ผมยืนนิ่งสนิทอยู่หลังผ้าม่านโปร่งสีครีมในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องไปยังชายลึกลับที่สวมเสื้อแจ็กเกตกันฝนสีดำสนิทและหมวกกันน็อกเต็มใบสีเข้ม ชายคนนั้นเขย่าประตูรั้วเหล็กดัดดังลั่นตึงตัง โซ่คล้องรั้วเหล็กสั่นไหวส่งเสียงเคร้งคร้าง และในมือของเขาก็ถือวัตถุยาวปลายแหลมสีเงินวาววับสะท้อนแสงแดดยามเช้าอย่างน่าหวาดเสียว
หัวใจของผมเต้นระทึกปนหวาดระแวง นึกไปถึงพวกมิจฉาชีพหรืออันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสะใภ้แสนสวยที่คอยหลบอยู่ด้านหลังผมในห้องครัว
"แก้ม หลบอยู่ตรงนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดนะลูก" ผมกระซิบบอกสะใภ้เสียงต่ำหนักแน่น แก้มพยักหน้ารับหน้าซีดเผือด ยืนกำกระโปรงเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนของเธอไว้แน่นด้วยความกลัวสั่นระรัว ตัวของสะใภ้คนดีสั่นสะท้านจนผมรับรู้ได้ถึงความตื่นตระหนกที่แผ่ซ่าน
ผมสูดหายใจลึกๆ ดึงความกล้าของชายชาตรีกลับคืนมา พยายามสะกดอารมณ์รักและคราบน้ำสวาทที่ร้อนผ่าวระอุอยู่ใต้ร่มผ้าั้แ่ศึกรักเมื่อรุ่งสาง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปที่นอกตัวบ้าน ท้าทายกระแสลมเย็นชื้นและแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าเพื่อเผชิญหน้ากับชายลึกลับหน้าบ้านเดี่ยวหลังนี้
"เฮ้ย! แกเป็ใครน่ะ มาทำอะไรหน้าบ้านคนอื่นเขาตอนเช้าตรู่แบบนี้!" ผมะโเสียงเข้มดุดันพลางหยิบกุญแจเลื่อนเหล็กหนาติดมือมาด้วยเพื่อป้องกันตัวและเตรียมปะทะหากมันคิดร้าย
ชายคนนั้นชะงักมือที่กำลังเขย่าประตูรั้ว เขายอมวางวัตถุสีเงินแหลมคมยาวนั้นลงพิงรั้วบ้านช้าๆ ก่อนจะใช้สองมือยกขึ้นจับหมวกกันน็อกเต็มใบถอดออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความอิดโรยและรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่คุ้นตา
"พ่อ... ผมเองครับพ่อ จะเสียงดังทำไมครับเนี่ย"
ปรากฏว่าคนร้ายลึกลับคนนั้นคือ 'เอก' ลูกชายแท้ๆ ของผมเอง!
