บทที่ 4
เตรียมตัวเดินทาง
"อื่อ......."ร่างบางบนเตียงขยับร่างกาย เล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆลืมตาตื่น ก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ที่เตียงในห้อง รอบๆก็คือห้องของเจียงเฟิงนั้นเอง พอลุกขึ้นมาได้สายตาก็หันไปมอง เงาดำๆที่ซุกอยู่ที่หน้าขาของตนอยู่ มันมีลักษณะเงาๆ ลำตัวมีเกล็ดสีดำสนิทแล้วเรียวยาว "เหว๋อ.....งูดำ!! เข้ามาห้องข้าได้ยังไงกัน!!"พอเจียงเฟิงตื่นเต็มตาก็ร้องโวยวายออกมาทันที
"นายน้อย ตื่นแล้ว!! เดี๋ยวข้าน้อยจะไปแจ้งท่านพ่อให้นะขอรับนายน้อย"เสียงของลิ่วจือ ดังอยู่หน้าห้องก่อนที่ เจียงเฟิงจะได้ยินเสียง วิ่งดังไกลออกไป
"สายันณ์สวัสขอรับท่านเจียงเฟิง"เสียงหนึ่งดังเข้ามาในหูของเจียงเฟิงทำให้ร่างบางหันมองไปรอบๆห้องก็ไม่พบกับใครที่อยู่ในห้องของตน หรือว่าตนเองจะหูแว่วไปก็ไม่น่าจะใช่ ก่อนที่เจียงเฟิงจะหันมามองเ้างูสีดำขนาดเล็กที่นอนอยู่บนตักตนเมื่อครู่ "ข้าเป็ิญญาอารักษ์ของท่าน เจียงเฟิงเช่นเดียวกับเ้าปลาทองพวกนั้น"เจียงเฟิงมองเ้างูตาปริบๆ
"ทำไมเ้าพูดได้ละเ้า.....มีนามว่าอะไรละ"เจียงเฟิงสงสัย ว่าทำไมเ้างูนี่ถึงพูดกับตนเองได้ แต่ทำไมปลาทองถึงไม่สามารถที่จะพูดได้ "แล้วที่เ้าบอกว่าเ้าเป็ิญญาอารักษ์ของข้ามันคืออะไร?"ในหัวสมองของเจียงเฟิงตีกับจนยุ่งไปหมด ข้าไปทำผิดต่อ์หรือยังไงถึงได้ส่งความวุ่นวายมาให้ข้าไม่เว้นแต่ละวันแบบนี้
"ข้าไม่มีชื่อขอรับท่านเจียงเฟิง ข้าจะมีชื่อเรียกได้ก็ต่อเมื่อเ้านายของข้าตั้งชื่อให้"เ้างูผงกหัวขึ้นมาพูด "ข้าเป็1ในิญญาอารักษ์ที่สิงสถิตอยู่ในตัวของท่านเจียงเฟิงขอรับ ที่ข้าตื่นขึ้นมาก็เพราะว่ามรกตของแมวมรกตนั้นทำการกระตุ้นให้ข้าตื่นขึ้นออกมาช่วยท่าน ข้าสามารถััถึงความอันตรายที่เข้ามาทำร้ายท่านได้ จึงออกมาช่วยท่านได้ทันเวลา ก่อนที่ท่านจะาเ็ ที่ข้าสามารถพูดได้ก็เพราะว่าข้าบำเพ็ญตบะมานานจนสามารถที่จะสื่อสารกับคนได้ แต่เ้าพวกปลาทองยังบำเพ็ญตบะยังไม่มาพอจึงทำให้ไม่สามารถที่จะพูดได้ขอรับ"
