ตอนที่ 36
เงื่อนไข
เช้าวันถัดมาศิษย์ขั้นที่หนึ่งผู้นั้นก็มาส่งข่าวให้กับลู่หานอีกครั้งในสถานที่เดิมโดยอีกฝ่ายก็บอกว่าท่านผู้อาวุโสสามยอมรับข้อเสนอในภารกิจครั้งนี้ด้วยจำนวนเงิน 20,000 ตำลึง
ไม่เพียงแค่เขานั้นมาบอกกล่าวว่าผู้อาวุโสสามยอมรับแต่ว่าเขานั้นยังแบกเงินถุงใหญ่มาให้ลูกหานในครั้งเดียวกันด้วย ลู่หานเองก็ประหลาดใจยิ่งนักว่าเหตุใดผู้อาวุโสสามถึงยอมทุ่มทุนขนาดนี้เพียงแค่การได้รู้อันใดบางอย่างเกี่ยวกับตัวของเขา
แต่เมื่ออีกฝ่ายนำเงินมาให้ถึงที่ลู่หานก็รับมันไว้อย่างไม่รีรอ และศิษย์ขั้นที่ 1 ผู้นั้นก็ส่งมอบรายละเอียดของภารกิจให้กับลู่หานได้เอาไปอ่านเขารับมันไว้แล้วแยกย้ายจากศิษย์ผู้นั้นไป
บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มที่มีใบหน้าหล่อเหลาแฝงไปด้วยความสง่างามก็เดินกลับมาที่เรือนเล็กๆของตนเองใจกลางยอดเขาหวนหลงพร้อมกับถุงเงินขนาดใหญ่กับกระดาษแผ่นใหญ่อีก 1 แผ่น
เมื่อกลับมาถึงเรือนของตนเองลู่หานก็นำเงินจำนวน 20000 ตำลึงที่ตนเองได้มาไปเก็บรักษาไว้อย่างดี ก่อนที่ตัวเขาจะมานั่งอ่านรายละเอียดของภารกิจที่เขาเพิ่งได้รับมา
โดยเมื่อวานเขาก็ได้อ่านคร่าวๆในจดหมายฉบับแรกมาแล้วว่ามันคือการที่ไปสังหารสัตว์อสูรตะขาบพันปีที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งทางทิศใต้ของสำนักอักษรสวรรค์
ตะขาบพันปีมันเป็นสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับสูงเหมือนกับแมงมุมเหล็ก 20 ขาที่เขานั้นเคยต่อสู้ด้วยภายในป่าราตรีมรณะครั้งที่ ออกเดินทางไปหุบเขาไร้ตะวันกับท่านมหาปราชญ์แห่งยุค
ตอนนั้นเขามีดวงแก้วเปลวเพลิงที่เป็นศาสตราวิญญาณระดับเทวะอยู่ในมือเพื่อใช้ในการต่อสู้กับแมงมุมเหล็ก 20 ขาที่เป็นสัตว์อสูรระดับสูง ตอนนี้เขาจะต้องเดินทางไปสังหารตะขาบพันปีโดยไม่มีดวงแก้วเปลวเพลิงติดตัวแล้ว ลู่หานเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภายในใจของเขานั้นก็รู้สึกเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย
ไม่ว่าตอนนี้ทักษะบ่มเพาะภายในร่างกายของเขามันจะถูกบ่มเพาะขึ้นมาจนอยู่ในระดับที่สูงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าแต่ว่า สัตว์อสูรระดับสูงผู้ฝึกยุทธที่คู่ควรกับการต่อสู้กับมันน่าจะมีทักษะบ่มเพาะรากฐานอยู่ในระดับบรรลุพลังแห่งการบ่มเพาะสีทองหรือมากกว่านั้น
แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสถ้าเขาวางแผนเป็นอย่างดีมันก็มีโอกาสที่จะชนะเจ้าตะขาบพันปีได้
ลู่หานเริ่มอ่านเนื้อหาของภารกิจที่ถูกขีดเขียนอยู่ภายในกระดาษแผ่นใหญ่ที่เขาได้รับมา หลังจากที่ได้อ่านสิ่งที่อยู่ด้านในมันก็ทำให้ลู่หานรู้ถึงสถานที่ที่ตะขาบพันปีปรากฏกายออกมา และเงื่อนไขของภารกิจครั้งนี้ก็คือการสังหารและนำร่างของมันกลับมาที่สำนักอักษรสวรรค์ให้กับผู้อาวุโสสาม