ผมถอนหายใจยาวเหยียดราวยกูเาออกจากอก ยัดกุญแจเลื่อนซ่อนไว้ด้านหลังพลางขมวดคิ้วถามเพื่อกลบเกลื่อนความลนลานในอก "อ้าว ไอ้เอก! แล้วแกจะแต่งตัวลึกลับแถมเขย่าประตูรั้วเสียงดังตึงตังทำไมวะ? พ่อนึกว่าขโมยขโจรซะอีก แล้วนั่น... ถืออะไรมาน่ะสีเงินๆ แหลมๆ"
เอกหัวเราะแห้งๆ ชี้มือไปยังวัตถุสีเงินแหลมคมยาวข้างตัว "อ๋อ นี่มันขาตั้งกล้องระดับเลเซอร์อลูมิเนียมชิ้นใหม่ครับพ่อ พอดีผมเบิกมาจากสำนักงานใหญ่กะทันหันเลยหิ้วมาด้วย ส่วนที่เขย่ารั้วเพราะผมหาแม่กุญแจรั้วสำรองในรถไม่เจอครับ เลยกะจะเขย่าเรียกพ่อมาระหว่างหาในช่องเก๊ะรถ"
"แล้วแกกลับมาทำไมกะทันหันล่ะ เมื่อคืนเพิ่งโทรมาบอกพ่อว่าจะอยู่สระบุรีเป็เดือนไม่ใช่รึ ทำไมบึ่งรถกลับมาแต่เช้ามืดแบบนี้" ผมถามพลางเปิดประตูรั้วเหล็กไขแม่กุญแจให้มันก้าวเข้ามาในบ้านพยายามทำตัวให้เป็ปกติที่สุด
"พอดีหัวหน้าไซส์สั่งให้ผมกลับมาเอาเอกสารสรุปโครงการก่อสร้างชุดที่สองที่ตู้เอกสารห้องทำงานพ่อน่ะครับ ด่วนมากจริงๆ ต้องใช้ประมูลงาน่บ่ายวันนี้เลย ผมเลยต้องบึ่งรถกลับมาแต่เช้ามืด แล้วเดี๋ยวคงต้องรีบกลับไปสระบุรีต่อเลยครับพยับนอนพักแค่ชั่วโมงสองชั่วโมง" เอกอธิบายพลางหอบขาตั้งกล้องและหมวกกันน็อกเดินนำเข้าบ้านอย่างเร่งรีบ
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโถงบ้าน แก้มที่แอบฟังอยู่เดินออกมาต้อนรับ ใบหน้าหวานของเธอยังคงแดงระเรื่อปนเปความระทึกใจเลิกลั่ก สายตามองมาที่ผมและเอกสลับกันด้วยความรู้สึกผิดระคนตื่นเต้นหวาดเสียว
"อ้าวแก้ม ตื่นเช้าจังเลยนะ" เอกทักทายภรรยาด้วยน้ำเสียงราบเรียบปกติธรรมดา ไม่มีทั้งคำทักทายที่อบอุ่นหรืออ้อมกอดโหยหาหลังไม่ได้เจอกันหลายวัน สายตาของมันกวาดมองแก้มั้แ่หัวจรดเท้ากวาดผ่านไหล่เนียน "ทำไมผมยุ่งเสื้อผ้ายับเยินแบบนั้นล่ะ แล้วทำไมเนื้อตัวดูเปียกชื้นล่ะแก้ม"
แก้มสะดุ้งตัวสุดขีด ใบหน้าซีดลงกะทันหันก่อนจะพยายามแก้ตัวน้ำเสียงตะกุกตะกัก "คะ...คือว่า... เมื่อคืนไฟมันดับน่ะค่ะเอก แอร์ในห้องนอนปิดหมดเลย แก้มร้อนมากนอนไม่หลับ เลยเพิ่งตื่นอาบน้ำสระผมล้างตัวแก้ร้อนเมื่อกี้นี้เองค่ะ"
"อืม... งั้นฝากชงกาแฟดำร้อนๆ ให้แก้วหนึ่งสิ ผมง่วงจะตายชักแล้ว" เอกสั่งอย่างไร้เยื่อใย ไม่คิดจะก้าวเข้าไปกอดหรือััเนื้อตัวภรรยาสาวแสนสวยแม้แต่น้อย
"ค่ะ...ค่ะเอก เดี๋ยวแก้มรีบไปชงให้นะคะ" แก้มตอบรับเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันหลังเดินหลบเข้าไปในครัวช้าๆ ท่าทางของเธอระแวดระวังมากเพื่อไม่ให้เอกสังเกตเห็นคราบร่องรอยหยดน้ำรักที่เปียกชื้นที่ก้นกางเกง
