บรรยากาศภายในตำหนักตระกูลหลัวหนักอึ้งราวมีูเาทับถม
เปลวไฟจากตะเกียงทองแดงทั้งสองฝั่งกำแพงสั่นไหวแ่เบา เงาของผู้คนทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ทุกสายตากำลังจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มผู้คุกเข่าอยู่กลางห้อง
หลัวเฟิง
เด็กหนุ่มจากตระกูลสาขาผู้ถูกเรียกว่า “ขยะไร้ิญญายุทธ์”
แต่เมื่อคืน…
เขากลับทำให้อสูรระดับร้อยปีล่าถอย
เื่นั้นทำให้ทั้งตระกูลไม่อาจนิ่งเฉย
โดยเฉพาะเหล่าผู้าุโที่ยึดถืออำนาจและศักดิ์ศรีเหนือสิ่งอื่นใด
ตอนนี้
หลัวเฉินกำลังยื่นมือเข้าหาหลัวเฟิงช้า ๆ
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“อย่าขัดขืน”
“หากเ้าไม่ได้ซ่อนพลังมารไว้ ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว”
น้ำเสียงฟังดูสงบ
แต่ทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่การ “ตรวจสอบ” ธรรมดา
หลัวเฉิน้ากดขี่เขา
้าเปิดโปงความลับของเขา
หรือไม่ก็…
ทำลายเขาต่อหน้าทุกคน
หลัวเฟิงก้มหน้าเงียบ
แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนอย่างรุนแรง
เขารู้ดี หากอีกฝ่ายััหอคอยกลืนิญญาหรือเมล็ดพันธุ์โลกาได้ ทุกอย่างคงจบสิ้น
คนพวกนี้ไม่มีทางปล่อยสมบัติระดับนั้นไว้กับเด็กสาขาไร้ค่าเช่นเขา
ทันใดนั้น
วูม…
เสียงสั่นะเืต่ำลึกดังขึ้นในจิติญญา
หอคอยกลืนิญญาเริ่มเปล่งแสงสีดำอีกครั้ง
อักขระโบราณจำนวนนับไม่ถ้วนหมุนเวียนรอบหอคอย
ก่อนเสียงเย็นเยียบจะดังขึ้นช้า ๆ
“ผู้ใดแตะต้องเ้า…”
“จงกลืนกินมัน…”
หัวใจของหลัวเฟิงเต้นรุนแรง
เขาพยายามข่มพลังภายในอย่างสุดกำลัง
เพราะหากมันปะทุออกมาในที่แห่งนี้—
ผลลัพธ์อาจเกินควบคุม
ขณะเดียวกัน หลัวเฉินก็เดินมาหยุดตรงหน้าเขาแล้ว
“เงยหน้าขึ้น”
หลัวเฟิงเงยหน้าช้า ๆ
สายตาของทั้งสองประสานกัน
หนึ่งคนเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
อีกคนซ่อนเปลวเพลิงไว้ใต้ความสงบนิ่ง
หลัวเฉินยิ้มเย็น ก่อนยื่นมือแตะลงบนศีรษะของหลัวเฟิง
ทันทีที่ััเกิดขึ้น
วูมมมม!
แรงสั่นะเืมหาศาลพลันะเิขึ้นภายในจิติญญา
ดวงตาของหลัวเฟิงเบิกกว้างทันที
เขารู้สึกราวมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้น
เมล็ดพันธุ์โลกาสั่นะเือย่างรุนแรง
รากสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนเริ่มแผ่ขยายออกมา
ขณะเดียวกัน หลัวเฉินเองก็หน้าเปลี่ยนสีเช่นกัน
เพราะวินาทีนั้นเขารู้สึกได้ถึงแรงดูดอันน่าสะพรึง
พลังิญญาในร่างของเขากำลังถูกดึงออกไป!
“นี่มัน…?!”
หลัวเฉินใ รีบชักมือกลับทันที
แต่สายไปแล้ว
ฟุบ!
รากสีดำเส้นหนึ่งพลันพุ่งออกจากแขนของหลัวเฟิง ก่อนพันรอบข้อมือของหลัวเฉินในพริบตา
“อ๊ากกก!”
