ผ่านไปสักพัก จางหลงก็เดินเข้ามาในห้องนอนของจางเหมย พร้อมกับถ้วยยาที่ตนพึ่งต้มเสร็จ
" แม่ผมต้มยาเสร็จแล้ว แม่เอาให้พี่กินเถอะครับ "
จางหลงยื่นยาที่ตนต้มเสร็จให้กลับ แม่หลิว
แม่หลิวก็รับยาจากมือของจางหลง ก่อนจะมองไปที่ถ้วยยา
ก็พบกับน้ำสีดำๆของสมุนไพรที่ต้มออกมา
" แม่ให้ผมช่วยพยุงพี่ลุกขึ้นนั่งเถอะครับจะได้กินยาง่ายๆ "
จางหลงเอ่ย ก่อนจะขึ้นไปบนเตียงของจางเหมย ซึ่งเตียงของจางเหมยเป็เตียงเตาขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่มากกว่าครึ่งห้องนี้
" ดีจ๊ะ พยุงพี่สาวลูกขึ้นนั่งเถอะจะได้กินยาง่ายๆ "
แม่หลินพยักหน้ารับให้ลูกชาย
" รีบให้พี่สาวกินเถอะครับแม่ ถ้าหากพี่สาวตื่นขึ้นมาเธอคงจะโวยวายไม่ยอมกินยาแน่นอน "
จางหลงพูดถึงพี่สาวก็อดที่จะมีรอยยิ้มไม่ได้ เพราะเวลาพี่สาวเขาป่วย เธอก็มักไม่ค่อยอยากจะกินยา เพราะยาค่อนข้างมีรสขม
ยิ่งเป็ยาที่ต้มจากสมุนไพรยิ่งแล้วใหญ่ กว่าจะให้จางเหมยกินยาแต่ละครั้ง คนในบ้านก็ลำบากพอสมควร
แต่ครั้งนี้ดีหน่อยที่พี่สาวเขานอนหลับ สามารถนำยาค่อยๆป้อนเข้าไปในปากเธอได้โดยที่เธอไม่รู้ตัว
" ดีจ่ะ "
จางหลงพยุงร่าง จางเหมยที่นอนอยู่บนเตียงให้อยู่ในท่านั่ง
เมื่ออยู่ในท่านั่งแล้ว แม่หลิวก็เตรียมตักยาให้ลูกสาวทาน
โดยก่อนจะนำเข้าปาก ก็ไม่ลืมที่จะเป่าให้ยาหายร้อนเสียก่อน
เมื่อยาหายร้อนแล้ว จางหลงก็บีบไปที่แก้มจางเหมยเบาๆ เพื่อให้ปากของจางเหมยอ้าออกเล็กน้อย เพื่อที่จะสามารถป้อนยาเข้าทางปากได้
เมื่อปากอ้าออกแล้ว แม่หลินก็ค่อยๆ นำยาสีดำปี๋ป้อนเข้าไปในปากของลูกสาว
เมื่อยาที่เป็รสขมเข้าไปภายในปาก ลิ้นที่เป็ตัวรับรส ก็รับรู้ได้ถึงความขม ทำให้คนที่หมดสติอยู่เหมือนจะรู้สึกตัวขึ้นมา
" แค่ก...แค่ก อู๊บ...แหวะ "
จางเหมยยังไม่แม้แต่จะกินยาลงท้อง แต่สำลักออกมา ก่อนจะอ้วกเอายาที่พึ่งป้อนเข้าปากออกมาเต็มผ้าห่ม
" คิดว่าไม่ได้สติ จะยอมกินยาง่ายๆแล้วเชียว สุดท้ายก็เหมือนเดิม "
จางหลงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม หลังจากเห็นพี่สาวของตนที่ยาเข้าปากไปได้ไม่นาน ก็อ้วกออกมาเสียแล้ว
" เสี่ยวเหมยเป็อย่างไรบ้างลูก "
แม่หลินลูบหลังของลูกสาว ที่หน้าตาพะอืดพะอมเหมือนกำลังจะอ้วกออกมาอีกรอบ
จางเหมยหันไปมองหน้าแม่หลิวด้วยความงงงวย มองราวกับคนแปลกหน้า
ก่อนจะหันไปมองจางหลงที่กำลังพยุงตนอยู่ และทันใดนั้นจางเหมยก็เหมือนจะนึกเื่บางอย่างขึ้นมาได้
" แม่หนูเป็อะไรคะเนี่ย "
จางเหมยหันไปเอ่ยถาม แม่หลิวที่กำลังลูบหลังให้ตนอยู่
" แม่มากกว่าที่ต้องถามลูก เมื่อคืนลูกไปไหนมาไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน พอกลับมา ลูกก็เข้าไปในห้อง ก่อนจะคิดฆ่าตัวตายลูกมีปัญหาอะไรทำไมไม่พูดกับแม่ "
