ทั้งสามเดินออกมาข้างนอกอุโมงค์หลบภัย พื้นที่ที่เหมาะสมที่จะเป็โซนสังหารต้องอยู่ห่างจากอุโมงค์หลบภัยของชาวบ้านพอสมควร พื้นที่นั้นคือลานหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็ทุ่งหญ้าเปิดโล่งที่ใหญ่พอสมควร แกรนด์ใช้ยาของเอเลน่าทาเครื่องในของกระทิงเขาเกลียวจนทั่ว
“หึหึ ถ้าเป็ไปตามแผนเราจะกำจัดพวกมันได้ด้วยการวางยาสัก 80% พวกที่เหลือเราจะเก็บมันต่อ”
แกรนด์ยิ้มเยอะอย่างพอใจ แน่นอนว่าโอกาสที่จะกำจัดอย่างรวดเร็วมีสูงมากเพราะพวกเขามีเวลาวางแผนและเตรียมการการครึ่งวัน
“แย่แล้ว!! ถ้ามันมาเป็ฝูงลืมคิดเื่นี้ไปเลย!”
จู่ๆ แกรนด์ก็อุทานขึ้นเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ออกมา สีหน้าของเขาเริ่มมีแววของความกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
“ลืมคีย์สำคัญของเื่นี้ไปเลย ดีนะที่นึกขึ้นมาได้ก่อน ต้องเปลี่ยนแผนแล้วล่ะ”
แกรนด์เดินไปคุยกับทั้งสองเื่แผนใหม่ที่ต้องปรับปรุงเพื่อความเหมาะสม ทั้งสองคนก็เห็นด้วยเพราะพวกเขาก็ลืมในส่วนนี้เหมือนกัน ทั้งสามในตอนแรกที่จะเตรียมพื้นที่สำหรับรับมือกองทัพจิ้งจอกไฟในตอนนี้กลับนั่งรวบรวมพลังเพื่อเตรียมตัวในการต่อสู้แทน ชาวบ้านมองดูพฤติกรรมของทั้งสามผ่านรูสังเกตการณ์อย่างมีความหวัง ทั้งสามคนเป็ความหวังสุดท้ายของพวกเขาแน่นอน เพราะถ้าครั้งนี้กำจัดพวกมันไม่สำเร็จอีกล่ะก็ ชาวบ้านทุกคนต้องอดตายในอุโมงค์หลบภัยกันหมดทุกคนแน่นอน ความคาดหวังและชีวิตพวกเขาขึ้นอยู่กับคนทั้งสาม
เวลาผ่านไปจนถึง่ใกล้จะมืดค่ำ ทั้งสามที่นั่งสมาธิเพื่อรวบรวมพลังกันหลายชั่วโมงได้ลืมตาขึ้น ที่ผิวกายของพวกเขามีออร่าอ่อนๆ คลุมกายไว้ โดยที่สีของออร่าจะเป็สีของธาตุพลังที่แต่ละคนฝึกอยู่ ของเอเลน่าสีฟ้าอ่อนตามแบบฉบับของธาตุน้ำแต่แฝงด้วยไอเย็นล้ำลึกที่เมื่อัักับความชื้นในอาการสามารถแปรเปลี่ยนให้ความชื้นเ่าั้เป็สะเก็ดหิมะได้ ของบ็อบจะเป็สีแดงม่วงดุดัน ซึ่งเป็พลังออร่าของเผ่าออร์ค ส่วนของแกรนด์ออร่าที่คลุมกายอยู่เป็สีฟ้าคราม เป็เื่ที่แปลกและผิดปกติมาก เพราะออร่าของผู้ใช้เวทย์หรือนักรบที่มีธาตุสายฟ้านั้นจะมีออร่าสีเหลืองเปล่งประกาย เอเลน่ามองไปที่แกรนด์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย เื่อื่นคงไม่แปลกแล้วล่ะถ้าเทียบว่าแกรนด์นั้นสามารถใช้ได้ทั้งพลังของนักรบและผู้ใช้เวทย์ เื่สีของออร่าพลังนั้นดูธรรมดาไปเลยเมื่อเทียบกับเื่ที่ว่านั้น
