บทที่ 01
“สวัสดี”
ฉันกล่าวคำทักทายหลังจากคาซีเลียสฟื้นขึ้นใน 3 วันถัดมา ใบหน้าคมคายประหนึ่งพระเ้ารังสรรค์เจือความใเล็กน้อย เมื่อตื่นมาแล้วพบหญิงสาวแปลกหน้าจ้องเขม็งไม่วางตา
แต่แล้วไงใครสน เพราะเขาฉันถึงต้องอดหลับอดนอน 3 วันเต็ม ลำบากเชิญหมอประจำหมู่บ้านมาตรวจ สุดท้ายกลับพบว่าเป็เพียงการจำศีลระยะหนึ่งของเหล่านักเวทหลังจากร่างกายใช้พลังมหาศาลเท่านั้น
การจำศีลโดยปราศจากผู้พิทักษ์ถือเป็การกระทำที่เสี่ยงมาก ฉะนั้นชนชั้นสูงหรือเชื้อพระวงศ์ที่เป็นักเวทจึงเลือกจำศีลเมื่อตนอยู่ในสภาวะพร้อมแล้วเท่านั้น ทว่าสำหรับคาซีเลียสผู้เป็ถึงบุตรชาย แกรนด์ดยุกคนถัดไปของตระกูลนิโกเลตต์ ไม่รู้ทำไมจึงอยู่ในสภาพนี้
“เ้าเป็ใคร? นี่คือที่ไหน เหตุใดข้าจึงอยู่ที่นี่” น้ำเสียงค่อนไปทางเ็าเอ่ยถาม ขณะเดียวกันดวงตาสีแดงราวกลีบกุหลาบงดงามทว่าแฝงด้วยความอันตรายก็จ้องมองกันอย่างระแวดระวัง
นี่มัน…ฉันเผลอยกยิ้มมุมปาก จากท่าทางไม่เป็มิตรของคาซีเลียส ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่มีพาสซีฟสกิลตกหลุมรักนางเอกั้แ่แรกพบเหมือนในนิยายแล้ว อย่างว่า…ฉันเล่นพังพล๊อตทิ้งั้แ่ 3 ปีก่อน ตัวละครในนิยายจะเปลี่ยนไปบ้างก็คงไม่แปลก
เหมือนทฤษฎีที่เขาเรียกกันว่าผีเสื้อขยับปีกไง
“ข้าชื่อโคลอี้ค่ะ เป็เ้าของบ้านหลังนี้ และเป็ผู้ช่วยชีวิตท่าน”
ครั้งนี้ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้มจริงใจ เนื่องจากคลายกังวลเื่ถูกพระเอกตกหลุมรักแล้ว
“…”
คาซีเลียสได้ยินดังนั้นนิ่งไปเล็กน้อย ั์ตาสีแดงเข้มมองเหม่อไปยังพื้นคลับคล้ายว่ากำลังครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนริมฝีปากหยักลึกจะเอ่ยถ้อยคำราบเรียบแต่ทำเอาคนฟังหน้าถอดสี
“ขอบคุณเลดี้มากที่ช่วยเหลือ ทว่าข้าคือใครงั้นเหรอ”
“คะ?! ทะ…ท่าน…จำอะไรไม่ได้เหรอ?” ฉันถามเสียงหลง ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว เพราะหลังจากนี้หมายมั่นไว้แล้วว่าพอเขาฟื้นจะรีบแยกย้ายทางใครทางมัน ไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะผิดแผนไปหมด!
“ชื่อล่ะ? จำได้รึเปล่า”
“คาซีเลียส” ดี! ยังพอจำชื่อแซ่ได้ “แค่นี้เหรอคะ?” เ้าตัวพยักหน้าอากัปกิริยาที่แสดงออกยังคงสงบนิ่ง เยือกเย็นดังเดิม
“โอเคค่ะ ไม่เป็ไร…บางทีอาจแค่ชั่วคราว รออีกนิดความทรงจำท่านต้องกลับมาแน่” ปากบอกอย่างนั้นแต่ฉันกลับเดินวนไปมาอย่างวิตก เผลอยกมือขึ้นกัดเล็บอย่างลืมตัว
สาเหตุใดกันที่ทำให้คุณพระเอกคนนี้ความจำเสื่อม ฉันมั่นใจว่าตอนเจอกันร่างกายของเขาแทบไม่บุบสลาย แล้วทำไม…
หืม?