แม่หลิวพูดออกมาทั้งน้ำตา เธอรู้ว่าลูกสาวของเธอเป็คนยังไง ลูกสาวของเธอเป็คนนึงที่เข้มแข็ง มีนิสัยเด็ดเดี่ยวไม่ต่างจากเธอ
เธออยากรู้ยิ่งนัก ว่าเื่อะไรที่ทำให้ลูกสาวของเธอคิดสั้นได้ จะต้องเป็เื่ใหญ่แค่ไหน จึงทำให้จางเหมยที่มีนิสัยเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวคิดสั้นฆ่าตัวตายได้
จางเหมยเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้นเธอก็คิดได้ว่าก่อนเธอจะหมดสติเธอได้ผูกคอตนเองกับคานบ้านเพื่อตั้งใจจบชีวิตของตนเองลง
" ช่างเถอะลูกพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน ลูกฟื้นมาได้เพราะยาหมอหลิวเลยนะเนี่ย ลูกจะต้องไปขอบคุณหมอหลิวแล้วล่ะ "
แม่หลิวที่เห็นถ้าครุ่นคิดของลูกสาว ก็คิดว่าลูกสาวคงไม่อยากจะบอกตนตอนนี้ก็เลยคิดว่าให้ลูกนอนพักเสียก่อนไว้มีโอกาสค่อยมาคุยกันอีกทีก็ได้
" ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะแม่ หนูบอกแม่ได้ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ "
จางเหมยที่เหมือนจะเข้าใจความคิดของแม่หลิวเอ่ยพูดออกมา เพราะเธอคิดว่ามันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เป็คนในครอบครัวเดียวกัน เธอก็ควรจะพูดเื่ที่เกิดขึ้นให้แม่หลิวได้รู้
" คืออย่างนี้นะคะแม่ เมื่อหลายวันก่อน พ่อได้ส่งจดหมายมาให้หนูพร้อมกับเงิน 3 หยวน เพื่อให้หนูเดินทางเข้าไปหาพ่อที่อำเภอ พ่อเขียนในจดหมายเอาไว้ว่าห้ามบอกเื่นี้กับแม่และน้องชาย และในตอนท้ายจดหมายยังเขียนเอาไว้ว่า เมื่อหนูอ่านจบแล้วให้เผาจดหมายนี้ทิ้ง ซึ่งหลังจากอ่านจบหนูก็ทำตาม "
หลังจากนั้นจางเหมยก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับตนให้แก่แม่และน้องชายฟัง เธอเล่าเื่ทุกอย่างโดยละเอียด ไม่มีสิ่งใดตกหล่นเพื่อให้ทั้งสองได้เข้าใจกับสิ่งที่เธอเจอมา
แม่หลิวและจางหลงที่ได้ฟังเื่ที่จางเหมยเผชิญมา ทั้งสองก็ถึงกับน้ำตาไหลและร้องไห้ออกมา
" เสี่ยวเหมย แม่ทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ไปเจอผู้ชายชั่วๆแบบนี้ หนูเป็ลูกของเขาแท้ๆ แต่เขากลับทำกับลูกได้ลง แม่อยู่กับเขามาหลายปี แม่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาจะมีนิสัยเืเย็นแบบนี้ ขายได้แม้กระทั่งลูกสาวแท้ๆของตนเอง "
แม่หลินกอดจางเหมย พร้อมกับเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา เพราะหลังจากที่เธอได้ฟังจากคำพูดของลูกสาว เธอก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าพ่อแท้ๆจะสามารถเอาลูกสาวของตนเองไปขายได้
เื่ราวที่จางเหมยได้เล่าให้ทั้งสองฟังคือ เธอได้รับจดหมายจากพ่อแท้ๆให้เธอเข้าไปหาในอำเภอ หลังจากนั้น 2 วันถัดมาเธอก็เข้าไปในอำเภอตามที่จดหมายบอก