“ใกล้ถึงเวลาละ ไปซุ่มแล้วทำตามแผนที่ตกลงกันไว้” แกรนด์เอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้สกิลตรวจสอบมองดูรอบๆ เพื่อสำรวจร่องรอยของจิ้งจอกไฟ
“แผน? ข้าว่านี่ไม่ควรเรียกว่าแผนด้วยซ้ำ มันก็เหมือนๆ กับทุกทีไม่ใช่รึไง?” เอเลน่าพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจนใจ แผนที่วางไว้ในทีแรกได้ถูกตีตกไปจนต้องเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหันเช่นนี้
“ถ้าพวกมันชอบอาละวาด ฝ่ายเราก็อาละวาดบ้างจะเป็ไรไป” บ็อบถูมืออย่างตื่นเต้น วิธีการสู้แบบนี้แหละที่เป็สไตล์ของเขา
เวลาล่วงเลยมาจนถึงประมาณทุ่มเศษๆ แกรนด์ได้ตรวจเจอร่องรอยของจิ้งจอกไฟสองตัวที่มาดูลาดเลาบริเวณนี้ จากนั้นไม่นานจิ้งจอกไฟฝูงใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความมืด พวกมันมีขนสีส้ม ขน่ท้องสีขาว หูตั้งชัน โคนปากไปจนถึงจมูกเล็กแหลม หางปุยยาวเท่า่ลำตัว ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าจิ้งจอกทั่วไปเล็กน้อย รอบๆ กายของมันจะแผ่ไอความร้อนออกมาจางๆ ที่เป็เอกลักษณ์ของสัตว์อสูรธาตุไฟ ที่พวกมันยังคงวนเวียนอยู่บริเวณโดยรอบนี้เพราะพวกมันยังได้กลิ่นอายของมนุษย์อยู่ เพียงแค่เหล่าจิ้งจอกไฟพวกนี้ยังหาไม่เจอเท่านั้น พวกมันจึงแวะเวียนมาที่นี่ทุกคืน ค่ำคืนนี้ก็เช่นกัน พวกมันมาวนเวียนที่ที่หมู่บ้านนี้ แต่วันนี้ที่ลานหญ้าหน้าหมู่บ้านกลับมีซากสัตว์ระดับสูงวางไว้อยู่ โดยปกติแล้วสัตว์อสูรทุกประเภทนอกจากพลังที่เลื่อนขึ้นไประดับสูงขึ้นโดยการมีชีวิตที่ยาวนาน ยิ่งอยู่นานยิ่งมีพลังสูงขึ้น ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถเพิ่มพลังของสัตว์อสูรต่างๆ ได้อีก ประเภทกินเนื้อถ้ากินสัตว์อสูรระดับเดียวหรือสูงกว่าตนจะทำให้พลังพัฒนาขึ้นกว่าเดิมมาก ยิ่งตัวที่ถูกกินแข็งแกร่งหรือมีพลังสูงเท่าไหร่ยิ่งดี ประเภทกินพืชสามารถสะสมพลังได้จากการกินพืชล้ำค่าชนิดต่างๆ ซากสัตว์อสูรระดับสูงที่วางเอาไว้เป็สิ่งที่ล่อตาล่อใจฝูงจิ้งจอกไฟอย่างมาก เพราะยังไงซะกระทิงเขาเกลียวก็เป็สัตว์อสูรชั้นสูงระดับท็อป เป็หนึ่งในชนิดที่เก่งที่สุดของสัตว์อสูรระดับสูง ถ้าจิ้งจอกไฟตัวใดได้กินซากของกระทิงเขาเกลียวอาจใช้เวลาอีกไม่กี่ปีในการวิวัฒนาการเป็สัตว์อสูรระดับสูงได้เช่นกัน พวกมันทุกตัวมายืนล้อมซากเครื่องในของกระทิงเขาเกลียว แต่ไม่มีตัวใดเลยที่แตะต้องซากนั้น
ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับฝูงจิ้งจอกไฟ พวกมันแหวกแถวที่ล้อมรอบซากกระทิงเขาเกลียวเป็ทางยาวพอให้สิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งเดินเข้ามาได้อย่างสะดวก ทันใดนั้นเองก็ปรากฏจิ้งจอกไฟตัวใหญ่เดินมาตามทางที่ตัวอื่นๆ แหวกให้ มันมีขนาดตัวใหญ่กว่าจิ้งจอกไฟตัวอื่นๆ เกือบสองเท่า ท่าทางน่าเกรงขาม แกรนด์ใช้สกิลตรวจสอบวิเคราะห์พลังของมันพบว่ามันเป็สัตว์อสูรชั้นกลางที่ใกล้วิวัฒนาการเป็สัตว์อสูรชั้นสูงแล้ว พลังของมันมากมายกว่าตัวอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด มันกำลังเดินตรงมาที่ซากของกระทิงเขาเกลียว
“จ่าฝูงมันมาแล้ว ทุกคนเตรียมตัว” แกรนด์ส่งสัญญาณให้ทั้งสองเตรียมตัว เพราะแผนการที่วางไว้กำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้า
จ่าฝูงของจิ้งจอกไฟฝูงนี้มีอำนาจเด็ดขาดในการสั่งการ ลูกน้องของมันในฝูงต้องส่งอาหารและรอให้มันกินอิ่มก่อนตัวอื่นๆ ถึงจะกินเศษที่เหลือได้ ตัวจ่าฝูงเดินมาหยุดที่ซากกระทิงเขาเกลียว มันดมอยู่สองสามทีก่อนที่จะกัดกินอย่างหิวกระหาย
“ลูกพี่ แผนนี้จะได้ผลแค่ไหน? ยาที่ใส่ไว้จะเอามันอยู่หรอ?” บ็อบถามอย่างอดที่จะสงสัยไม่ได้
“เ้าดูถูกยาของข้าหรอ อีกเดี๋ยวมันก็ออกฤทธิ์แล้ว” เอเลน่าพูดขึ้นมาอย่างหัวเสีย ยังมีคนสงสัยเกี่ยวกับยาของเธออีกงั้นหรือเนี่ย แกรนด์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเฝ้ามองจิ้งจอกไฟอย่างใจเย็น
จิ้งจอกไฟตัวจ่าฝูงกินอิ่มแล้วจึงเดินหันหลังออกมา ยังไม่ทันที่จะได้เดินไปไหนตัวของจ่าฝูงก็เริ่มสั่นขึ้นมา มันสะบัดหัวไปมา น้ำลายหยดย้อยออกจากปาก ลูกน้องของมันที่กำลังจะกินซากที่เหลือถึงกับเบรกทันที
“หืม? ดูท่าว่ายาจะออกฤทธิ์เร็วกว่าที่คาดไว้เยอะเลยนะ” เอเลน่าพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มแหยๆ แกรนด์หันกลับมามองที่เธอทันที ตามแผนการที่วางไว้ก็คือ เขาได้ใส่ยาลงไปในซากกระทิงเขาเกลียว 2 ชนิดอย่างแรกยาที่ทำให้สัตว์อสูรั้แ่ชั้นกลางลงมาตัวชาไม่สามารถขยับได้ อย่างที่สองคือยาที่ทำให้สัตว์อสูรเกิดอาการคลั่ง ตัวจ่าฝูงมันต้องเข้ามากินก่อนอยู่แล้ว พอมันกินยาตัวแรกจะทำให้มันตัวชาแต่มันยังจะขยับได้อยู่และยาตัวที่สองจะทำให้มันคลั่ง ซึ่งมันเป็จ่าฝูง ถ้ามันตายตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้รับคำสั่งจากมันจะแยกย้ายหนีไปคนละทางทันที หรือท่ามันสั่งให้ทั้งฝูงหนีการจะตามล่าพวกมันให้หมดก็คงเป็ไปได้ยากมาก แกรนด์จึงคิดจะให้มันกินยาคลั่งลงไป เมื่อมันคลั่งมันจะโจมตีมาที่พวกเขาอย่างไม่ได้สติ และลูกน้องของมันจะไม่หนีไปไหน พวกเขาจะสามารถกวาดล้างพวกมันทั้งหมดได้ในคราวเดียว ตามแผนพอจ่าฝูงกันเสร็จตัวอื่นๆ จะมากินตาม กว่าจ่าฝูงจะออกอาการตัวอื่นๆ ก็คงกินไปเป็ร้อยแล้ว ลูกน้องของมันจะถูกฤทธิ์ของยาทำให้ขยับตัวไม่ได้ ส่วนฤทธิ์ของยาคลั่งนั้นในเมื่อมันขยับตัวไม่ได้แล้วคลั่งไปก็เท่านั้น เพราะคงมีตัวหัวหน้าเท่านั้นที่ฝืนขยับได้ตัวเดียว ตามแผนน่าจะจัดการได้สักครึ่งหนึ่งของพวกมัน แล้วเหลือให้สู้อีกแค่ประมาณ 100 ตัว แต่ตอนนี้ผิดแผน ยาออกฤทธิ์ไวเกินไป มีแค่จ่าฝูงของพวกมันตัวเดียวที่โดน และตอนนี้พวกมันก็รู้ตัวแล้ว
“ทำไมยาถึงออกฤทธิ์ไวขนาดนี้ล่ะ?” แกรนด์ถามเอเลน่าอย่างร้อนรน การจะรับมือพวกมันทั้ง 200 ตัวพร้อมกันต้องเหนื่อยอย่างมากแน่นอน
“ก็ที่นี่ไม่มีเครื่องมืออะไรเลย ข้าก็ทำสดๆ แข่งกับเวลาด้วย แล้วก็ยังต้องสกัดให้มันไม่มีสีกับกลิ่นอีก ได้แค่นี้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว”
“ได้ใช้กำลังอีกจนได้สินะ ยังไงก็เถอะตามแผนเดิม แต่เพิ่มเติมแค่จำนวน! ไป!”
ทั้งสามพุ่งออกจากที่ซ่อนตัว แกรนด์ที่มีความเร็วสูงที่สุดพุ่งเข้ามากลางวงพร้อมกับสูดอากาศเข้าจนเต็มปอด
“โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!”
ท่าัสายฟ้าคำรามถูกปล่อยออกมาท่ามกลางฝูงจิ้งจอกไฟ ยังไงพวกมันก็ยังเป็สัตว์อสูรระดับกลาง จิ้งจอกไฟ 4-5 ตัวที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับล้มลงแล้วขยับตัวไม่ได้ ประจุไฟฟ้าในอากาศได้แทรกผ่านประสาทการได้ยินของจิ้งจอกไฟทุกตัวทำให้มันชะงักงัน หลายตัวที่อยู่ใกล้ๆ แกรนด์ถึงกับตัวสั่นขึ้นมาทันที แกรนด์พุ่งตัวไปที่จ่าฝูงจิ้งจอกไฟพร้อมกับดึงโซ่ออกมามัดคอมันไว้ บ็อบที่ตามหลังมาได้นำขวานหนักออกมาจากแหวนมิติของเขา
ตุ๊บ!!
