วาสนาพานพบบรรจบรัก (นิยายแปลจีน)

    ตอนที่ 22 การยอมให้กันต่อหน้าอาหาร (2)

    ตอนที่ 22 การยอมให้กันต่อหน้าอาหาร (2)

            อันเสี่ยวเย่ว์รู้สึกปวดร้าวในใจและรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก บางทีนี่อาจเป็นการปกป้องจากแม่อ่อนแอที่มีต่อลูก! แม้ว่านางจะมีไม่มาก แต่กลับยอมยกให้ลูกของตน ที่น่าสงสารที่สุดก็คือหัวอกของพ่อแม่!

            “ท่านแม่ หากว่าท่านไม่กิน พวกเราสามคนก็ไม่กิน ปล่อยให้ของพวกนี้เน่าเสียไปเลย” อันเสี่ยวเย่ว์รู้ว่านี่เป็นวิธีเดียวที่จะบีบให้หลิ่วซื่อกินได้

            อันเสี่ยวเย่ว์หยิบขาเป็ดที่กัดไปคำเล็กๆ ชิ้นนั้นกับซาลาเปาไส้เนื้อลูกใหญ่สองลูกใส่มือของหลิ่วซื่อ “ท่านแม่ ขอแค่ท่านแม่ได้กินดีๆ ร่างกายแข็งแรง ถึงจะสามารถดูแลพวกเราสามคนพี่น้องได้ เด็กที่ไม่มีแม่ต่างหากที่น่าสงสารที่สุด ชีวิตของพวกเราเป็นแบบนี้แล้ว พวกเรายิ่งต้องการท่านแม่และท่านพ่อคอยปกป้องพวกเรานะเจ้าคะ”

            “ได้ ได้ แม่กิน! แม่กิน!” หลิ่วซื่อกัดซาลาเปาคำใหญ่ “พวกเจ้าต่างเป็นเด็กกตัญญู แม่ไม่เสียแรงที่รักพวกเจ้าเลย แต่พ่อแม่ช่างไร้ประโยชน์! ทำให้พวกเจ้าได้รับความไม่เป็นธรรมไม่น้อย”

            “ท่านแม่ ตอนนี้พี่หญิงรองเป็นคนที่ฉลาดที่สุด มีพี่หญิงรองอยู่ ต่อไปพวกเราจะไม่ถูกรังแกแล้ว” อันหยวนเซิงเข้ามาในอ้อมอกของหลิ่วซื่อ

            อันเสี่ยวหลีพูดเช่นกันว่า “ท่านแม่ ชีวิตเราต้องดีขึ้นแน่”

            อันเสี่ยวเย่ว์สูดลมหายใจลึกๆ เพื่อให้หลิ่วซื่อเชื่อใจนาง นางทำได้เพียงเลือกที่จะโกหก “ท่านแม่ เชื่อข้า หลายปีมานี้ข้าสมองทื่อโง่งม เป็นเพราะว่าวิญญาณของข้ากำลังร่ำเรียนกับผู้มีวิชาความรู้อยู่ พอเรียนได้แล้ว วิญญาณของข้าก็กลับมาเข้าร่าง แน่นอนว่าไม่เป็นคนโง่งมอีกต่อไป มีข้าอยู่ พวกเราไม่ต้องถูกรังแกอีก เรื่องที่เกิดขึ้นหลายวันมานี้ ท่านยังไม่เชื่ออีกหรือ”

            “แม่เชื่อ แม่เชื่อแล้ว! เสี่ยวเย่ว์ของแม่ไม่เพียงแต่จะกลับมา แต่ยังเอาความรู้กลับมาด้วย” ใบหน้าของหลิ่วซื่อในตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตา

            “ดังนั้น ไม่ต้องไม่กล้ากินของพวกนี้ ข้ารับรองว่าต่อไปพวกเราจะต้องได้กินดีกว่านี้!” อันเสี่ยวเย่ว์กำหมัด คำรับรองนี้ของนางมาจากส่วนลึกในใจ แม้ว่านางจะข้ามมิติมา แต่กลับถูกความเอาใจใส่ทำให้ซาบซึ้ง และอยากจะดูแลครอบครัวของตนให้ดียิ่งขึ้น

            พูดไปแล้วก็บังเอิญ เวลานี้อันลี่เปิ่นที่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ก็กลับมา และกำลังถอนขนไก่ที่จับมาได้อยู่ที่ลานบ้าน

            “ไปนานขนาดนี้ ล่ามาได้แค่ไก่ป่าตัวเดียวหรือ ทำไมเจ้าถึงได้โง่ขนาดนี้” หม่าซื่อด่าทออยู่ที่ลานบ้าน

            “ท่านแม่ ข้าจะไปเรียกท่านพ่อกลับมา เขาจะต้องหิวแล้วแน่ๆ” อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มร่า “ท่านแม่ ถ้าท่านพ่อไม่กล้ากิน ท่านช่วยเตือนเขาหน่อยนะ!”

