“ที่หนิงอันจดจำทุกสิ่งได้คงเป็เพราะหนิงอันอยู่กระท่อมนี้มาั้แ่เยาว์วัยใช่หรือไม่?”
“เป็เช่นนั้น” เจียวหนิงอันตอบแต่หยางหลงหารู้ไม่ว่าผ้าขาวของนางบางมาก บางจนมองเห็นทุกอย่าง แม้ไม่ชัดเจนนักแต่ก็ถือว่ามองเห็นอีกทั้งยังกลบสีจากดวงตาของนางได้ดี แต่มีบ่อยครั้งที่นางพูดคุยกับผู้อื่นนานๆนางจะหลุบสายตาลงต่ำผ่านผ้าผืนบางเพื่อป้องกันผู้อื่นขะจับผิดได้
“เช่นนั้นข้าอยู่กับหนิงอันเพื่อเรียนรู้ในกระท่อมนี้ดีหรือไม่” ใจบุรุษอยากลองปิดตาเช่นนางบ้าง..อยากรู้ว่าคนที่ไม่เคยรับรู้และัักับแสงสว่างจะรู้สึกเช่นใดกันนะ ‘อยากรู้มาก’
“ไม่ดี บุรุษและสตรีมิควรอยู่ร่วมกัน” หยิบหม้อมาวาง “ข้าว่าเื่นี้ข้าเคยบอกเ้าแล้ว มิใช่ว่ายามนี้มีกระท่อม เหตุใดไม่ไปลองปิดตาที่นั่นเล่า”
“บอกแล้วแต่ข้าก็ยัง้าให้ผู้เชี่ยวชาญเช่นเ้ามาสอน ถ้าหากเ้ากลัวคนจะครหา ทางที่ดีเราควรสมรสกันก่อนใช่หรือไม่” ยิ้มกรุ้มกริ่มเกี้ยวคำหวาน
หันมามองคนเยาว์กว่าที่พูดจาคล้ายว่ากำลังเกี้ยวนางซึ่งเป็เพียงสตรีตาบอด หาใช่สตรีสูงศักดิ์ที่คู่ควรจะสมรสกับองค์ชายเช่นเขา “พูดเช่นนี้อีกแล้วนะหยางหลง” หลังๆมานี้ก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
คนถูกเรียกยิ้มกริ่ม “อืม..จะพูดอีกจนหนิงอันยอมให้ข้าอยู่ใกล้ๆ” เสียงถอนหายใจดังออกมาจากปากสีชมพูบางสวยพร้อมคำถามคาใจ
“ชอบข้ารึ”
เ้าหยางหลงนิ่งคิดไปถึงอาการของตนเองก่อนจะกล่าวออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ชอบรึไม่...ข้าตอบไม่ได้ แต่หนิงอันทำให้ข้าคิดถึง ทำให้ข้าอยากรู้เื่ของหนิงอันไปเสียหมด อยากรู้ว่าคนตาบอดใช้ชีวิตอย่างไรยามที่อยู่คนเดียว นี่ยังไม่นับเื่การหยั่งรู้ของเ้านะ” ราวกับนึกขึ้นได้ “แล้วเ้าเคยหยั่งรู้เื่ของข้ารึไม่ั้แ่ข้ามาอยู่ที่นี่” จับแขนบอบบางให้มองมาทางตนเอง “ััข้าสิ..และบอกถึงเหตุการณ์ในภายหน้าของข้าเหมือนที่เคยบอกเื่ของฮองเฮาเ้าเฟิ่งเซียนแฝดน้องของข้าอย่างไรเล่า” ‘แค่ััก็ได้ใช่หรือไม่นะ’
ทั้งคู่เงียบกันเนิ่นนาน ไร้เสียงตอบกลับ ไร้เสียงใดนอกจากลมหายใจเป่ารดกันในระประชิด เจียวหนิงอันตั้งสมาธิมองเข้าไปในดวงตาของเ้าหยางหลงผ่านผ้าบางๆอีกครั้งพร้อมพร่ำเอ่ยชื่อบุรุษตรงหน้าในใจ หากเป็ผู้อื่นนางจะรับรู้ได้ในทันทีเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งจิบชา..แต่กับคนตรงหน้า 'ว่างเปล่าอีกแล้ว’ คล้ายกับเป็มวลอากาศสีขาวเท่านั้น ‘นางไม่เห็นอะไรเลย’
เจียวหนิงอันหันหน้าหนีอย่างไม่เข้าใจ นางส่ายหน้าไปมา “ไม่มีอะไรเลย” เหมือนกับนางที่ไม่สามารถมองอนาคตของตนเองได้
“ห้ะ” ทำหน้าฉงน “หนิงอันต้องไม่ตั้งใจแน่ๆ” กอดอกเหมือนเด็กถูกขัดใจ “เ้ารู้แต่คงโป้ปด”
