"อันดาพร้อมนะ"แมกซ์นักบินผู้ช้วยถามเพราะตอนนี้เหลือคนที่ต้องโดดคร่มลงไปคือเธอคนเดียว
"พร้อมโยนลังลงไปเลยเดี๋ยวฉันตาม"เด็กสาวในชุดปฏิบัติการเตรียมพร้อม
"เอาล่ะงั้นไปเลย"แมกซ์โยนลังใบใหญ่ออกจากเครื่องบิน แล้วอันดาก็ะโตาม
ตามกฎลังเสบียงต้องมีสองใบเพื่อว่าหากลังหนึ่งหายไปใน่ส่ง จะยังมีลังสำรอง
อันดาเป็หนึ่งในสมาชิกของทีมแพทย์อาสากู้ภัยนานาชาติ แต่เธอไม่ใช่สมาชิกอย่างเป็ทางการ
ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเธออายุแค่สิบหก และไม่ได้มีวุฒิบัตรหรือคุณสมบัติใดๆ ในการเข้าร่วมทีม เหตุที่เธออยู่ในทีมนี้ง่ายมาก นั่นเพราะพวกเขาเป็คนเลี้ยงดูเธอมา
ภารกิจวันนี้คือการเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่หนีามาตั้งหมู่บ้านกลางป่าดงดิบแห่งนี้
นักสำรวจเพิ่งจะพบพวกเขาและขอความช่วยเหลือทีมแพทย์มาเนื่องจากมีคนที่มีอาการป่วย และเพื่อตรวจสอบสุขภาวะของพวกเขาก่อนพาพวกเขากลับเข้าเมือง
หน้าที่ของเธอคือคอยแปลภาษาหากคนเหล่านี้ไม่สามารถพูดภาษาที่ทีมสามารถสื่อสารได้
ตอนนี้เธอะโตามเ้าลังสำรองลงมาแล้ว ไม่มีการบันทึกการมีอยู่ของเธอในภารกิจนี้ แต่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมาปฏิบัติภารกิจแต่เป็ครั้งแรกที่พ่อของเธอไม่ได้มาด้วย
ในขณะที่ระยะโดดถึงเวลาที่เธอต้องดึงเชือกเพื่อกางร่มนั้น
"เฮ้ย ทำไมร่มไม่กางวะ ตายห่าแล้ว"อันดาสบถในใจ ทำไงดี โชคดีที่ลังไม้นั้นดีดร่มออกมาได้
ทางรอดทางเดียวคือการต้องไปอยู่บนลังไม้นั่น เธอพยายามพุ่งตัวไปยังทิศทางของลังไม้นั้น
"อย่าพลาดนะ! เฮ้ย"อันดาะโลั่นแต่ใครจะได้ยิน
ไม่รู้ว่าดวงยังไม่ถึงฆาตหรืออย่างไร ในที่สุดเธอก็โดดลงไปบนร่มที่กางอยู่แล้วค่อยไหลลงมาที่ปลายเชือก
“ค่อยๆ นะ ค่อยๆไหล เฮ้ย!” เธอค่อยๆ ลื่นลงไปที่จุดที่เชื่อมกับลังไม้ แต่ลมและแรงดึงดูดของโลกไม่ปรานีเธอเท่าไหร่ทำให้เธอลื่นลงไปอย่างรวดเร็ว เธอคว้าเชือกเอาไว้ได้ ดีที่ไม่หล่นลงไปที่ปลาย เพราะลมแรงขนาดนี้เธอคงปีนขึ้นมาไม่ได้แน่
"โอ๊ย ชีวิตมันจะเสี่ยงอะไรขนาดนี้เนี่ย" เกาะเชือกไปบ่นไป ตอนนี้แหกปากมากไม่ได้ ลมแรงเหวี่ยงเธอไปมา
"ในที่สุด" อันดาโล่งใจที่ลงมานั่งกลางลังไม้ขนาดใหญ่ได้สำเร็จ
"สาบานเลยจะไม่โดดร่มอีกแล้วเข็ดจนตายเลย แต่เอ๊ะ"เธอเพิ่งนึกได้ว่ามีร่มสำรอง
"เวรกรรม! เนี่ยเขาถึงว่าสติไม่มาปัญญาไม่เกิด เกือบไปแล้วไง ในขณะที่กำลังจะสบายใจก็มีลมหมุนมาจากไหนก็ไม่รู้ กระชากเธอและลังไม้เข้าไปอยู่ในศูนย์กลางพายุหมุนนั้น
"โอ๊ย!อะไรอีกวะเนี่ย!"อันดาเกาะลังไม้แน่น แต่แรงของเธอหรือจะสู้พลังธรรมชาติ ตอนที่ลังและเธอหลุดออกจากพายุหมุนนั้น เธอก็ถูกเหวี่ยงออกจากลังไปแล้ว
"อ๊าาา! ช่วยด้วย!คุณตา!" อันดาร้องเรียกคุณตาที่ให้ของวิเศษกับเธอ แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้เธอเข้ามิติไม่ได้และแรงเหวี่ยงนั่นทำให้ตัวเธอกำลังจะไปกระแทกกับหน้สผาด้านหน้า
