ไป๋จิ้งเหวินมีความสุขที่เห็นลูกสาวเติบใหญ่แต่ลูกสาวโตแล้วก็ต้องออกจากอ้อมอกของพ่อแม่ไป ความรู้สึกนี้คือขัดแย้งอย่างไร้ทางแก้ที่พ่อแม่ทุกคนบนโลกต้องเผชิญ
ไป๋รั่วเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอ ความรักที่พ่อแม่มีให้เธอนั้นมากมายอยู่เสมอไม่ว่าจะในชาติก่อนหรือชาตินี้ก็ตาม
“ประเดี๋ยวคุณอาก็มีความสุขประเดี๋ยวก็เศร้าใจ ตกลงว่ามีความสุขหรือเศร้าใจมากกว่ากันคะ” ไป๋หรูอวี้ยิ้มอย่างน่าเอ็นดูพลางเอ่ยหยอกล้อ
“มีความสุขสิ มีความสุขมากกว่าอยู่แล้ว” ไป๋จิ้งเหวินยิ้มพลางพูด
“เสวี่ยเอ๋อร์ ลูกดูพ่อของลูกสิ จริงๆเลยเชียว อีกหนึ่งสัปดาห์ก็จะถึงวันเกิดของเสวี่ยเอ๋อร์แล้วคุณอย่าลืมให้ของขวัญเสวี่ยเอ๋อร์ละจิ้งเหวิน” หลิ่วเย่ว์เหมยเอ่ยเตือนความจำ
“น้องเสวี่ยเอ๋อร์อยากจะจัดงานวันเกิดยังไงหรือ”ไป๋หรูอวี้เอ่ยถาม
“ยังไม่ได้คิด ทุกครั้งก็เชิญเพื่อนสนิทหลายๆคนมาที่บ้าน แต่ไอเดียนี้ซ้ำซากเกินไปแล้ว ปีนี้ฉันอยากจัดงานวันเกิดในแบบที่ต่างไปจากเดิม”ไป๋รั่วเสวี่ยเหลือบตามองไป๋หรูอวี้
“ครั้งที่แล้วพวกเราจัดงานวันเกิดให้เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งที่โรงแรมจวินเหานั้นบรรยากาศไม่เลวนะ พนักงานบริการดี แถมยังสร้างบรรยากาศเก่งอาหารก็รสชาติอร่อยด้วย”ไป๋หรูอวี้เสนอขึ้น
“โรงแรมจวินเหาก็ไม่เลวนะอยากไปฉลองวันเกิดที่นั่นไหมล่ะเสวี่ยเอ๋อร์” ไป๋จิ้งเหวินถาม
“ก็ได้นะคะ” ไป๋รั่วเสวี่ยตอบ
“น้องเสวี่ยเอ๋อร์ ตอนงานวันเกิดเธอ พี่จะเรียกคนจากออร์แกไนเซอร์จัดงานมาจัดการให้พี่จะต้องทำให้เธอมีวันเกิดที่ลืมไม่ลงไปตลอดชีวิตแน่นอน” ไป๋หรูอวี้เอ่ยอย่างกระตือรือร้น
ลืมไม่ลงไปตลอดชีวิตแน่นอนว่าจะต้องลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต ไป๋รั่วเสวี่ยมุมปากกระตุกเป็รอยยิ้มเบาบาง
ในชาติก่อน ไป๋หรูอวี้แนะนำไป๋รั่วเสวี่ยให้จัดงานปาร์ตี้วันเกิดที่โรงแรมจวินเหาซึ่งไป๋รั่วเสวี่ยตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิดงานวันเกิดครั้งนั้นเป็งานวันเกิดที่ลืมไม่ลงไปตลอดชีวิตอย่างแท้จริง ชื่อเสียงของไป๋รั่วเสวี่ยถูกทำลายป่นปี้ส่งผลกระทบถึงพ่อแม่และธุรกิจของที่บ้านจนเกือบจะล้มละลาย
“เอาสิ จวินเหาก็จวินเหา ที่ที่คุณพี่เลือกให้ต้องไม่เลวแน่นอน” ไป๋รั่วเสวี่ยตอบตกลงก่อนจะดื่มน้ำผลไม้ในแก้วจนหมดภายในอึกเดียว
เธอไม่ได้เข้าไปเล่นงานไป๋หรูอวี้ในทันทีอีกทั้งยังแสร้งทำเป็สุภาพกับไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นก็เพื่อรอวันนี้
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จไป๋รั่วเสวี่ยก็กลับห้องก่อนจะหลบหายเข้าไปในช่องมิติ
ช่องมิติยังคงใหญ่เท่าเดิม แต่ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างแตกต่างออกไปยกตัวอย่างเช่น ท้องฟ้าที่ก่อนหน้านี้ให้ความรู้สึกมืดครึ้มขมุกขมัวบัดนี้ดูเหมือนจะกระจ่างใสขึ้นเล็กน้อย แต่ไป๋รั่วเสวี่ยก็ไม่แน่ใจว่ารู้สึกไปเองหรือไม่
