บทที่ 67 ดินแดนต้องห้ามจบสิ้นแล้ว
เสี่ยวเหอ ก็โกรธเช่นเดียวกัน นางโกรธชิว เหวินเจี้ยน ที่มาต่อว่านาง และยังไล่นางให้ไสหัวไปอีก แถมนางยังเคืองจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเล็กน้อย ซึ่งเขากล้ามาบอกนางว่าผู้ที่อยู่ระดับเขตแดนนักสู้อาจที่จะสามารถเอาชนะนางได้ “เจ้า...หุบปากเดี๋ยวนี้ใครจะอยากเข้ามาในห้องของเจ้ากัน”
นางจึงปิดประตูใส่ดัง ปั้ง!
“ข้าจะกลับไปที่ห้องของข้าแล้ว” เสี่ยวเหอ ทำหน้าบึ้งและเดินกลับไปยังห้องของตนเองในทันที
ส่วน จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้นางเข้าใจว่าอย่างไรดี ที่ ชิว เหวินเจี้ยนแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เผลอๆ เขาอาจจะไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเลยก็เป็นได้ ‘ทำไมข้าถึงเจอแต่เรื่องน่าปวดหัวเช่นนี้...ข้าหละไม่เข้าใจอารมณ์ของนางเลยจริงๆ’ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ก็ได้เดินกลับห้องส่วนตัวของเขาเช่นกันเพราะถึงจะยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา
และยามค่ำคืนก็มาเยือน
แต่ทว่า ในเวลาต่อมาไม่นานก็เกิดเสียงฟ้าผ่า จนทำให้ทุกคนในดินแดนต้องห้ามอยู่ในความตกใจกันเป็นอย่างมากทุกคนถึงกับมายืนตะโกนเรียก จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม เต็มหน้าปราสาทเลยทีเดียว
“ท่านจักรพรรดินี่มันเกิดอะไรขึ้น....”
“ท่านจักรพรรดิเกิดเรื่องใหญ่แล้ว...”
“...”
เหล่าผู้คนในดินแดนต่างออกมาขอความช่วยเหลือจากจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามกันหมด เนื่องจาก ปรากฏการณ์ในเวลานี้มันราวกับวันสิ้นโลกเลยก็ว่าได้
และแล้วก็ได้มีเสียงอันยิ่งใหญ่ดังขึ้นมา ไ็ได้“ทุกท่านไม่ต้องตกใจกลัว ยังไงซะข้าก็ต้องปกป้องประชาชนทุกคนด้วยชีวิตถ้าหากข้ายังไม่ตาย ก็อย่าหวังว่าจะมีผู้ใดมาทำอันตรายแก่ผู้คนในดินแดนของข้าได้!” เสียงของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามดังลั่นทั่วทั้งดินแดน และยังเป็นเสียงที่พูดออกมาจากใจจริงอีกด้วย
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยน ได้ยินเช่นนั้นเขาก็พึมพำขึ้นมาเบาๆไม่ให้ใครได้ยิน “ฮึ ฮึ ฮึ...พูดได้ดี แต่ทว่า พวกมันมีพลังสามารถถล่มโลกทั้งใบได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือแล้วนับภาษาอะไรกับดินแดนต้องห้าม...เฮ้อ~ ข้าหละเหนื่อยใจจริงๆที่มีแต่คนนำเรื่องใหญ่ๆมาให้อยู่เรื่อย ...นี่ข้าก็อยากจะกลับมาเกิดใหม่เพื่อที่จะมาใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาๆเหมือนกันนะ!” (ชิว เหวินเจี้ยน หมายถึงตั้งแต่เกิดใหม่มา เขายังไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาเลย)
