บทที่ 29 วันแรกของการทำงาน
แม้จะนอนกอดลูกสาวไว้อ้อมแขนตลอดทั้งคืน แต่ไมว่าจะทำอย่างไรไป๋อวี้ก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้
สาเหตุมาจากเมื่อคืน สายตาของฉินต้าซานสร้างความหวาดหวั่นให้เธอได้ไม่น้อย สายตาราวกับเปิดเผยตัวตนออกมา ราวกับ้าแผดเผาให้เธอแหลกเป็จุณ
ไป๋อวี้ใสะดุ้งตื่นขึ้นมาก่อนดึกหลายครั้ง
อีกทั้งมีเื่ให้คิดมากมายจนสมองฟุ้งซ่าน
ดูเหมือนว่าหลายครอบครัวที่นี่จะนอนอยู่เตียงเตาเดียวกันหมด แล้วคู่รักจะทำอย่างไร…
ไป๋อวี้ผู้มาจากทางใต้เกิดความฉงนสงสัย
แต่เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น ฉินต้าซานกลับมาเป็ปกติ ไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอด้วยซ้ำ
ไป๋อวี้ตระหนักได้ทันทีว่าเขากำลังอดทนอยู่
……
เช้านี้ฉินต้าซานมีท่าทีเ็าอย่างน่าประหลาดใจ
แม้ว่าปกติเขาจะค่อนข้างเงียบขรึม แต่ไป๋อวี้จำได้ว่าเมื่อคืนสายตาคู่นั้นอบอุ่นเหลือเกิน
ไป๋อวี้ไม่เข้าใจสักนิด ทำไมผู้ชายคนนี้ทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
เธอค้นหาจากความทรงจำเ้าของร่างเดิม แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจยาว
เธอคิดมากไปแล้ว! ร่างเล็กบอบบางของเธอไม่น่าสร้างอันตรายให้เขาได้นะ
ฉินต้าซานอาจจะสนใจเธอเฉพาะตอนที่เขาเมาเท่านั้น หากเป็ปกติเขาเห็นเธออาจจะอาเจียนเอาได้
……
ตอนเ้าของร่างเดิมเพิ่งแต่งงานได้เพียงสามวัน วาจาหวานหยด ออดอ้อนออเซาะพ่อหนุ่มร่างกำยำไม่หยุด
ว่า ‘คุณเป็ผู้ชายที่ดีที่สุดที่ฉันเคยเจอมา’ ‘ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ’ อะไรทำนองนี้
ภายหลังเธอมีท่าที่เปลี่ยนไป ท่าทางแข็งกร้าวมากขึ้น
เวลาแค่สามวันเท่านั้น เธอคิดว่าไม่สามารถให้ชายคนนี้นอนบนเตียงเดียวกับเธอได้
บ้าไปแล้วจริง ๆ ยัยผู้หญิงสารเลวเอ๊ยทำตัวไม่อายฟ้าอายดิน!
……
ขณะไป๋อวี้กำลังผิงไฟก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เอ่อ…”
สายตาที่ฉินต้าซานมองมาให้เธอรู้สึกกระดายอาย
อย่ามองฉันนะ! ฉันไม่ใช่หญิงสารเลวคนนนั้น
ฉินต้าซานสับสน “เธออยากจะเอาตัวเองไปอยู่ในเตาเพื่อที่จะย่างตัวเองงั้นเหรอ?”
หัวแทบมุดเข้าไปในเตาแล้ว!
ผมไป๋อวี้แทบจะลุกเป็ไฟ เมื่อได้ยินดังนั้นก็กลับมามีสติอีกครั้งและรีบหันหัวกลับมา
ฉินต้าซานไม่พูดอะไร เพียงแต่ตักน้ำในครัวแล้วก็ออกไปเลย
ไป๋อวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ไม่รู้ว่าจะรังเกียจเกินไปรึเปล่า นั่งอยู่ข้างเตาฉันยังขนลุกไปทั้งตัว
เธอตัดสินใจแล้วที่จะไม่สำรวจความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเว้นแต่จะมีความจำเป็จริง ๆ
ซึ่งมีผลต่อความอยากอาหารและทำให้เธอมีความกล้าหาญ
……
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ ฉินต้าซานกับฉินเสี่ยวซู่สองคนพ่อลูกช่วยกันทำชั้นวางของตามที่ไป๋อวี้อยากได้
เมื่อเห็นว่าชายสองคนกำลังยุ่งอยู่ที่นั่น ไป๋อวี้จึงนำฉินเสี่ยวกั่วไปหาจ้าวอิ้งหง
ก่อนที่ฉินเสี่ยวกั่วจะออกไป ก็โบกมือให้พ่อและพี่ชาย “พ่อคะ พี่คะ พวกเราไปหาเงินกันก่อนนะ!”
