ระหว่างที่เยว่น้อย ตกปลา ปล่อยให้หลางเทียน ก่อไฟปิ้งปลา เด็กหญิงเอ่ยถามน้องเล็ก “เหตุใดเ้าไม่บอกท่านพ่อ เื่ที่เ้าอ่านออกเขียนได้ ให้ท่านพ่อฟัง แม้แต่ข้าอายุเท่าเ้า ข้ายังทำมันไม่ได้ หากท่านพ่อรู้ เ้าเป็อัจฉริยะ ท่านคงภูมิใจกับเ้าแน่น้องเล็ก”
หลางเทียน นั่งปิ้งปลา แคะขี้มูกไปพลาง กล่าวตอบเชื่องช้า ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “งั้นหรือพี่หญิง”
เยว่น้อย คันเบ็ดในมือนางสั่นไหวขึ้นมาทันที พร้อมใบหน้านางที่ขึงขัง ครั้นเห็นการกระทำของหลางเทียน “เ้าหยุดแคะขี้มูก เสียไอ้น้องเวร แม่เ้า ไม่สอนเื่มารยาทหรืออย่างไร ว่าอย่าเอาของสกปรก ป้ายของกิน”
ก่อนเสียงฝีเท้า เทียนตี๋ชง ที่สืบฝีเท้าเข้ามาได้ยิน เื่ที่พวกเขาพูดคุยกัน จะกลั้วหัวเราะออกมา “ฮ่าๆ น้องรองนักปราชญ์กล่าวว่า อัจฉริยะกับคนบ้า มีเส้นบางๆ ขวางกั้นไว้ เ้ารู้หรือไม่... แต่ข้าว่าเ้าหลางเทียน มันบ้ามากกว่า”
เยว่น้อย นางหน้างอทันที “พี่เทียนตี๋ชง มีธุระอะไร ร้อยวันพันปี ท่านไม่เห็น อยากจะเข้ามาข้องเกี่ยว พูดคุยกับพวกเรา”
หลางเทียน ส่งปลาปิ้งไปให้พี่ชายของเขา พร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ทว่าปลาตัวนั้น มีขี้มูกติดอยู่
เทียนตี๋ชง เด็กชายอายุ6ปี ห่างตากระตุกน้อยๆ ดึงคอเสื้อน้องคนเล็ก ของเขาขึ้นมาทันใด เห็นได้ชัดไอ้เด็กบ้านี่ คิดจะยั่วโทสะเขา “หลางเทียนเ้าริอ่าน เอาของสกปรกมาให้ข้ากินหรือ สงสัยเ้าอยากเจอดีแล้วกระมัง ไอ้เด็กเวร”
“พี่เทียนตี๋ชง ทำอะไรปล่อยหลางเทียนเดี๋ยวนี้” เยว่น้อยนางทำเสียงดุ เข้ามาดึงแขนพี่ใหญ่ ห้ามปรามเขาไว้ทันที ครั้นเห็นหลางเทียน บัดนี้ตัวสั่นงันงก ด้วยความหวาดกลัว ทว่าสิ่งที่หลางเทียนหวาดกลัวจริงๆ คือกลุ่มเงาดำ ติดตัวพี่ชายเขาต่างหาก
เทียนตี๋ชง แม้จะเห็น หลางเทียน ตัวสั่นจวนจะฉี่ราด ทว่าไม่รู้เหตุใด เขามองน้องชายคนนี้ของเขาทีไร มันก็ราวกับเขาพบเจอศัตรูคู่แค้น ทำให้เทียนตี๋ชง เกิดความไม่สบอารมณ์ หลางเทียน น้องชายต่างมารดา ขึ้นมาในกรอบสายตา
ครั้นปล่อยฝ่ามือจากคอเสื้อ หลางเทียน ช้าๆ เด็กชายกล่าวบอกน้องรองออกมาทันที “ฮูหยินจินเยว่ แม่ของเ้า ให้ข้าพาเ้าไปฝึกฝนกับพ่อบ้านหาญ หรือเ้าอยากให้ตระกูลเทียน ต้องอับอายมีบุตรไม่ได้เื่เช่นนี้”
เยว่น้อยรับคำพี่ใหญ่ ขณะเดียวกันนาง เดินเข้ามาปลอบโยนหลางเทียน พร้อมคำกล่าวย้ำเตือน “เดี๋ยวเ้าทดสอบพลังเมื่อใด เ้าเองก็จะได้มาฝึกฝนพร้อมข้า และท่านพี่ น้องเล็กเ้าเข้าใจหรือไม่?”