หลัวเฉินร้องลั่น
พลังปราณในร่างของเขาไหลออกอย่างรวดเร็ว
สีหน้าจากเย่อหยิ่งกลายเป็หวาดกลัวทันที
“ช่วยด้วย!”
ทั่วทั้งห้องโถงปั่นป่วนในพริบตา
“เกิดอะไรขึ้น?!”
“พลังอะไรนั่น!”
ผู้าุโหลายคนลุกพรวดขึ้นทันที
แรงกดดันมหาศาละเิออกทั่วห้อง
แต่หลัวเฟิงเองก็ไม่ได้ควบคุมมัน!
เขารู้สึกได้ถึงความหิวกระหายอันบ้าคลั่งจากเมล็ดพันธุ์โลก
มัน้ากลืนกินพลังของหลัวเฉินทั้งหมด!
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ผู้าุโใหญ่ตวาดลั่น
ตูม!!
พลังปราณมหาศาลพุ่งเข้าปะทะหลัวเฟิงทันที
ร่างของเขากระเด็นกระแทกพื้นอย่างแรง
รากสีดำพลันสลายไป
หลัวเฉินรีบถอยหลังทันที สีหน้าซีดเผือดราวคนเพิ่งรอดตาย
ทั่วห้องเงียบงัน
ทุกคนมองหลัวเฟิงราวกำลังมองสัตว์ประหลาด
โดยเฉพาะหลัวเฉิน
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจริง ๆ
เพราะเมื่อครู่…
เขารู้สึกว่าตนเองเกือบถูก “กลืนกิน”
ไม่ใช่แค่พลังปราณ
แต่รวมถึงจิติญญาด้วย
หลัวเฟิงหอบหายใจหนัก เืไหลออกจากมุมปาก
แรงโจมตีของผู้าุโใหญ่เมื่อครู่หนักหนาอย่างยิ่ง
แต่ตอนนี้ เขาไม่มีเวลาสนใจอาการาเ็
เพราะสายตาของทุกคน…
เปลี่ยนไปแล้ว
หากก่อนหน้านี้เป็เพียงความสงสัย
ตอนนี้กลับกลายเป็ความหวาดระแวงเต็มรูปแบบ
“พลังมาร…”
ผู้าุโคนหนึ่งกล่าวเสียงสั่น
“มันต้องเป็พลังมารแน่!”
“เด็กคนนี้อันตรายเกินไป!”
เสียงสนับสนุนดังขึ้นทันที
“ถูกต้อง!”
“หากปล่อยไว้ วันหน้าต้องเป็ภัยแก่ตระกูล!”
“ควรกำจัดเสียตอนนี้!”
คำพูดแต่ละประโยคราวคมมีด
หลัวเฟิงกำหมัดแน่น
ความเย็นเยียบแล่นผ่านหัวใจ
นี่คือโลกแห่งผู้แข็งแกร่ง
ไม่มีใครสนใจความจริง
ขอเพียงพวกเขาหวาดกลัว…
ก็เพียงพอจะตัดสินชีวิตผู้อื่นแล้ว
ผู้าุโใหญ่จ้องหลัวเฟิงนิ่ง
แววตาซับซ้อนยิ่ง
เขาเองก็ััได้ถึงพลังน่าหวาดหวั่นเมื่อครู่
พลังแบบนั้น…
ไม่ควรปรากฏในเด็กอายุเพียงสิบหกปี
และยิ่งไม่ควรอยู่ในตระกูลสาขาไร้ค่าเช่นนี้
“หลัวเฟิง”
เสียงของเขาดังขึ้นช้า ๆ
“อธิบายมา”
“พลังเมื่อครู่คืออะไร”
หลัวเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบเสียงต่ำ
“ข้า… ไม่ทราบ”
ปัง!
โต๊ะหินแตกละเอียดทันที
ผู้าุโใหญ่สีหน้าเย็นเยียบ
“เ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?!”
