เมื่อ 16 วันก่อน มีร่างสาวน้อย กำลังลอยตกลงมาจากดาดฟ้า
ของตึกร้าง 10 ชั้น คว่ำหน้าตกลงสู่พื้น คอนกรีต เสียงดังตุ๊บ !! สาวน้อยสิ้นใจในทันทีมีเืไหลออกมาจากร่างบอบบาง ที่นอนคว่ำแน่นิ่งอยู่ มี ผีเสื้อสีดำตัวใหญ่ บินมาเกาะที่ใบหน้าของร่างไร้ิญญาของหญิงสาวแล้วบินหายไปในความมืด
###########################
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน
“นายครับผมกำลังเอามันขึ้นเรือไปที่เกาะครับ”
ชาย ตัวสูงใหญ่ รูปร่างท่วมผิวคล้ำ ตาเล็ก
ได้โทรแจ้งรายงานเ้านาย
“อืม เอามันมา” ปลายสายเอ่ย
“ครับนาย” กู่เต๋อ รับคำสั่ง ทันทีที่วางสายคนชายหนุ่มร่างท่วม
หันไปมองที่พื้น ตรงที่มีร่างของชายหนุ่มมีรูปร่างผอมเพรียวนอนอยู่
ร่างนั้น ถูกคลุมหัวด้วยผ้าสีดำมือทั้งสองข้างถูกมัด
“ไปได้แล้วไอ้สารเลว” ชายรูปร่างสูงใหญ่เดินไปอุ้มร่างไร้สติจากยาสลบขึ้นบนบ่า แล้วแบกขึ้นเรือสปีดโป๊ทเมื่อขึ้นมาถึงเรือแล้ว เขาโยนร่างนั้นกองไว้บนพื้นเรืออย่างไม่ใยดีสั่งคนขับให้ออกเรือทันที
ในหัวของ หลี่เทียนหยู ตอนนี้กำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่เขาแค่กำลังเดินริมถนนไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อจะกลับบ้าน หลังจากที่ซื้อของตลาดสดแล้วจู่ๆก็มี รถตู้สีดำมาจอด มีผู้ชายสองคนเปิดประตูออกมากระชากแขนเขาเข้าไปในรถบังคับให้เขาโทรหาที่บ้าน แล้วโปะยาสลบ จากนั้นเขาก็หมดสติไปมาฟื้นอีกครั้งบนเรือที่กำลังแล่น
“พวกคุณเป็ใครจับผมมาทำไมครับ ”
หลี่เทียนหยู พยายามตั้งสติะโถามไปหลายครั้ง ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาเลย มีเพียงเสียงหัวเราะของชายร่างโตที่กำลังหัวเราะคนที่ถูกมัด แรงคลื่นของเรือทำให้ร่างกระเด็นไปมาในเรือในขณะที่เรือแล่น ในหัว หลี่เทียนหยูมึนงงไปหมด คนพวกนี้กำลังจะพาเขาไปไหน
บนศาลาที่อยู่สุดปลายทางเดินท่าเรือของเกาะส่วนตัว
เฉินเฟยหลง เ้าของเกาะกำลังยืนรอ กู่เต๋อที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ เสียงโทรศัพท์ ของคนร่างสูงดังขึ้น
“คุณเฉินครับ ผมกำลังจะกลับครับคุณเฉินมีอะไรที่้าให้ผมเอาไปที่เกาะไหมครับ” เลขาเกาิชง แจ้งเ้านาย
“ไม่มีอะไรหรอก แม่เลขาเกาเป็ไงบ้าง”
เ้านายถามถึงแม่ที่แก่ชราของเลขาเกาิชง
“ไม่เป็ไรมากแล้วครับผมให้ย้ายที่อยู่ ยังดื้อเหมือนเดิมครับ
ถ้างั้นผมคงกลับไปถึงก่อนค่ำครับ”
เลขาเกาิชงเพ้อเื่แม่กับเ้านาย “อืม” เฉินเฟยหลง ตอบกลับ ปลายสาย แล้ววางสายทันที
บนฝั่งเลขาเกาิชง กำลังขับรถมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือ คงใช้เวลาอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆในใจยังนึกเป็ห่วงแม่ที่แก่ชราของเขา ที่ตอนนี้อยู่ลำพังคนเดียวในบ้านที่นอกเมือง
เลขาเกาิชงฝากแม่ไว้กับข้างบ้าน มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ตอนนี้เธอเรียนจบมาเป็ครูที่บ้านเกิด พอจะฝากให้ดูแม่ได้เขาจึงทิ้งเบอร์โทรของเขาไว้ให้กับเพื่อนบ้านสาวน้อยคนนี้ เธอชื่อ ฉู่ถิงถิง
