"เฮ้อ..!! ข้าข้ามประตูมิติระหว่าง 2 โลกมาจนได้ นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว"
"ยังดีที่ปราณจิตของข้าที่ถึงแม้จะได้รับาเ็ แต่ก็ยังแข็งแกร่งพอ จนฝืนเปิดประตูมิติระหว่าง 2 โลกและหนีรอดมาได้"
*จักรพรรดิเซียน* ผู้มีฉายา *หมื่นมิติ* นามว่า *เฉินไค* บ่นกับตัวเองในใจ หลังจากที่เขาต้องถอดปราณจิตออกจากร่าต้นหรือร่างกายเนื้อที่ได้รับาเ็อย่างแสนสาหัสของเขา แล้วทำการซ่อนร่างต้นของเขาเอาไว้ในสถานที่ลับแห่งหนึ่งบนโลกวิถีปราณ
จากนั้นจักรพรรดิหมื่นมิติเฉินไค ก็ได้ฝืนใช้พลังปราณแห่งมิติ ทำการเปิดประตูมิติระหว่าง 2 โลก เพื่อหลบหนีจากศัตรูที่ตามไล่ล่าเขาแล้วทะลุมิติมายังดาวเคราะห์โลกสีน้ำเงินดวงนี้
หลังจากที่ประตูมิติระหว่าง 2 โลกที่จักรพรรดิหมื่นมิติเฉินไคเปิดทะลุมิติออกมาได้ปิดตัวลงไปแล้ว ในตอนนี้จักรพรรดิหมื่นมิติเฉินไคเหลือแค่เพียงปราณจิตที่มีรูปร่างเป็ลูกทรงกลมออร่าแสงสีม่วงใสๆเหมือนกับภาพโฮโลแกรมขนาดประมาณลูกวอลเลย์บอลเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีรูปปราณจิตเป็รูปร่างของมนุษย์แต่อย่างใด
"เฮ้อ..!! ข้าสูญเสียพลังปราณแห่งมิติไปเป็จำนวนมาก จนถึงขนาดที่คงรูปปราณจิตในรูปร่างของมนุษย์เอาไว้ไม่ได้เลยหรือนี่"
"ข้าคงต้องรีบตามหาตัวผู้สืบทอดของข้าให้พบโดยเร็ว ก่อนที่ปราณจิตของข้าจะสูญสลายไป"
"แล้วนี่ข้าอยู่ส่วนไหนของโลกสีน้ำเงินใบนี้กันแน่นะ" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคคิดในใจ แล้วเขาก็ใช้จิตสัมพัสมองออกไปเพื่อสังเกตุภูมิประเทศรอบๆตัวของเขา
สถานที่ที่ปราณจิตของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคอยู่ในตอนนี้ก็คือทะเลสาบที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศ *จีนา* ทะเลสาบแห่งนี้ก็คือทะเลสาบหลู่กู่ ซึ่งอยู่ตรงบริเวณรอยต่อของมณฑลเสฉวนกับมณฑลยูนนานนั่นเอง
"ไอ้เ้าแอ่งน้ำเล็กๆนี่มันเล็กมาก คงไม่ค่อยมีคนอาศัยอยู่แถวๆนี้สักเท่าไร แถมโลกสีน้ำเงินใบนี้ก็เเทบที่จะไม่มีพลังปราณอยู่เลย"
"ช่างเป็โลกที่ล้าหลังอะไรเช่นนี้ แล้วนี่ผู้คนบนโลกสีน้ำเงินใบนี้จะเอาพลังงานจากที่ไหนมาพัฒนาโลกของตนได้กันล่ะนี่"
"แม้แต่พลังปราณก็มีน้อยนิดเสียจนน่าสงสาร แล้วข้าจะหาผู้สืบทอดของข้าพบได้อย่างไรกัน แล้วผู้สืบทอดของข้าจะเอาพลังปราณจากที่ไหนมาพัฒนากายาปราณได้กัน"
"ช่างล้าหลังเสียจริง..เฮ้อ..!! "
จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคบ่นกับตัวเองอย่างปลงๆ แต่เขาก็ต้องกำหนดทิศทางที่จะต้องเดินทางออกไปค้นหาผู้สืบทอดของเขาต่อไป
จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคลังเลอยู่สักครู่ จากนั้นเขาก็เคลื่อนย้ายปราณจิตเหาะไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งเป็การเดาล้วนๆว่าเขาคงจะได้เจอกับสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่เยอะๆ แล้วจะทำให้เขาตามหาผู้สืบทอดของเขาพบได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
วันที่จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกบนดาวเคราะห์โลกสีน้ำเงินดวงนี้ ก็คือวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 2021 หรือก็คือในอดีตเมื่อประมาณ 5 ปีมาแล้ว ที่ประเทศจีนานั่นเอง
...........................
อนึ่ง. ขั้นพลังในการฝึก *ปราณเทพยุทธ์* จะแบ่งเป็ 2 ปราณหลัก คือ *ปราณยุทธ์* และ *ปราณเซียน*
โดยจะเแบ่งแยกย่อยออกเป็แต่ละขั้นพลังจากต่ำไปสูงดังนี้..
