“แสดงว่าอาจารย์ไต้ต้องสังเกตเห็นความผิดปกติบนโครงกระดูก” ซิวลู่ถิงค่อยๆ ระงับความกลัวผีนางคิดตามชิงเว่ยเว่ย
“เื่นี้เอ่ยถามตรงๆไม่ได้เสียด้วย เราคงสืบเอง”
“ข้าว่าอย่าเพิ่งคิดให้ปวดหัวเลยดีกว่ารีบนอนให้เช้าเร็วๆ พรุ่งนี้เราจะได้เจอคุณชายจินกับพระชายาชิงหลาน”ซิวอี้เซิงรู้สึกว่าการมีชิงเว่ยเว่ยอยู่ในกลุ่ม ฉีหลินเป็เื่ที่ถูกต้องแล้วเพราะนางจะนำพาให้พวกเขาได้กลายเป็นักสืบเด็กกลุ่มแรกของแคว้นิ
ชิงเว่ยเว่ยพยักหน้า“จริงของหัวหน้าซิว พรุ่งนี้ค่อยไปหารือหัว เอ๊ย! คุณชายจินกัน”
พวกเขาจึงแยกย้ายกันไปนอนซิวลู่ถิงนอนกับชิงเว่ยเว่ย ส่วนเด็กชาย ทั้งสองไปนอนห้องรับรองแขก การผจญภัยในสุสานทำให้เด็กๆทั้งสามตื่นเต้นและเหน็ดเหนื่อยในขณะที่ชิงเว่ยเว่ยผู้มีิญญาของหญิงสาวอายุยี่สิบกว่ายังคงนอนลำดับเหตุการณ์
‘เพราะเื่ของไต้จี้หลิงแท้ๆทำให้ข้าไม่ได้อ่านตำราค่ายกลตามที่ตั้งใจ’
ซิวอี้เซิงตื่นั้แ่เช้าตรู่ออกมาฝึกหมัดมวยกับชิงเว่ยเว่ยเขาเพิ่งรู้สึกว่าชิงเว่ยเว่ยแท้จริงเก่งยิ่งกว่าเขาเสียอีกทุกกระบวนท่าที่เขาออกแรงไปนางล้วนรับไว้ได้ทั้งหมดจะว่าไปแทบจะง่ายดายสำหรับนางเสียด้วยซ้ำ
“เว่ยเว่ยเ้าต่อสู้ได้เก่งกว่าข้า เหตุใดอยู่ที่เค่อเฉิงจึงแสร้งอ่อนแอ?”
“เป็เด็กผู้หญิงหากแสดงตัวว่าเก่งเื่เช่นนี้ย่อมไม่เป็ประโยชน์หัวหน้าซิวในฐานะที่เราเป็กลุ่มฉีหลิน หวังว่าเ้าจะช่วยข้าเก็บเป็ความลับ”
“อืม...ได้!”
