต้องเฝ้ารอการหลอมรวมของพวกมัน กระทั่งเขาได้กลิ่นหอมพวยพุ่งออกมาจากหม้อหลังจากสมุนไพรทั้ง 2 หลอมรวมกันเสร็จแล้วนั้น ตงฟางได้โยนสมุนไพรตัวที่ 3 ลงไปในหม้อด้วยการแยกเอาเพียงแค่ราก
ฉ่า~!
สมุนไพรตัวที่ 3 ตกลงไปในหม้อตงฟางจึงเริ่มเพิ่มความร้อนให้สูงขึ้นไปอีกเพื่อดึงความเป็นยาของพวกมันออกมา ทว่าเขาไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เขายังใช้พลังจิตหยิบหญ้าน้ำค้างเลือดที่ทำให้กลายเป็นผงลงไปในหม้อแล้วใช้พลังจิตคนภายในหม้อทวนเข็มนาฬิกาเพื่อทำการหล่อยาให้เป็นก้อน จนกระทั่งเขาได้กลิ่นเหม็นของยางไม้ลอยออกมาจางๆผสมกับกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกฮวาหลง ตงฟางจึงนำหม้อออกมาจากกองไฟแล้วใช้ทักษะดาราสวรรค์ลดอุณหูมิของหม้อจนสามารถยื่นมือไปสัมผัสกับหม้อได้
“นึกว่าจะยาก”
ยาจำนวน 10 เม็ดนอนแน่นิ่งอยู่ก้นหม้อ สีของมันไม่ต่างจากเลือดแห้งเลยสักนิด ตงฟางจึงหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเพราะการหลอมยายี่จงเพื่อนำไปรักษาแผลภายนอกให้กับระดับชำระชีพจรมีคุณภาพถึง 10 ส่วนด้วยกัน ยิ่งบ่งบอกว่ามันเป็นยาดี
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ยารักษาบาดแผลระดับ 1 ด้วยคุณภาพ 10 ส่วนของมันนี้เอง สามารถนำไปรักษาระดับสัมผัสวิญญาณได้อีกด้วย ซึ่งมันจะทำให้ตัวยาของเขาขายดีอย่างแน่นอน
“หลอมต่อเลยแล้วกัน”
ตงฟางหลอมยายี่จงต่อ วัตถุดิบที่เขาเก็บมามากพอจะหลอมเม็ดยาได้เป็นพัน ทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้กระทันหันหลังจากมองจ้องหม้อหลอมยาแล้วรู้ว่ามันทำมาจากโลหะ
“เดี๋ยวก่อนนะ โลหะเหรอ แล้วยังทนเปลวเพลิงระดับ 2 ได้ด้วย ถ้าเราทำแบบนี้จะเป็นอะไรไหมนะ”
ตงฟางวางมือสัมผัสลงไปกับหม้อหลอมยาแล้วเริ่มส่งพลังจิตเข้าไปในหม้อกระตุ้นการทำงานให้หม้อเกิดความร้อน ความสามารถพลังจิตที่เขากำลังใช้ถูกเขามองข้ามแล้วมันยังเป็นพลังที่เขาไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก
โดยพลังจิตที่ว่าคือการเพิ่มและลดอุณหภูมิของวัตถุจนกว่าจะถึงจุดหลอมเหลวของวัตถุชิ้นนั้นแล้วมันยังลดอุณหภูมิของวัตถุให้ถึงจุดเยือกแข็งได้ด้วย เดิมทีเขาคิดว่ามันไม่มีประโยชน์เพราะใช้ต่อสู้ไม่ได้จึงมักใช้วิธีนี้ทำน้ำแข็งดื่มในช่วงร้อนๆเท่านั้น ตอนนี้เขากลับเห็นประโยชน์ของมันมากๆ หากเขาจะหลอมยาจำนวนมาก พลังจิตนี้จึงจำเป็น