ในเสี้ยวนาทีแหล่งความสิ้นหวังที่ตัวเธอกำลังจะกระแทกก็รู้สึกได้ว่ามีแรงกระชากตัวเธอเข้าไปในอ้อมกอด แล้วมีเสียงพูดว่า
"จับแน่นๆ"
"ได้!" เธอหลับตาปี๋แล้วกอดคนที่เข้ามาช่วยแน่น จนเวลาผ่านไป เจอรู้สึกว่าตัวเธอไม่ได้อยู่ในอากาศแล้วแต่ใครจะแน่ใจได้ว่าเธอไม่คิดไปเอง ถ้าปล่อยมือแล้วร่วงลงไปคงศพไม่สวยเป็แน่
"ปล่อยได้แล้ว"เสียงทุ้มบอกเธอ
"แน่ใจนะ"อันดายังคงหลับตาอยู่
"ลงไปได้แล้ว"เสียงนั่นเริ่มหงุดหงิด
ภาพที่อันดาเห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาคือใบหน้าดำคล้ำเต็มไปด้วยหนวดเครา แล้วเธอเกาะเขาโดยเอาขาเกี่ยวเอวของเขาเหมือนลูกลิงเกาะแม่ลิงยังไวยังงั้น
"อ้อ ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิต"อันดาสามารถพูดภาษานี้ได้สบาย เพราะเป็ภาษาที่ลุงชางใช้พูดเวลาเมาแล้วเอาแต่บ่นถึงลูกและเมียที่ทิ้งเขาไป
อันดาโดดลงจากตัวชายผู้ช่วยชีวิตร่างสูง เธอเองก็ไม่ใช่คนตัวเล็ก แต่คนๆ นี้ตัวใหญ่กว่าฟาเบรียนพ่อของเธอเสียอีก กำลังจะโค้งขอบคุณก็ถูกชายคนนี้นกระชากคอเสื้อจนตัวเธอลอย
"เ้าเป็ใคร ไอ้หนู"ชายคนนั้นถามเธอ
"เดี๋ยว! อ็อก หะ หายใจไม่ออก ปล่อย ปล่อยก่อน"อันดาใจู่ๆ คนช่วยชีวิตกลับจะมาเอาชีวิตเธอซะงั้น
"โอ๊ย!" ชายคนนั้นปล่อยมือแต่เธอไม่ตั้งตัวจึงหล่นลงไปกองกับพื้น
"เ้าเป็สายลับจากเป่ยซานใช่หรือไม่!"ชายอีกคนนึงใช้ของมีคมปลายแหลมจึ้ที่คอเธอ
"หมู่บ้านนี้ชื่อเป่ยซานเหรอ ฉันไม่ได้เป็สายลับ ฉันเป็แพทย์อาสา"อันดาตอบอย่างจริงใจก่อนที่กระบี่มันจะบาดคอเธอ
"แพทย์อาสา เ้าน่ะหรือ"ชายคนที่ถือกระบี่ถาม
"ก็ใช่น่ะสิ นี่ถ้าฉันเป็สายลับแล้วไม่คิดว่าเปิดตัวโจ่งแจ้งไปหรือไง"อันดาชักหงุดหงิด
เธอเริ่มรู้สึกตัวว่าจะหน้ามืดเพราะคนตัวใหญ่ยืนบังแสงอาทิตย์จนมืดไปหมดเลย
"เ้ามาจากไหน พูดจาแปลกๆ"ชายที่ช่วยชีวิตถาม
"มาจากหลายที่ แต่บ้านอยู่ลียงภาคใต้ของฝรั่งเศสน่ะ"อันดาตอบไป
"เมืองเ้าชื่อลียงหรือ"ชายคนนั้นถาม
"ใช่ อยู่ไกลจากที่นี่มาก ฉันมาช่วยผู้ลี้ภัยที่อยู่ในป่าน่ะ"อันดาตอบ
"แล้วทำไมเ้าหล่นลงมาจากฟ้าได้"เขาถาม
"ฉันมากับเฮลิคอปเตอร์ แล้วโดดร่มลงมาน่ะ แต่เจอพายุหมุนเข้าน่ะสิ อ้อ มีใครเห็นลังไม้ที่ลอยมาพร้อมกันกับฉันบ้างมั้ย"อันดาถาม
"ใช่หีบไม้ใหญ่ๆ ที่มีผ้าคลุมนั่นหรือเปล่า" ชายอีกคนชี้ไปยอดไม้ที่มีลังไม้ห้อยอยู่
"ใช่แล้ว พวกคุณช่วยเอาลงมาให้หน่อยสิ ในนั้นมีทั้งยาและอาหาร เอาลงมาให้หน่อยนะ"อันดาขอร้อง โชคดีจริงๆ ที่ไม่ตกลงมาแตก
"พวกเข้าไปช่วยกันเอาลงมา"ชายตัวใหญ่ดูเหมือนน่าจะเป็หัวหน้าสั่งลูกน้อง
"นอกจากฉันแล้วพวกคุณเห็นคนอื่นอีกมั้ย" อันดาถาม
"ไม่มี"หัวหน้าหมู่บ้านตอบ
