ตอนที่ 6
ระหว่างที่ดนัยกำลังหวนนึกถึงความทรงจำในวัยเด็กอยู่นั่นเองจู่ๆฮิคาริก็ปรากฎตัวขึ้นมาเธอลอยไปดูอาการของเด็กที่อยู่บนเตียงก่อนจะผงะเล็กน้อยและรีบลอยกลับมายืนอยู่ข้างๆดนัย
“ดนัยแย่แล้วเด็กคนนั้นกำลังจะหัวใจวาย !!” ฮิคาริพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ดนัยที่ได้ยินเสียงของฮิคาริก็ได้สติขึ้นมาก่อนจะอุทานเสียงดัง
“ว่ายังไงนะ !!” ดนัยอุทานออกมาทำให้หมาและพยาบาลที่มองอยู่ตกใจ
“มีอะไรเหรอหมอดนัย” หมอแผนกฉุกเฉินถาม
“อ๊ะ...เปล่าครับไม่มีอะไร” ดนัยรีบตอบ
“ว่าแต่หมอดนัยจะเอาอย่างไรครับเราจะรอเลือดสำรองก่อนหรือมีวิธีอะไรที่จะช่วยเธอมั้ยครับ” หมอแผนกฉุกเฉินถามเขานั้นไม่รู้ว่าดนัยเป็นหมอมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การผ่าตัดใหญ่เลยเพราะปกติหมอที่มาทำงานโรงพยาบาลนี้นั้นมีแต่เก่งๆหาตัวจับได้ยากทั้งนั้น
“ผมขอดูอาการแล้วตัดสินใจก่อนนะครับ” ดนัยพูด
“เธอหมายความว่าไงที่บอกเด็กคนนี้กำลังจะหัวใจวายฮิคาริ” ดนัยกระซิบถามฮิคาริเพราะถ้าเขาพูดดังไปกลัวคนหาว่าเขาบ้าน่ะสิที่พูดคนเดียว
“เพราะเหล็กนั่นมันแทงถูกเส้นเลือดใหญ่ที่เข้าไปเลี้ยงหัวใจสารโลหะหนักที่เคลือบเหล็กอยู่เริ่มหลุดออกและตอนนี้มันก็เริ่มเข้าไปสะสมที่หัวใจแล้วเด็กคนนี้ทนได้เต็มที่ก็อีกสิบนาทีเท่านั้น” ฮิคาริบอก
“สารโลหะหนัก !!” ดนัยตกใจ
“ใช่มันเป็นสารที่ใช้เคลือบไม่ให้เหล็กเป็นสนิมยังไงล่ะ” ฮิคาริพูด
ถ้าเป็นแบบที่ฮิคาริพูดล่ะก็เด็กคนนี้จะต้องแย่แน่เราจะทำยังไงดีหมอในแผนกเราก็ติดผ่าตัดกันหมด กว่าจะผ่าตัดกันเสร็จเร็วสุดก็เป็นหมอมิโฮะแต่ก็ต้องใช้เวลาอีกราวๆสองชั่วโมง แถมเลือดกรุ๊ปของเด็กคนนี้ก็ไม่มีสำรองไว้ที่โรงพยาบาลอีกเอายังไงดี ดนัยพยายามคิดหาทางออก
ตอนนั้นเองเด็กที่อยู่บนเตียงคนไข้ก็เริ่มมีอาการชัก
ติ๊ดๆๆๆ !! เสียงเครื่องตรวจสัญญาณชีพเริ่มร้องขึ้นมา
“แย่แล้วค่ะหมอหัวใจกำลังจะวายค่ะ” พยาบาลที่ดูอาการอยู่พูดออกมา
“ฉีดยา xxxx เข้าไปกระตุ้น 0.1 มิลลิกรัมเร็วเข้า !!” หมอแผนกฉุกเฉินรีบบอกพยาบาล (เรื่องชื่อยาผมขอ xxx ไว้นะครับเพราะมันเป็นยาที่เฉพาะมากและข้อมูลก็หายากมากเช่นกันผมเองก็ไม่ใช่หมอด้วยสิ)
ติ๊ด !! ทันทีที่ยาถูกฉีดเข้าไปกระตุ้นสัญญาณชีพก็กลับมาปกติแต่ยังไม่หมดเท่านั้นปากของเด็กเริ่มกลายเป็นสีม่วงขึ้นมาทำให้เหล่าหมอและพยาบาลเริ่มหน้าซีด
“ฮิคาริเธอช่วยได้มั้ย !!” ดนัยถามฮิคาริ
“คิดว่าได้ถ้านายทำตามที่ฉันบอก !!” ฮิคาริพูด
