บทที่ 27 ถ้าคนในห้องถ่ายทอดสดเห็นเข้า พวกเขาคงคิดว่าเราจ่ายไม่ไหว!
ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนผิวขาวที่อยู่ฝั่งขวาสุดของเวทีก็เอ่ยขึ้น “ต่อให้ตำแหน่งดังกล่าวจะได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาแล้ว แต่บางทีท่านก็ควรพิจารณาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครคนอื่น ๆ ด้วย ถูกไหม?”
ชายวัยกลางคนผู้นี้คือรองประธานมูลนิธิอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมขั้วโลก
มูลนิธิอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมขั้วโลกเป็สถาบันทางการเงิน เงินทุนจากประเทศต่าง ๆ เงินบริจาคจากประชาชน และช่องทางการเงินอื่น ๆ ล้วนได้รับการจัดสรรโดยองค์กรนี้ พวกเขาควบคุมเงินทุนมากกว่าครึ่งขององค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็ง
พูดกันตามตรง เขาคือผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ขององค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็ง
แต่ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ อู๋ซงก็ยังเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย "จะมีผู้สมัครคนใดดีไปกว่านี้อีก? ใครในองค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งมีผลงานการประชาสัมพันธ์องค์กรดีกว่าฮั่วอวี๋เหรอ?”
ชายวัยกลางคนพูดอะไรไม่ออก
แผนกประชาสัมพันธ์ขององค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งพยายามอย่างหนักมาเป็เวลาหลายปี แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสร้างชื่อให้กับองค์กรได้
เช่นเดียวกับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโลกเดิมของฮั่วอวี๋ จริงอยู่ที่คนในโลกนั้นอาจรู้จักองค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็ง แต่ผู้พิทักษ์น้ำแข็งมีหน้าที่อะไร? โครงสร้างขององค์กรเป็อย่างไร?
หากไม่นับผู้ที่ชื่นชอบและผู้เชี่ยวชาญบางส่วน คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้และไม่ได้ให้ความสนใจกับมันสักนิด
เพราะอย่างไรเสีย การใช้ชีวิตก็ไม่ใช่เื่ง่าย แล้วใครจะมาเสียเวลาสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ดูเหมือนจะไกลตัวล่ะ?
หญิงชราอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ อู๋ซงมองเขาและเอ่ย “ต่อให้ฮั่วอวี๋จะเป็ผู้สมัครที่ดีที่สุด แต่เราก็ต้องหารือกันสักพักถึงจะตัดสินใจได้"
หญิงชราคนนี้คือนักวิทยาศาสตร์ที่ทุกคนให้ความเคารพ เธอเป็ตัวแทนของสมาคมวิทยาศาสตร์ขั้วโลกและคำพูดของเธอก็มีน้ำหนัก
ครั้งนี้อู๋ซงไม่ได้เอ่ยแย้ง เขารู้ดีว่าเป็ไปไม่ได้ที่จะผลักดันฮั่วอวี๋สู่ตำแหน่งทูตประชาสัมพันธ์ผู้พิทักษ์น้ำแข็งโลกในทันที
เหตุผลที่ชายชราทำเช่นนี้ ก็เพื่อเปิดเผยมุมมองของตนต่อคนทั้งหมดและฝากข้อความให้พวกเขาเอากลับไปพิจารณา
ฮั่วอวี๋มีความสามารถเพียงพอในการรับตำแหน่งทูตประชาสัมพันธ์ แต่สาเหตุที่ชายหนุ่มยังไม่เข้าตากรรมการเป็เพราะยังไม่มีคุณสมบัติมากพอ
หลังจากฝากความประทับใจไว้ในใจของคนที่นี่แล้ว ครั้งต่อไปที่พวกเขาหารือกันเื่การเลือกทูตประชาสัมพันธ์ ทุกคนก็จะนึกถึงฮั่วอวี๋ทันทีโดยไม่รู้ตัว
เมื่อคิดได้ดังนี้ อู๋ซงก็ยิ้มและกล่าว “เอาเป็ว่าเื่นี้เราจะเก็บไปคิดกันอีกที ตอนนี้มาหารือเื่ปัญหาโจรสลัดที่ออกอาละวาดในเขตขั้วโลกกันก่อน"
คนพวกนี้คิดจริง ๆ หรือว่าเขาพุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งทูตประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว?
วิสัยทัศน์แคบเกินไป
ไม่ช้าก็เร็ว เขาจะส่งลูกศิษย์คนโปรดไปสู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กรผู้พิทักษ์น้ำแข็งให้ได้!
