บรรยากาศในโรงอาหารที่เคยเซ็งแซ่ด้วยเสียงพูดคุยของทหารนับร้อยนาย พลันเงียบกริบลงราวกับมีใครกระชากปลั๊กไฟออก
สายตาทุกคู่ ไม่ว่าจะเป็นพลทหาร นายสิบ หรือจ่าอากาศ ต่างจับจ้องไปที่โต๊ะตัวยาวริมสุดติดหน้าต่าง
เคร้ง!
เสียงถาดหลุมโลหะวางลงบนโต๊ะไม้ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ
อคินนั่งลงอย่างสบายอารมณ์
แต่สิ่งที่ทำให้ทหารเรือทั้งโรงอาหารต้องอ้าปากค้างจนลืมเคี้ยวข้าว
คือการที่เขาวางชามข้าวอีกสี่ใบ 'บนโต๊ะ' ร่วมกับเขา
ไม่ใช่ที่พื้น... แต่เป็นบนโต๊ะอาหารระดับเดียวกัน
"เชิญครับท่านอัศวินทั้งหลาย"
อคินผายมือราวกับบริกรในภัตตาคารหรู
มามาเลดในชุดเกราะหนังกระโดดขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้อย่างสง่างาม ตามด้วย 'ปลาเผา' และ 'บัวลอย'
พวกแมวต้องยืนสองขาเพื่อกิน เพราะระยะห่างระหว่างม้านั่งและโต๊ะทำให้เวลาที่พวกมัน พวกมันนั่งจะเอื่อมไม่ถึงชามอาหาร
ส่วนเจ้าโบ้นั่งเรียบร้อยอยู่บนม้านั่งยาวข้างๆ อคิน นั้นตัวยาวพอที่จะกินอาหารได้โดยไม่ลำบาก
'คราวหน้าคงต้องหาเก้าอี้เสริมให้พวกแมวสินะ'
อคินคิดในใจ ขณะเดียวกันกูของเขาก็บังเอิญได้ยินเสียงซุบซิบนินทา
"เฮ้ย... นั่นมันแมวไม่ใช่เหรอวะ?"
เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นเหมือนเสียงผึ้งแตกรัง
"ทำไมเอาสัตว์ขึ้นมาบนโต๊ะ? ผิดระเบียบทหารไม่ใช่เรอะ?"
"แต่ดูชุดที่มันใส่สิ... มึงเห็นแสงนั่นไหม? เกราะเวทมนตร์หรือเปล่า?"
"ไอ้หนุ่มนั่นใครวะ? หน้าซีดเหมือนคนตาย... หน่วยพิเศษที่เพิ่งย้ายมาเหรอ?"
อคินทำหูทวนลม เขามองว่านี่คือปฏิกิริยาของคนทั่วไปที่เพียงเคยเห็นสัตว์ปลุกพลังที่มีสถานะเท่าเทียมกับมนุษย์
"กินเลยไม่ต้องเกรงใจ"
ในขณะที่มามาเลดกำลังใช้ช้อนตักอาหารเม็ดเข้าปาก
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีขาวเต็มยศก็เดินแหวกฝูงชนเข้ามา
รองเท้าคอมแบทขัดมันวาววับหยุดลงที่ข้างโต๊ะ
"คุณคือ... อคิน สินะครับ?"
เสียงห้าวหาญทรงพลังดังขึ้น
อคินเงยหน้ามอง พบกับชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าคมเข้ม
ผิวคล้ำแดดทะเล และดาวบนบ่าที่บ่งบอกยศ 'พลเรือเอก' เหนือศีรษะของเขามีแถบชื่อสีเขียวลอยเด่นชัดเจน
"ครับ! ผมอคิน!"
เขาลุกขึ้นยืนทำความท่าตะเบ๊ะแบบเก้ๆ กังๆ ตามประสาคนไม่เคยเป็นทหาร ...
'แย่ละ ต้องทำความเคารพยังไงนะ'
"ผมนั่งด้วยคนได้ไหม?"
นายพลถามด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา
ก่อนจะนั่งลงโดยไม่รอคำตอบรับ สายตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังเหล่าแมวเหมียวบนโต๊ะด้วยความทึ่งระคนระแวง
"ผมได้รับจดหมายด่วนจากฝ่ายทะเบียนและท่านปกป้องแล้ว พวกเขาบอกว่าคุณเป็น 'กำลังรบพิเศษ' ที่จะมาช่วยกู้สถานการณ์ตอนกลางคืน... และพวกสัตว์ของคุณ..."