บ็อบวางขวานหนักลงที่พื้นใกล้ๆ กับตัวจ่าฝูง แกรนด์ผูกโซ่ไว้กับขวานของบ็อบทันที
“หึ แค่นี้มันก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว” แกรนด์มองไปที่จ่าฝูงจิ้งจอกไฟพร้อมยิ้มอย่างเย้ยหยัน มันที่โดนฤทธิ์ยาในตอนนี้ทั้งอ่อนแอและคลั่ง มันกระชากโซ่กำลังจะพุ่งมากัดบ็อบแต่พอสุดความยาวโซ่มันก็ถูกกระชากให้หยุด สภาพตอนนี้มันไม่ต่างจากหมาบ้าถูกล่ามโซ่ที่มีแต่จะโจมตีอย่างเดียว ในเมื่อมันยังไม่ตายลูกน้องของมันก็ยังไม่แตกฝูง แถมมันยังหนีไม่ไม่ได้ ลูกน้องมันก็จะหนีไปไม่ได้อีกเหมือนกัน เรี่ยวแรงที่มันกระชากโซ่ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้ทำให้ขวานหนักที่ปักอยู่ที่พื้นขยับได้แม้แต่น้อย
“หอกน้ำแข็ง!” เอเลน่าเริ่มเปิดฉากโจมตีจากระยะไกล หอกน้ำแข็งร่วมสิบแท่งพุ่งกระจัดกระจายใส่จิ้งจอกไฟที่ยังขยับตัวลำบาก
“กำปั้นอสนีบาต!” แกรนด์ไล่เอากำปั้นประเคนรัวใส่จิ้งจอกไฟที่อยู่ตรงหน้า ด้วยจำนวนของมันทำให้ทุกกำปั้นที่ปล่อยออกมาปะทะเข้ากับร่างของจิ้งจอกไฟทุกหมัดเกิดเสียงดังสนั่นและมีสายฟ้าแผดพุ่งกระจายออกมาเหมือนมีคนจุดะเิ
บ็อบใช้ขวานฟันไม่ยังไปที่จิ้งจอกไฟ ตัวที่โดนฟาดฟันกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร กลิ้งล้มไม่เป็ท่า พวกมันพยายามที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ใหม่อีกครั้งเมื่อโดนโจมตี โดยที่จ่าฝูงของมันที่ถูกล่ามกำลังกระชากโซ่อย่างบ้าคลั่งและกำลังสั่งให้ลูกน้องของมันโจมตีต่อไปอยู่
“หอกน้ำแข็ง!”
“อสนีบาตะเิดารา!”
“อ้ากกกกกกกก!!!”
“โฮกกกกกกกกกกกกก!!!!”
ตู้ม!!! ๆ ๆ ๆ เปรี้ยง!!! ๆ ๆ ๆ พลั้ว!! ๆ ๆ ๆ บึ้มมมมมมมมมม!!!!
เสียงการต่อสู้อย่างดุเดือดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกลางค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง แสงวิบวับจากทักษะเวทย์ต่างๆ ทั้งเสียงะเิดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ความรุนแรงของการต่อสู้ครั้งนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก ภายในอุโมงค์หลบภัยเด็กๆ ต่างหวาดกลัวเข้ากอดผู้เป็พ่อแม่แน่น ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็รู้สึกไม่ต่างจากพวกเด็กๆ ในตอนนี้ ถึงจะทำตามคำเตือนของแกรนด์โดยการหาอะไรมาอุดหูไว้แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าการต่อสู้จะรุนแรงถึงขนาดนี้ รุนแรงถึงขนาดที่ว่าแม้จะอยู่ในอุโมงค์หลบภัยและการต่อสู้ก็อยู่ห่างออกไปถึงไกลเป็ร้อยเมตรพวกเขายังไม่มีความรู้สึกว่าปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย ผู้ที่ส่องช่องสังเกตการณ์ภายในอุโมงค์ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง พวกเขาไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน ถึงแม้หลายคนในนี้จะเคยเป็ทหารในเมือง แต่การปลดปล่อยพลังของผู้ที่มีพลังคลาส 5 ขึ้นไปนั้นไม่ใช่จะหาดูกันได้ง่ายๆ นี่เป็ทักษะที่มนุษย์เป็คนทำแน่หรือ ทักษะที่เสียงก้องฟ้าและแผ่นดินะเืได้ขนาดนี้! การต่อสู้นี้สุดท้ายจะเป็ยังไงกัน? ไม่สิ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ มันเป็เป็การฆ่าล้างบางเพียงฝ่ายเดียวมากกว่า
การต่อสู้ยังคงดำเนินไปอย่างยาวนานและดุเดือด ในคืนเงียบสงบและแสงจันทร์สลัวๆ สาดส่องลงมา แต่ที่แห่งนี้กับมีแต่เสียงดังะเิและประกายแสงวิบวับไม่ขาดสาย
“บ็อบ มันตายมากกว่าครึ่งแล้ว เอาเลย!”