มันมีความสามารถไม่ต่างจากทักษะดาราเลยสักนิด ไม่ว่าจะเพิ่มคุณหภูมิหรือว่าลดอุณหภูมิล้วนทำได้ไม่ต่างกัน ตงฟางที่ปลดปล่อยพลังจิตลงไปในหม้อจนส่องแสงสีแดงออกมานั้น เขาก็ได้ลดอุณหภูมิของมันให้กลับไปอยู่ในอุณหภูมิห้องในระยะเวลาเพียงแค่ 2 วินาที สร้างความรู้สึกดีใจให้เขาไม่น้อย
“เยี่ยม ถ้าอยู่ในที่ลับตาก็โกงด้วยพลังจิต หากต้องใช้ให้คนเห็นก็ทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือ ขอโทษ ต่อจากนี้แกคงเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นทักษะฆ่าคนแล้ว”
ตงฟางมองจ้องทักษะดาราสวรรค์ของเขาที่มีเพียง 54 ฝ่ามือเท่านั้น การใช้พลังจิตเพิ่มลดอุณหภูมิฆ่าคนยังเป็นเรื่องยาก ไม่สามารถเทียบกับทักษะดาราสวรรค์ได้ เขาจึงจะให้ทักษะดาราสวรรค์เป็นเครื่องมือฆ่าคนแล้วใช้พลังจิตหลอมยาแทน
ตงฟางยังเห็นถึงความพิเศษมากๆของพลังจิตเพิ่มลดอุณหภูมิอีกด้วย แม้การเพิ่มลดอุณหภูมิด้วยพลังจิตจะไม่สามารถฆ่าคนได้ หากสิ่งนั้นไม่ใช่วัสดุทนต่อแรงกระแทกเขาก็ไม่สามารถนำไปต่อยตีได้ แต่มันกลับสามารถเพิ่มความร้อนไปยังจุดหลอมเหลวของวัตถุชิ้นนั้นๆได้
ยกตัวอย่างเช่นวัสดุทนความร้อนหมื่นองศา เขาสามารถเพิ่มอุณหภูมิของเตาหลอมยาไปจนเกือบจะหมื่นองศาได้ ซึ่งการเพิ่มความร้อนได้ในระดับนี้เองนั้น จะต้องเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณระดับสูงมากๆ
เขาที่เป็นเพียงระดับสัมผัสวิญญาณสามารถเพิ่มความร้อนให้กับไฟด้วยพลังวิญญาณได้สูงมากพอแค่การหลอมยาระดับ 2 เพียงเท่านั้น สำหรับพลังจิต หากเขามีพลังจิตที่มากพอเขาสามารถหลอมยาระดับสูงกว่า 2 ได้ง่ายๆ
ฟู่ว~!
การหลอมยาด้วยพลังจิตเริ่มต้นขึ้น ทุกขั้นตอนเขาลงมือทำไม่ต่างจากตอนใช้ทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือ กระทั่งผ่านไป 10 นาทีเม็ดยาทั้ง 10 ก็ปรากฎก้นหม้อ ด้วยคุณภาพ 10 ส่วน สร้างความตะลึงให้ตงฟางไม่น้อย เพราะเขาไม่จำเป็นต้องฟาดฝ่ามือใส่หม้อเพื่อควบคุมไฟเลยสักนิด เขาเพียงแค่นำมือไปวางใกล้ๆหม้อไม่เกิน 10 เซนติเมตร หม้อก็ร้อนตามที่เขาต้องการจนหลอมยาได้แล้ว
“ฮ่าๆๆ การหลอมยากลายเป็นเรื่องหมูๆไปแล้ว ตาแก่หลี่หยุนดูนี่ก่อน ดูความโกงนี่ก่อน แม้จะไม่สามารถใส่สมุนไพรลงไปพร้อมกันได้แต่การหลอมมันช่างง่ายดายยิ่งนัก ฮ่าๆๆๆ”