และแล้ว ก็ได้มีเสียงดังกกึกก้องข้างบนท้องฟ้าที่ดินแดนต้องห้ามตั้งอยู่“ใครกันที่นำพาลูกสาวสุดที่รักของข้าเข้ามายังดวงดาวที่เน่าเฟะเช่นนี้...ถ้ามันผู้นั้นยังไม่เปิดเผยตัวตนแล้วหละก็ข้าจะทำลายดาวดวงนี้ทิ้งไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก!”เป็นเสียงที่ฟังดูเก่าแก่โบราณเป็นอย่างมาก ถ้าให้ ชิว เหวินเจี้ยน คาดเดา ผู้ที่กำลังกล่าวอยู่น่าจะมีอายุขัยประมาณเป็นแสนปีเลยทีเดียว
และแน่นอน ผู้ที่มีอายุขัยถึงแสนปีจะต้องมีพลังยุทธ์ขั้นสุดยอดอยู่แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นจะไปมีอายุถึงขนาดนั้นได้เช่นไร
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่เคยกล่าวออกมาเพื่อให้ประชาชนหายตื่นกลัว แต่ทว่าตอนนี้ เขากลับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะยืนอยู่แล้วเพราะโดนพลังกดดันมหาศาลโถมเข้าใส่ จึงทำให้ ไม่สามารถทำอะไรได้ราวกับคนที่ตายไปแล้วนั่นเอง
แต่จู่ๆกลับมีเสียงของเด็กสาวนางหนึ่งดังขึ้นมา “ท่านพ่อ ข้าผิดเองที่หนีออกมาจากที่นั่นถ้าท่านต้องการชีวิต ก็เอาชีวิตลูกไปเถิด ผู้คนในดาวดวงนี้ไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย” แน่นอนว่า เป็นเสียงใสๆ ของ เสี่ยวเหอนั่นเอง
เมื่อนางกล่าวจบ แรงกดดันทั้งหมดก็ถูกเก็บเข้าไปในทันทีไม่เหลือแรงกดดันอะไรอีกต่อไป แล้วก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาว่า “นี่เจ้าคิดว่าพูดเช่นนี้กับพ่อ แล้วพ่อจะยอมปล่อยไปเช่นนั้นหรือ...ส่วนไอเต่าหดหัวก็ออกมาซะบ้างใครคือผู้ที่ลักพาตัวลูกสาวข้าเข้ามาในสถานที่แห่งนี้”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามไม่เกรงกลัวคำว่าตายอยู่แล้วในเวลานี้ เนื่องจากดินแดนต้องห้าม อย่างน้อยก็ยังมีชิว เหวินเจี้ยน และ ชิว ซานฟู่ ช่วยเหลืออยู่ ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาผู้คนในตระกูลชิว จะขึ้นมาดูแลต่อในทันที “เป็นข้าเอง...”เสียงของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามดังขึ้นมาให้ได้ยินกันทั่ว
ประชาชนต่างตกตะลึงกันหมดเพราะว่าคนที่จะนำหายนะมาสู่ดินแดนต้องห้าม กลับเป็น จักรพรรดิของพวกเขานั่นเอง
เสียงที่ดูไม่ได้โกรธเคืองอะไรก็ดังขึ้นมา “ดีดี...เจ้ากล้ามาก ที่ไม่ทำความเคารพ เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าข้า...ก่อนอื่นเลยข้าจะสอนวิธีเคารพผู้ใหญ่เสียก่อน”
ปั้ง~~!!!!!!!!!!!!!!! (เสียงดังมากครับเลยใช้เครื่องหมายตกใจเยอะไปหน่อย^^)
ท่านพ่อของเสี่ยวเหอ ทำให้ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามโดนแรงกดดันอยู่คนเดียว ทำให้เขาถึงกับทรุดตัวลงไปจมอยู่ใต้ดินในทันทีส่วนความลึกนั้น ลึกจนมองไม่เห็นเลยก็ว่าได้ หรือก็คือ ลึกเป็นอย่างมากนั่นเอง
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายถ้าหากว่าเจ้าสามารถอดทนต่อแรงกดดันของข้าได้ภายใน5วัน ข้าจะยกเว้นการทำลายล้างดาวดวงนี้ให้ก็ได้แต่ข้าว่า แค่แรงกดดันเพียงเศษเสี้ยวเดียวของข้า ก็สามารถฆ่าเจ้าได้แล้วหละมั้ง...” เสียงที่ดูเย็นชาได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากข้างบนท้องฟ้า