            หม่าซื่อเดิมทีก็เหนื่อยอยู่แล้ว ด่าทอสักพักก็เอาไก่ป่าเข้าไปในครัว นางต้องไปจัดการสักหน่อย พรุ่งนี้จะได้ทำอาหารบำรุงร่างกายให้อันหยวนเฟิง ส่วนอันเสี่ยวเย่ว์ก็ไปลากอันลี่เปิ่น “ท่านพ่อ ไป กลับบ้านกัน”

            “ท่านย่าเจ้ายังไม่อนุญาตเลย!” อันลี่เปิ่นเป็นคนซื่อตรง หม่าซื่อยังไม่พูดว่าให้เขากลับไปพักผ่อน เขาก็ยืนอยู่ที่ลานบ้านไม่กล้าขยับ จ้องไปทางห้องครัว

            อันเสี่ยวเย่ว์แทบบ้า คิดไม่ถึงว่าอันลี่เปิ่นยังขี้ขลาดกว่าหลิ่วซื่อเสียอีก

            “ท่านย่า พ่อข้าบอกว่าพรุ่งนี้จะขึ้นเขาแต่เช้า ข้าให้เขารีบกลับไปพัก รักษากำลังเอาไว้ พรุ่งนี้ไม่แน่ว่าอาจจะล่าอะไรดีๆ มาได้” อันเสี่ยวเย่ว์ตะโกนเข้าไปในครัว

            “เป็นพวกตัวขี้เกียจมาเกิดทั้งนั้น ไสหัวกลับไปนอน!” หม่าซื่อตะคอกอย่างอารมณ์เสีย

            อันเสี่ยวเย่ว์รีบดึงอันลี่เปิ่นกลับบ้าน “ท่านแม่ ท่านพ่อกลับมาแล้ว”

            “ท่านพ่อ กิน!” อันหยวนเซิงเอาซาลาเปาลูกใหญ่ยัดใส่มือของอันลี่เปิ่น “ต้องเบาเสียงหน่อย อย่าให้ข้างนอกได้ยิน”

            อันลี่เปิ่นตกใจแทบแย่ เขามองอาหารที่วางบนตั่งที่นอน ขาก็คล้ายจะอ่อนยวบ “นี่...นี่...”

            หลิ่วซื่อรีบเข้ามาอธิบาย บอกที่มาที่ไปของสิ่งเหล่านี้ให้ฟัง และเกลี้ยกล่อมอันลี่เปิ่นว่า “พ่อนางหนู เรื่องเป็นแบบนี้แล้ว กินให้มากหน่อยเถอะ! พรุ่งนี้ท่านยังต้องไปล่าสัตว์ข้างนอกอีก ทั้งยังกินไม่อิ่ม”

            “เป็นข้าไร้ความสามารถ! ทำให้พวกเจ้าแม่ลูกไม่มีอาหารให้กินอิ่มท้อง ไม่มีเสื้อผ้าอุ่นๆ ให้ใส่” อันลี่เปิ่นทุบลงบนตั่งที่นอน “ข้าไม่มีหน้าจะกิน ข้าเป็นผู้ชายแท้ๆ จะกินอาหารที่ภรรยาและลูกเอามาไม่ได้ ข้าจะกินของที่ลูกๆ เอามาได้อย่างไร แม่นางหนู เจ้ากินกับลูกๆ เถอะ”

            อันเสี่ยวเย่ว์รู้สึกว่าบรรยากาศในตอนนี้เหมาะมากที่จะพูดเรื่องแยกบ้าน จึงพูดขึ้นว่า “ท่านพ่อ ท่านรู้ไหมว่าเพราะอะไรพวกเราถึงไม่มีอาหารให้กินจนอิ่ม ไม่มีเสื้อผ้าอุ่นๆ ให้ใส่ ไม่ใช่เพราะว่าท่านพ่อพยายามไม่มากพอ และไม่ใช่เพราะว่าท่านแม่จัดการเรื่องได้ไม่ดี แต่เพราะว่าพวกเราไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมมาก่อนเลย ถูกพวกท่านย่า อาสามและอาสี่รังแกมาตลอด ดังนั้น ที่ข้าอยากจะพูดก็คือ...แยกบ้าน! ต่อให้ตอนนี้ยังแยกไม่ได้ แต่นับจากนี้เป็นต้นไป จะต้องคิดหาวิธี”

            

            “อะไรนะ” อันลี่เปิ่นตกใจ เดิมก็ถูกของกินพวกนี้ทำเอาขาอ่อนแล้ว แต่การที่อันเสี่ยวเย่ว์พูดว่า ‘แยกบ้าน’ ออกมา อันลี่เปิ่นก็ทรุดลงไปนั่งที่พื้นทันที

    คล้ายกับเรื่องวาสนาพานพบบรรจบรัก (นิยายแปลจีน) ที่คุณอ่าน