ความทรงจำที่เกือบลืมไปแล้วผุดเข้ามาในหัว ภาพฉันใช้เวทเคลื่อนย้าย จนทำให้ศีรษะอันล้ำค่าของพระเอกกระแทกประตูเข้าอย่างจังฉายซ้ำวนไปมา ฉันยกมือกุมอก คงไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้หรอกนะ เป็แค่การชนเบาๆ (?) ไม่กี่ทีเอง คนแข็งแกร่งแบบคาซีเลียสไม่น่าตกม้าตายด้วยเื่พันธ์ุนี้
“เ้านึกอะไรออกงั้นเหรอ”
“เปล่าค่ะ! ไม่เลย!! ตอนข้าเจอท่านก็เห็นว่าหมดสติไปแล้ว” สะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหน้ารัว จะบอกว่าตัวเองอาจเป็ส่วนหนึ่งให้เขาความจำเสื่อมก็อันตรายเกินไป ชายคนนี้คือพระเอก บุคคลผู้อารมณ์ร้ายไบโพล่าร์สุดในสามภพเชียวนะ หากไม่พอใจหน้าไหนถ้าไม่จับฆ่าก็จับเฉือนชิ้นส่วนร่างกาย แม้แต่โคลอี้ที่ทั้งรักทั้งหลงหากต่อต้านเพียงน้อยนิด เขาก็สามารถมอบบทลงโทษแสนสาหัสยิ่งกว่าศัตรูในสนามรบได้
บทลงโทษบนเตียงอันเร่าร้อน มีเพียงโคลอี้คนเดียวได้ลิ้มรส การลงโทษแสนทรมานบนเตียงเจียนขาดใจ!
ตอนอ่านฉันทั้งเขินและฟินกับความดุดัน อึดถึกของคาซีเลียสมาก อ่านวนซ้ำจนแทบจำได้ทุกตัวอักษร ทว่ามาตอนนี้พอคิดว่าวันหนึ่งเื่ทำนองนี้อาจเกิดขึ้นกับตัวเองบ้างมันก็…เหอะๆๆๆ
รู้สึกกระอักกระอ่วนยังไงชอบกล ครั้งแรกหลังจากโคลอี้ถูกเธอเป็ยังไงนะ? อ้อ! เท้าแตะลงพื้นไม่ได้ 2 วันเต็ม
“เหตุใดเ้าจึงสุภาพกับข้า เ้าคือผู้มีพระคุณไม่ใช่เหรอ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแคลงใจทำฉันหลุดจากความคิดตัวเอง ก่อนจะหันมาให้ความสนใจชายตรงหน้า
“เอ่อ…เพราะท่านเป็ชนชั้นสูงไงคะ”
“ทำไมถึงรู้ว่าข้าคือชนชั้นสูงล่ะ?”
เวร! นั่นสิ คาซีเลียสความจำเสื่อมอยู่นี่นา จะแถว่าอะไรดีล่ะคราวนี้ คิดพลางก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบเลี่ยงสายตาราวกับกำลังจ้องจับผิด ขณะกำลังเค้นสมองน้อยๆ หางตาก็เหลือบเห็นชุดเปื้อนคราบเืของคาซีเลียสวางกองบนพื้น พลันนึกบางอย่างขึ้นได้
“ชุดค่ะ!”