ซิวอี้เซิงทบทวนแล้วว่าหากให้ผู้อื่นรู้ย่อมไม่ใช่ผลดีกับตัวเขาเช่นกันจะปล่อยให้เด็กหญิงร่างบอบบางเช่นชิงเว่ยเว่ยเก่งกว่าหัวหน้าชั้นอย่างเขาได้อย่างไร?หลังการเรียนวิชาการต่อสู้จบลงเมื่อหลายวันก่อนเพื่อนร่วมชั้นก็พร้อมใจให้เขาเป็หัวหน้าชั้นห้องที่หนึ่งเพราะเห็นว่าเขาต่อยตีได้เก่งที่สุดแน่นอนว่ากลุ่มเด็กผู้หญิงไม่ได้คิดเช่นนั้นพวกนางอยากได้คนเรียนเก่งอย่างเฉียนกวนต๋าเป็หัวหน้าแต่เพราะเด็กผู้ชายมีมากกว่าจึงทำให้ซิวอี้เซิงชนะไปเพียงไม่กี่คะแนน
ซ้อมหมัดมวยเสร็จทั้งสองก็แยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมารับประทานอาหารเช้าร่วมกับใต้เท้าชิงท่านปู่กับท่านย่าของชิงเว่ยเว่ยดีใจที่หลานมีสหายมาพักถึงบ้านจึงสั่งให้คนพ่อครัวทำอาหารสำหรับเด็กเพิ่มอีกหลายอย่างฉีเหยียนรู้สึกว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารของสกุลชิงดีกว่าความคร่ำเคร่งของครอบครัวตนยิ่งนักเพราะเขาจะต้องคอยฟังท่านพ่อกรอกหูเื่การเป็ ขุนนางอยู่ทุกเช้าค่ำ แม้เขาจะตั้งใจร่ำเรียนและอยากจะเป็อย่างที่ท่านพ่อพร่ำสอนทว่าการที่ต้องฟังท่านพ่อบ่นเช่นนั้นมันก็เกินไปจริงๆ
“เว่ยเว่ย เ้าจะพาเพื่อนๆไปเข้าเฝ้าพระชายาชิงหลานกันหรือ?”
“เ้าค่ะรับประทานอาหารเสร็จก็จะไปแล้ว”
“มีไห่ฮ่าวคอยดูแลพวกเ้าพ่อก็เบาใจ”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้นแต่ความหวาดระแวงก็ยังคงเกาะกุมหัวใจใต้เท้าชิงเพราะชิงเว่ยเว่ยเคยประสบเคราะห์กรรมหนักหนา เขาจึงได้หาคนฝีมือดีอย่าง ไห่ฮ่าวมาคอยดูแลยามนี้ยังมีสหายน้อยของนางอีกถึงสามคนใต้เท้าชิงจึงสั่งให้ผู้คุ้มกันตามไปเพิ่มขึ้นอีกหกคน
รถม้าคันใหญ่ของจวนเ้ากรมกลาโหมพาเด็กทั้งสี่ไปโรงน้ำชานกกระจิบที่มีอาคารข้างๆเป็สำนักข่าวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งห้าแคว้นจินวั่งซูยืนยิ้มเมื่อเห็นชิงเว่ยเว่ยเดินนำหน้าเด็กทั้งสามคนเข้ามาพระชายาชิงหลานนั่งอยู่ประจำโต๊ะโบกพระหัตถ์ต้อนรับน้องสาวและสหายของนาง เด็กทั้งสี่คารวะพระชายาและคุณชายจินเรียบร้อยก็นั่งลงบนเก้าอี้
“พวกเ้านั่งกันตามสบายข้าให้คนเตรียมขนมไว้รอแล้ว”
ซิวลู่ถิงร้องว้าวออกมาขนมหน้าตาสวยงามพวกนั้นนางไม่เคยเห็นในร้านใดมาก่อน “นี่เป็ขนมวังหลวงหรือเพคะ?”
“ถูกต้อง! เ้าดูออกด้วยหรือ?”
“หากหม่อมฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นนั้นก็คงไม่มีขายแล้วล่ะเพคะ” เด็กหญิงผู้ชอบกินยิ้มจนตาหยีใบหน้าอวบอูมของนางน่าหยิกยิ่งนักด้วยความเป็บุตรสาวของตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยขนมทุกอย่างที่เลิศรสและราคาแพงในเมืองหลวงนางล้วนเคยชิมมาแล้วทั้งสิ้น
พระชายาผายมือเชื้อเชิญให้พวกเ้ากินขนมเสียก่อนเด็กๆ ต่างยิ้มแป้นเริ่มต้นหยิบขนมกันให้วุ่นยกเว้นเพียงชิงเว่ยเว่ยที่ได้กินบ่อยๆ
“ได้ยินว่าพวกเ้าอยากจะสมัครเป็สายลับของสำนักข่าวเรา”
ซิวอี้เซิงเกือบจะสำลักขนมที่เพิ่งจะกลืนเพราะรีบร้อนอยากจะตอบ จินวั่งซู “ขะ ขอรับ!”