เอกก้าวเท้าตรงเข้าไปในห้องทำงานของผมชั้นล่าง ค้นหาเอกสารแฟ้มโครงการในตู้เอกสารเหล็กอย่างรีบร้อน ผมเดินตามเข้าไปดูมันค้นเอกสารเงียบๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและไม่ให้มันหันไปมองในห้องน้ำชั้นบนหรือสังเกตเห็นเสื้อผ้าเปียกชื้นของผม ในใจของผมรู้สึกขัดแย้งทรมานรุนแรง ภาพความสัมพันธ์ลึกซึ้งเร่าร้อนกับสะใภ้แสนสวยบนเตียงนอนใหญ่ของผมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ยังคงชัดเจนแจ่มชัดฉายซ้ำไปมาในหัวสมอง ราวกับเป็ตราบาปศีลธรรมที่กำลังบดขยี้อกของผม ทว่าความกระสันระทึกใจกลับพุ่งพวยขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"เป็ยังไงบ้างล่ะงานที่สระบุรีน่ะไอ้เอก" ผมชวนคุยเพื่อดึงความสนใจ
"เหนื่อยสายตัวแทบขาดเลยครับพ่อ โครงการฐานรากโดนพายุถล่มเมื่อคืนเกือบพังยับเยิน ดีที่ผมคุมทีมซ่อมฐานปูนได้ทันลุยงานกันโต้รุ่ง 18 ชั่วโมงเต็มๆ ไม่ได้นอนเลยครับ ผมต้องเร่งสร้างเนื้อสร้างตัวให้เสร็จภายในปีนี้แหละครับพ่อ กะว่าจะรีบเก็บเงินซื้อบ้านจัดสรรหลังใหม่ขยายครอบครัวออกไปอยู่กับแก้มสองคน แต่ตอนนี้ก็ต้องอดทนไปก่อนแหละครับ" เอกบ่นพึมพำพลางพลิกเอกสารดู
คำพูดและแววตาตั้งใจสร้างอนาคตของลูกชายทำให้ผมรู้สึกราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ ความรู้สึกผิดบาปกัดกินทรวงอกยามคิดว่าตราบาปของผมกับภรรยาของมันได้เกิดขึ้นแล้วบนเตียงของผม เอกทำงานง่วนเหน็ดเหนื่อยตัวแทบตายเพื่อสร้างอนาคต แต่พ่อแท้ๆ อย่างผมกลับลักลอบมีเพศสัมพันธ์กับเมียของมันในบ้านหลังนี้
"แล้วแก้มเป็ยังไงบ้างครับพ่อ อยู่ที่นี่ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อบ้างไหม" เอกหันมาถาม
ผมพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น สะกดอารมณ์กระอักกระอ่วนใจอย่างที่สุด "แก้มดีมากเลยลูก คอยกวาดบ้านถูพื้น ทำอาหารเย็นให้พ่อทาน ฝีมือทำกับข้าวก็ดีมาก แกไม่ต้องห่วงเื่แก้มหรอกนะเอก พ่อดูแลแก้มอย่างดี"
"ครับพ่อ ขอบคุณมากครับที่คอยช่วยดูแลแก้มให้" เอกยิ้มบางๆ แล้วหิ้วแฟ้มน้ำเงินออกมา "เจอเอกสารสรุปโครงการแล้วครับแฟ้มนี้แหละ เดี๋ยวผมนอนพักสายตาสักชั่วโมงหนึ่งนะพ่อ ตาจะปิดแล้ว ค่อยเดินทางต่อยาวๆ"
"อืม ไปนอนห้องนอนแกสิ แก้มจัดเตรียมห้องไว้ให้แล้ว" ผมบอก
"ไม่ล่ะครับพยับี้เีเดินขึ้นชั้นสอง นอนโซฟาห้องนั่งเล่นนี่แหละง่ายดี โทรศัพท์ปลุกไว้ชั่วโมงเดียวก็ต้องไปแล้ว" เอกตอบพลางทิ้งตัวลงนอนราบไปกับโซฟาไม้สักยาวตัวเดิมที่ผมนอนเมื่อกลางวัน ใช้แขนก่ายหน้าผากหลับตาลงด้วยความล้ากะทันหันและกรนเบาๆ ออกมาอย่างรวดเร็ว