“ชุดเหรอ?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย
“ค่ะ! ชุดบนตัวท่านค่อนข้างหรูหรากว่าชาวบ้านทั่วไป ข้าจึงเดาว่าท่านน่าจะเป็ขุนนางชั้นสูง” เพราะงั้นอย่าพึ่งล่กไปเลยตัวฉัน บุคคลสำคัญของนิโกเลตต์หายตัวไป เหล่าอัศวินในตระกูลต้องไม่อยู่เฉยแน่
“แต่นั่นก็เป็เพียงการคาดเดาของเลดี้”
“ถูกของท่าน ดังนั้นจึงมีทั้งความเป็ไปได้และไม่ได้ค่ะ ท่านวางใจเถอะ ข้าช่วยเพราะความมีสามัญสำนึกของมนุษย์เท่านั้น ช่วยเลิกทำสายตาเหมือนกำลังตรวจสอบทุกซอกมุมร่างกายข้าได้ไหมคะ”
ตัวจะพรุนหมดแล้ว
“อา…ขออภัยครับเลดี้ ข้าไม่รู้เลยว่าตัวเองทำเช่นนั้น ช่างเสียมารยาทจริง” คาซีเลียสผงกหัวเล็กน้อยเป็เชิงขอโทษ เพราะความเคยชินของร่างกายหรือเปล่านะ ตอนเป็คาซีเลียส นิโกเลตต์เขาคือผู้ชายไร้มารยาทบ้าอำนาจคนหนึ่งนี่นา (ย้ำว่านี่คือพระเอก)
“อ้อ! แล้วก็เรียกข้าว่าโคลอี้เฉยๆ พอค่ะ”
“ครับ ถ้าอย่างนั้นโคลอี้เรียกข้าว่าคาซีเลียสเหมือนกันสิ” ถ้ามีแค่ฉันสุภาพคนเดียวเขาคงอึดอัดสินะ “ได้ค่ะ” ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอยู่แล้ว
“ระหว่างความทรงจำคาซีเลียสยังไม่กลับคืนเ้าก็…เอ่อ…พักอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ” กระอักกระอ่วนจริงโว้ย!
“ขอบคุณ ทว่าเ้าแน่ใจใช่ไหมโคลอี้ว่าจะให้ข้าอยู่ด้วย” ถามเหมือนอ่านใจฉันออกเลยแฮะ หรือฉันจะแสดงอาการมากไป?
“อื้อ! ข้าอุตส่าห์ช่วยเ้ามาแล้ว ให้อาศัยอีกสักระยะจนกว่าจะหายน่ะสบายมาก” ระยะหนึ่งที่แปลว่า 2-3 วัน น่ะนะ ถ้าหัวไม่กระแทกรุนแรงเขาคงไม่ความจำเสื่อมเป็ชาติหรอก ว่าแล้วก็ส่งยิ้มการค้าไปหนึ่งกรุบ ก่อนจะสังเกตว่าคาซีเลียสเอาแต่มองสำรวจทั่วห้องฉัน
“ห้องข้ามีอะไรเหรอเห็นเ้ามองไม่วางตา” “เปล่า แค่รู้สึกว่าข้าวของพวกนี้แปลกตาน่ะ”
“เปล่า แค่รู้สึกว่าข้าวของพวกนี้แปลกตาน่ะ”
แหงสิ คนใช้ชีวิตในคฤหาสน์หรูหรา ของทุกชิ้นล้วนสั่งทำอย่างดีจะเคยเห็นเตาผิงเก่าๆ กับผนังห้องโทรมๆ ได้ยังไง
“เหรอ ข้าว่าปกตินะ ตามมานี่สิคาซีเลียสข้าจะพาไปดูห้องของเ้า” ฉันเอ่ยพร้อมเดินนำไปห้องที่อยู่ถัดจากตนเอง ด้วยสภาพตัวบ้านไม่ใหญ่นัก แน่นอนว่าคนขายาวอย่างเขาก้าวไม่กี่ก้าวย่อมตามฉันทัน
“ค่อนข้างรกและแคบหน่อยนะ ก่อนหน้านี้ข้าใช้เป็ห้องเก็บของ ถ้าทำความสะอาดสักหน่อยน่าจะพออยู่ได้” บานหน้าต่างเปื้อนฝุ่นและคราบหยักไย่ถูกฉันปัดออกเพื่อถ่ายเทอากาศ
“เข้าใจแล้ว บ้านหลังนี้มีเพียงเ้าคนเดียวงั้นเหรอ”
“ใช่ เพราะงั้น…” เสียงของฉันขาดหายชั่วขณะ หลังจากหันมาแล้วพบว่าคาซีเลียสยืนเปลือยท่อนบนตรงหน้า เผยให้เห็นซิกแพคสวยเป็ลอนดูสุขภาพดี แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเสริมให้ภาพตรงหน้าเด่นชัดกว่าเมื่อครู่เป็เท่าตัว
นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าอาหารตา (แต่ไม่ใช่ที่พึ่งทางใจ) ก่อนทำความสะอาดห้องฉันควรหาเสื้อผ้าให้เขาใส่ก่อนสินะ
“โคลอี้?” คาซีเลียสเอียงคอเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ ฉันเงียบไป
“อะแฮ่ม! เพราะงั้นระวังกับดักเวทมนตร์ที่ข้าวางไว้ด้วยล่ะ เป็เวทดักจับน่ะถ้าโดนแล้วร่างกายจะชาจนไม่สามารถขยับไปไหนได้”
ปัง! ปัง! ปัง!