จมูกของนายพลขยับเล็กน้อย เหมือนได้กลิ่นบางอย่างที่คนเป็นไม่ควรมี
"...มันช่างน่าตกใจจริงๆ"
อคินยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบไป
"ขอบคุณครับท่าน!"
อาทิตย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำตอบที่ฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็เลือกที่จะข้ามไป เขาหันไปสบตากับแมวลายสลิด
"และพวกสัตว์ของคุณ? ผมได้ยินมาว่าพวกเขามีความพิเศษ... พูดภาษาคนได้?"
อคินกำลังจะอ้าปากตอบแบบถ่อมตัว แต่มามาเลดกลับแค่นเสียงในลำคอ
"ฮึ!"
เจ้าแมวส้มสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น ยกขาหน้าขึ้นมาเลียทำความสะอาดเล็บเหล็กอย่างไม่ยี่หระต่อยศนายพล
"เอ่อ..."
อคินหน้าเจื่อน
"ขอโทษครับท่านนายพล คือเจ้าส้ม... เอ้ย อัศวินมามาเลดเขาค่อนข้างจะ..."
"ข้ามีนามว่า 'อัศวินมามาเลด'"
เจ้าแมวพูดแทรกขึ้นโดยไม่หันมามอง
"และข้าจะเจรจาเฉพาะกับผู้ที่มียศศักดิ์ทัดเทียม หรือผู้ที่นายเหนือหัวของข้ารับรองเท่านั้น... ท่านเป็นเจ้าเมืองหรือ?"
อาทิตย์เลิกคิ้วสูง แม้จะตกใจที่แมวพูดได้ชัดถ้อยชัดคำราวกับมนุษย์ แต่เขาก็เก็บอาการได้ดีเยี่ยมสมชายชาติทหาร
"ผมเป็นผู้บัญชาการที่นี่... ก็น่าจะถือว่าเป็นเจ้าเมืองได้มั้ง?"
"แค่ผู้ดูแลค่ายทหาร..."
มามาเลดบ่นพึมพำกับปลาเผาเบาๆ แต่จงใจให้ได้ยิน
"เทียบกับท่านปกป้องที่เป็นถึงเสนาบดีไม่ได้หรอก คนละคลาสกันเลย"
บรรยากาศเริ่มมาคุ ทหารติดตามด้านหลังนายพลเริ่มขยับตัว มือแตะปืนด้วยความไม่พอใจ
ทันใดนั้น อุ้งเท้าสีขาวนวลก็วางลงบนแขนเสื้อของนายพลเบาๆ
"ต้องขอประทานโทษแทนแมวปากเสียตัวด้วยค่ะ ท่านผู้บัญชาการ"
เสียงหวานใส ไพเราะราวกับระฆังแก้วดังออกมาจากปากของ 'บัวลอย' แมวสามสีผู้สง่างาม ท่วงท่าของเธอดูราวกับนางพญา
เธอก้มหัวลงเล็กน้อยในท่าทางที่ดูเหมือนการถอนสายบัวของกุลสตรีไทย
"อัศวินมามาเลดเพิ่งได้รับยศมาใหม่ อาจจะยังวางตัวไม่ถูก... ดิฉันชื่อบัวลอยค่ะ"
พลเรือเอกอาทิตย์เบิกตากว้างกว่าเดิม ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปทันทีเมื่อเจอวาจาไพเราะของเธอ
"คุณ... พูดสุภาพมาก"
"ค่ะ... ท่านเพทายได้รับรองสิทธิพลเมืองให้แก่พวกเราแล้ว"
บัวลอยกล่าวต่อ แววตาสีฟ้าสดใสจ้องมองนายพลอย่างสื่อความหมาย ลึกล้ำราวกับมหาสมุทร
"ที่พวกเรามาร่วมโต๊ะในวันนี้ ไม่ใช่เพื่ออวดเบ่ง... แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่า บัดนี้พวกเราได้รับการรับรองสถานะเป็น 'พลเมือง' แล้ว ตามประกาศฉบับนี้ พวกเราเหล่าสัตว์ปลุกพลังล้วนมีสิทธิเท่าเทียมกับทุกๆคนในที่นี้"
เธอใช้จมูกดันม้วนประกาศไปตรงหน้านายพล
