บทที่ 12 เื่แปลก ๆ
วันเวลาผ่านพ้นไปครึ่งเดือนที่เสี่ยวลี่เหมยมาอยู่กับท่านอา นางเหน็ดเหนื่อยอยู่กับการปลูกผักแต่ก็ทำให้นางมีความสุขมาก ๆ ที่ได้ลงมือทำด้วยตนเองจนตอนนี้ผักที่นางได้ลงมือหว่านเมล็ดเติบโตขึ้นมาเขียวขจี
"ท่านอาเ้าคะ ในเรือนของท่านอามีบ่าวที่เป็ชายกี่คนเ้าคะ"เมื่อเช้าเสี่ยวลี่เหมยไปรดน้ำผักกับสาวใช้เห็นว่าตอนนี้แตงกวาของนางกำลังจะหาไม้เพื่อปีนป่ายจึงกลับมาหาท่านอาที่เรือนเพื่อถามหาบ่าวที่เป็บุรุษ
"ก็เพียงไม่กี่คน ทำไมหรือ" ซีเหนี่ยวกำลังตากผ้าอยู่หันมาถามหลานอย่างสงสัย
"ข้า้าไม้ไผ่บนเขามาทำค้างให้กับแตงกวาเ้าค่ะ "
"เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวนเรือนไปจัดการให้เ้าเอง ว่าแต่เ้าเถิดมาอยู่ที่นี่ก็หลายวันแล้วรู้สึกคิดถึงเรือนตระกูลลู่หรือไม่ ?"
"ก็มีบ้างเ้าค่ะ แต่อยู่ที่นี่ข้ามีความสุขมากนะเ้าคะ ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมากมายแถมยังได้กินอาหารฝีมือท่านอาทุกวันแต่มีเื่หนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจเลยเ้าค่ะเมื่อตะวันตกดินทุกคนในหมู่บ้านทำไมถึงรีบเข้านอนกันเ้าคะ หากจะบอกว่าเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานแต่ว่าจะเหนื่อยทุกวันทุกเรือนก็คงมิใช่นะเ้าคะ "นางมาอยู่ที่นี้สักพักสังเกตเห็นชาวบ้านทุกเรือนเมื่อฟ้ามืดก็พากับดับเทียนโคมไปมืดสนิท
"ไม่มีอะไรหรอกนะ ชาวบ้านคงเหน็ดเหนื่อยกันเท่านั้นเอง เ้าจะไปดูไม้ไผ่ด้วยตนเองหรือไม่ ข้าจะพาเ้าไปหาบ่าวเพื่อเ้า้าสิ่งใดเพิ่มจะได้สั่งให้บ่าวจัดการให้" ท่านอาสีหน้าพลันเปลี่ยนสีรีบเปลี่ยนเื่อื่นทันที เสี่ยวลี่เหมยรู้สึกว่าเื่นี้ต้องมีอะไรเงื่อนงำสักอย่าง แต่ตอนนี้นางต้องเก็บเอาไว้ในใจเสียก่อนเพราะเื่ไม้ไผ่สำคัญต่อนางมากกว่าสิ่งอื่นใด
"ได้เ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะเดินทางขึ้นเขากับบ่าวรับใช้นะเ้าคะ" เสี่ยวลี่เหมยลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกไปด้านนอก ท่านอามองตามพร้อมส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดูเสี่ยวลี่เหมยพร้อมย่างเท้าตามนางออกไป
หลังจากกลับมาจากตัดไม้ไผ่บนเขา ลี่อินกับไป๋เซ่อพากันนั่งอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ต่างจากเสี่ยวลี่เหมยที่ยังมีแรงกำลังเหลือมากมาย ยืนดูบ่าวช่วยกันตั้งค้างให้แตงกว่าอย่างตั้งใจ
ยามราตรีมาเยือนหลังจากกินอาหารเย็นอิ่มสาวใช้ทั้งสองก็ขอไปพักเสี่ยวลี่เหมยเห็นว่าพวกนางเหนื่อยมาทั้งวันจึงให้ไปพักส่วนนางเองก็เข้ามานอนเช่นกัน แต่ทว่านอนเช่นไรก็นอนไม่หลับเมื่อหลับตาลงก็ครุ่นคิดแต่เื่ที่น่าชวนสงสัยของหมู่บ้านแห่งนี้ เสี่ยวลี่เหมยจึงลุกขึ้นออกมาตากลมเล่นด้านนอกให้เหนื่อยก่อนจะเข้านอน
"ทำไมกันนะ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ดึกขนาดนั้นชาวบ้านกลับเข้านอนแต่หัวค่ำ น่าแปลกใจจริง ๆ" เสี่ยวลี่เหมยเดินไปบ่นพำพึมอยู่ผู้เดียว จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงลอยตามลมทำเอาจนแขนลุกซู่อย่างน่าขนลุก