ไป๋รั่วเสวี่ยเดินมาจนถึงริมบ่อน้ำเธอเข้ามาในช่องมิติก็เพื่อจะยืนยันข้อสันนิฐานของตัวเองที่ว่า น้ำในบ่อน้ำนี้สามารถรักษาอาการาเ็ได้เมื่อเธอยืนที่ข้างบ่อจึงพบว่าปริมาณน้ำในบ่อนั้นเพิ่มขึ้นมากและดูเหมือนน้ำจะใสขึ้นเล็กน้อยด้วยไป๋รั่วเสวี่ยจุ่มมือขวาลงไป ก่อนหน้านี้น้ำยังไม่ทันท่วมทั้งฝ่ามือเธอก็สามารถแตะถึงก้นบ่อได้แล้วแต่ตอนนี้กว่าเธอจะแตะถึงก้นบ่อได้น้ำท่วมขึ้นมาถึงข้อพับแขนแล้ว ในบ่อมีน้ำเพิ่มขึ้นจริงๆด้วย
เป็ที่แน่นอนแล้วว่า ช่องมิติแห่งนี้เป็ช่องมิติแบบเติบโตได้
ไป๋รั่วเสวี่ยกรีดนิ้วมือตัวเองอย่างไร้ความปรานีอีกครั้งจากนั้นจึงนำนิ้วที่มีแผลจุ่มลงในน้ำแล้วจับตามอง แผลที่แช่อยู่ในน้ำหายดีด้วยความเร็วชนิดที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเธอจึงมั่นใจเต็มร้อยแล้วว่าน้ำในบ่อนี้คือน้ำทิพย์ หลังจากนี้หากเธอาเ็ก็จะสามารถใช้น้ำในบ่อนี้รักษาให้หายได้
ไป๋รั่วเสวี่ยยืนขึ้นอย่างพอใจ จี้หยกที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ชิ้นนี้คือสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริงนอกจากนั้นยังพิสูจน์ได้แล้วว่าช่องมิติแห่งนี้สามารถเติบโตได้ ว่าแต่อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ช่องมิติเติบโตกันล่ะ
ไป๋รั่วเสวี่ยมีข้อสันนิษฐานอยู่ในใจหนึ่งอย่างซึ่งในนิยายหลายเื่ก็มีเขียนไว้ว่า หยกสามารถใช้เลื่อนขั้นช่องมิติได้
ไป๋รั่วเสวี่ยค้นหาจี้หยกที่ก่อนหน้านี้ตนโยนเข้ามาในช่องมิติผลคือมีหินก้อนหนึ่งลอยตรงมาหาเธอ หินก้อนนี้รูปร่างเหมือนกับจี้หยกของเธอไม่มีผิดเพี้ยนไป๋รั่วเสวี่ยกระจ่างแก่ใจว่าหยกคือปัจจัยที่ทำให้ช่องมิติเลื่อนขั้น ซึ่งถ้าเป็เช่นนั้นตนก็ต้องหาซื้อหยกมาไว้เยอะๆ
เมื่อถึงยุคโลกาวินาศ หยกราคาแพงทั้งหลายต่างก็กลายเป็สิ่งของไร้ค่าทว่า ณ ปัจจุบันนี้หยกไม่ใช่ของราคาถูกๆ เลย แต่จะให้เธอก็รอจนถึงยุคโลกาวินาศแล้วค่อยหาหยกมาเลื่อนขั้นช่องมิติคงไม่ได้ดังนั้นไม่ว่าจะแพงแค่ไหนก็ต้องหาทางนำหยกมาให้ได้
ไป๋รั่วเสวี่ยรู้สึกว่าไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องบอกผู้เป็แม่เื่ช่องมิติอันดับแรกแม่เป็ผู้สืบทอดจี้หยกรุ่นก่อน อีกทั้งเธอยังต้องได้รับความช่วยเหลือจากแม่เท่านั้นช่องมิติถึงจะเลื่อนขั้นได้ดีและรวดเร็วขึ้น
“แม่คะ วันนี้หนูอยากนอนกับแม่”ไป๋รั่วเสวี่ยผลักประตูห้องของแม่เปิดออกแล้วยืนอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับเอ่ยขอ
“โตจนป่านนี้ เป็ถึงนักศึกษาปีหนึ่งแล้วยังต้องให้แม่นอนเป็เพื่อนอีกหรือ” ไป๋จิ้งเหวินรู้สึกไม่ยอมขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าลูกสาว้าจะแย่งตัวภรรยาของตนไป
“พ่อคะ พรุ่งนี้หนูก็ต้องไปเรียนแล้ว”ไป๋รั่วเสวี่ยทำปากยื่นยืนอยู่ที่หน้าประตู ไม่ยอมไปไหน