แกรนด์ะโบอกบ็อบ เป็สัญญาณว่าการต่อสู้ใกล้ถึงจุดแตกหักเต็มทีแล้ว พลังที่พวกเขาสะสมมาตอนเตรียมตัวก็ใกล้หมดเต็มที บ็อบเร่งพลังจนถึงขีดสุดและเปิดใช้โหมดาออกมา ผิวกายและั์ตาของเขาแดงก่ำขึ้น
“อ้ากกกกกกกกกกก!!!!”
บ็อบกู่ร้องออกมาสะกดให้จิ้งจอกไฟทุกตัวกระโจนเข้าโจมตีที่ต้นเสียงนั้นทันที บ็อบจับขวานขึ้นมาหมุนตัวเหวี่ยงขวานเป็วงกลม จิ้งจอกไฟที่พุ่งเข้าโจมตีได้โดนขวานที่หมุนเป็วงกลมอย่างรวดเร็วเหมือนลูกข่างฟาดเข้าไปจนล้มกลิ้งลงกองกับพื้น
“หอกน้ำแข็ง!”
เอเลน่าพุ่งหอกน้ำแข็งไปโจมตีจิ้งจอกไฟที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นและกำจัดไปได้หลายตัว จิ้งจอกไฟบางตัวพ่นไฟใส่บ็อบโดยไม่พุ่งเข้าไปโจมตีในระยะประชิดแต่พลังโจมตีของสัตว์อสูรระดับกลางแค่ตัวสองตัวก็ทำให้บ็อบรู้สึกคันๆ เท่านั้น แกรนด์เอาธนูออกมาเล็งยิงไปที่จุดตายของจิ้งจอกไฟในขณะที่บ็อบกำลังล่อมันให้โจมตีที่เขาไว้
เมื่อจัดการจิ้งจอกไฟตัวสุดท้ายเสร็จแล้วทั้งสามเข่าทรุดลงและหอบอย่างคอแห้ง นี่เป็การต่อสู้ที่หนักหน่วงและใช้พลังเป็อย่างมากเพราะการโจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่องของจิ้งจอกไฟจำนวนมากทำให้ต้องป้องกันและโจมตีสวนกลับตลอดเวลา ไม่มีเวลาแม้แต่จะกินยาในระหว่างการต่อสู้ด้วยซ้ำ มีแค่ยาที่กินก่อนจะเริ่มการต่อสู้เท่านั้น แกรนด์ลุกขึ้นและเดินไปทางจ่าฝูงจิ้งจอกไฟที่มันยังคลั่งไม่หยุดอยู่ในขณะนี้
“หนวกหูจริง พวกแกแพ้แล้ว” แกรนด์เอามีดสั้นออกมาไว้ในมือและใช้มืออีกข้างจับคอมันกดลงไว้กับพื้น มือที่ถือมีดได้ง้างออกและปักเข้าที่คอของมันอย่างจัง ทุกอย่างในค่ำคืนนี้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว ทั้งสามเดินมาพักผ่อนที่ก้อนหินอีกฟากของลานกว้างหน้าหมู่บ้าน อีกไม่นานก็เช้าแล้ว พวกเขาควรพักเอาแรงสักหน่อย
