คนตระกูลหวังกินซาลาเปาจนเบื่อแล้วเปลี่ยนรสชาติมากินข้าวเนื้ออบ ผัดผัก จึงรู้สึกว่าอร่อยหวังจวี๋มั่นใจในฝีมือการทําอาหารของตนเองเพิ่มขึ้นมาก
หวังพั่นตี้สามพี่น้องทํางานเท่าที่ทําได้ปอกกระเทียม เด็ดผัก ล้างผัก แล้วยังกวาดพื้น งานให้อาหารไก่และเป็ดในบ้านก็ล้วนทำทั้งหมด
สรุปแล้วทุกคนล้วนกำลังทํางานอยู่ไม่มีผู้ใดแอบเกียจคร้าน ยิ่งไม่มีผู้ใดบ่นโอดครวญ
เหนื่อยนั้นย่อมเหนื่อยมากแต่เวลามีความสุขก็มีความสุขมากเช่นกัน ทุกวันยามหลี่ชิงชิงบอกจำนวนเงิน เป็นช่วงเวลาที่คนตระกูลหวังมีความสุขที่สุด
สําหรับเงินที่หามาได้หลี่ชิงชิงไม่ได้ปิดบัง บอกจำนวนเงินกับคนในบ้านทุกวัน
“วันนี้หาเงินได้สิบเอ็ดตำลึงเงินกว่าเจ้าค่ะ!”
“มากขนาดนี้เชียว!”
“เงินเยอะมากเมื่อก่อนข้าทํางานหนักหลายปีก็หาเงินได้ไม่มากขนาดนี้!”
ด้วยวิธีนี้เมื่อถึงวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนล่าเยวี่ยเนื่องจากคําสั่งซื้อที่ค้างอยู่มากเกินไป หลี่ชิงชิงจึงไม่กล้ารับเพิ่มอีกแล้ว
ผู้เฒ่าหวังได้แต่มองการค้าที่ทําไม่ไหวตาปริบๆมีเงินแต่เอามาไม่ได้ ในใจเป็นทุกข์ยิ่งนัก “เหตุใดจึงไม่รับแล้ว?”
หลี่ชิงชิงอธิบายกับผู้เฒ่าหวังที่เหนื่อยจนไม่มีแรงจะเอ่ย“ไม่ได้เจ้าค่ะ รับไม่ได้ หากรับอีก บ้านเราทําไม่ได้ก็ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินจำนวนมาก!”
ตอนนี้ทั้งครอบครัวยุ่งจนแทบเสียสติร่างกายเหนื่อยจนถึงขีดจํากัดแล้ว
ผู้เฒ่าหวังเอ่ย“บ้านเราสามารถสร้างเพิงสร้างเตาดินเพิ่มได้ คนก็มีเช่นกัน”
หลี่ชิงชิงเอ่ยอย่างอดทนว่า“ท่านพ่อ ในบ้านมีที่ดินให้สร้างเพิงสร้างเตาดิน แต่ว่าพวกเราทั้งบ้านเหนื่อยมากแล้วท่านพ่อ เงินนั้นไม่มีวันพอ พวกเราหาได้ไม่น้อย พอแล้วปีหน้าค่อยว่ากันใหม่เจ้าค่ะ”
หลิวซื่อเหนื่อยจนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยว่า “ตาเฒ่า อย่าสร้างความวุ่นวายให้ชิงชิง เจ้าต้องฟังชิงชิง”นางเอ่ยเสริมอีกว่า “พวกเราทุกคนล้วนต้องฟังชิงชิง”
ไม่มีหลี่ชิงชิงไหนเลยตระกูลหวังจะมีชีวิตอย่างเช่นวันนี้มองดูคนในวงศ์ตระกูลและคนจากบ้านเดิมจางซื่อที่ตระกูลหวังให้ความช่วยเหลือเผยแววตาอิจฉานับครั้งไม่ถ้วน
“ได้ข้าฟังชิงชิง” ผู้เฒ่าหวังเพียงถาม ไม่ได้จะไม่ฟังคําของหลี่ชิงชิงนี่คือลูกสะใภ้แท้ๆ ของเขาเชียวนะ
หวังจื้อที่นอนบนเกวียนวัววันละสองชั่วยามเป็นเวลาห้าวันติดเพิ่งเดินผ่านลานบ้านได้ยินหลี่ชิงชิงบอกว่าเนื้อหมูและแป้งหมดแล้ว จึงเอ่ยอย่างฮึกเหิมว่า “ข้าจะไปซื้อประเดี๋ยวนี้”
“เนื้อหมูซื้อหนึ่งร้อยจินแป้งซื้อสี่พันจิน โป๊ยกั๊กสองจิน น้ำมันพืชยี่สิบจินเจ้าค่ะ”หลี่ชิงชิงแจ้งตัวเลข รู้สึกว่าศีรษะค่อนข้างหนักอึ้ง ยังมีสิ่งใดที่ต้องซื้ออีก? ช่วงนี้นางยุ่งมากจริงๆยุ่งจนความจำไม่ดีแล้ว
การค้าดีเกินไปคาดว่าแป้งสี่พันจิน เพิ่งจะเข้าช่วงปลายเดือนก็ใช้หมดแล้วเช่นนั้นก็ซื้อเพิ่มอีกสี่พันจิน แป้งสี่พันจินต้องใช้ห้องหนึ่งห้องในการเก็บ
หลี่ชิงชิงไม่กล้าซื้อเยอะกลัวว่าแป้งจะชื้นแล้วจะเกิดมอดแมลง
ผู้เฒ่าหวังถาม“ราคาเนื้อหมูขึ้น แป้งจะขึ้นหรือไม่?”