“ได้เลย” ฉินเสี่ยวกั่วพูด “กั่วเออร์ไปหาเงินให้ได้มาก ๆ นะ!”
ฉินเสี่ยวกั่วหัวเราะคิกคัก “เตรียมตัวดูได้เลยหนูจะหาเงินก้อนใหญ่ ๆ กลับมาซื้ออาหารอร่อย ๆ ให้พี่กิน”
ฉินเสี่ยวซู่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
แต่หลังจากที่ผู้หญิงทั้งสองของบ้านจากไป ฉินเสี่ยวซู่ก็เริ่มเหม่อลอย ใจไม่อยู่กับตัวไปซะแล้ว
เขาบอกกับพ่อว่า “พ่อ ถ้าทำงานแบบนี้ พ่อทำคนเดียวก็ได้”
ฉินต้าซานเงยหน้าขึ้นและมองเขาตอกตะปู “แกจะไปไหน”
“ไปหาคะแนนทำงาน” ฉินเสี่ยวชู่ตอบ “พวกเธอกระตือรือร้นเพื่อที่จะได้รับคะแนนการทำงาน จะให้ผมอยู่เฉย ๆ งั้นเหรอ”
ฉินต้าซานตอกตะปูต่อขณะพูดว่า “ครอบครัวเราขาดเงินสักแดงเหรอ?”
ฉินเสี่ยวซู่เม้มริมฝีปากเขา “แบบนี้ไม่เรียกว่าขาดเงินเหรอ”
“นายตามเธอไปไม่รู้สึกอึดอัดแล้วเหรอ” ฉินต้าซานพูดอย่างเ็า
ฉินเสี่ยวซู่เถียงเสียงดังอย่างทันควัน “ที่ไหนล่ะ?! ผมรำคาญตอนเห็นเธอ!”
เขาไม่อยากตามผู้หญิงคนนั้นไป
เขาช่วยเธอทำงานหนึ่งวัน ต้องขี่เกวียนต้องทำงานไม้ อีกทั้งยังต้องแหย่รังผึ้งให้เธออีกด้วย!
ทั้งหมดนี่ไม่ใช่เพื่อเธอหรอกนะ! เพื่อตระกูลฉินต่างหาก!
ฉินต้าซานหัวเราะเยาะเย้ย แล้วก็เงียบไป
ฉินเสี่ยวซู่ช่วยพ่อเขาจับไม้อีกครั้ง ไม่ส่งเสียงอะไรอีก
เขาพูดสำทับว่า “พ่อ เห็นไหมว่าพ่อสามารถตอกตะปูโดยการเหยียบไม้เอง…”
ฉินต้าซานดุ “จับไว้ อย่าขยับ!”
“อ้อ”
ฉินเสี่ยวซู่ยอมแพ้แล้ว เขาทำงานไม้กับพ่อมาครึ่งวัน
ตอนนั้นทำได้แค่แอบหนีออกจากบ้าน เอาหนังสติ๊กยิงหน้าต่างบ้านหลิวไฉ่อิง แล้วก็ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนอีกเลย
สิ่งนี้ทำให้นายน้อยแห่งฉินเจียถุนขาดใจตายได้เลย!