"งั้นหรอกหรือ....ขอบใจมากนะ.....ที่ช่วยข้าไว้..."เจียงเฟิงนิ่งไป ตนไม่รู้จะเรียกงูดำนี่ว่าอะไรดี ถ้าฟังไม่ผิดงูดำตัวนี้คือ1ในิญญาอารักษ์ของตน เ้างูยังไม่มีชื่อต้องให้เจียงเฟิงตั้งชื่อให้ก่อนเหมือนกับฮุ่ยเฮา ฮุ่ยเหมย "งั้นข้าจะตั้งชื่อเ้า......ว่าอะไรดีนะ......เอาเป็ว่า เ้างูดำ ข้าจะตั้งชื่อเ้าว่า หรูเหอ ละกัน ต่อจากนี้ไปเ้าจะมีชื่อว่า หรูเหอ "เจียงเฟิงพูดจบก็มีแสงสีทองสว่างขึ้นที่หน้าผากของหรูเหอ ก่อนที่อักษรบนหน้าผากจะสลักเป็คำว่าหรูเหอ แล้วก็หายเข้าไปในหน้าผาเช่นเดียวกับปลาทองของเขา เจียงเฟิงคิดว่านี้คือการเอาิญญาไปผูกกับชื่อที่ตนเป็คนตั้งให้ เพื่อที่ิญญาอารักษ์จะรับใช้เ้านายของมันตราบชั่วชีวิต
"ขอบพระคุณขอรับท่านเจียงเฟิงที่ประทานนามให้ข้า ท่านเจียงเฟิง"หรูเหอก้มหัวเคารพเจียงเฟิง ก่อนที่ด้านนอกจะมีคนเปิดประตูเข้ามา
"เจียงเอ๋อร์! เ้าเป็อย่างไรบ้าง รู้ไหมว่าตลอดสามวันที่เ้านอนสลบ บิดาผู้นี้ใจแทบขาด กลัวว่าเ้าจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว เจียงเอ๋อร์"ท่านพ่อเข้ามาก็รีบเดินมาหาตนก่อนที่จะเข้ากอดเจียงเฟิงอย่างโล่งใจ
"ท่านพ่อข้าหายใจไม่ออก ปล่อยข้าก่อน"เจียงเฟิงดันบิดาออกจากตัวเพราะตนหายใจไม่ออกบิดากอดแน่นเกินไปแล้ว
"แล้วท่านพี่รองเป็อย่างไรบ้างขอรับท่านพ่อ ท่านพี่รองเขาเอาตัวมาบังะเิให้ข้า"เจียงเฟิงถามหาพี่รองอย่างเป็ห่วงเพราะพี่รองาเ็มากกว่าตนเอง
"เ้าไม่ต้องเป็ห่วง พี่รองของเ้าหรอก เขาปลอดภัยดีพักอยู่ที่ตำหนัก อาจจะให้เวลารักษาตัวนานกว่าคนอื่นก็เท่านั้น"ท่านพ่อพูดก่อนที่จะลูบหัวของเจียงเฟิงเบาๆ
"ถ้าท่านพ่อบอกแบบนั้นข้าก็หายห่วง ขอรับ"เจียงเฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอกที่พี่รองนั้นไม่ได้รับาเ็อะไรมาก "ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านพ่อต้องเป็ห่วง"
"ช่างมันเถอะ เื่มันเกิดขึ้นแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป เดี๋ยวเ้าก็ให้ท่านผู้เฒ่าตรวจร่างกายสักหน่อย ว่าเป็อะไรมากหรือไม่"พูดจบท่านพ่อก็ลุกขึ้นให้ท่านผู้เฒ่า เดินเข้ามาตรวจร่างกายให้ตนเอง
"ขอมือหน่อยขอรับท่านเจียงเฟิง"ท่านพูดเฒ่าเอ่ยขึ้นก่อนที่เจียงเฟิงจะยื่นมือออกไปให้ชายแก่ตรวจร่างกายว่ามีอะไรที่ผิดปกติไหม
"ลูกชายข้าเป็อย่างไรบ้าง ท่านผู้เฒ่าทำไมลูกข้าถึงนอนหลับไปถึงสามวันสามคืนเช่นนี้"เมื่อท่านผู้เฒ่าตรวจร่างกายของเจียงเฟิงเสร็จ ท่านพ่อก็เอ่ยขึ้นมา