แต่นั้นทนายความวัยกลางคน ก็ยังไม่วางใจ เพราะแม่เขาอายุ 78 ปีแล้วดีที่เขาได้เตรียมนาฬิกาไว้ให้กับแม่ ที่สามารถรู้จังหวะเต้นของหัวใจ ที่สำคัญเขาให้ช่างชำนาญงาน ติดตั้งกล้องพร้อมไมโครโฟนในนาฬิกาเครื่องนี้ด้วย
ด้าน กู่เต๋อ ตอนนี้ เรือของเขาใช้เวลาวิ่งอยู่ชั่วโมงกว่าๆ จนเข้าเทียบท่าที่เกาะแห่งหนึ่ง คนขับจอดเรืออย่างชำนาญ
ณ ตอนนี้ บนศาลาริมสุดทางเดินของสะพานท่าเทียบเรือบนเกาะส่วนตัวนั้น มีชาย 5 คนยืนรอ อยู่แล้ว
หนึ่งในนั้น คือชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำเล็กน้อย หน้าตาคมเข้ม ซึ่งกำลังมองลงไปที่เรือสปีดโป๊ทที่เพิ่งเทียบท่า สายตาของมาเฟียหนุ่มจ้องไปที่
คนที่ถูกคลุมหัว เขากำลังคิดไปต่างๆๆนาๆๆว่าจะจัดการกับคนตรงหน้ายังไง ให้สาสมกับที่ทำกับน้องสาวของเขา
“ลากมันขึ้นมา” เสียงเ้านายสั่ง
ผู้ชายสองคนรีบะโลงไปในเรือ หิ้วปีกคนที่โดนมัดแขนลากขึ้นจากเรือ โยนลงตรงหน้าเ้านาย
หลี่เทียนหยูรีบะโถามออกมา
ทั้งๆที่ตัวเขานอนกองอยู่กับพื้น
“พวกคุณเป็ใคร จับผมมาทำไมครับ ”
“เปิดผ้าออก” เ้านายสั่งอีกครั้ง
ลูกน้องที่ยืนอยู่รีบ ทำตามทันทีจับคนโดนมัดให้ลุกมันมาให้อยู่ในท่านั่งคุกเข่า และเปิดผ้าที่คลุมหัวอยู่ออก
เผยให้เห็น ใบหน้าขาวเนียนราวกับหยกขาว ดวงตากลมดำริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อ ผมหยิกเล็กน้อย
ทันทีที่ผ้าคลุมเปิดออก เฉินเฟยหลงจ้องหน้าคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา ภายในใจคิดว่าในคลิปที่เขาได้รับหลายคลิปนั้นพอจะรู้ว่า หลี่จือหลิน หน้าตาดีแต่เมื่อมาเห็นหน้าจริงๆใกล้ๆแบบนี้แล้ว ยิ่งเห็นชัดว่า ผิวหน้าขาวเรียบเนียนไร้รูขุมขนขนตาหนางอนยาว ปากอมชมพูระเรื่อ
คิ้วเข้มได้รูป เพราะเขามีหน้าตาแบบนี้สินะที่ทำให้เขาหลอกให้เด็กผู้หญิงตกหลุมรักได้อย่างง่ายดาย
หลี่เทียนหยูไม่รอช้า เมื่อได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง เห็นคนตรงหน้า จึงเอ่ยปากถามขึ้นมาทันที
“พวกคุณเป็ใคร จับผมมาทำไมครับ ”
น้ำเสียงของเขาที่ถาม ไม่ได้ะโเหมือนอยู่ในเรืออีกต่อไปเขาถามด้วยน้ำเสียงปกติที่เขาพูด หลี่เทียนหยู เป็คนพูดเบาน้ำเสียงสุภาพ พูดช้าถึงแม้ว่าเขาจะพูดในแบบปกติของเขาแต่เสียงนั้นก็สั่นเครือด้วยความกลัวเพราะดวงตาคมเข้มที่จ้องหน้าเขาอยู่ตอนนี้มันน่ากลัวมากเหมือนอยากให้เขาตายลงตรงนี้
ดวงตาคู่นั้นกลมโตขนตายาว มากับคิ้วเข้ม จมูกเป็สันริมฝีปากที่พอดี ที่จัดวางอยู่บนใบหน้าที่กรามคมได้รูปผิวคล้ำนิดหน่อยคงเป็เพราะอยู่เกาะ
จน หลี่เทียนหยูเผลอคิดว่าหน้าตานี้งามราวกับรูปปั้น
“หลี่จือหลิน ฉันรู้ว่านายเป็ใครก็พอ”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นคนที่คุกเข่าตรงหน้า กำลังจะอ้าปากพูด แต่ช้าไปกับมัดที่ต่อยมาที่หน้าอย่างเต็มแรงจนทำให้คนร่างบางล้มลงไปนอนกับพื้นอีกครั้ง