หลางเทียนมีสีหน้าที่หลากหลายอารมณ์ เมื่อเห็นพี่ใหญ่ เขาคลี่ยิ้มออกมาแก้มบาน “อืมๆ ข้าเข้าใจแล้วพี่เยว่น้อย”
...่สองสามเดือน ก่อนหลางเทียนจะอายุครบ4ปี เด็กน้อยจึงอยู่เล่นเพียงลำพังเสียเป็ส่วนใหญ่ เขาเริ่มที่จะเข้าใจ ความเข้มงวด เมื่ออายุ4ปี หากอยู่ในตระกูลชั้นสูง จะเริ่มฝึกฝนร่างกาย เตรียมพร้อมฝึกปราณพลัง เปิดชีพจร แต่หากเป็หมู่บ้านเล็กๆ ทรัพยากรมีไม่มาก พวกเขาจะเริ่มตอน่อายุ8ปี ถึง10ปี มันจึงเรียกว่าความห่างชั้น ของตระกูลใหญ่
หลางเทียนที่แอบฟังปราชญ์เต๋า มักมาให้ความรู้บริเวณ ที่เขาวิ่งเล่นเป็ประจำ ทำให้เขาเปิดโลกกว้างไม่น้อย เมื่อเห็นผู้วิเศษขี่กระบี่บิน กล่าวปรัชญาลัทธิเต๋า ลึกล้ำ ที่เด็กน้อยไม่เข้าใจความหมาย
แม้พวกเขาจะรับรู้ว่า มีเด็กน้อย ผู้หนึ่งแอบฟังพวกเขาอยู่ แต่พวกเขาไม่ได้เก็บหลางเทียน เด็กน้อยนิสัยประหลาด แคะขี้มูกมาใส่ใจนัก เมื่อเด็กน้อยดีดขี้มูกปั้นเป็ก้อน ออกไปหลายเมตร ราวกับไม่สนใจโลก
ทำให้พวกเขาเหล่าปัญญาชน เริ่มจะตระหนักรู้ บางอย่างจากหลางเทียนได้ ถึงสิ่งที่บรรพจารย์ กล่าวสั่งสอน แม้แต่เด็กน้อยหลางเทียน ยังประหลาดใจ เมื่อเห็นสายตาของเหล่านักปราชญ์เต๋า พวกนั้นราวกับบรรลุบางอย่าง จ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่วางตา
หลางเทียน ปั้นขี้มูกเป็ก้อน ก่อนจะดีดนิ้ว ส่ง ก้อนขี้มูก ไปติดใบหน้า นักปราชญ์เต๋าชราผู้หนึ่ง ที่ลอยอยู่สูงหลายร้อยเมตร ก่อนจะเดินกลับจวนที่พักท่านแม่ไปอย่างแช่มช้า...
ชายแก่ถึงกับห่างคิ้วกระตุก น้อยๆ ทว่าเขาแปลกใจมากกว่า กับพลังกายของเด็กน้อยผู้นี้
ชายแก่เชาเยว่ ที่มาแสวงโชค วาสนา ภายในอาณาจักรเต่าัเที่ยง เขาไต่ถามเด็กน้อยออกมาทันที “เ้าหนู่เ้ามีนามว่าอะไร?”
“ข้ามีนามว่า หลางเทียน” เด็กน้อยกล่าวตอบอย่างเชื่องช้าเห็นได้ชัด เขามีปัญหากับร่างกายบางอย่าง
แม้ชายแก่อยากจะเข้าไปตบสั่งสอน ไอ้เด็กสามขวบย่างสี่ขวบ สักฉาด ว่าไอ้เด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน เขาต้องเก็บความคิดเ่าั้กลับไป
ก่อนชายแก่ จะเลิกสนใจเด็กน้อย แสวงโชค วาสนา ภายในอาณาจักรเต่าัเที่ยงต่อไป ครั้นเห็นได้ชัดว่า เด็กน้อยผู้นี้ ต้องมีฐานะไม่ธรรมดา ภายในสถานที่แห่งนี้
...พริบตาเดียววันที่หลางเทียน จะอายุ4ปี ก็ใกล้เข้ามาถึงทุกที ความกังวลของมารดา เด็กน้อยยิ่งปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด หลางเทียนที่นอนหนุนตักท่านแม่หลางฝู พร้อมหญิงสาวยกฝ่ามือลูบศีรษะบุตรชาย อย่างเบามือ หลางเทียนเห็นประกายตาที่กังวล ท่านแม่เขากล่าวพูดขึ้นมาทันที “ท่านแม่อย่าได้เป็กังวล ในเื่ที่เราควบคุมไม่ได้”
“เดี๋ยวนี้เ้าไปแอบฟังนักปราชญ์เต๋า จนติดคำพูด ของพวกชายแก่คร่ำครึเ่าั้ มาแล้วหรือ?”
หลางเทียนสีหน้าไม่ทึ่มทื่อ คลี่ยิ้มออกมากว้าง แม้จะเชื่องช้าไปบ้าง จากโรค เทพลักไปซ่อน ทำให้ความคิดของเขาเชื่องช้า แต่นางก็หวังว่า สักวันไอ้หนูของนางจะหายดี แต่ที่นางกังวลคือสามีนาง อยากได้บุตรที่ไม่ใช่ปุถุชนคนธรรมดา นางกลัวว่า หลางเทียนจะไม่ผ่านการทดสอบ
แม้นางจะฝึกฝนเป็จอมยุทธ์ ทว่าก็ไม่ลึกซึ้ง ถึงขั้นสั่งสอนผู้ใดได้ หากเมื่อเทียบกับฮูหยินอีกสองท่าน นางแทบจะเทียบไม่ติดเื่ขั้นพลัง ฐานันดรเองก็ตาม ตระกูลหลางของนาง เป็เพียงตระกูลสาขาย่อย หากไม่พบเจอ เทียนจวิ๋นซ่างซีสามีของนาง มีหรือนางจะได้มาอยู่เสพสุข ภายใต้ตระกูล เทียน สถานที่ว่ากันว่ามีโชค วาสนา มากมายอยู่ยังสถานที่แห่งนี้