เมื่ออ่านทุกอย่างจนละเอียดลู่หานก็พับกระดาษแผ่นนั้นเก็บ จากนั้นก็เริ่มมานั่งคิดถึงภารกิจครั้งนี้ที่เขาได้รับ
ตะขาบพันปีเองก็เป็นหนึ่งในสัตว์อสูรที่ปรากฏกายออกมาในเรื่องนิยายจ้าวกระบี่สวรรค์สยบฟ้า มันเป็นสัตว์อสูรระดับสูงที่ภายในนิยายกล่าวไว้ว่ามีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ประมาณ 4-5 เท่า จะปรากฏกายออกมาในยามราตรีเพื่อหาอาหารและอาหารของมันก็คือเนื้อของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่า
เจ้าตะขาบพันปีสิ่งที่น่ากลัวของมันก็คือพิษที่ร้ายแรงที่กล่าวว่าผู้ใดโดนพิษของมันเล่นงานแล้วไม่มียาถอนพิษจะต้องตายภายใน 3 วัน
การต่อสู้กับตะขาบพันปีลู่หานเองก็ต้องเตรียมยาถอนพิษเอาไว้ในกรณีที่ฉุกเฉินที่สุดเพราะในตอนนี้เขานั้นยังไม่สามารถฝึกฝนทักษะบ่มเพาะราชันหมื่นพิษได้สำเร็จ
ถ้าเขานั้นสามารถฝึกฝนทักษะบ่มเพาะราชันหมื่นพิษได้สำเร็จเพียงแค่พิษของตะขาบพันปีคงไม่สามารถทำอันใดร่างกายของเขาได้ แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางจะฝึกฝนทักษะบ่มเพาะราชันหมื่นพิษได้สำเร็จก่อนไปทำภารกิจอย่างแน่นอน
ภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ภายในเนื้อหาของภารกิจผู้อาวุโสสามได้บอกกับเขาไว้ว่าให้ออกเดินทางภายใน 3 วัน การที่ตะขาบพันปีรุกรานอยู่ภายในหมู่บ้านมันย่อมแปลว่าชีวิตของเหล่าชาวบ้านนั้นจะไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอน
ลู่หานคิดต่อถึงวิธีการจะเอาชนะเจ้าตะขาบพันปีได้ ตอนนี้เขามีเพียงแค่ทักษะบ่มเพาะ 2 ดาราเคียงฟ้าที่ไม่ได้ส่งเสริมในการต่อสู้และทักษะบ่มเพาะรากฐานเท่านั้น วิชาต่อสู้ที่มีติดตัวอยู่ก็เพียงแค่การต่อสู้ที่เรียนจากผู้เป็นอาจารย์และปราณกระบี่ลอกเลียนแบบเท่านั้น
ตอนนี้พลังของเขามันยังน้อยเกินไปในการต่อสู้กับตะขาบพันปีอย่างซึ่งๆหน้าเลยต้องคิดทางกำจัดมันในแบบอื่น การจะใช้เสี่ยวเฟิงในการโจมตีมันก็ต้องหาโอกาสดีๆ
เสี่ยวเฟิงเป็นสัตว์อสูรระดับราชันย์อสูรความสามารถในการดูดกลืนพลังวิญญาณของมันถ้าเขานั้นใช้เหมือนกับในตอนที่ใช้ใส่เจ้าแมงมุมเหล็ก 20 ขามันก็คงจะได้ผล แต่ว่าปัญหามันจะติดอยู่ตรงที่ตะขาบพันปีมันจะเคลื่อนไหวอยู่ใต้พื้นดินไม่ปรากฏตัวออกมาจนกว่าจะโจมตีเหยื่อ ความสามารถของเสี่ยวเฟิงที่เป็นอินทรีเพลิงฟ้ามันจะใช้ได้ต่อเมื่อศัตรูอยู่ตรงหน้าและเห็นตัวเท่านั้น
ลู่หานคิดอยู่เช่นนี้จนผ่านไปสักพักเขาก็เริ่มคิดวิธีที่จะต่อสู้กับมันออก แต่วิธีที่คิดได้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะสามารถใช้ได้หรือไม่
“ เอาละแบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว ” ลู่หานพึมพำออกมา ตอนนี้ก็เป็นเวลาประมาณเที่ยงวันอีก 3 วันเขาจะต้องออกเดินทางไปทางทิศใต้เพื่อไปกำจัดตะขาบพันปีเพราะฉะนั้นตอนนี้เขาต้องกระทำเรื่องบางอย่างเสียก่อน
บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มที่มีใบหน้าหล่อเหลาเป็นทุนเดิมลุกขึ้นจากเก้าอี้ตำแหน่งประธานภายในห้องโถงเล็กๆของตนเองแล้วมุ่งตรงไปที่หมู่บ้านด้านล่างตีนเขาทันที
ลู่หานมาในหมู่บ้านครั้งนี้ดูเหมือนว่าพื้นที่ภายในหมู่บ้านก็ล้วนแต่ถูกซ่อมแซมจนเรียกได้ว่าสำเร็จไป 8 ใน 10 ส่วนแล้ว และการปรากฏการณ์ของเขาในตอนนี้ก็มีชาวบ้านมากมายเข้ามาทักทายเขาอย่างเป็นมิตรเพราะว่าลู่หานถือเป็นผู้มีพระคุณของหมู่บ้านนี้
ไม่ว่าเขาจะเดินไปส่วนไหนของหมู่บ้านก็มีแต่คนยกมือคำนับเขา จนลู่หานหน้าตาใหญ่จนคับหมู่บ้านแห่งนี้ไปแล้ว รอยยิ้มแห่งความสุขของเหล่าชาวบ้านส่งผ่านมาถึงเขาจนทำให้ใบหน้าหล่อเหลาเป็นทุนเดิมนั้นฉีกยิ้มออกมาอย่างไม่หุบ
แต่ครั้งนี้ที่เขามาที่หมู่บ้านเพื่อจะมาหาท่านเถ้าแก่เกาที่เป็นพ่อค้าเร่ประจําหมู่บ้านแห่งนี้ ลู่หานมุ่งตรงไปที่ท้ายหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากตรงส่วนกลางของหมู่บ้านไม่กี่สิบเมตร
เมื่อไปถึงในวันนี้ร้านของเถ้าแก่เกาก็เปิดแล้ว บุรุษวัยประมาณเลขสามที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำตาลเข้มที่นั่งเฝ้าอยู่ด้านหน้าของร้านเมื่อเห็นท่านลู่หานเดินมาแต่ไกลก็สะดุ้งขึ้นมาพร้อมกับจัดเตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อรอต้อนรับ
เมื่อลู่หานเดินมาถึงอีกฝ่ายก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันเบื้องหน้าแล้วคารวะลู่หานก่อนตามมารยาท “ ข้าคารวะท่านลู่หาน ”
ลู่หานเองก็กระทำเช่นกันสองมือของเขายกขึ้นมาประสานกันเบื้องหน้าพร้อมกับกล่าวกลับไป “ คารวะเถ้าแก่เกาขอรับ ”
“ วันนี้ท่านลู่หานเดินทางมาหาข้ามีเรื่องอันใดให้ข้ารับใช้งั้นหรือขอรับ ” อีกฝ่ายออกมาด้วยท่าทางนอบน้อม
ลู่หานเองก็แสดงจุดประสงค์ของตนเองออกมาทันที มือของเขาล้วงเข้าไปภายในอาภรณ์ก่อนจะนำกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาแล้วส่งให้กับเถ้าแก่เกาที่ยืนอยู่ด้านหน้า
อีกฝ่ายก็รับมันไปด้วยท่าทางที่งุนงงก่อนที่จะเปิดดูสิ่งที่เขียนอยู่ด้านในกระดาษแผ่นนั้น ด้านในมันคือรายชื่อของเมล็ดที่ลู่หานอยากจะได้แล้วจะไหว้วานให้ตัวของเกาซุนผู้นี้ไปหามาให้ในตอนที่ จะออกเดินทางไปตามเมืองต่างๆ
ดวงตาทั้งสองข้างของเถ้าแก่เกาก็กวาดมองรายชื่อของสมุนไพรที่ถูกขีดเขียนขึ้นมาอยู่ในกระดาษภายในมือของตนเอง