"สงสัยฉันโดนหอบมาจากจุดที่มาร์คไว้ แต่ทำไมมีพวกคุณอีกกลุ่มหรือพวกผู้สำรวจหาพวกคุณไม่พบกันนะ" อันดาใช้ความคิดอย่างหนัก พยายามคลำหาเข็มทิศ
"มาแล้ว ก็เอาไปที่ฐานทัพ เ้ามากับข้าด้วยเ้าหนู"หัวหน้าหมู่บ้านหันไปสั่งให้ลูกน้องยกลังเสบียงกลับพร้อมกับผ้าใบของร่ม
เหตุที่พวกเขาเข้าใจอย่างนั้นก็ไม่แปลก เพราะอันดานั้นอยู่ในชุดปฏิบัติการสีเขียวขี้ม้า ยังมีร่มติดอยู่กับตัว เธอสวมหมวกหนังและแว่นกันลมของนักบิน ที่สำคัญด้านในเธอใส่เกราะกันะุที่เป็กฏเหล็กว่าทุกคนต้องใส่เวลาปฏิบัติการภาคสนามเพื่อป้องกันตัว
แล้วตัวเธอก็ค่อนข้างสูงที่สำคัญผมของเธอสั้นเป็ทรงpixie ที่สั้นเอามากๆ เพราะเธอเพิ่งใช้ปัตตาเลี่ยนไถด้านหลังก่อนมาออกมาปฏิบัติการ เพื่อให้สะดวกต่อการทำงาน และเป็การพลางตัว เพราะเธอนั้นเองเป็ผู้หญิง ในสถานการณ์วิกฤติไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีการจู่โจมจากฝ่ายผู้ก่อการร้าย
"เรียกใครไอ้หนู ฉันชื่ออันดาแล้วลุงน่ะชื่ออะไร" คำถามของเธอทำให้พวกทหารที่มาตัวถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง
ไอ้เด็กนี่มันไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนถึงเรียกท่านแม่ทัพว่าลุง วอนตายโดยไม่รู้ตัว
"ข้าชื่อหยางเจียจุ้น"แม่ทัพหยางตอบโดยที่หัวของอันดายังอยู่บนบ่า
"งั้นฉันเรียกคุณว่าคุณหยาง หรือให้เรียกว่าท่านแม่ทัพดีล่ะ"อันดาถาม
"เ้าเด็กบ้า"คนสนิทของท่านแม่ทัพอยากจะเขกกะโหลกไอ้เด็กน่าตายนี่จริงๆ ลามปามเกินไป เสียแต่ไม่กล้าเพราะสายตาของท่านแม่ทัพนั้นแทบจะแทงทะลุหัวใจของเขาไปเสียก่อน
"เรียกข้าว่าพี่หยาง ถ้าเรียกลุงเ้าตาย แล้วเก็บคำพูดประหลาดๆ ไว้กับตัว เรียนรู้ภาษาของคนที่นี่"แม่ทัพหยางตอบ ดูเหมือนเ้าเด็กหนุ่มนี่น่าสนใจไม่น้อย
เพราะเป็คนเดียวที่กล้ามองตาเขาเวลาพูดนอกจากคนในครอบครัวหรือคนที่อยู่ในระดับชั้นเดียวกันแค่บางคนเท่านั้นที่กล้ามองเขาตรงๆ และยิ่งมีน้อยคนที่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับเขา
"ได้เลยพี่หยาง ฉันเอ๊ยข้าจะจำไว้ เอาไว้ให้เปิดลังไม้นั่นก่อนฉันข้าจะเลี้ยงข้าวพวกท่านเอง" พวกเขาเดินกลับเข้าฐานทัพที่ใกล้กับหน้าผา
ที่จริงแม่ทัพหยางเพิ่งออกมาปล่อยเหยี่ยวส่งข่าวกลับไปเมืองหลวง ระหว่างทางกลับ เห็นลมหมุนแล้วมีบางอย่างกระเด็นออกมา
เขาจึงะโขึ้นไปดูและรับตัวอันดาไว้ทันก่อนที่เธอจะกระแทกกับหน้าผา
"เ้าบอกว่าเ้าโดดร่มมา มีคนอื่นโดด พวกเขาไม่ตายกันหรือไร"หยางเจียจุ้นถามอันดา
"ไม่หรอกเพราะพอโดดมาได้สักระยะนึงร่มก็จะกางออกมา ท่านดูที่ติดลังไม้นั่นสิ นั่นเรียกว่าร่มชูชีพ มันจะเป็ตัวผ่อนความเร็วไม่ให้เราตกกระแทกพื้นเร็วเกินไป
"แล้วทำไมเ้าถึงไม่ใช้ร่มชูชีพล่ะ"หยางเจียจุ้นถาม
"คือว่า....ร่มมันไม่กางน่ะ"อันดาตอบหน้าตาเฉย
________________________________
ฝากเื่นี้ไว้ด้วยนะคะ