รุ่งเช้าชาวบ้านออกมาจากอุโมงค์ั้แ่อาทิตย์ยังไม่ขึ้น แสงสลัวๆ และหมอกบางๆ ยามเช้าทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมาก ชาวบ้านไม่ได้ออกจากอุโมงค์แห่งนี้เป็เดือนแล้ว พวกเขาจ้องมองไปที่ลานกว้างหน้าหมู่บ้านอย่างตกตะลึง ภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าของพวกเขาคือจิ้งจอกไฟกว่า 200 ตัวนอนเกลื่อนกลาดเต็มทุ่งหญ้า มีบุคคล 3 คนนั่งย่างเนื้ออยู่บริเวณใกล้ๆ นั้น ทั้งสามไม่ได้รับาเ็แต่อย่างใด มีแค่เสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นเท่านั้น คนที่สังเกตการณ์เมื่อคืนมองไปที่ทั้งสามอย่างเทิดทูน เหตุการณ์เมื่อคืนพวกเขาได้เห็นทั้งหมด
“เอ้า ออกมากันแล้วงั้นหรอ พาเด็กๆ มากินอะไรก่อนสิ” แกรนด์มองเห็นพวกชาวบ้านที่กำลังทยอยออกมาพอดี ชาวบ้านรวมตัวกันมาจุดที่บวกเขาอยู่ ทั้งสามได้ตัดแบ่งเนื้อวัวสามหางที่ย่างไว้เป็ตัวให้กับชาวบ้านทุกคน แน่นอนว่าทั้งสามจะไปที่ไหนก็ไม่มีขาดอาหารอยู่แล้วเพราะในแหวนมิติของแกรนด์ได้เก็บวัวสามหางที่ล่ามาจนแทบจะสูญพันธุ์จากแถบนั้น ซึ่งมีวัวสามหางที่เก็บไว้โดยถลกหนังออกแล้วร้อยกว่าตัว
ชาวบ้านที่อดอยากจากการที่ไม่มีอะไรกินมาสองวันรวมทั้งก่อนหน้านั้นต้องประหยัดอาหารในอุโมงค์หลบภัยต่างมารับอาหารด้วยความยินดี ทุกคนดูซูบผอมและอิดโรย ชาวบ้านมองทั้งสามเหมือนพระเ้าผู้มาโปรดก็ไม่ปาน
“พวกท่านทั้งสามจะไปจากที่นี่ตอนไหนหรือ?” ชายหนุ่มที่ออกมาต้อนรับในวันแรกเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าซับซ้อนและความวิตกกังวลที่แสดงออกในใบหน้าอย่างชัดเจน เขาดูเหมือนจะเป็ผู้นำของชาวบ้านที่นี่
“เราจะไปกันหลังกินอาหารเสร็จ” แกรนด์ตอบไปตามตรง ไม่มีอะไรต้องรอที่นี่อีกแล้ว
“ข้าคิดมาอย่างดีแล้ว ข้าอยากจะขอร้องท่านให้พาพวกเราไปด้วย”
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับคุกเข่า ชาวบ้านทุกคนก็ทำตามเขาเช่นกัน ทั้งสามขมวดคิ้วมองหน้ากันทันที
“พาไปด้วย? หมายความว่ายังไงกัน?”