“ เมล็ดต้นหญ้าสวรรค์ เมล็ดต้นร้อยพิษ เมล็ดต้นเห็ดพิษ เมล็ดต้นเก้าดาราหวนคืน และก็เมล็ดต้นหัวใจมังกรปฐพี!!!! ” เถ้าแก่เกาไล่เรียงรายชื่อเมล็ดที่ลู่หานเขียนอยู่ด้านในออกมาภายในครั้งเดียว
ทุกอย่างมันเป็นเมล็ดของพืชสมุนไพรชั้นสูงทั้งหมด เกาซุนที่ได้อ่านรายชื่อของเมล็ดสมุนไพรทั้งหมดก็ต่างดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก การที่ท่านลู่หานนำกระดาษแผ่นนี้มาให้เขาตัวของเกาซุนเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่ามันคือของที่ท่านลู่หานอยากจะให้เขาออกไปตามหามาให้
“ ท่านอยากได้ของพวกนี้หรือขอรับ ” เกาซุนเอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าที่ยังคงความตื่นตระหนกอยู่หลายส่วน
ลู่หานพยักหน้าขึ้นลงไปตอบรับกลับไป
“ ครั้งหน้าถ้าท่านออกไปช่วยหาเมล็ดของสมุนไพรพวกนี้มาให้หน่อยได้หรือไม่ขอรับ ” หลิงเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ลองถามดูเพียงเท่านั้นจากเนื้อเรื่องภายในนิยายเรื่องจ้าวกระบี่สวรรค์สยบฟ้ามันทำให้เขารู้ว่าของพวกนี้มันเป็นเมล็ดพืชสมุนไพรชั้นสูงทั้งนั้นการจะหามันมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่การที่ลู่หานมาถามเถ้าแก่เกาเอาไว้เพราะว่าเขานั้นต้องเดินทางไปหลายเมืองเผื่อจะพบเจอเมล็ดของสมุนไพรพวกนี้บ้างจะได้ซื้อและนำกลับมาให้เขา แต่ทำตอบที่ได้กลับมามันก็ทำให้ลู่หานรู้สึกประหลาดใจ
“ ข้าหามันให้ได้ขอรับแต่ว่าราคาของมัน... ” เกาซุนกลับไม่รู้สึกหนักใจในการหาสมุนไพรชั้นสูงแต่กับกังวลใจกับเรื่องราคาของมันต่างหาก สมุนไพรพวกนี้เขารู้แหล่งการหามันเป็นอย่างดีแต่ว่าราคาของพวกมันแต่ละอย่างมีราคามากที่เรียกได้ว่าแพงเลยก็ได้
“ ท่านสามารถหาได้งั้นรึขอรับ!!! ” ลู่หานประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่เกาซุนผู้นี้รับปากจะหามาให้เขาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
“ ขอรับ...แต่ว่าราคาของพวกมัน ” เกาซุนยังรู้สึกเป็นกังวลกับเรื่องราคาของเมล็ดสมุนไพรพวกนี้
“ ท่านไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอกขอรับข้ามีเงินอยู่มากพอสมควรที่จะสามารถซื้อพวกมัน ” ตอนนี้ใบหน้าของลู่หานเต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้วเพียงแค่เขานั้นรู้ว่าสามารถหาพวกเมล็ดสมุนไพรพวกนั้นมาได้เรื่องมันก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะว่าเขานั้นพึ่งได้เงิน 20000 ตำลึงมาจากท่านผู้อาวุโสสาม
“ แต่ว่าตัวข้ามีอีกเรื่องนึงที่อยากจะให้ท่านช่วย ” ลู่หานอดกลั้นความดีใจนั้นของตนเองเอาไว้ก่อนแล้วเอ่ยถึงอีกจุดประสงค์หนึ่งของเขา
จบตอน