“แป้งขึ้นราคาแล้วหนึ่งจินขึ้นหนึ่งเหรียญทองแดงขอรับ” หวังเลี่ยงเห็นผู้เฒ่าหวังสีหน้ามืดครึ้มจึงเอ่ยอีกว่า “หลงจู๊ร้านขายธัญพืชเอ่ยกับพวกข้าทุกครั้งว่าแป้งขนส่งมาจากทางเหนือ แค่ค่าเรือก็เป็นเงินจำนวนมากแล้ว”
ผู้เฒ่าหวังถามว่า“ชิงชิง ซาลาเปาบ้านเราจะขึ้นราคาหรือไม่?”
หลี่ชิงชิงที่เพิ่งทําท้ออายุยืนหนึ่งร้อยยี่สิบลูกเสร็จดื่มน้ำหวานเพื่อเพิ่มพลัง เอ่ยตอบ “พวกเราลงนามสัญญากับลูกค้าหลักแล้วกระดาษขาวอักษรดำ ไม่อาจขึ้นราคาได้ พวกเราต้องมีความน่าเชื่อถือในคำพูด”
หวังเลี่ยงเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ“ซาลาเปาของบ้านเราไม่ขึ้นราคา ลูกค้าต่างบอกว่าพวกเรามีชื่อเสียงที่ดีทำการค้าอย่างซื่อสัตย์”
หลี่ชิงชิงเอ่ย“กําไรน้อยขายมาก บ้านเราทําการค้าซาลาเปาเอาปริมาณ เพียงแต่ต้องลําบากไม่น้อย”
จางซื่อทอดถอนใจเอ่ยว่า“นี่ไม่ได้เหนื่อยเท่าตอนเก็บเกี่ยวในสารทฤดู การเก็บเกี่ยวข้าวสารทฤดูสิถึงจะเหนื่อยทุกปีหลังจากเก็บเกี่ยวในสารทฤดูเสร็จ เอว หลังและแขนของข้าก็ปวดเมื่อยไปหลายวัน”
หลิวซื่อคิดอย่างลึกซึ้งเอ่ยว่า “ใช่ ทําไร่ทำนาสิถึงจะเหนื่อยทําซาลาเปาไม่เหนื่อยแล้วยังได้เงินจำนวนมาก”
“การค้าของบ้านเราทําถึงวันที่ยี่สิบแปดของล่าเยวี่ย”หลี่ชิงชิงกวาดตามองคนในครอบครัว เผยรอยยิ้มอย่างเฝ้ารอ เอ่ยว่า “สองวันพักผ่อนให้เพียงพอเดือนแรกของปีพวกเราจะไปเยี่ยมหวังเฮ่าที่ค่ายทหาร”
เสียงโห่ร้องดีใจจากเด็กน้อยทั้งสามคน“โอ้ เดือนแรกจะได้ไปเยี่ยมท่านอา!”
จางซื่อเอ่ยกับหวังจื้อ“ต่อให้จะยุ่งก็ยุ่งเพียงไม่กี่วัน หาเงินได้มากจิตใจก็ยิ่งสงบสุข”
หลิวซื่อใช้สองมือนวดใบหน้าชราทําให้ตนเองแจ่มใสกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา “ข้าลืมไปแล้วว่าวันนี้คือวันอะไรอีกกี่วันจะถึงวันที่ยี่สิบแปด?”