…
ณ สถานีหน้าด่าน 249
ฮั่วอวี๋ที่เพิ่งทำงานของตนเสร็จเดินกลับไปยังสถานีพร้อมกับกล้องสีดำขนาดเล็ก
ทันทีที่เขาก้าวขึ้นบันไดก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับสถานีหน้าด่านในวันนี้
ที่ผ่านมา เวลาเสี่ยวอวี๋ได้ยินเสียงเขาเดินขึ้นบันได อีกฝ่ายจะพุ่งมาเกาะประตูอีกด้านอย่างตื่นเต้น แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่มีการเคลื่อนไหวกัน?
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาเอื้อมมือขวาจับปืนพกข้างเอว จากนั้นก็บิดด้ามจับประตูด้วยมือซ้าย
ทันทีที่เปิดบานประตูออก ฮั่วอวี๋ก็กวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบว่า…
เสี่ยวอวี๋หายไป!
เขารีบเดินไปที่บ้านสุนัขที่ตั้งอยู่ข้างถุงนอน จากนั้นก็ยกม่านในบ้านสุนัขขึ้น
เมื่อเห็นเ้าก้อนขนสีขาวนอนขดอยู่ที่มุมหนึ่งในนั้น ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เขายิ้มก่อนจะลากเ้าขนปุยออกมาจากบ้านสุนัขและเอ่ย "เป็อะไรไป? เ้าตัวเล็ก ทำไมวันนี้ถึงไม่ไปรับพ่อที่ประตู?
เสี่ยวอวี๋มองฮั่วอวี๋ด้วยแววตาเศร้าสร้อย มันส่งเสียงครางต่ำออกมา ไม่น่าเชื่อว่า ชายหนุ่มจะััได้ถึงร่องรอยความเศร้าในเสียงร้องนั้น
ฮั่วอวี๋อุ้มเ้าตัวเล็กขึ้นมาและถามอย่างกังวล "เป็อะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?"
เขาได้ทักษะการฝึกสัตว์มาพร้อมกับยารักษาสัตว์ เมื่อเห็นว่าเ้าลูกหมาป่าตัวน้อยมีท่าทีซึมเศร้า ฮั่วอวี๋ก็อุ้มมันขึ้นมาตรวจดูเปลือกตา อุณหภูมิร่างกาย ฝ้าที่ลิ้น และอื่น ๆ
สำหรับการตรวจเบื้องต้น ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไร ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มเดินตรงไปที่ห้องน้ำของเสี่ยวอวี๋อีกครั้ง ่นี้เ้าตัวเล็กเรียนรู้ทักษะการใช้ห้องน้ำตามจุดที่กำหนดแล้ว ส่วนใหญ่มันจะมาขับถ่ายที่นี่
ทันทีที่เดินไปถึง ชายหนุ่มก็เห็นหลักฐานการขับถ่ายที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อตรวจดูอย่างละเอียดก็พบว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไรเช่นกัน
แปลก สำหรับลูกหมาป่าตัวเล็ก ๆ แบบนี้ แม้ว่านี่จะเป็ฤดูใบไม้ผลิ แต่มันก็ไม่น่าจะติดสัด ถ้าสุขภาพแข็งแรงดี แล้วทำไมเ้าตัวเล็กถึงมีท่าทีซึมเศร้าแบบนี้ได้?
ฮั่วอวี๋สังเกตเสี่ยวอวี๋อย่างละเอียด ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายมักมองไปที่มุมหนึ่งของบ้านสุนัขด้วยท่าทางรู้สึกผิด ราวกับกำลังซ่อนบางอย่างไว้ไม่ให้เขาเห็น
ชายหนุ่มเดินไปยังตำแหน่งดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เขาเอื้อมมือไปที่มุมตรงหน้า เสี่ยวอวี๋ก็ส่งเสียงร้องด้วยความกังวลออกมาทันที
ฮั่วอวี๋หันไปมอง จากนั้นเ้าตัวเล็กก็ไม่ส่งเสียงอะไรอีก มันเพียงแค่ย่นคิ้วลง หูลู่ หางตก เหมือนกับเด็กที่ทำความผิด
ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มคลำไปตามมุมดังกล่าวก่อนจะหัวเราะออกมา
เขาหยิบวัตถุสีขาวสองชิ้นออกมา ก่อนจะโยนมันไปตรงหน้าเสี่ยวอวี๋และถาม "นี่คืออะไร?"