แรงกดดันมหาศาลกดลงมาอีกครั้ง
หลัวเฟิงรู้สึกราวกระดูกทั้งร่างกำลังแตกหัก
แต่เขายังคงกัดฟันแน่น
ไม่พูดสิ่งใดเพิ่ม
เพราะเขารู้ดี…
ยิ่งพูดมาก ยิ่งอันตราย
เสียงหัวเราะเย็นดังขึ้นจากด้านข้าง
“ข้าว่าไม่จำเป็ต้องสอบสวนแล้ว”
ผู้พูดคือชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
หลัวเทียนหรง
หนึ่งในผู้าุโตระกูลหลัก และเป็บิดาของหลัวเฉิน
สายตาที่เขามองหลัวเฟิงเต็มไปด้วยจิตสังหาร
“เด็กคนนี้ใช้พลังประหลาดดูดกลืนปราณผู้อื่น”
“ไม่ว่าจะเป็พลังมารหรือไม่…”
“ล้วนไม่ควรปล่อยไว้”
ทันทีที่กล่าวจบ กลิ่นอายสังหารพลันแผ่ออกทั่วห้อง
หลัวเฟิงหัวใจเย็นวาบ
เขารู้แล้ว
คนพวกนี้คิดจะฆ่าเขาจริง ๆ
ขณะเดียวกัน หลัวเฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังก็กล่าวเสียงเย็น
“เมื่อคืนข้ายังคิดว่าเป็เื่บังเอิญ”
“แต่ตอนนี้เห็นชัดแล้ว”
“เขาคือภัยอันตราย”
“หากวันหน้าเติบโตขึ้น…”
“ผู้ใดจะควบคุมได้?”
ประโยคนี้ทำให้สีหน้าหลายคนเปลี่ยนทันที
ใช่…
หากเด็กคนนี้เติบโตจริง ๆ ล่ะ?
พลังดูดกลืนผู้อื่นเช่นนี้น่าหวาดกลัวเกินไป
บรรยากาศเริ่มเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
หลัวเฟิงััได้ชัดเจน
นิ้วมือของเขาค่อย ๆ กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
ความโกรธ
ความคับแค้น
ความอัดอั้นที่ถูกเหยียบย่ำมานานหลายปี
กำลังปะทุขึ้นช้า ๆ
เขาไม่เคยทำร้ายผู้ใดก่อน
ไม่เคยคิดทรยศตระกูล
แต่เพียงเพราะเขามีพลัง…
พวกมันกลับคิดฆ่าเขาทันที
โลกนี้ช่างน่าขันนัก
ประตูตำหนักพลันถูกผลักเปิดอย่างแรง
“หยุด!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นก้องทั่วห้อง
ทุกคนหันไปมองทันที
ร่างชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าประตู
แม้ใบหน้าซีดเซียว
ลมหายใจอ่อนแรง
แต่ดวงตากลับหนักแน่นอย่างยิ่ง
หลัวเฟิงเบิกตากว้างทันที
“ท่านพ่อ?!”
หลัวหยุนไห่…
มาถึงแล้ว
เขาหอบหายใจเล็กน้อย ราวฝืนสังขารมาที่นี่
แต่ยังคงก้าวเข้ามาช้า ๆ
สายตากวาดมองทุกคนในห้อง
ก่อนหยุดที่หลัวเฟิง
แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นเืตามตัวลูกชาย
จากนั้น…
เขาหันกลับไปมองเหล่าผู้าุโ
“ลูกข้า…”
“ไม่มีทางเป็คนชั่ว”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่า
แต่กลับดังก้องชัดเจนทั่วทั้งห้องโถง
หลัวเทียนหรงแค่นหัวเราะทันที
“หลัวหยุนไห่ เ้าคิดว่าตัวเองยังมีสิทธิ์พูดในที่นี้อีกหรือ?”
“คนพิการเช่นเ้า…”
“ควรนอนรอวันตายอยู่บ้านเสียมากกว่า”
คำพูดนั้นทำให้สายตาของหลัวเฟิงเย็นลงทันที
กลิ่นอายบางอย่างเริ่มแผ่ออกช้า ๆ จากร่างเขา
เมล็ดพันธุ์โลกาเริ่มสั่นอีกครั้ง
เพราะคนพวกนี้…
กำลังเหยียบย่ำคนสำคัญที่สุดของเขา...