“ข้าจะทำสิ่งนั้นไปเพื่ออันใดเล่า!! หยุดกล่าวเซ้าซี้ได้แล้ว” หันกลับไปคนข้าวในหม้อเพื่อทำข้าวต้ม ‘อาหารในยุคเดิมที่นางชอบทาน’ “อีกห้าวันข้าจะขึ้นเขาไปหาท่านพ่อ ไปส่งข้าได้ใช่หรือไม่?” ‘ใช่แล้วอีกห้าวันคือวันเกิดของนางและวันที่ท่านแม่ตาย’ นางจะไปรับท่านพ่อลงมา ท่านพ่อตี้เจาหยุ่นรู้ว่านางมิได้ตาบอด พอถึงตอนนั้นหากองค์ชายเ้าหยางหลงจะรู้ความจริงก็ไม่เป็ไรถือว่าตอบแทนที่เขาไปส่งนางก็แล้วกัน
“ย่อมได้ เช่นนั้นวันนี้หนิงอันก็จัดการเตรียมของเถิดข้ามิกวนแล้ว” เ้าหยางหลงปล่อยให้นางได้อยู่คนเดียวในกระท่อมของนาง “หาก้าสิ่งใดเรียกข้าได้ตลอด กระท่อมของข้าอยู่ไม่ไกล”
“อืม” ตอบเพียงเท่านั้นและรอให้เ้าหยางหลงเดินออกไปก่อนจะถอนหายใจ รอเวลาให้มันหมดไปอีกหนึ่งวัน
๑------------------------๑
เช้าวันต่อมาชาวบ้านมากมายมารวมกลุ่มกันอยู่หน้ากระท่อมของเจียวหนิงอัน เสียงพูดคุยปนหัวเราะดังจนเ้าหยางหลงต้องเปิดประตูออกมาดู
“ชาวบ้านมาทำสิ่งใดกัน”
“ได้ยินว่ามาเกี่ยวข้าวขอรับ” ฟงอีตอบคำถาม
“หืม” ความน่าสนใจฉายชัดในแววตา “เกี่ยวข้าวเช่นนั้นรึ” ย่างเท้าเข้าไปหากลุ่มคนนับสิบ รวมกลุ่มพูดคุยกับพวกเขาด้วยความสนใจจนจับใจความได้ว่า ทุกๆปีกลุ่มคนทั้งหมดนี้จะต้องมาทำนาเกี่ยวข้าวให้แม่หมอเจียวจินและหลานสาวตาบอด หนึ่งครั้งต่อตั๋วแลกเงินหนึ่งใบ สำรับอาหารกลางวันเป็เจียวหนิงอันจัดการให้ทั้งหมด การเกี่ยวข้าวรอบนี้ใช้เวลาเพียงสามวันเท่านั้นซึ่งเ้าหยางหลงรู้ดีว่าหลังจากนี้เขาจะต้องพานางเดินทางไปหาบิดาแม้จะไม่รู้เส้นทางแต่นั่นหาใช่เื่ใหญ่แล้วเคียวเกี่ยวข้าวก็ตกอยู่ในมือขององค์ชายเ้าหยางหลงพร้อมเสียงหัวเราะดังลั่นกลางทุ่งนา องครักษ์เงาได้แต่ทำหน้าแหยกันยกใหญ่เพราะกลัวว่าจะถูกสั่งให้ไปเกี่ยวข้าวร่วมด้วย..แต่แล้วทุกคนก็ลอบถอนหายใจที่มันหาได้เป็เช่นนั้น
ภาพองค์ชายเ้าหยางหลงทรงเกี่ยวข้าวอยู่กลางทุ่งนาถูกนำไปกราบทูลแก่ฮองเฮาเ้าเฟิ่งเซียนแฝดผู้น้องทันที คำสั่งที่ตามมาก็คือให้จับตาดูเ้าหยางหลงไว้อย่าให้คลาดสายตาเป็อันขาด ทุกความเคลื่อนไหวจะต้องถึงหูของฮองเฮาทุกเื่ องครักษ์ผู้นั้นก็รับปากเป็อย่างดี
๑------------------------๑
วันเดินทางไปยังสำนักสงฆ์หรืออารามอินชง
ม้าหนุ่มตัวสีน้ำตาลสองตัวถูกผูกไว้เพื่อรอสตรีตาบอดในยามเฉิน(07.00) เ้าหยางหลงนั่งจิบชามองท้องนาที่เมื่อวานเขายังยืนเกี่ยวข้าวท่ามกลางแสงแดดจนรู้สึกว่าตนเองใบหน้าดำคล้ำ แต่หาใช่เื่ใหญ่สำหรับเขาไม่จะว่าไปเจียวหนิงอันช่างเป็สตรีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ อาหารแปลกๆที่นางทำล้วนถูกปากเขาทุกสิ่งถ้าไม่ติดว่านางตาบอด ???” เขามั่นใจว่านางจะต้องมีชายหมายปองมากมายเป็แน่....เอ ก็ดีแล้วที่นางตาบอดจนมาเจอกับเขา...หึหึ ความสงสัยเื่ดวงตายังคงมีแต่ยามนี้ควรพักไว้ก่อน
ครืด!! เสียงเปิดประตูบ้านทำให้คนที่นั่งจิบชารอหันไปมอง เจียวหนิงอันในชุดสีเขียวอ่อนทาบทับเสื้อสีขาวตัวใน บนใบหน้ายังคงมีผ้าปิดตาสีขาวเดินออกมาพร้อมถาดอาหาร