“แต่ว่าเราไม่มีเลือดสำรองนะจะผ่าตัดยังไงล่ะ” ดนัยถาม
“เชื่อใจฉัน” ฮิคาริบอกอย่างหนักแน่นซึ่งจากคำพูดของเธอดนัยรู้สึกว่าเชื่อใจเธอได้แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น
“หมอครับเราต้องผ่าตัดเด็กคนนี้ด่วนเธอมีโลหะหนักในกระแสเลือดมากเกินไปหัวใจเธอกำลังจะวาย ที่ฉีกยาไปนั่นก็แค่ชะลออาการเท่านั้น เราต้องรีบผ่าตัดเธอเดี๋ยวนี้ครับ” ดนัยเดินเข้าไปบอกหมอแผนกฉุกเฉิน
“แต่เรายังไม่มีเลือดสำรองนะครับ” หมอแผนกฉุกเฉินบอกดนัย
“ไม่เป็นไรครับคุณช่วยไปเตรียมเครื่องมือตามที่ผมบอกก็พอ” ดนัยพูดพลางบอกเครื่องมือที่ต้องการไปแก่หมอ ซึ่งเขาก็ฟังมาจากฮิคาริอีกที
“จริงด้วยถ้าใช้เจ้านั่นเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้เลือดสำรองก็ได้ !!” หมอแผนกฉุกเฉินที่ได้ยินสิ่งที่ดนัยบอกให้เตรียมก็อุทานออกมาพลางรีบบอกเหล่าพยาบาลคนอื่นๆให้ไปเตรียมเครื่องมือและไปเรียกวิสัญญีแพทย์มาทันที
(วิสัญญีแพทย์ คือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการให้ยาชาและยาสลบ)
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพยาบาลก็รีบย้ายคนไข้เด็กคนนี้ไปที่ห้องผ่าตัดทันทีโดยดนัยได้ขอให้หมอแผนกฉุกเฉินคนนี้มาเป็นผู้ช่วยเขา พวกเขารีบไปเตรียมตัวเปลี่ยนเป็นชุดผ่าตัดทันที
ส่วนความรู้สึกของดนัยตอนนี้น่ะเหรอโคตรตื่นเต้นเลยน่ะสิเพราะเขาไม่เคยผ่าตัดใหญ่มาก่อนเลยเต็มที่ก็เคยผ่าตัดพวกเอาเศษแก้วออกแค่นั้นแถมนี่ยังเป็นการผ่าตัดที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากหัวหน้าหรือหมออิจิโนเสะด้วย
หลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัดนี้เราอาจจะโดนไล่ออกก็ได้ ดนัยทำใจไว้แต่เนิ่นๆแม้จะโดนไล่ออกหลังจากผ่าตัดเสร็จแต่ถ้าให้เขาเลือกอีกรอบเขาก็จะเลือกผ่าตัดอีกครั้งดีกว่าปล่อยให้เด็กคนนี้ตายไปต่อหน้าต่อตา
อีกด้านหนึ่ง
“ว่าไงนะหมอดนัยกำลังจะเปิดห้องผ่าตัด ไม่ใช่ว่าเด็กคนนั้นรอได้อีกชั่วโมงงั้นเหรอ !!!” หมออิจิโนเสะที่ได้รับรายงานอุทานออกมา
บ้าจริงการผ่าตัดของเราอย่างเร็วที่สุดก็อีกสามชั่วโมงเราอุส่าแจ้งให้หมอมิโฮะเร่งความเร็วในการผ่าตัดขึ้นอีกเพื่อไปผ่าตัดเคสนั้นแต่นี่มันอะไรกันการผ่าตัดทางนี้ก็สำคัญไม่มีหมอคนไหนหยุดมือทิ้งไปกลางคันได้ด้วย หมออิจิโนเสะคิดในใจ
“ติดต่อไปยังห้องผ่าตัดที่ 3 !!” หมออิจิโนเสะบอกพยาบาลผู้ช่วย
“ค่ะ !!” เธอพยักหน้าก่อนจะไปที่โทรศัพท์ที่ติดอยู่หน้าประตูเธอโทรติดต่อไปยังห้องผ่าตัด 3 ทันที
“ติดต่อได้แล้วค่ะ” พยาบาลตอบ