"ดิฉันทราบว่าทหารหลายท่านอาจจะยังมองพวกเราเป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน... แต่ในโลกที่โหดร้ายเช่นนี้ ยังมีเพื่อนพ้องสี่ขาอีกมากมายที่ถูกปลุกพลังแต่ยังพูดไม่ได้ พวกเขาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มนุษย์เพื่อเอาชีวิตรอดเช่นกัน"
บัวลอยหยุดนิดหนึ่ง กวาดสายตามองไปรอบโรงอาหาร
น้ำเสียงของเธอแฝงพลังเวทบางอย่างที่ทำให้ทหารทั้งโรงอาหารต้องฉุกคิดตาม
"หากท่านช่วยกำชับให้ทหารในสังกัด ปฏิบัติต่อพวกเราในฐานะ 'เพื่อนร่วมรบ' ไม่ใช่ 'เครื่องมือ' หรือ 'อาหารฉุกเฉิน'... พวกเรา กองพันสี่ขา สัญญาว่าจะถวายชีวิตปกป้องฐานที่มั่นแห่งนี้ในยามที่พวกท่านหลับใหลค่ะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมโรงอาหารอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ความเงียบด้วยความตกตะลึง
แต่เป็นความเงียบด้วยความนับถือ ศรัทธา และความละอายใจ
อาทิตย์สูดหายใจลึก เขาหยิบประกาศขึ้นมาอ่านผ่านๆ ก่อนจะวางลงและพยักหน้าช้าๆ
"เข้าใจแล้ว... ผมรับข้อเสนอ"
นายพลลุกขึ้นยืนแล้วทำวันทยหัตถ์ให้แก่กลุ่มแมวบนโต๊ะอย่างให้เกียรติ เต็มภาคภูมิ
"ยินดีต้อนรับสู่สัตหีบครับ... หน่วยพิทักษ์รัตติกาล"
...
หลังจากมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยสายตาที่จับจ้อง
พวกอคินก็เดินทางออกจากค่ายสัตหีบมุ่งหน้าเข้ามาในตัวเมืองเพื่อทำหน้าที่ที่เขาได้รับมอบหมายมาเช่นเคย
กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะโชยคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"เอาล่ะ! ได้เวลาโชว์ฝีมือแล้ว! อย่าให้เสียชื่ออัศวินแห่งป่า!"
อคินตะโกนก้องขณะก้าวเท้าเข้าสู่ถนนคอนกรีตที่แตกร้าว
แสงจันทร์สาดส่องลงมาเผยให้เห็นฝูง 'ซอมบี้' ร่างบวมอืดนับสิบตัวที่เดินโซซัดโซเซขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ
ผิวหนังของพวกมันมีเพรียงเกาะเต็มไปหมด ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองมาที่เขา
อคินใช้มือขวาชับดาบออกจากฝัก ขณะที่มือซ้ายกระชับโล่ในมือให้แน่นขึ้น
ความรู้สึกตื่นเต้นสูบฉีดพล่าน เขาเริ่มสั่งการราวกับเป็นแม่ทัพในสนามรบ
"โบ้! แทงค์หน้า ดึงความสนใจ! มามาเลด ปีกซ้าย! ปลาเผา ปีกขวา! บัวลอย ซัพพอร์ตและคุมเชิง!"
"รับทราบ!"
เสียงตอบรับประสานกันดังขึ้น
ทันใดนั้น การต่อสู้ก็ระเบิดขึ้น
มามาเลดพุ่งตัวออกไปเป็นเส้นแสงสีส้ม เร็วจนสายตาแทบมองไม่ทัน สกิล [ย่างสามศอก]
ที่ทำงานผสานกับ [กรงเล็บฉีกกระชาก] แสงเวทสีแดงฉานอาบเคลือบกรงเล็บเหล็กที่ปลอกแขน
ตวัดวูบเดียว ก็สามารถตัดเอ็นร้อยหวายของซอมบี้ร่างยักษ์จนล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้น
ฉับ!
"อ่อนหัด!"