"เรียนท่านประมุข ที่ท่านเจียงเฟิงนอนสลบไปนานถึงสามวันนั้นก็เป็เพราะว่า ท่านเจียงเฟิงนั้นใช้พลังปราณเกินขีดจำกัดของตัวเองขอรับ เพราะท่านเจียงเฟิงนั้นได้ใช้พลังเรียกสัตว์ออกมาแล้วไม่รู้วิธีจะอัญเชิญสัตว์กลับเข้าไป เพราะการที่ท่านเจียงเฟิงเรียกสัตว์ออกมาก็ทำให้เสียพลังปราณแล้วขอรับ"ท่านผู้เฒ่าอธิบาย เื่ที่เกิดขึ้นกับเจียงเฟิงให้บิดาฟัง ก่อนที่ทุกคนจะกระจ่างในคำตอบ
"ที่ลูกข้าเป็แบบนี้เพราะว่าอัญเชิญสัตว์ออกมาโดยไม่รู้ตัวแล้วไม่สามารถที่จะอัญเชิญกลับจึงทำให้สัตว์พวกนี้ยังคงอยู่ แล้วการอัญเชิญสัตว์จะทำให้ลูกข้าเสียพลังปรานไปมาก ประกอบกับใช้พลังที่เกินตัวทำให้ลูกข้าถึงสลบไปถึงสามวันสามคือแบบนั้นหรือท่านผู้เฒ่า "ท่านพ่อได้เรียบเรียงคำพูด ที่ท่านผู้เฒ่าที่จะสื่อออกมา
"ใช่แล้วขอรับ"
"แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะท่านผู้เฒ่า ให้ลูกข้าสามารถที่จะอัญเชิญสัตว์กลับไปได้"
"ทำได้ขอรับเพียงแค่ท่านเจียงเฟิงเอ่ยชื่อของิญญาอารักษ์ แล้วบอกให้กลับไปเท่านั้นก็สามารถเรียกกลับได้แล้วขอรับ"หรูเหอที่นอนฟังก็เอ่ยบอก
"เ้างูนั้นเป็ตัวอะไร ทำไมถึงพูดได้?"ท่านพ่อชี้ไปที่งูที่อยู่บนเตียงของลูกชายอย่างฉงน
"เรียนท่านพ่อ หรูเหอ.....งูดำตัวนี้ก็เป็สัตว์ที่ข้าอัญเชิญมา โดยที่ไม่รู้ตัวขอรับ ข้าตั้งชื่อว่าหรูเหอ ที่หรูเหอพูดได้นั้นก็เพราะว่า หรูเหอบำเพ็ญตบะมานานจนสามารถที่จะพูดคุยกับคนได้ขอรับ"เจียงเฟิงอธิบายให้บิดาฟัง ให้หายข้อสงสัยในตัวของหรูเหอ เพราะถ้าให้บิดาข้องใจเดี๋ยวจะเกิดการต่อสู้แล้วห้องเขาจะพังเป็รอบที่สองเป็แน่
"อย่างงั้นหรือ เจียงเอ๋อร์ พ่อเข้าใจแล้ว"บิดาพยักหน้ารับ ก่อนที่จะลุกขึ้น "ถ้างั้นข้าไม่กวนเ้าแล้ว พักผ่อนซะวันนี้ เดี๋ยววันพรุ่งนี้ข้าจะพาเ้าเดินทางไปหุบเขาอนธกาลเพื่อไปปลุกทักษะิญญา ให้เ้าสักทีจะได้ไม่ต้องใช้พลังครึ่งๆกลางๆแบบนี้ จะได้รู้ว่าทักษะิญญาของเ้านั้นคืออันใด"พูดจบท่านพ่อก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้เจียงเฟิงพักผ่อน