ขณะกำลังจะบอกตำแหน่งวงเวทภายในบ้าน เสียงเคาะประตูดังต่อเนื่องก็เรียกความสนใจจากฉันซะก่อน
“รอแป๊บหนึ่งนะคาซีเลียส” ฉันบอกเขาแล้วรีบเดินไปหน้าประตู วันนี้เป็วันที่หมอประจำหมู่บ้านต้องแวะมาตรวจอาการของคาซีเลียส พอดีเลยฉันจะได้ปรึกษาเกี่ยวกับอาการความจำเสื่อมของเขา
แกร็ก!
“โคลอี้! ข้ากลับมาแล้ว เ้าเป็อย่างไรบ้างมีใครรังแกหรือทำให้เจ็บช้ำใจหรือไม่”
อา…พับผ่าสิ! เป็หมอนี่เองเหรอ ไหนว่าเขาต้องพักอยู่ที่เมืองเอเดนอีก 2-3 วันไง ทำไมถึงกลับมาสร้างความรำคาญใจให้ฉันได้เนี่ย
“เพราะความใจกว้างของท่าน ข้าจึงอยู่เมืองนี้ได้อย่างสุขสบายค่ะ” แม้อึดอัดแค่ไหนฉันก็ต้องแสร้งยิ้ม เพราะชายตรงหน้าเป็ถึงขุนนางชั้นสูงเป็เ้าเมืองผู้ปกครองดินแดน ณ ที่แห่งนี้เขาไม่ต่างอะไรกับาา การทำให้ผู้ชายคนนี้ขุ่นเคืองจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
“ข้าเป็ห่วงเ้ามาก กลับมาถึงแล้วจึงรีบบึ่งมาหาเ้าทันที”
คนตรงหน้าเอ่ยพลางส่งสายตาหวานเชื่อมมาทางฉัน ั้แ่มาอาศัยเมืองนี้รู้สึกจะ 2 ปี แล้วที่เขาเอาแต่คอยตามตื๊อฉัน
“ฮ่าๆๆ ช่างเป็เกียรติจังเลยค่ะ”
ฉันยิ้มแห้ง ควรเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรดี ระหว่างความพยายามกับความดันทุรัง เพราะอะไรน่ะเหรอ…เพราะไอ้บ้าที่พยายามขายขนมจีบฉันอย่างเอาเป็เอาตายคนนี้ ดันมีเมียอยู่แล้วน่ะสิ แถมมีตั้ง 6 คนด้วย
“อ้อ ข้านำของมาฝากเ้าด้วยโคลอี้ ดูสิ! นี่คือเฟอร์ขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์เหมาะกับเ้าเลย อีกไม่นานฤดูหนาวก็มาเยือนแล้ว ข้าไม่อยากให้เ้าป่วยอีก เ้ารับไว้สิโคลอี้”
“ขอบคุณค่ะท่านเ้าเมือง”
“ขอบคุณอะไรกัน เื่แค่นี้เ้าไม่จำเป็ต้องใส่ใจหรอก ต่อไปหากเ้ากลายเป็อนุภรรยาข้า ไม่ว่าจะเป็สิ่งใด-”
“แต่ข้าไม่้าของพวกนี้ค่ะ”
“วะ-ว่าไงนะ?” ดวงตาเรียวสีอำพันเบิกกว้าง จ้องมองคล้ายไม่อยากเชื่อว่าฉันจะปฏิเสธออกมาอย่างไร้เยื่อใย
“ข้าบอกว่าไม่้าค่ะ เชิญท่านเอาของล้ำค่าพวกนี้ไปให้เหล่าภรรยาท่านเถอะ” ดังนั้นฉันจึงย้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาได้ยิน
“ทำไมล่ะโคลอี้ ข้า…ข้าไม่ดีตรงไหนเหตุใดเ้าถึงเอาแต่ปฏิเสธ” ก่อนฝ่ามือหนาจะรั้งแขนฉันไว้แน่นพร้อมกับเริ่มออกแรงบีบ
“ข้าไม่ได้รักท่านค่ะ ไม่เลยสักนิด” ฉันส่ายหน้าช้าๆ พยายามบิดแขนให้หลุดจากการจับกุมที่ราวกับถูกครีมเหล็กล๊อค
“โกหก…ข้าทำดีกับเ้ามาตลอด คอยดูแล ช่วยจัดหาทหารเพื่อปราบปีศาจ เ้าจะไม่ชอบข้าได้ยังไง”
พูดเื่บ้าอะไรเนี่ย การดูแลความเป็อยู่ชาวเมืองเป็หน้าที่ของเ้าเมืองไม่ใช่เหรอ ทำไมเหมารวมเป็ฉันคนเดียวล่ะ ฉันไม่เคยรับของจากเขาตรงๆ เลยด้วยซ้ำ พวกอาหาร ยารักษาโรค เสื้อผ้าของเล็กน้อยฉันรับมาเพราะทุกคนในหมู่บ้านก็ได้เหมือนกันต่างหาก
ที่วันนี้ประเคนของมีค่าให้มากมายเพราะไอ้บ้านี่คิดว่าฉันจะชอบจนยอมตอบตกลงเป็เมียน้อยเหรอ?