มามาเลดคำราม พลางกระโดดเหยียบหัวซอมบี้ตัวนั้นแล้วดีดตัวไปหาตัวถัดไป
เกราะหนังช่วยกันน้ำเมือกพิษที่กระเด็นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อีกด้านหนึ่ง 'ปลาเผา' กระโดดไต่กำแพงตึกตั้งฉากกับพื้นโลกด้วยความเร็วสูง
ก่อนจะทิ้งตัวลงมาพร้อมกับมีดสั้นที่คาบไว้ในปาก
ความเงียบสงัดถูกทำลายด้วยเสียง
ปัก!
เมื่อคมมีดเสียบเข้ากลางกะโหลกศัตรูอย่างแม่นยำ สกิล [โจมตีจุดตาย] ทำงาน!
" [เงาพันธนาการ] !"
เสียงของบัวลอยดังขึ้น เส้นสำดำโผล่จากเงาของตึกพันรักร่างเหล่าซอมบี้เอาไว้
เจ้าโบ้ที่เห็นจังหวะก็พุ่งเข้าไปฟัดเหวี่ยง กัดกระชากคอหอยของซอมบี้ตัวยักษ์
รอยถลอกจากการปะทะบนตัวสุนัขพันทางจางหายไปในพริบตา
อคินมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
มันไม่ใช่ความกลัว... แต่มันคือความรู้สึก 'เป็นหนึ่งเดียว'
ร่างกายของเขาขยับไปเองตามสัญชาตญาณ ไม่ใช่สัญชาตญาณมนุษย์
แต่เป็นสัญชาตญาณดิบที่ฝังลึกอยู่ในร่างนี้
เขาเหวี่ยงดาบคาตานะออกไป คมดาบตัดผ่านเนื้อเน่าเปื่อยของซอมบี้ขาดครึ่งท่อนราวกับตัดเต้าหู้
ฉัวะ!
เลือดสีดำสาดกระเซ็น แต่อคินกลับรู้สึกถึงความลื่นไหล
การเคลื่อนไหวของเขาและเหล่าสัตว์เลี้ยงสอดประสานกันเป็นจังหวะเดียว ราวกับพวกเขามีจิตวิญญาณดวงเดียวกัน
คืนนั้นทั้งคืน เสียงการต่อสู้และแสงสีของเวทมนตร์สว่างวาบไปทั่วเมืองชลบุรี
เปลี่ยนเมืองร้างให้กลายเป็นฟลอร์เต้นรำแห่งความตาย
กลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อเน่าลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นกำมะถันฉุนกึก
ควันสีเทาดำลอยอ้อยอิ่งปกคลุมซากปรักหักพังของเมืองชลบุรีราวกับหมอกมรณะ
แสงสว่างวาบจากเวทมนตร์ที่เคยสาดซัดใส่ฝูงซอมบี้ตลอดทั้งคืนค่อยๆ มอดดับลง
เหลือเพียงประกายไฟเล็กๆ ที่เต้นระริกอยู่บนกองซากศพที่ถูกเผาทำลาย
อคินปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตา ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น
ไอร้อนระอุแผ่ออกมาจากชุดเกราะหนังที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือดสีดำข้น
'เหนื่อยชะมัด... แต่คืนนี้ก็ได้ค่าประสบการณ์มาเพียบ'
เขาคิดในใจพลางปักดาบลงกับพื้นเพื่อพยุงตัว
ทันใดนั้น หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัว
แต่ครั้งนี้ข้อความที่ปรากฏกลับดูแตกต่างไปจากข้อความอัตโนมัติทั่วไป
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:20:00]
[หมดเวลาสนุกแล้วสิ... รีบกลับไปที่ค่ายได้แล้ว!]
อคินเลิกคิ้วมองข้อความนั้นด้วยความประหลาดใจ มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อย
"กลับกันเถอะทุกคน ได้เวลานอนแล้ว"
...
เมื่อพวกเขาลากสังขารมาถึงหน้าประตูค่ายทหารยาม
บรรยากาศรอบตัวดูเงียบสงัด ทหารยามหนุ่มที่เข้าเวรประจำจุดจ้องมองกลุ่มของอคินตาค้าง
สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องที่อคิน แต่เลื่อนผ่านไหล่เขาไปโฟกัสอยู่ที่เจ้าแมวส้มที่เดินอาดๆ นำหน้ากลุ่ม
"เหนื่อยหน่อยนะครับคุณอัศวิน"
ยามหนุ่มเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
"ช่วงนี้...เอ่อ..."
"มองหน้าหาเรื่องรึไง?"