และไปที่โรงแรมที่จดหมายเขียนเอาไว้ เมื่อไปถึงโรงแรมเธอก็เจอกับผู้เป็พ่อ ซึ่งเป็พ่อแท้ๆของเธอที่เขียนจดหมายให้เธอออกมาหา
เมื่อสองพ่อลูกเจอกัน พ่อของจางเหมยก็ซื้ออาหารดีๆให้เธอกิน โดยอาหารแต่ละอย่างมีแต่ของดีๆที่เธอไม่เคยกินมาก่อน
หลังจางเหมยกินอาหารได้ไม่นานเธอก็รู้สึกแปลกๆกับตัวเอง จากนั้นผู้เป็พ่อก็พาเธอขึ้นไปที่ห้องพัก
เมื่อเปิดประตูเข้าไปที่ห้องพักเธอก็เจอเข้ากับชายแก่ร่างอ้วนผิวดำคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง
จางเหมยในเวลานั้นก็เหมือนจะได้สติขึ้นมา และอาการที่เธอเป็อยู่ตอนนี้เธอก็เข้าใจแล้วว่าพ่อของเธอ้าจะทำอะไร
จางเหมยเรียนจบมัธยมแล้ว เธอได้รู้เื่ราวต่างๆมากมาย ถึงแม้จะเป็แค่ความรู้แคบๆเท่านั้น แต่เธอก็รู้ว่าพ่อของเธอกำลังนำเธอมาขายให้กับผู้ชายตรงหน้า
ซึ่งเป็ชายแก่ร่างอ้วนผิวดำ หน้าตาน่าเกลียดอายุคงจะมากกว่าพ่อของเธอหลายปี
จางเหมย ที่สู้ชีวิตใช้แรงเฮือกสุดท้ายถีบเข้าไปที่พ่อบังเกิดเกล้าของเธออย่างสุดแรง
จากนั้นเธอก็รีบวิ่งออกจากห้องนั้นไป ในหัวสมองของเธอตอนนั้นมันขาวโพลนและคิดอะไรไม่ได้สักอย่าง
เธออยากจะวิ่งหนีจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด จากนั้นเธอก็วิ่งไปชนกับผู้ชายคนนึง เธอคิดว่าเธอสามารถขอความช่วยเหลือจากเขาได้ และสามารถรอดจากสถานการณ์ตรงนี้ไปได้
แต่สุดท้ายเธอก็รู้ว่าเธอคิดผิด เพราะเธอได้เสียตัวให้กับผู้ชายที่เธอวิ่งชนอยู่ดี
เมื่อผู้ชายคนนั้นเห็นเธอวิ่งชนเขาอย่างแรง จากนั้นเขาก็เหมือนจะรู้อาการที่จางเหมยเป็อยู่
เขาจึงพาจางเหมยเข้าไปที่ห้องของเขา จากนั้นผู้ชายคนนั้น ก็ฉวยโอกาสและมีอะไรกับจางเหมย
หลังจากนั้นจางเหมยก็ไม่รับรู้เื่อะไรที่เกิดขึ้นกับตนเองเลย เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาในเวลา 6 โมงเช้า จางเหมยก็ไม่เห็นใครในห้องแล้ว
จางเหมยที่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน จางเหมยจึงรีบแต่งตัว จากนั้นก็รีบกลับมายังหมู่บ้าน
หลังจากจางหลงพาเธอเข้ามาในห้อง จางเหมยก็นั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียวสักพัก
จางเหมยที่ทนรับความอัปยศกับตนเองไม่ได้ และรับไม่ได้ที่พ่อผู้ให้กำเนิดนำเธอไปขาย เธอจึงเลือกที่จะจบชีวิตของตนเองลงด้วยการแขวนคอตาย
และสุดท้ายจางเหมยก็ตายไปจริงๆ และมีิญญาของอีกคนเข้ามาอยู่ในร่างของจางเหมย และได้รับความทรงจำและได้รู้เื่ทุกอย่างเกี่ยวกับจางเหมยเ้าของร่างนี้
ทำให้ิญญาที่เข้ามาอยู่ในร่างของจางเหมย สามารถเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับร่างนี้ให้แก่แม่หลิน กับจางหลงฟังได้อย่างละเอียด