*ขั้นพลังของผู้ฝึกปราณยุทธ์* = [ 5 ขั้น ]
-- ขั้น *กายาพื้นฐาน* : เลเวล 0 - 9
-- ขั้น *กายารวมปราณ* : เลเวล 10 - 19
-- ขั้น *นักยุทธ์* : เลเวล 20 - 29
-- ขั้น *จอมยุทธ์* : เลเวล 30 - 39
-- ขั้น *ปรมาจารย์ยุทธ์* : เลเวล 40 - 49
*ขั้นพลังของผู้ฝึกปราณเซียน* = [ 3 ขั้น ]
-- ขั้น *เซียน* : เลเวล 50 - 59
-- ขั้น *าาเซียน* : เลเวล 60 - 69
-- ขั้น *จักรพรรดิเซียน* : เลเวล 70 ขึ้นไปจนถึงเลเวล 100 ซึ่งเป็ผู้ที่ทรงพลังและเป็ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดบนโลกวิถีปราณ
.........................
เช้าวันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม ที่เมืองเฉิงตู อันเป็เมืองเอกของมณฑลเสฉวน
*จูหงเฟย* เด็กชายวัย 10 ขวบ ตื่นนอนขึ้นมาในตอนสายๆ เพราะ่นี้เป็่วันหยุดปิดเทอมกลางปี จูหงเฟยจึงทำตัวี้เี..โอ้เอ้..ตื่นสาย..ได้ตามสบาย โดยที่ไม่ต้องโดนแม่ของเขาปลุกให้เตรียมตัวไปโรงเรียนั้แ่เช้าเหมือนกับวันที่มีเรียนตามปรกติธรรมดาทั่วๆไป
จูหงเฟยเรียนอยู่ในชั้นประถมปีที่ 5 ผลการเรียนก็อยู่ในระดับท็อป 5 ของระดับชั้นประถมปีที่ 5 ทั้งระดับชั้น ถึงแม้ว่าจูหงเฟยจะมีนิสัยที่ซุกซนเป็ลิง ขี้เล่น เ้าเล่ห์และติดจะี้เีไปบ้าง แต่ผลการสอบและความสามารถทางกีฬาของเขาก็ทำให้พ่อกับแม่ภาคภูมิใจได้อยู่เสมอ
พ่อของจูหงเฟยนั้นเป็วิศวกรเครื่องกล ซึ่งทำงานที่โรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองเฉิงตูแห่งนี้ ส่วนแม่ของจูหงเฟยก็เป็พยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลของรัฐในเมืองเฉิงตู
โดยครอบครัวของจูหงเฟยนั้นพักอาศัยอยู่ในห้องของอาคารคอนโดมิเนียมสูง 30 ชั้น ภายในห้องพักอาศัยของครอบครัวของจูหงเฟยมี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง 1 ห้องครัวและอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่แม่ของจูหงเฟยทำงานอยู่
ฐานะของครอบครัวของจูหงเฟยนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร่ำรวยระดับเศรษฐี แต่ก็พอมีพอกินไม่เดือดร้อนลำบากใดๆในเื่การเงิน สิ่งที่ลูกชาวบ้านชาวเมืองทั่วๆไปมี จูหงเฟยก็สามารถมีได้โดยไม่ได้อัตคัดขัดสนอันใด
วันนี้เป็วันอาทิตย์ ซึ่งเป็วันหยุดประจำสัปดาห์ของพ่อกับแม่ของจูหงเฟย
"เฟยเอ๋อ..ตื่นแล้วก็รีบกินข้าวกินปลา แล้วมาช่วยแม่ล้างจานหน่อยสิ เดี๋ยวแม่จะไปซักผ้า" แม่ของจูหงเฟยเอ่ยดักคอ ก่อนที่จูหงเฟยจะไปนั่งเล่นเกมส์ออนไลน์หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งวัน
"พ่อก็ว่างอยู่นี่ครับแม่ แม่ก็ให้พ่อไปล้างจานสิครับ ผมกำลังงัวเงียตื่นนอนมาใหม่ๆ เดี๋ยวผมจะทำจานหลุดมือแตกนะครับ" จูหงเฟยออกตัวปฏิเสธไปแบบข้างๆคูๆ
พ่อของจูหงเฟยจึงละสายตาจากแท็บเล็ต แล้วพูดว่า "ลูกไปล้างนั่นเเหละดีแล้ว พ่อกำลังหาข้อมูลเื่เครื่องยนต์ของรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่อยู่"
ได้ยินดังนั้นจูหงเฟยก็หูผี่ง เขารีบเข้าไปนั่งประกบแนบชิดติดกับพ่อของเขา ชนิดที่เรียกได้ว่าแทบที่จะเข้าสิงกันเลยทีเดียว
จากนั้นจูหงเฟยก็ดูแท็บเล็ตกับพ่อและสอบถามเื่ราวต่างๆที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกของรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่จากพ่อของเขาอย่างละเอียดยิบ
แม่ของจูหงเฟยเห็นดังนั้นก็ถึงกับส่ายศีรษะเบาๆ ถ้าพ่อลูกคู่นี้ได้คุยกันในเื่เครื่องยนต์กลไกแล้วล่ะก็ คงจะต้องใช้เวลาอีกเป็ชั่วโมงกว่าที่จะเลิกคุยกัน
แม่ของจูหงเฟยจึงเดินไปล้างจาน จากนั้นก็ไปซักผ้าต่ออย่างปลงๆ..