“โคลอี้เ้าบอกมาสิว่า้าสิ่งใด ข้าสัญญาว่าจะให้ทุกอย่าง อัญมณี เพชรพลอย ชุดเดรสหรูหรา ขอเพียงเอ่ยปาก”
“ไม่เอาค่ะ! ข้าไม่้าอะไรจากท่านทั้งนั้น ปล่อยมือข้าเดี๋ยวนี้เลย” ขึ้นเสียงด้วยความโมโห พร้อมกับยื้อตัวสุดแรงหลังจากเริ่มถูกฉุดกระชากไปในทิศทางรถม้าของอีกฝ่าย
เดรัจฉาน! พอเห็นว่าฉันไม่ยอมก็จะใช้กำลังสินะ
“หากเ้ากลับปราสาทข้า มั่นใจเลยเ้าต้องเลิกปฏิเสธ ถ้ารู้ว่าข้าสามารถมอบอะไรให้ได้บ้าง”
“เวรเอ๊ย! ท่านมันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ” คำสบถของฉันไม่สามารถทำให้ผู้ชายตรรกะป่วยตรงหน้าะเื ตรงข้ามเขากลับหัวเราะในลำคอราวกับชอบใจ ยิ่งฟังฉันยิ่งรู้สึกเคลื่อนไส้ ขยะแขยง
แต่ถึงอย่างนั้นทั้งที่ฉันกรีดร้องสุดเสียง กลับไม่มีชาวบ้านคนใดโผล่หน้าออกมาดูเลยสักคน ไม่มีเลย! จนกระทั่ง…
ปัง!
ร่างสูงโปร่งของคนที่ไม่เคยนึกถึง โผล่ออกมานอกบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยคงสภาพเปลือยท่อนบนดังเดิม ั์ตาที่ไม่อาจคาดเดาว่าคิดสิ่งใดจ้องมองฉันนิ่งๆ ก่อนจะเลื่อนลงต่ำไปที่ข้อมือซึ่งถูกบีบเคล้นจนขึ้นรอยแดง ไม่ต้องรอให้ฉันร้องขอความช่วยเหลือ
ปั่ก!
ร่างของเ้าเมืองหื่นกามก็ถูกคาซีเลียสโยนให้พ้นตัวฉันอย่างง่ายดาย เสียงกร๊อบคล้ายบางอย่างแตกหักดังก้องไปทั่วบริเวณ จากนั้นเสียงร้องโหยหวนเหมือนควายถูกเชือดก็ดังตามออกมา
ฉันถึงกับหน้าเหวอ เ้าเมืองคนดังที่ใครหลายคนต่างเกรงกลัว สภาพตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากเศษขยะถูกทิ้ง เขานอนกุมข้อมือตัวเองอย่างน่าสมเพช ส่วนคนทำนั้นนอกจากไม่ชายตาแลผู้เสียหายแล้ว ยังตรงดิ่งมาหาฉันเหมือนกับว่ามีบางอย่างที่สำคัญอยากพูด
“โคลอี้”
“มะ..มีอะไรเหรอ” เสียงดูจริงจังแฮะ “ข้าอยาก…”
“ห๊ะ?”