“เปิดออกลำโพงเลย !!” หมออิจิโนเสะสั่งก่อนพยาบาลจะทำการเปิดเสียงผ่านลำโพงให้
“หมอมิโฮะเธอต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่” หมออิจิโนเสะพูดกับห้องผ่าตัดที่ 3 นั้นคือห้องผ่าตัดที่หมอมิโฮะกำลังใช้งานอยู่นั่นเอง
ก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงตามที่หมออิจิโนเสะเร่งมาไงคะฉันเร่งให้แล้ว หมอมิโฮะตอบกลับมาผ่านลำโพงจากโทรศัพท์
“ช่วยเร่งให้เร็วกว่านั้นอีกทำได้มั้ย” หมออิจิโนเสะพูด
ไม่ไหวหรอกค่ะนี่ก็เร็วสุดๆแล้วว่าแต่ทำไมถึงอยากให้ฉันเร่งความเร็วล่ะคะ หมอมิโฮะพูดพลางถามเหตุผล
“ก็หมอดนัยน่ะสิจู่ๆก็เปิดห้องผ่าตัด เขากำลังจะผ่าตัดเด็กที่โดนเหล็กเส้นเสียบคนนั้น” หมออิจิโนเสะบอกทำให้ปลายสายอุทานออกมาทันที
ว่าไงนะคะหมอดนัยเนี่ยนะ !! หมอมิโฮะอุทานด้วยความตกใจ
“ใช่ฉันเองก็ไม่รู้สถานการณ์เป็นไงมาไงหมอดนัยถึงตัดสินใจแบบนั้นแต่เธอช่วยเร่งความเร็วให้หน่อยแล้วรีบไปช่วยทางนั้นด่วนที่สุดฉันทิ้งการผ่าตัดนี้ไม่ได้ ส่วนหมอยูคิมูระ (ศัลยแพทย์หัวใจ) กับหมอมาสึมิ (ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ) กว่าจะผ่าตัดเสร็จก็ราวๆอีกสี่ชั่วโมงในตอนนี้มีแค่เธอที่ใกล้จะผ่าตัดเสร็จก่อนใครเพื่อนว่าไงพอจะเร่งความเร็วได้มั้ย” หมออิจิโนเสะถามย้ำ
ห้าสิบนาทีค่ะฉันจะผ่าตัดเสร็จในอีกห้าสิบนาที ไม่สิขอแค่สี่สิบพอฉันจะทำให้ได้ค่ะ หมอมิโฮะพูด
“ฉันฝากเธอด้วยนะหมอมิโฮะ !!” หมออิจิโนเสะได้แต่ฝากความหวังไว้ที่หมอมิโฮะ
ค่ะ !! เธอตอบกลับมาก่อนจะตัดสายไป
หมอดนัยเธอคิดกำลังจะทำอะไรกันแน่ !! หมออิจิโนเสะคิดอย่างกังวลเขาสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเลิกคิดเรื่องหมอดนัยดึงสมาธิกลับมาที่การผ่าตัดเพราะการผ่าตัดคนไข้ของเขาต้องมาก่อน
ทางด้านดนัย
“ต่อเครื่องหมุนเวียนโลหิตเรียบร้อยค่ะหมอดนัย !!” พยาบาลบอกหลังจากติดตั้งเครื่องหมุนเวียนโลหิตเสร็จ
“ดีครับถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันเถอะ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะขอมีดจากพยาบาลผู้ทำหน้าที่ส่งอุปกรณ์การผ่าตัด
“มีดครับ !!” ดนัยพูดก่อนพยาบาลจะส่งมีดผ่าตัดมาให้
“กรีดลงไปตรงกลางระหว่างร่องอกนะดนัย กรีดไม่ต้องใหญ่มากเอาแค่สามเซนติเมตรพอ พอกรีดเสร็จแล้วเธอก็ใช้เครื่องถ่างมาเปิดช่องอกเอาไว้ ระวังเรื่องเลือดด้วยเพราะเลือดน่าจะกระเด็นออกมาทันทีที่เธอผ่าลงไปเธอต้องรีบหาจุดที่เลือดออกให้เร็วที่สุดและหยุดเลือดทันที เราจะให้เด็กคนนี้เสียเลือดไปมากกว่านี้ไม่ได้” ฮิคาริคอยอธิบายบอกวิธีการให้ดนัยฟังทุกขั้นตอน