ลูกหมาป่าน้อยส่งเสียงคร่ำครวญ มันไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองฮั่วอวี๋
เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกขบขันมากกว่าเดิม
วัตถุสีขาวสองอันนี้คือแท่งกัดฟันกราม ของเล่นเสริมพัฒนาการสุนัขที่ฮั่วอวี๋ได้มาจากการสุ่มของรางวัล
ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้เอาออกมาใช้เพราะเสี่ยวอวี๋ยังเล็กเกินไป ตอนนี้มันโตขึ้นมากแล้ว ชายหนุ่มเลยเอาแท่งกัดฟันกรามออกมาวางไว้ในบ้านสุนัขให้เ้าตัวเล็กแทะเล่นั้แ่เมื่อคืน
ไม่คิดเลยว่าแม้เ้าตัวเล็กจะยังไม่โตมาก แต่ฟันของมันก็ค่อนข้างคม อีกฝ่ายกัดแท่งกัดฟันกรามจนหักเป็สองท่อนในคืนเดียว
ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มเดาว่า อาจเป็เพราะอีกฝ่ายไม่รู้ว่าของเล่นชิ้นนี้ใช้สำหรับขบกัดและคิดว่าเป็อาหาร เ้าตัวเล็กจึงออกแรงกัดจนมันหัก
หลังจากที่ทำลายข้าวของ เสี่ยวอวี๋คงกลัวว่าจะโดนเขาต่อว่าจึงซ่อนสิ่งนี้เอาไว้
ฮั่วอวี๋ ผู้ที่เข้าใจเหตุผลของเื่ทั้งหมดจึงวางท่าเป็คนเ้าเล่ห์ทันที
"นายทำอะไร?" ฮั่วอวี๋แสร้งทำเป็โกรธและเอ่ย "ทำผิดเหรอ?"
เมื่อเสี่ยวอวี๋ได้ยินน้ำเสียงของชายหนุ่ม มันก็ขยับเท้าเล็ก ๆ ถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ
"นี่ก็แค่แท่งกัดฟันกรามไม่ใช่เหรอ? ถ้าคนในห้องถ่ายทอดสดมาเห็นเข้า พวกเขาคงคิดว่าเราจ่ายเงินซื้อมันไม่ไหวแน่!"
เสี่ยวอวี๋เงยหัวเล็ก ๆ ขึ้นด้วยท่าทีสงสัย ดูเหมือนมันเองก็จะรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้โกรธอะไร
"แท่งกัดฟันกรามเล็ก ๆ นี่จะไปพอได้ยังไง?" ฮั่วอวี๋โยนแท่งกัดฟันกรามที่หักออกสองท่อนลงถังขยะ
เสี่ยวอวี๋มองตามแท่งกัดฟันกรามตาปริบ แววตาของมันฉายแววเสียดายเล็กน้อย
เป็จังหวะเดียวกันกับที่ฮั่วอวี๋หันกลับมา พร้อมหยิบแท่งกัดฟันกรามอีกแท่งออกมาจากกล่องที่มุมห้อง เขาเอ่ย "อีกอัน!"
ราวกับยังไม่สะใจ ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มหันไปหยิบแท่งกัดฟันกรามออกมาอีกหนึ่งกำมือและโยนไปตรงหน้าลูกหมาป่า "วันละอัน!"
ดวงตาของเสี่ยวอวี๋เป็ประกายอย่างเห็นได้ชัด มันส่งเสียงร้องออกมาด้วยความสุข จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่กองแท่งกัดฟันกรามและแทะอย่างเมามัน
[เสี่ยวอวี๋คิดว่าคุณรวยมาก ได้รับคะแนนการรับรู้ 362 คะแนน]
[เสี่ยวอวี๋รู้สึกว่าพ่อของเขาดีที่สุด ได้รับคะแนนการรับรู้ 469 คะแนน]
[เสี่ยวอวี๋หวังว่าคุณจะมีของเล่นเพิ่มขึ้น ได้รับคะแนนการรับรู้ 643 คะแนน และมอบหมายให้ระบบมอบชุดเครื่องเล่น PS5 ให้หนึ่งชุด!]
ฮั่วอวี๋ยิ้มออกมาทันที
เมื่อหันกลับไปมองแถบข้อความก็พบว่า เหล่าผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างก็หัวเราะออกมากับท่าทางของเขา
- ฮ่า ๆ ๆ ๆ ที่มันอะไรกัน?
- ครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นคนแสดงเป็ผู้มีอำนาจต่อหน้าหมาป่า!
- แท่นกัดฟันกรามอันเล็กทำให้เสี่ยวอวี๋รู้สึกเหมือนได้ไข่ปลาคาเวียร์
- เสี่ยวอวี๋ : บางทีฉันอาจจะไม่ใช่หมาป่า แต่เป็สุนัข…
ชายหนุ่มมองแถบข้อความด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
ผู้คนในโลกนี้หัวเราะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?