พอตั้งสติได้จากมัดที่ซัดมาเต็มแรงนั้นหลี่เทียนหยู จึงพยายามจะพูดอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา มือของ เฉินเฟยหลงได้คว้าคอเสื้อและดึงเขาขึ้นมา
หลี่เทียหยูพยายามอย่างที่สุดที่จะพูด “ดะ...เด่วก่อนครับ เด่วก่อน”
“ทำไม หลี่จือหลิน แกมีอะไรจะพูดก่อนตาย” เฉินเฟยหลง จ้องใบหน้าขาวเนียนที่ตอนนี้มีรอยแดงจากมัดของเขาบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัดเจน
“ผมไม่ได้ชื่อ หลี่จือหลิน ครับ คุณจับคนผิดแล้วจริงๆนะครับ ผมชื่อ หลี่เทียนหยู”
หลี่เทียนหยูจ้องตาของ เฉินเฟยหลง เพื่อแสดงถึงความจริงใจว่า เขาไม่ได้ โกหกแม้แต่คำเดียวถึงแม้จะด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก็ตาม
และถึงแม้ว่า หลี่เทียนหยู จะรู้ว่า หลี่จือหลินคือชื่อน้องชายตัวเองแต่ในประเทศนี้ มีคนชื่อ หลี่จือหลิน เป็ล้านคน คงไม่ใช่น้องชายเขาแน่นอนน้องชายของเขาจะรู้จักกับคนพวกนี้ได้ยังไงกัน
หลี่จือหลินน้องชายของเขาเป็เพียงแค่เด็กหนุ่มมหาวิทยาลัยปี 4 ธรรมดาจะไปรู้จักกับนักเลงพวกนี้ได้ยังไงกัน ยิ่งคิด หลี่เทียนหยู ก็มั่นใจว่าต้องไม่ใช่ น้องชายของเขา หลี่จือหลิน ชื่ออาจจะซ้ำกันทำให้คนพวกนี้เข้าใจผิดแน่นอน
“โกหกเป็นิสัย เลยนะ หลี่จือหลิน”เฉินเฟยหลง พูดพร้อมกับกระชากคอเสื้อของคนหน้าขาวตรงหน้าขึ้นมาสูงใกล้กับใบหน้าของเขา
“ไม่ใช่นะครับผมพูดจริงๆ ผมชื่อ หลี่เทียนหยู” หลี่เทียนหยู รีบตอบ คนตรงหน้าทันทีก่อนจะอะไรจะสายไปกว่านี้ ไม่งั้นเขาคงได้ตายจริงๆแน่นอนเพราะดูจากคนตรงหน้าคงจะมีความแค้นกับ
หลี่จือหลินคนนั้นมากจริงๆสายตาเกลียดชังที่อยากฆ่าให้ตายคามือนั้นทำให้เขากลัว
“แกจะชื่ออะไรมันเื่ของแก สำหรับฉันแกคือหลี่จือหลิน” เฉินเฟยหลง พูดขึ้น ก่อนจะกำมัดซัดไปที่ท้องของหลี่เทียนหยู แบบเต็มแรง จนเขาตัวงอ คอเสื้อของหลี่เทียนหยูยังอยู่ในมือของเฉินเฟยหลง
คนตัวใหญ่กว่า ดึงคอเสื้อของหลี่เทียนหยูกลับมาแล้วต่อยหน้าไปอีก 2 มัดเต็มแรง คราวนี้ หลี่เทียนหยู สลบ ร่างบางล้มลงกองกับพื้น
ยังไม่สาแกใจของมาเฟียหนุ่มเขาใช้เท้า แตะไปที่ตัวของ หลี่เทียนหยู อีกหลายครั้ง จนคนร่างบางที่นอนกองกับพื้นสลบไป ทั้งๆที่ หลี่เทียนหยู พยายามรวมรวบแรงทั้งหมดที่มี พูดว่า “ผมไม่ใช่ หลี่จือหลิน” ตลอดเวลา แต่มาเฟียหนุ่มเหมือนไม่ได้ยินเขาใช้เท้าทำร้ายจนอีกฝ่าย หยุดพูด นิ่งไป
“อย่าเพิ่งตายละไอ้สารเลว แกจะตายง่ายๆแบบนี้ไม่ได้ มันง่ายไปสำหรับคนอย่างแก” มาเฟียหนุ่มร่างสูงเอ่ย
พร้อมใช้เท้าเขี่ยที่ร่างของคนที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้น
“ลากมันไปมัด ไว้ที่เสาสะพาน” เ้านายหันไปสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่รอบๆตัวเขา
ลูกน้อง 3 คน รับคำสั่งเ้านาย ลากร่างที่ไร้สติของหลี่เทียนหยู ลงไปที่น้ำมัดไว้กับเสาสะพาน ที่ระดับน้ำสูงถึงหน้าอกของเขา
“มัดมันไว้ตรงนี้แหละ” มาเฟียหนุ่มสั่งลูกน้อง
ชายทั้ง 3 คน เดินขึ้นมาจากทะเล เดินไปที่ รีสอร์ทหรูที่อยู่ริมทะเล
ทิ้งร่างไร้สติของ หลี่เทียนหยูไว้ที่เสาสะพานเพียงลำพัง