ดนัยพยักหน้าเบาๆก่อนจะมองดูมือตัวเองที่สั่นไม่หยุดเขาสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อให้มือตัวเองหยุดสั่นและเมื่อมือของเขาเริ่มสั่นน้อยลงแล้วเขาก็ลงมีดทันที
กรีด !! ปรี๊ด !! ทันทีที่ดนัยกรีดมีดลงไปเลือดก็พุ่งออกมาทันที
“แย่แล้วเลือดออก !!” หมอสุกิยามะคือหมอแผนกผ่าตัดที่ดนัยขอให้เข้ามาเป็นผู้ช่วยอุทานออกมา
“ไม่ต้องตกใจครับขอเครื่องถ่างส่วนหมอสุกิยามะช่วยผมหาจุดที่เลือดออกด้วยผมจะรีบหยุดเลือด !!” ดนัยพูด
“ครับ” หมอสุกิยามะพยักหน้า
หลังจากพยาบาลส่งเครื่องถ่างมาให้แล้วดนัยก็รีบติดตั้งไปที่หน้าอกของเด็กคนนี้ทันที
มีแต่ทะเลเลือดเราจะหาจุดที่เลือดออกเจอได้ยังไง !! ทันทีที่ถ่างหน้าอกออกดนัยก็มองเห็นแต่ทะเลเลือดเต็มไปหมด
“ตรงนั้นดนัยตรงที่มีฟองอากาศใช้คีมจับไว้เลย !!” ฮิคาริชี้บอกดนัยว่าตรงไหนคือจุดที่เลือดออก
“คีม !!” ดนัยไม่รอช้าขอคีมทันที (คีมในที่นี้คือ กรรไกรที่มีลักษณะเป็นหัวแบนๆใช้สำหรับหนีบเส้นเลือดเพื่อหยุดเลือดครับ)
คลิก !! ดนัยใช้คีมหยุดเลือดเอาไว้ได้
“ละ ละ เลือดหยุดแล้ว !!” หมอสุกิยามะอุทานด้วยความตกตะลึงหลังจากเห็นดนัยหยุดเลือดในทันทีเขานั้นยังหาจุดเลือดออกไม่เจอเลย
“ดูเครื่องหมุนเวียนโลหิตด้วยดนัย” ฮิคาริพูด
“เครื่องหมุนเวียนโลหิตเป็นยังไงบ้างครับ” ดนัยถามพยาบาล
“ยังทำงานปกติค่ะ” พยาบาลตอบ
“ผมนึกไม่ถึงเลยนะครับว่าหมอดนัยจะใช้เครื่องหมุนเวียนโลหิตที่ใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคไตแบบนี้” หมอสุกิยามะพูดพลางมองไปยังเจ้าเครื่องหมุนเวียนโลหิต หรือที่คนทั่วไปเรียกมันว่าเครื่องฟอกไตซึ่งเจ้าเครื่องนี้นั้นจะใช้สำหรับผู้ป่วยที่ไตไม่ทำงานซึ่งไตนั้นคืออวัยวะที่คอยทำหน้าที่ฟอกเลือดนั่นเอง
“ครับเพราะเราไม่มีเลือดสำรองไว้ใช้สำหรับผ่าตัดจึงต้องใช้เลือดของคนไข้เองในการผ่าตัดนี้ แถมตอนนี้ยังมีสารโลหะหนักที่เคลือบอยู่บนเหล็กเส้นเริ่มละลายไปกับกระแสเลือดแล้วด้วยทำให้คนไข้เริ่มการภาวะหัวใจล้มเหลว เครื่องนี้จะช่วยในการฟอกเลือดให้กลับมาสะอาดอีกครั้ง” ดนัยพูดตามที่ฮิคาริบอกมาเป๊ะๆ
“สุดยอดไปเลยนะครับทั้งๆที่อายุหมอดนัยยังน้อยอยู่แท้ๆแต่คุณเก่งมากเลยที่คิดวิธีการผ่าตัดนี้ออกมาได้” หมอสุกิยามะพูดชื่นชม
“ไม่หรอกครับผมไม่ได้เก่งอะไรเลย” ดนัยไม่กล้ารับคำชมเอาไว้เพราะเขาน่ะโคตรหมอมือใหม่เลยไม่เคยผ่าตัดใหญ่เลยสักครั้งความรู้ก็มีน้อยนิดที่ผ่าตัดนี่ก็เชื่อใจฮิคาริล้วนๆเลย