“พวกข้าคิดดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว หมู่บ้านของพวกเราถูกทำลาย อาหารก็ไม่มีสักอย่าง แหล่งน้ำของเราก็ถูกจิ้งจอกไฟฉี่ใส่จนเป็กรดหมด ถ้าอยู่ที่นี่พวกเราก็ไม่ต่างกับตาย พวกเราเป็แค่ชาวบ้านธรรมดาที่ป้องกันตัวเองไม่ได้ สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่คือเงินที่อยู่ในอุโมงค์หลบภัย ซึ่งทั้งหมดก็ต้องจ่ายเป็ค่าจ้างพวกท่าน พวกเราไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ ไม่มีที่ไปด้วยซ้ำ พวกท่านได้โปรดพาพวกเราไปด้วยเถอะ ขอแค่เพียงท่านเลี้ยงดูให้อาหารแก่พวกเรา พวกเราจะทำงานตอบแทนท่านอย่างไม่เกี่ยง พวกเราจะทำงานในฐานะทาสของท่านก็ได้ แม้พวกท่านไม่ให้อาหารเราก็ได้โปรดแบ่งอาหารให้พวกเด็กๆ ก็ได้ ขอร้องล่ะ ได้โปรดพาพวกเราไปด้วยเถอะ” ชายหนุ่มคุกเข่าก้มหัวขอร้องอย่างหมดทางเลือก ก็จริงอยู่ที่หมู่บ้านนี้อยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว ทั้งอาหารและแหล่งน้ำก็ไม่มีแล้ว อีกทั้งยังจะมีโรคระบาดจากเืและซากศพของเหยื่อที่ถูกพวกจิ้งจอกมันทำไว้อีก พวกเขาเหล่านี้คงคิดว่าทั้งสามมาจากบ้านขุนนางที่มั่งคั่งแน่นอน
แกรนด์มองไปที่เด็กๆ ที่ซูบผอมแล้วอดสงสารไม่ได้ เขาถอนใจแล้วมองหน้าทั้งสอง บ็อบกับเอเลน่าก็มีสีหน้าเศร้าเหมือนกัน ทั้งสองรู้สึกเห็นใจคนกลุ่มนี้พอสมควร
“เราไม่ใช่จากตระกูลขุนนางที่ไหน พวกเราแค่กลุ่มนักล่าเท่านั้น” แกรนด์เอ่ยขึ้นเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่าย
“ถึงจะเป็ใครแต่พวกท่านก็เป็ผู้มีพระคุณของเรา ถ้าพวกท่านไม่มาเราก็คงตายในอุโมงค์หลบภัยกันหมดแล้ว ได้โปรดพาพวกเราไปด้วยเถอะ”
“เ้าชื่ออะไรล่ะ?” แกรนด์ถามชายหนุ่มที่พูดแทนชาวบ้าน
“ข้าชื่อเอริค เป็ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน พ่อข้าถูกจิ้งจอกไฟสังหารตอนที่พวกมันบุกมา ข้าเลยรับหน้าที่เป็หัวหน้าหมู่บ้านแทน”
“ข้าไม่้าทาส” แกรนด์เอ่ยออกมาทำให้ชาวบ้านทุกคนหน้าซีด พวกเขาก้มหน้าเหมือนยอมรับในชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น
“ข้า้าคนที่มีฝีมือและมาช่วยข้าทำงานอย่างเต็มใจ ไม่ใช่ถูกบังคับหรือเพราะจำยอม ใครที่พร้อมที่จะไปกับข้าก็ตามมา ใครที่มีที่ไปก็จงเดินออกไป ถ้าเตรียมใจแล้วก็ตามข้ามา”
ชาวบ้านทุกคนลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียง สีหน้าของพวกเขายินดีเป็อย่างมากที่ไม่ถูกปฏิเสธ อย่างน้อยในตอนนี้พวกเขาก็มีอาหารแล้ว แม้จะยังไม่รู้ว่าข้างหน้าจะต้องเจออะไรก็ตามที พวกเขาไม่มีอะไรที่ต้องเสียแล้ว แกรนด์กับบ็อบเดินเก็บซากจิ้งจอกไฟเข้าในมิติเก็บของ ส่วนเอเลน่านั่งทำบัญชีรายชื่อของผู้ที่จะย้ายมาอยู่ด้วยทุกคน มีทั้งหมด 94 คน ในจำนวนนี้เป็เด็กต่ำกว่า 10 ขวบอยู่ 4 คน ไม่มีคนแก่ที่อายุเกิน 45 ปีเลย เข้าใจว่าหนีไม่ทันตอนจิ้งจอกไฟบุกเข้ามากะทันหัน ในจำนวน 90 คนนี้ ชาย 48 หญิง 42
“ลูกพี่ จะให้คนพวกนี้ไปทำอะไรงั้นเหรอ?”
“สร้างกองกำลังนักล่าก็เป็ความคิดที่ไม่เลวนะ”
แกรนด์ยิ้มที่มุมปากเหมือนมีความคิดบางอย่างแว็บเข้ามาในสมอง