“คุณก็จริงๆ เลย จะอิจฉาลูกทำไม”เป็ธรรมดาที่หลิ่วเย่ว์เหมยจะเข้าข้างลูกสาว นางลงจากเตียงและโอบลูกสาวกลับห้องไปทันที
ไป๋รั่วเสวี่ยจูงมือแม่เข้าห้องรีบปิดประตูแถมยังล็อกประตูด้วย
“มีอะไรลับลมคมในขนาดนี้เชียวหรือลูก” หลิ่วเย่ว์เหมยเลิกคิ้ว นางแน่ใจว่าลูกสาวมีเื่สำคัญจะพูดด้วย เพราะั้แ่ขึ้นมัธยมปลายมาก็ไม่เคยเห็นลูก้าให้นางมานอนเป็เพื่อนอีกเลยกลับเป็ไป๋หรูอวี้เสียอีกที่ลูกสาวไปนอนด้วยบ่อยๆ ลูกพี่ลูกน้องสาวทั้งสองคนนี้อายุไล่เลี่ยกันมีหัวข้อสนทนาเดียวกัน การจะสนิทสนมกันจึงเป็เื่ที่เข้าใจได้
“แม่คะ หนูให้ดอกไม้แม่” ไป๋รั่วเสวี่ยเรียกดอกไม้ออกมาหนึ่งดอก
“ลูกเล่นมายากลเป็ั้แ่เมื่อไร”หลิ่วเย่ว์เหมยมีสีหน้าอัศจรรย์ใจ ลูกสาวมีความสามารถ ทั้งยังฉลาดเื่นี้นางรู้ดี ดังนั้นจึงไม่ใช่เื่แปลกหากอีกฝ่ายจะเล่นมายากลเป็
“แม่คะ นี่ไม่ใช่มายากลค่ะ” ไป๋รั่วเสวี่ยพูด
“ไม่ใช่มายากลแล้วคืออะไร” หลิ่วเย่ว์เหม่ยไม่เชื่อ
ไป๋รั่วเสวี่ยปลดจี้หยกรูปน้ำเต้าลงมาชูไว้ตรงหน้าหลิ่วเย่ว์เหม่ยแล้วพูดขึ้น “จี้หยกรูปน้ำเต้าสมบัติตกทอดของตระกูลเราคือของวิเศษที่พาเราเข้าไปในช่องมิติค่ะแม่”
“อะไรกัน” หลิ่วเย่ว์เหมยยื่นมือคลำศีรษะไป๋รั่วเสวี่ยเมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็ไข้จึงถามต่อ “ลูกอ่านนิยายในอินเทอร์เน็ตมากเกินไปใช่ไหมถึงได้เชื่อเื่แบบนี้” เื่นี้เหนือจินตนาการเกินไปไม่ใช่เื่ที่คนปกติจะเชื่อได้ง่ายๆ
“แม่คะ” ไป๋รั่วเสวี่ยไม่พอใจกับท่าทีของหลิ่วเย่ว์เหมยเอ่ยขึ้นอย่างโกรธๆ “เป็เื่จริงค่ะ แม่ดูนะคะหนูจะทำให้ดอกไม้ดอกนี้หายไป”
ไป๋รั่วเสวี่ยไม่ได้ขยับเขยื้อนสักนิดดอกไม้ก็หายวับไปจากมือ
“แปลกจริง” หลิ่วเย่ว์เหมยคว้ามือลูกสาวมาพลิกดูประหลาดใจไม่รู้จบ
“ดอกไม้อยู่ในจี้หยกนี้ค่ะแม่”ไป๋รั่วเสวี่ยชูจี้หยกพลางเอ่ย
“จริงเหรอ” โดยทั่วไปแล้วผู้เป็แม่ควรเชื่อลูกโดยไม่มีเงื่อนไขหลิ่วเย่ว์เหมยมองจี้หยกรูปน้ำเต้าในมือไป๋รั่วเสวี่ย เธอสวมจี้หยกอันนี้มาั้แ่วันเกิดตอนอายุสิบห้าจนถึงตอนที่มอบให้ไป๋รั่วเสวี่ยก็เกือบสิบปีมาแล้ว นอกจากจะรู้สึกว่าจี้หยกอันนี้สวยและเนื้อหยกคุณภาพดีแล้วก็ไม่ได้ค้นพบอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้อีก
“ช่องมิติภายในนี้เล็กมาก แค่ร้อยกว่าตารางเมตรเองค่ะข้างในยังมีบ่อบ่อหนึ่ง หนูทดสอบดูแล้ว น้ำในบ่อนั้นสามารถรักษาอาการาเ็ได้ด้วยค่ะ”ไป๋รั่วเสวี่ยพูดออกมาเอง โดยไม่สนว่าผู้เป็แม่จะเชื่อหรือไม่
หลิ่วเย่ว์เหมยมองไป๋รั่วเสวี่ยอย่างไม่แน่ใจถึงแม้จะเชื่อว่าลูกสาวไม่มีทางโกหกตน แต่เื่นี้ก็เหนือจินตนาการเกินไปจนทำให้คนธรรมดาแบบเธอยากที่จะเชื่อได้ในทันที
“แม่ยังไม่เชื่อหนูอีกหรือคะ” ไป๋รั่วเสวี่ยรู้สึกว่าตัวเองจำเป็ต้องแสดงท่าไม้ตายให้แม่ดู ดังนั้นเธอจึงทำให้ตัวเองหายวับไปจากตรงนั้นทันที
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428