แก้มเดินประคองแก้วกาแฟดำร้อนๆ ออกมาจากครัวด้วยท่าทางสงบนิ่งขึ้น แต่เมื่อเห็นเอกหลับสนิทสลบไสลไปแล้ว เธอจึงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆ ก้าวเท้าสลัวเดินตรงมาหาผมที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องนั่งเล่นชั้นล่างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอ้างว้างและตื่นกลัว
สายตาของเราสองคนประสานกันท่ามกลางแสงสลัวของตัวบ้านที่สลัวราง ความตึงเครียดและอารมณ์รักลับๆ เคลือบแคลงใจระหว่างพ่อสามีและสะใภ้ปะทุขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ แก้มยื่นมือเรียวบางมาแตะที่หลังมือของผมเบาๆ กายสาวสั่นเทานิดๆ
"คุณพ่อคะ... แก้มกลัวจังเลยค่ะ... กลัวเอกเขาจะรู้ความลับของเรา..." เธอกระซิบอ้อมแอ้มเสียงเบาหวิวปนเสียงสะอื้นไห้แ่ในลำคอ "เมื่อกี้ตอนแก้มเห็นหน้าเอก แก้มตัวสั่นไปหมดเลยค่ะ แต่พอเห็นท่าทีเ็าและไม่สนใจแก้มเลย มันทำให้แก้มตระหนักดีว่า แก้มโหยหาไออุ่นและความรักจากคุณพ่อมากกว่าเอกไปแล้วค่ะ..."
ผมจับมือเรียวนุ่มอบอุ่นของเธอมากุมไว้แน่น ดึงร่างอวบหยุ่นของสะใภ้ก้าวเลี่ยงเข้ามาที่หลังโถงบันไดมืดๆ ห่างจากสายตาของลูกชายที่นอนหลับอยู่บนโซฟาเพียงไม่กี่เมตร โอบแขนรัดรอบเอวบางพรมจูบหน้าผากของเธอเงียบๆ ในมุมมืด ยามที่ผิวเนื้อแนบชิด สูดดมกลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นปนเปความระทึก
"ใจเย็นๆ นะแก้มคนดี... ทนหน่อยนะลูก ตอนนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ เอกมันไม่รู้เื่หรอกลูก" ผมพูดปลอบโยนพลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แก้มซบใบหน้าหวานเข้ากับแผงอกกว้างของผม กอดเอวผมแน่นสะท้อนแรงใจ
ในความสลัวรางและเงียบเชียบ เสียงเอกพลิกตัวขยับกายบนโซฟาห้องนั่งเล่นส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดดังสะท้อนโถงบ้าน ทำให้เราสองคนสะดุ้งตัวสุดขีดรีบผละห่างออกจากกันอย่างรวดเร็ว แก้มก้าวถอยหลังส่งสายตาเว้าวอนมีแววระทึกใจมาให้ก่อนจะรีบก้าวเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมแก้วน้ำและอาหารเช้า ส่วนผมยืนหอบหายใจกุมอกสยบความตื่นเต้นที่โถงทางเดินหลังบันได
ผมมองดูแผ่นหลังของสะใภ้แสนสวยที่หายเข้าไปในครัว และลอบมองลูกชายที่นอนกรนหลับสนิทอยู่บนโซฟา ความหวาดกลัวที่จะโดนจับได้ปะปนไปกับความ้าที่พลุ่งพล่านในกายสาวเมื่อกี้ ยิ่งทวีความรู้สึกบีบคั้นอารมณ์และศีลธรรมรุนแรง การร่วมโต๊ะอาหารและอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกันสามคนในวันถัดไปเมื่อลูกชายยังอยู่ จะต้องกลายเป็บททดสอบความอดทนและตึงเครียดอึดอัดใจที่สุดในชีวิตของผมอย่างแน่นอน!