"ฮุ่ยเฮา ฮุ่ยเหมย ฮุ่ยเจีย ฮุ่ยเจิน ฮุ่ยน่า หรูเหอ ข้าขออัญเชิญพวกเ้ากลับไป"พูดจบเเสงก็ส่องสว่างรอบๆตัวของิญญาอารักษ์ก่อนที่แสงจะหายเข้ามาในตัวของเจียงเฟิง พอพูดจบเจียงเฟิงก็เหนื่อยล้าเนื่องจากฝืนใช้พลังของตนทั้งๆที่พลังยังกลับมาไม่เต็มที่ จึงล้มตัวนอนแล้วก็หลับไป
รุ่งเช้า
เจียงเฟิงถูกปลุกขึ้นมายามเช้า ก่อนที่ลิ่วจือจะลากตนไปอาบน้ำแต่งตัว ไม่นานก็พากันเดินออกมาที่หน้าจวนที่มีท่านแม่กับท่านพ่อยืนกระหนุ๋งกระหนิงกันอยู่ เมื่อทั้งสองนั้นเห็นว่าเจียงเฟิงเดินมาก็ได้หยุด แล้วก็เดินมาหาตน
"เป็อย่างไรบ้าง เจียงเอ๋อร์อาการดีขึ้นหรือไม่ เมื่อวานแม่ต้องขอโทษเ้าด้วยเนื่องจากแม่ติดธุระที่จวนเ้าเมืองท่านป้าของเ้า เลยไม่ได้มาอยู่ดูแลเ้าตอนที่เ้าฟื้น"ท่านแม่เดินเข้ามาลูบหัวเจียงเฟิงอย่างรักใคร่ เจียงเฟิงเข้าใจมารดาที่จะต้องไปมาระหว่างจวนตระกูลลู่กับจวนท่านป้าเพราะ่นี้จวนท่านป้ามีภารกิจมาก จึงได้ว่ายวานมารดาของเจียงเฟิงให้ไปช่วยเหลืองาน เห็นว่ามีผู้คนโดนแมลงพิษกัดทำให้ป่วยมากขึ้น ท่านแม่จึงต้องไปช่วยท่านป้าดูแลคนพวกนั้น
ป้าของเจียงเฟิง ชื่อเจียงเซียว เป็เ้าเมือง ลู่เฟิน คอยดูแลเื่ต่างๆของเมือง ท่านป้าขึ้นมาเป็เ้าเมืองเพราะว่าท่านแม่ของเจียงเฟิงนั้นได้ตกแต่งกับท่านพ่อ ทำให้ท่านป้าที่ ถือคติครองโสดตลอดชีวิตได้อุทิศตัวเอง ในหน้าที่ดูแลเมืองลู่เฟินแทนท่านแม่ ทำให้ท่านแม่รู้สึกว่าตนเองปัดความรับผิดชอบทั้งหมดให้ท่านป้า แล้วมาแต่งงานกับท่านพ่อ ท่านแม่จึงคอยช่วยเหลือท่านป้ามาตลอดทำงานอยู่ในเงาคอยช่วยท่านป้าในเื่ต่างๆ
"ข้าเข้าใจขอรับท่านแม่ ท่านป้า้าความช่วยเหลือมากกว่า ท่านทำถูกแล้ว"เจียงเฟิงไม่ได้โกรธมารดา ตนเองเข้าใจมารดามากกว่า
"ออกเดินทางกันเถอะเจียงเอ๋อร์ เดี๋ยวจะไปถึงที่หุบเขาอนธกาลสายเอา"ท่านพ่อที่เดินเข้ามาสมทบก็เอ่ยบอกเจียงเฟิงให้เดินทางได้แล้ว เพราะไปถึงที่นู้นก็น่าจะสายพอควร "ข่งเล่อ มาหาข้า" พูดจบที่เจียงเฟิงยืนอยู่ก็เกิดลมขนาดใหญ่ขึ้นมา ก่อนที่นกขนเพลิง เป็นกที่ท่านพ่อเก็บมาเลี้ยงั้แ่เล็กจะบินร่อนลงมาตรงที่ตนเองยืนอยู่ แล้วท่านพ่อก็อุ้มเจียงเฟิงใช้วิชาตัวเบาะโขึ้นมาบนหลังของข่งเล่อ ชื่อของนกขนเพลิงของท่านพ่อ เท่านี้พวกเขาก็พร้อมเดินทางไปที่หุบเขาอนธกาลกันแล้ว