……
ไป๋อวี้เริ่มทำงานวันนี้ อารมณ์ต่าง ๆ อยู่ในความปกติดี
เนื่องจากกลุ่มเก็บเกี่ยวไม่มีงานมาระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้เธอจึงไม่ต้องไปคัดแยกเห็ดสด
จ้าวอิ้งหงใช้เวลาตลอดทั้งเช้าพาเธอไปยุ้งฉางที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็พิเศษสิบหลัง
นอกจากนี้ยังพาเธอไปดูผลิตผล ซึ่งเป็ผลผลิตหลักของกลุ่มเก็บเกี่ยวในฉินเจียถุน
นอกจากนี้ยังมีหัวเชื้อเห็ดในคลังอีกมากมาย เช่น เห็ดหอม เห็ดโคน เห็ดอานม้า เห็ดเขากวาง เห็ดมันไก่และยังมีเห็ดอีกหลากหลายประเภท
จากนั้นก็มีถั่วต่าง เช่น เมล็ดสน ถั่วเจินจึ ถั่วเหอเถา เป็ต้น เมล็ดสนยังสามารถแบ่งถั่วได้เป็ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก
ไป๋อวี้เห็นของในยุ้งฉางแล้วดวงตาพลันเปล่งประกาย นี่เป็เื่ธรรมดาในทางตอนเหนือ แต่สำหรับทางตอนใต้แล้วนับว่ามีมูลค่ามาก
หากคุณสามารถนำพวกมันทั้งหมดไปไว้ในมิติลับของเสี่ยวกั่วเอ๋อร์และพาพวกมันไปทางทิศใต้ได้…
จ้าวอิ้งหงยังคงแนะนำ “สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เื่แปลก ตอนอยู่ในก่างจื่อหลิ่งเธอเคยเห็นเคยกินพวกมันมาก่อน แต่หลังจากคัดแล้วต้องบรรจุใส่ถุง มีเพียงสหกรณ์และการตลาดในอำเภอเท่านั้นที่้ามัน…”
เมื่อหันกลับไปก็เห็นไป๋อวี้หลบไปกลืนน้ำลาย
จ้าวอิ้งหงอึ้งไปครู่หนึ่ง “เธอหิวเหรอ”
ไป๋อวี้ “..ไม่หิว”
จ้าวอิ้งหงหัวเราะ “หลายวันนี้เธอต้องทำความรู้จักกับเห็ดพวกนี้ ตอนเก็บอย่าเก็บผิดก็พอ ตอนนี้ก็เกือบจะเที่ยงแล้ว เธออยากกลับไปทำอาหารไหม?”
ไป๋อวี้โบกมือ “ตอนเที่ยงจะทำอะไรกินเหรอ สองพ่อลูกคู่นั้นนึ่งวอวอโถวกินก็พอแล้ว”
จ้าวอิ้งหงกล่าวว่า “อย่าเลย เธอมาทำที่บ้านฉันเถอะ เสร็จแล้วให้นำกลับไปให้ต้าซานกับเสี่ยวซู่”
เมื่อวานเธอไปกินข้าวเย็นที่บ้านคนอื่น เธอกำลังคิดที่จะทำอาหารที่บ้าน และนำกลับไปให้ฉินต้าซานและเสี่ยวซู่
สาเหตุหลักมาจากฝีมือของเธอไม่ดีเท่าของไป๋อวี้ เธอจึงอยากพาไป๋อวี้มาทำด้วยกัน ถึงเวลานั้นเธอยังใช้วิธีครูพักลักจำได้
……
ไป๋อวี้แทบรอไม่ไหวที่จะนับผลผลิตที่เหลืออยู่กับจ้าวอิ้งหง
ว่ากันว่าทั้งหมดนี่เป็ผลผลิตเมื่อหลายปีก่อน สหกรณ์ในอำเภอและสถาบันวิจัยต่าง้าพวกมัน และทุกคนต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
แต่เนื่องจากหลี่ิมีงานยุ่งตลอดและไม่สามารถทำบัญชีได้ จึงไม่ได้ส่งของพวกนี้ไป
จ้าวอิ้งหงบอกว่าเธออยากทำอาหารและควักข้าวญี่ปุ่นหายากออกมา
ไป๋อวี้ก็นึ่งหม้อข้าวกับเนื้อรมควัน ผัดผักสองชนิด แบ่งออกสองชามใหญ่ ๆ แล้วยกของฉินต้าซานและฉินเสี่ยวซู่ออกมา
สมองเธอเต็มไปด้วยอาหารอันโอชะและเงินหยวน เธอหยิบอาหารขึ้นมาโดยไม่สนใจที่จะกินด้วยซ้ำ
จ้าวอิ้งหงหัวเราะเยาะ “เธอกลัวว่าผู้ชายของเธอจะต้องกินกับข้าวเย็น ๆ งั้นเหรอ”
ก็ไม่เชิง…
แต่ไป๋อวี้ยังคงยิ้มอย่างขัดเขินและจากไปโดยไม่อธิบายอะไร
“เสี่ยวกั่ว เป็เด็กดีกินข้าวกับป้าดี ๆ ละ!” ไป๋อวี้กล่าว
“ค่ะ!” ฉินเสี่ยวกั่วขานรับอย่างเชื่อฟัง
……
ไป๋อวี้เดินไปบนถนนกับข้าวสองชามใหญ่อย่างมีความสุข
ทันใดนั้นมีคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังบ้านของบ้านข้าง ๆ และกอดเธออย่างแรงจากทางด้านหลัง
ไป๋อวี้ใมากจนส่งเสียงอุทาน เกือบจะใช้จานกับข้าวฟาดใส่อีกฝ่าย