“ดนัยรีบผ่าตัดเอาเหล็กออกได้แล้ว อย่าให้ร่างกายคนไข้รับภาระหนักเกินไป” ฮิคาริบอกสิ่งที่ต้องทำต่อไป
“เอาล่ะครับจากนี้จะเริ่มผ่าเหล็กออกกันหมอสุกิยามะช่วยผมด้วยนะครับ” ดนัยพูดหลังจากฮิคาริบอกให้ทำอะไรต่อ
“ครับ !!” หมอสุกิยามะพยักหน้าก่อนจะเริ่มลงมือช่วยดนัยในการผ่าตัดเอาเหล็กออกจากร่างกายของคนไข้
40 นาทีต่อมา
ตึกๆๆๆ !! เสียงหมอมิโฮะกำลังวิ่งไปที่ห้องผ่าตัดที่ 3 ซึ่งหลังจากเธอผ่าตัดคนไข้ของเธอเสร็จด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อเธอก็รีบวิ่งออกมาทันที
ครืด !! หมอมิโฮะเปิดประตูห้องผ่าตัดที่ 3 เข้าไปก่อนจะตะโกนบอกดนัยที่กำลังผ่าตัดอยู่
“หมอดนัยหยุดเดี๋ยวนี้นะนั่นเธอกำลังจะทำ.............” หมอมิโฮะยังพูดไม่ทันจบเธอก็ชะงักไปเธอมองดูเครื่องหมุนเวียนโลหิตที่อยู่ไม่ไกลพลางมองไปที่ถาดที่มีเหล็กเส้นถูกเอาออกมาเรียบร้อยแล้ว
นี่มันอะไรกันนี่หมอดนัยผ่าตัดโดยใช้เครื่องหมุนเวียนโลหิตงั้นเหรอ แถมนั่นยังเอาเหล็กที่เสียบทะลุร่างออกมาเรียบร้อยแล้วภายในสี่สิบนาทีเนี่ยนะ หมอมิโฮะมองดนัยอย่างตกตะลึง
“หมอสุกิยามะครับยกขึ้นอีกครับ” ดนัยบอกหมอผู้ช่วยที่ทำการช่วยเขาอยู่
“คะ คะ ครับ” หมอสุกิยามะตอบเสียงสั่นเขานั้นเริ่มสมาธิหลุดแล้วเพราะเขาไม่ใช้ศัลยแพทย์ที่สามารถรักษาสมาธิทำการผ่าตัดนานๆได้เขาจึงเป็นแค่หมอฉุกเฉินเท่านั้น
“หลบไปหมอสุกิยามะเดี๋ยวฉันรับช่วงต่อเองค่ะ” หมอมิโฮะเห็นว่าหมอสุกิยามะเริ่มไม่ไหวแล้วจึงเดินเข้าไปเปลี่ยนตัวกับเขา
“หมะ หมอมิโฮะ” หมอสุกิยามะอุทานเบาๆพลางถอยหลบให้หมอมิโฮะเข้ามาแทนที่
กึก !! หมอมิโฮะจับคีมต่อจากหมอสุกิยามะก่อนจะยกอวัยวะภายในของคนไข้ขึ้นเพื่อให้ดนัยทำงานได้ง่ายขึ้น
“ดีครับหมอสุกิยามะยกไว้แบบนั้นครับ” ดนัยพูด
เจ้าเด็กนี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าเราเข้ามาแล้วสมาธิจะดีอะไรขนาดนั้น หมอมิโฮะตกใจที่ดนัยไม่รู้ตัวเลยว่าเธอได้เปลี่ยนตัวกับหมอสุกิยามะแล้ว
ซึ่งที่จริงแล้วดนัยนั้นไม่ได้สนใจรอบข้างเลยเพราะเขากำลังตั้งใจฟังและตั้งทำตามที่ฮิคาริบอกทุกขั้นตอน
ฝีมือไร้ที่ติมากถึงแม้ความเร็วจะยังไม่สูงแต่เรื่องความเรียบร้อย และความแม่นยำบอกได้เลยอยู่ระดับเดียวกับเรา ไม่สิเผลอๆจะอยู่ระดับเดียวกับหมออิจิโนเสะด้วยซ้ำ นี่ใช่หมอดนัยที่เจาะเลือดยังไม่ค่อยจะเป็นจริงๆเหรอเนี่ย !! หมอมิโฮะคิดในใจหลังจากได้ดูสิ่งที่ดนัยได้ผ่าตัดเอาไว้
จบ...