มามาเลดหยุดเดินแล้วแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ ทำเอายามหนุ่มสะดุ้งโหยง
"ขะ...ขอประทานโทษครับ! ผมแค่... แค่อยากจะถามว่า..."
ยามหนุ่มกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ สายตายังคงจับจ้องไปที่พุงย้อยๆ อันน่าหลงใหลของแมวส้ม
"คือ... ขอจกพุงสักทีได้ไหมครับ!"
"ไอ้มนุษย์โรคจิต! ฝันไปเถอะ!"
มามาเลดตวาดลั่นก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีเข้าค่ายไป
โดยมีเงาสีดำของ ปลาเผา วูบผ่านหลังยามไปอย่างเงียบเชียบ
ทิ้งให้อคินยืนยิ้มแห้งๆ อยู่กับบัวลอยและโบ้
"ขอโทษแทนพวกมันด้วยนะครับ... พวกเขาค่อนข้างหวงตัว"
อคินหัวเราะแห้งๆ
บัวลอยที่กระโดดขึ้นมาเกาะไหล่อคินอย่างแผ่วเบา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ท้องเป็นส่วนสำคัญของสัตว์นะคะ ไม่มีใครอยากให้คนมาแตะจุดอ่อนหรอกค่ะ"
เธอใช้หางตบแก้มอคินเบาๆ เป็นเชิงลา ก่อนจะกระโดดลงแล้วเดินนวยนาดตามพี่ๆ เข้าไป
"โฮ่ง!"
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของอคิน พร้อมกับแรงสะกิดที่ขา
(แต่โบ้อยากให้เกาพุงนะ... โบ้ชอบ!)
เจ้าหมาพันทางทิ้งตัวลงนอนหงายท้องแอ้งแม้งทันที ลิ้นห้อยน้ำลายยืด ขาหลังกางออกเชื้อเชิญอย่างเต็มใจ
"เชิญเลยครับ เจ้านี่ชอบมาก"
อคินผายมือให้ยามหนุ่มที่ตาเป็นประกาย รีบพุ่งเข้ามาชดเชยความผิดหวังด้วยการเกาพุงเจ้าโบ้แทน
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:05:00]
[รีบกลับได้แล้ว]
ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับลงบนบ่าของอคินราวกับแรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้นกะทันหัน
"ผมขอตัวก่อนนะครับ... ระบบเตือนให้นอนแล้ว"
อคินบอกลาก่อนจะรีบสาวเท้าเดินกลับไปที่เต็นท์พัก
โดยมีเจ้าโบ้ที่รีบลุกขึ้นวิ่งตามมาติดๆ
ภายในเต็นท์มืดสลัว แสงจันทร์ลอดผ่านช่องระบายอากาศเข้ามาเพียงเล็กน้อย
อคินเห็นกองก้อนขนสามก้อนนอนขดตัวอยู่บนกองผ้าห่มหนานุ่ม
มามาเลด นอนหงายท้องแผ่หลาอย่างไม่เกรงใจใคร ปลาเผา ขดตัวเป็นวงกลมแน่นในมุมมืดที่สุด และ บัวลอย ที่นอนพับเพียบเรียบร้อยอยู่ตรงกลาง ทั้งสามตัวถอดชุดเกราะออกแล้ว เหลือเพียงขนปุยๆ ที่ดูอบอุ่น
ความง่วงงุนมหาศาลถาโถมเข้าใส่อคิน มันไม่ใช่ความง่วงแบบมนุษย์ปกติ แต่เหมือนสวิตช์ไฟในหัวกำลังจะถูกสับลง ร่างกายของเขาโอนเอนไร้เรี่ยวแรงจนต้องทิ้งตัวลงบนกองผ้าห่ม เบียดแทรกตัวเข้าไปนอนข้างๆ เหล่าแมวเหมียวทั้งสาม
'อุ่นจัง...'
เขาคิดในใจขณะที่เปลือกตาหนักจนแทบลืมไม่ขึ้น ความรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงของตนเองทำให้เขาวางใจ
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:03]
ตัวเลขดิจิทัลนับถอยหลัง
อคินหลับตาลง ปล่อยกายปล่อยใจไปกับความมืดที่คืบคลานเข้ามา
เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่านี่คือการพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
วูบ...
ทันทีที่ตัวเลขแตะศูนย์ สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มก็ดับวูบลงอย่างฉับพลัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมเต็นท์ในทันที...