ผู้เฒ่าหวังยิ้มแย้มแจ่มใสหันไปเอ่ยกับบุตรชายทั้งสองคนว่า “ทํางาน พวกเจ้ารีบไปซื้อแป้ง”
อากาศหนาวเย็นลงเรื่อยๆแต่ซาลาเปาตระกูลหวังกลับขายดีขึ้นเรื่อยๆคนในสิบลี้แปดหมู่บ้านต่างรู้จักซาลาเปาตระกูลหวัง ใกล้จะปีใหม่แล้วขนาดชาวบ้านยังยอมจ่ายเงินหลายเหรียญทองแดงเพื่อซื้อซาลาเปาตระกูลหวังกิน
ยังมีพี่หญิงทั้งสองคนและพี่ชายหนึ่งคนของหลี่ชิงชิงที่การค้าเจริญรุ่งเรืองเช่นกัน
ซาลาเปายัดไส้และซาลาเปาหวานของหลี่หงหงหลี่หลานหลาน หลี่เอ้อร์หลินขายดีมากในพื้นที่ ทําเงินได้ไม่น้อย
พวกเขายุ่งจนไม่มีเวลาซื้อของเพื่อมาฉลองวันปีใหม่และยิ่งไม่มีเวลาไปเยี่ยมหลี่ชิงชิงที่หมู่บ้านหวัง
ในเมืองเซียงซึ่งห่างจากหมู่บ้านหวังเจ็ดสิบลี้จินอวี๋หม่านถังที่สาขาใหญ่และสาขาย่อยของเซียงเยวี่ยไจก็ขายดีเป็นพิเศษเช่นเดียวกัน
จินอวี๋หม่านถังเกือบสี่หมื่นฟองขายหมดเกลี้ยงก่อนวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนล่าเยวี่ยกระทั่งขนม ผลไม้แห้งของเซียงเยวี่ยไจก็ขายดีไปด้วยทําให้คู่แข่งอย่างหลงจู๊เหอแห่งเจียงหนานไจกินไม่ได้นอนไม่หลับทุกวัน
“เจ้าคนหนุ่มหม่าชิงผู้นี้ขนาดคนไม่อยู่ในเมืองเซียง การค้าของเซียงเยวี่ยไจยังดีถึงขนาดนี้! มันน่าโมโหจริงๆ!”
“ยิ่งการค้าของเซียงเยวี่ยไจดีเท่าใดการค้าของเจียงหนานไจก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น”
“ปีนี้หม่าชิงโชคดีจริงๆจินอวี๋หม่านถังของเซียงเยวี่ยไจ เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ของเหลาอาหารสกุลหม่าล้วนเป็นอาหารใหม่แล้วยังขายดีอีกด้วย!”
เช่นเดียวกับหูชุนหยางเจ้าของเหลาอาหารสกุลหูซึ่งเป็นคู่แข่งของหม่าชิงก็ร่ำสุราดับทุกข์ในบ้าน
ตั้งแต่สารทฤดูเหลาอาหารสกุลหูได้แข่งขันกับเหลาอาหารสกุลหม่าหูชุนหยางเปิดตัวอาหารจานใหม่อย่างอวี๋หมี่จือเซียงที่เลียนแบบเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ของเหลาอาหารสกุลหม่าผู้ใดจะรู้ว่าเหลาอาหารฝูลี่ไหลจะเปิดตัวอาหารจานใหม่อย่างซวงสี่หลินเหมินเลียนแบบอวี๋หมี่จือเซียงของเขาอีกที
ซวงสี่หลินเหมินใช้วัตถุดิบมากกว่าอวี๋หมี่จือเซียงหนึ่งอย่างทําให้ลูกค้าต่างแห่ไปที่ฝูลี่ไหล ไม่มาทานอาหารที่เหลาอาหารสกุลหูอีกต่อไป
หูชุนหยางพยายามทำทุกวิถีทางในเหลาอาหารสกุลหูอยู่นานทว่าการค้ายังคงไม่ดีขึ้น
กลับกลายเป็นว่าเหลาอาหารสกุลหม่าอาศัยเพียงเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋การค้าของหลายเดือนมานี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ได้รับคำสรรเสริญจากชาวบ้าน ทั้งยังบอกต่อๆ ออกไปทําเอาตอนนี้ขอเพียงคนต่างถิ่นที่มาเมืองเซียง ก็ต้องมากินเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋
หากยังพัฒนาเป็นเช่นนี้ต่อไปเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋จะกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองเซียง!ด้วยเหตุนี้เหลาอาหารสกุลหม่าจะกลายเป็นเหลาอาหารอันดับหนึ่งในเมืองเซียงหม่าชิงผู้เป็นเจ้าของก็จะมีชื่อเสียงในแวดวงเหลาอาหารของแคว้นต้าถัง!
นี่คือเรื่องที่หูชุนหยางไม่อาจทนได้!
ในขณะที่หลงจู๊เหอและหูชุนหยางเต็มไปด้วยอารมณ์หดหู่ข่าวอันน่าตกใจก็แพร่มาจากเซียงเยวี่ยไจสาขาใหญ่ของเมืองเซียง
พริกสับดองปรากฏบนชั้นวางของเซียงเยวี่ยไจเซียงเยวี่ยไจเริ่มขายพริกสับดองแล้ว!
เป็นที่ทราบกันดีว่าอาหารใหม่ที่ขายดีที่สุดในเหลาอาหารสกุลหม่าคือเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์ที่ใช้คือพริกสับดอง
การรวมกันของหัวปลาขนาดใหญ่และพริกสับดองนั้นเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้เครื่องเคียงของเซียงเฉิงซานเจิงซวงเหมยโต่วเยี่ยนก็ใช้พริกสับดองเช่นกัน
ตอนนี้เซียงเยวี่ยไจซึ่งเปิดโดยเจ้าของเหลาอาหารสกุลหม่าเปิดขายพริกสับดองนี่จะตัดช่องทางหาเงินตนเองหรือ?