เสียงหัวเราะชอบใจดังก้องไปทั่วถ้ำ ทันใดนั้นตงฟางกลับพบเข้ากับอาวุธมีคมบางอย่างกำลังวางพาดคอของเขาจากทางด้านหลัง เขาจึงเก็บเสียงหัวเราะแล้วค่อยๆหันหลังกลับไปดูคนที่วางกระบี่พาดคอ
“หยุด อย่าขยับ”
“พะพะพะ พี่สาวชุดแดง เราคนกันเองค่อยๆคุยกันก็ได้” คนที่รอให้ตื่นดันตื่นขึ้นมาในช่วงที่ตงฟางดีใจจนไม่ทันระวังตัว
“แกเป็นใคร” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกดดันอัดกระแทกเข้าใส่ร่างของตงฟาง ด้วยพลังที่ห่างชั้นกันทำเอาเขาขนลุกไปทั้งตัว
“พี่สาว ผมตงฟาง เป็นศิษย์สถาบันเฟยเทียน ผมเห็นพี่สาวอยู่ใต้น้ำตกจึงช่วยไว้ พี่สาว พี่เอากระบี่ออกไปก่อนเถอะนะ นะ เดี๋ยวมันจะตัดคอผม”
“แกแน่ใจมากแค่ไหนว่าเป็นคนช่วยฉัน ไม่ได้มาพบฉันโดยบังเอิญ”
“ผะ ผะ ผม ยู๊ด หยุดก่อน พี่สาวอย่าพึ่งใจร้อน” ตงฟางพยายามห้ามพี่สาวชุดแดง ตอนนี้เขาแทบไม่มีแรงหันหน้ากลับไปเพราะกระบี่กำลังจมเข้าไปในผิวหนังบริเวณคอของเขาจนรู้สึกได้ถึงความแสบ
“แกกำลังโกหก เล่าความจริงมา ใครช่วยฉัน แกเป็นคนมาเจอหลังจากฉันถูกช่วยใช่ไหม”
“ไม่เลยพี่สาว ไม่ใช่แบบนั้น ผมช่วยพี่สาวจริงๆ บาดแผลของพี่สาวผมก็เป็นคนรักษา ตอนนี้ผมก็กำลังตุ๋นเนื้อรอพี่เลย เอากระบี่ออกไปก่อนเถอะนะ ผมสาบานเลยว่าไม่ได้จับเนื้อต้องตัวพี่สาวเลย จริงๆ แล้วผมก็ไม่เห็นอะไรด้วย เห็นแค่ชุดแหวกขาสวยๆ เอ๊ย ไม่ ไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ”
ตงฟางหัวเราะแห้งๆ เขารู้สึกกดดันจนไม่เป็นตัวของตัวเองเกือบพูดสิ่งที่ทำให้ตัวเองตายออกมา
“แล้วถ้าแกเป็นคนช่วยฉัน ทำไมถึงต้องมัดมือฉันเอาไว้ด้วย อย่า อย่าขยับ” ตงฟางกำลังจะหันหลังเขากลับถูกกระบี่กดลึกกว่าเดิม
“ไม่แล้วพี่สาว ผมไม่ขยับแล้วเอากระบี่ออกก่อน ระดับพี่สาวฆ่าผมได้ง่ายๆเลยนะ ผมสาบานเลยว่าผมช่วยพี่สาวจริงๆ นะ นะ คุยกันดีๆ เห็นไหมนี่ยารักษา ผมเป็นนักหลอมยา พี่จะเชื่อผมหรือยัง”
“ตอบมาก่อน ทำไมถึงต้องมัดมือฉันเอาไว้”
“ผมไม่รู้ว่าพี่ไปเจออะไรมาถึงตกอยู่ในสภาพนั้น หากพี่ตื่นพี่ไม่ฆ่าผมเหรอ ผมเลยต้องมัดแขนพี่ไว้ ให้พี่สาวได้คิดสักนิดตอนตื่น แต่ก็ไม่ได้มัดแน่นนะ ถ้าไม่เชื่อพี่ดูข้อมือเลยว่ามีรอยมัดไหม”
ตงฟางพยายามเกลี้ยกล่อมบอกหญิงสาวชุดแดงให้รู้ว่าเขาไม่เป็นอันตราย ทันใดนั้นกระบี่ที่พาดคอของเขาก็ถูกเก็บเข้าไปในแหวน ทำให้เขาหันหลังกลับไปมองดูหญิงสาวที่พึ่งตื่นได้เต็มๆตา
“สวย”
“แกมองอะไร”
“ปะ เปล่าเลยพี่สาว ผมไม่ได้มอง ตอนนี้พี่สาวเป็นยังไงบ้าง อาการดีขึ้นไหม”