"ฮื้ออ ฮือออ" เสี่ยวลี่เหมยเริ่มกวาดตามองซ้ายมองขวาไม่พบผู้ใดมีเพียงสายลมพัดมาเย็นะเืกับเสียงโหยหวนที่ดังไม่ขาดสาย เสี่ยวลี่เหมยเริ่มหวาดกลัวก้มหน้าเดินย่างเท้ากลับห้องด้วยความเร่งรีบ แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีมือหยาบลากแขนของเสี่ยวลี่เหมยทำให้นางถลาตามแรงที่ดึงอย่างไม่ได้ตั้งตัว
"กรี๊ดผีหลอก !!! อุ๊บ" เสี่ยวลี่เหมยใหัวใจเต้นระรัวกรี๊ดร้องออกมาเสียงดังแต่แล้วก็ต้องถูกมือหยาบอีกข้างปิดปากนางเอาไว้ เสี่ยวลี่เหมยสั่นกลัวหลับตาไม่กล้าลืมแต่แล้วผู้ที่ดึงนางมาก็เอ่ยเรียกชื่อของนาง
"ลู่เพ่ยนี่ข้าเอง ซีเหนี่ยวอาของเ้า"ท่านอาลากเสี่ยวลี่เหมยเข้ามาในห้องของนางพร้อมชู่มือนิ้วชี้ให้เสี่ยวลี่เหมยเบาเสียง เมื่อเห็นว่าเป็ท่านอาความหวาดกลัวเมื่อครู่ก็ได้หายไป นางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก
"โธ่ ท่านอาข้าใหมดคิดว่าจะถูกผีหลอกเสียอีก " นางใช้มือทาบอกอีกข้างเช็ดเหงื่อที่รินไหล
"ว่าแต่เ้าเถอะเหตุใดถึงออกไปอยู่นอกห้องเช่นนั้น ไม่กลัวหรืออย่างไร หากวันนี้ไม่ใช่ข้าแต่เป็สิ่งอื่นเ้าจะทำอย่างไร" ซีเหนี่ยวพูดไประแวงไปราวกับหวาดกลัวสิ่งใด เสี่ยวลี่เหมยจึงเอ่ยถามสิ่งที่นางค้างคาใจ
"แล้วเหตุใดท่านอาต้องกลัวขนาดนั้นด้วยเ้าคะ โปรดเล่าทุกอย่างให้ข้าฟังเถิด เสียงที่ดังโหยหวนอยู่ด้านนอกตากกระแสลมนั้นคือสิ่งใดเ้าคะ " เมื่อซีเหนี่ยวเห็นว่ามิอาจจะปิดบังหลานสาวได้อีกนางจึงเปิดปากเล่าความจริงให้เสี่ยวลี่เหมยได้รับรู้
"เฮ้อ ! ข้าบอกเ้าก็ได้เมื่อไม่นานมานี้หมู่บ้านของเราเกิดเื่แปลก ๆ ขึ้น เมื่อไหร่ที่ตะวันตกดินจะมีเสียงปริศนาที่ดังตามสายลมมาทำให้ชาวบ้านพากันหวาดกลัวไม่กล้าออกจากเรือน เคยมีครั้งหนึ่งชายที่อยู่เรือนหลังสุดท้ายเขามิได้หวาดกลัวและคิดว่าเื่นี้เป็เื่งมงาย จึงออกไปหาอาหารยามค่ำคืนพอรุ่งสางชาวบ้านพบเขานอนสลบอยู่ที่ใกล้บึงน้ำ เมื่อได้สติก็พูดจาไม่รู้เื่แถมยังบอกว่าตนเองนั้นพบเจอกับปีศาจหากผู้ใดออกจากเรือนยามค่ำคืนปีศาจจะมาหักคอ ชายผู้นั้นกราบไหว้ฟ้าดินวิ่งหนีเข้าเรือน ทำเอาชาวบ้านพากันขวัญผวาไม่กล้าออกมาอีกเลย " เสี่ยวลี่เหมยได้ฟังเื่เล่าจากท่านอาก็นึกสงสัยเื่นี้น่าแปลกหากพบเจอปีศาจจริงเหตุใดถึงไม่ฆ่าชายผู้นั้นล่ะ หรือแค่้าลงโทษให้เขามาบอกกล่าวชาวบ้านเพื่อข่มขู่ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัยมีเงื่อนงำเข้าไปใหญ่
"ส่วนเ้าเมื่อรู้เื่แล้วก็รีบไปนอนได้แล้วหากไม่อยากถูกปีศาจหักคอก็อย่าออกจากห้องยามค่ำคืนอีกเข้าใจที่ข้าบอกหรือไม่ " ท่านอาชี้นิ้วให้เสี่ยวลี่เหมยไปนอนที่เตียง
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ท่านอาไม่ต้องเป็ห่วงเช่นนั้นข้าพักผ่อนก่อนนะเ้าคะ"
เมื่อท่านอาออกไปแล้วเสี่ยวลี่เหมยขึ้นเตียงนอนข่มตาให้หลับแต่ทว่าทำอย่างไรก็ไม่หลับเสียที
"ไม่เชื่อหรอกนะว่าเป็ฝีมือปีศาจ แต่ถ้าเป็มนุษย์ด้วยกันจะทำไปทำไมกันนะ ได้ผลประโยชน์อะไรกันถึงทำเช่นนี้ โอ๊ย ! แล้วทำไมฉันต้องมาคิดเื่นี้ด้วยนะไม่ใช่เื่ของฉันสักหน่อย " เสี่ยวลี่เหมยบ่นพึมพำก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า