“ใจเย็นๆ น่า หัวหน้าซิว”ชิงเว่ยเว่ยยื่นจอกน้ำชาให้ซิวอี้เซิงเพื่อให้เขาดื่มไล่เอาขนมลงไปในคอได้อย่างราบรื่น
“เว่ยเว่ยแจ้งให้ข้าทราบแล้วเอาเป็ว่าข้าจะขอทดสอบความสามารถของพวกเ้าก่อนก็แล้วกันว่าควรจะอยู่ระดับใด?”
“เอ๋?มีการทดสอบสายลับด้วยหรือขอรับ?” ฉีเหยียนหันมามองเขานึกว่าหากมาสมัครโดยใช้เส้นสายของชิงเว่ยเว่ยแล้วจะได้เลยเสียอีกในเมื่อพี่สาวของนางก็เป็รองเพียงหัวหน้าจินเท่านั้น
จินวั่งซูโบกพัดงูดำไปมา “ไม่ได้สิ! ทำแบบนั้นสำนักข่าวของเราก็ไม่มีมาตรฐานกันพอดี” เขาพับพัดก่อนจะร้องบอก “เด็กๆเอาแบบทดสอบเข้ามาได้”
เด็กทั้งสี่หันไปก็เห็นเสี่ยวเอ้อโรงน้ำชานกกระจิบยกเอาโต๊ะเตี้ยสี่ตัวมาเรียงบนพื้นยกสูงอีกฟากหนึ่งของห้องในระยะห่างกันพอสมควรและวางกระดาษสี่ห้าแผ่นซ้อนกันเอาไว้ พร้อมด้วยหมึกและพู่กัน
“การทดสอบของเราไม่มีสิ่งใดยุ่งยากเพียงเ้าตอบไปความรู้สึกเท่านั้น แล้วข้าก็จะบอกผลการทดสอบให้ฟัง”เ้าของสำนักข่าวนกกระจิบยกยิ้มมุมปาก ผายมือเชิญให้ทุกคนเข้าประจำที่
ชิงเว่ยเว่ยเดินไปนั่งโต๊ะที่ใกล้ที่สุดนางรู้สึกข้องใจว่าคุณชายจินไปคิดวิธีทดสอบั้แ่เมื่อใด?เพราะั้แ่นางเป็สายลับก็ไม่เห็นจะมีการทดสอบเช่นนี้มาก่อน
“ตอนนี้สำนักข่าวนกกระจิบของเรามีการจัดอันดับสายลับเป็สามระดับคือ สายลับดาวแดง ขาว และดำหากว่าเ้าทำได้คะแนนน้อยเ้าก็จะได้เป็สายลับดาวแดงคือระดับฝึกหัด ส่วนระดับดาวขาวถือว่าเป็นักสืบทั่วไปส่วนระดับดาวดำคือสุดยอดนักสืบ”
เด็กทั้งสามจ้องมองจินวั่งซูอย่างมาดหมายพวกเขาตั้งใจจะตอบให้ได้ดีที่สุด ชิงเว่ยเว่ยเอียงศีรษะขมวดคิ้วนางก้มลงอ่านโจทย์ที่เขียนไว้ก็เห็นว่าล้วนเป็เื่พื้นฐาน เมื่อหันไปมองสหายน้อยทั้งสามพวกเขาล้วนเริ่มฝนหมึกเพื่อเตรียมตัวหน้าตาแต่ละคนจริงจังยิ่งกว่าการทำงานที่อาจารย์สั่งในห้องเรียน นางจึงเริ่มฝนหมึกบ้าง
“เอาล่ะเริ่มได้ข้าให้เวลาพวกเ้าตอบครึ่งชั่วยาม”
*****************************
