เทพจุติพิชิตฟ้า

    ตอนที่ 51 รนหาที่ตาย

    ตอนที่ 51 รนหาที่ตาย

    บอดี้การ์ดทั้งสองถูกกำจัด หวังกั๋วหัวสูญเสียผู้สนับสนุน เขารนรานและทำตัวไม่ถูกอย่างเห็นได้ชัด

    “ถึงตาคุณแล้ว” หลินเยี่ยหยิบจานขึ้นอย่างใจเย็นก่อนจะเดินเข้าใกล้หวังกั๋วหัวอย่างเชื่องช้า แววตาเย็นตาเปล่งประกายราวกับน้ำแข็ง

    “อย่าเลย... ค่อย ๆ คุยกันดีกว่า” หวังกั๋วหัวหว่านล้อมชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัว

    "เคร๊ง!"

    หลินเยี่ยทุบจานลงบนโต๊ะจนแตกเป็นเสี่ยงก่อนจะหยิบเศษแก้วขึ้นมา “แกกล้าวางยาพวกเรา งั้นก็ขอแขนแทนคำขอโทษแล้วกัน”

    "อย่า..."

    เมื่อเห็นท่าทีที่แท้จริงของหลินเยี่ย หวังกั๋วหัวก็ตกใจและรีบอ้อนวอน “คุณไม่อยากซื้อหยกผมแล้วเหรอ? ผม... ผมจะยกให้เลยห้าล้าน”

    “จะให้หยกมูลค่าห้าล้านแลกกับแขนข้างนี้งั้นเหรอ?”

    “ใช่ ๆ ผมหมายถึงแบบนั้นแหละ” หวังกั๋วหัวพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับไก่จิกข้าว

    “ตกลง ผมจะแลกกับคุณ” หลินเยี่ยโยนเศษจานทิ้งพร้อมพูดอย่างเย็นชา “ไปเอาหยกห้าล้านมา”

    “จะไปเดี๋ยวนี้” หวังกั๋วหัวกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ก่อนจะวิ่งหายไปทันที

    หลินเยี่ยหันมองหลินเหม่ยชิน “ยานอนหลับกำลังออกฤทธิ์สินะ”

    "ฉัน…"

    หลินเหม่ยชินผสานมืออ้อนวอน “ฉันอึดอัดมาก ช่วยล้างพิษให้ที”

    “งั้นอดทนหน่อยนะ” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมกดมือขวาลงท้องของหลินเหม่ยชินก่อนจะถ่ายทอดพลังวิญญาณ

    หลังจากนั้น เขาถอนมือและถามอย่างกังวล “เป็นไงบ้าง?”

    “ดีขึ้นเยอะเลย” แก้มของหญิงสาวค่อยหายแดง ความร้อนในร่างกายลดลง ร่างกายของเธอกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

    เธอลุกขึ้นจัดระเบียบชุดพร้อมกล่าวขอบคุณหลินเยี่ย “ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉัน”

    “ไม่เป็นไร!” หลินเยี่ยกล่าวอย่างนุ่มนวล “เพราะคุณช่วยผมจึงถูกเถ้าแก่หวังวางยา ผมต้องช่วยคุณ ถูกแล้ว”

    “เอาล่ะ ไปกันเถอะ!” หลินเหม่ยชินลุกขึ้นจากเก้าอี้และเตรียมจะจากไป

    ต้องยอมรับว่าทักษะทางการแพทย์ของหลินเยี่ยนั้นวิเศษมาก เพียงลูบเบา ๆ ที่หน้าท้องก็สามารถล้างพิษได้

    "ผมไม่รีบ"

    หลินเยี่ยนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกล่าวอย่างใจเย็น “ผมต้องรอหวังกั๋วหัวเอาหยกมาให้ก่อน”

    “ลืมไปเถอะ หวังกั๋วหัวน่ารังเกียจและชั่วร้าย เขาไม่มีทางเอาหยกมาให้คุณอย่างที่พูด เขาไปพาคนมาจัดการคุณมากกว่า”

    “ขนาดตระกูลหลินของคุณผมยังไม่กลัว นับประสาอะไรกับเถ้าแก่หวัง?”

    “ก็จริง” เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของเหลินเยี่ย เธอตระหนักได้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องกลัวใคร

    “คุณกลับไปก่อน ผมจะรอหวังกั๋วหัวที่นี่”

    "ไม่!" หลินเหม่ยชินเดินไปนั่งข้าง ๆ หลินเยี่ย "ฉันจะรอกับคุณ"

    การได้อยู่กับหลินเยี่ยทำให้เธอรู้สึกสบายใจเป็นพิเศษ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคุกคามหรือรังแก

    “ตามใจ!” หลินเยี่ยไม่พูดอะไรมาก เขาหยิบถ้วยน้ำชาบนโต๊ะพร้อมจิบ

    เกือบครึ่งชั่วโมงผ่านไป หวังกั๋วหัวกลับมายังห้องอาหารพร้อมเหล่าอันธพาลนับสิบคน

    ทันทีที่หวังกั๋วหัวเข้ามาในห้องอาหาร จ้องไปยังหลินเหม่ยชินพร้อมถาม “หลินเหม่ยชิน ทำไมยังไม่ไปไหนล่ะ? รอผมอยู่เหรอ?”

    “ไร้ยางอาย!” หลินเหม่ยซินด่าทอ เธอรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นหน้าหวังกั๋วหัว

    “ไว้สั่งสอนหลินเยี่ยเสร็จ ผมจะเล่นกับคุณต่อ” หลังพูดจบ หวังกั๋วหัวหันมองหลินเยี่ย “ไอ้โง่ คิดว่าฉันจะอาหยกมาให้แกจริง ๆ สินะ”

    หวังกั๋วหัวหยิ่งผยองมากขึ้นเมื่อมีอันธพาลนับสิบคอยสนับสนุน

    หลินเยี่ยจิบชาก่อนจะเงยหน้าถาม “คุณไม่ได้เอาหยกมาตามตกลงเหรอ?”

    “ฉันไม่ได้เอาหยกมา แต่เอาอันธพาลกลุ่มนี้มาให้แทน” เมื่อพูดจบ หลินกั๋วหัวโบกมือสั่งทันที

    ผู้คนนับสิบวิ่งเข้ามาในห้องอาหารอย่างรวดเร็ว ห้อมล้อมหลินเยี่ยไว้อย่างแน่นหนา

    “ผมจะให้เวลาคุณอีกสิบนาที ไปเอาหยกมาซะ อย่าให้ต้องโมโห” หลินเยี่ยกล่าวด้วยความเย็นชา

    “ถุย!”

    หวังกั๋วหัวถ่มน้ำลายพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา “คิดเหรอว่าฉันจะให้หยกกับแกจริง? ไม่มีทางหรอก หัดตักน้ำใส่กะโหลกตัวเองซะบ้าง ยังจะกล้ามาตะคอกใส่ฉันอีก”

    “แล้วไม่คิดจะให้หยกผมจริง ๆ เหรอ?”

    “นอกจากจะไม่ให้แล้ว ฉันจะเล่นงานแกด้วย” หวังกั๋วหัวถกแขนเสื้อพร้อมชี้ไปยังอันธพาลด้านหลัง “เห็นไหมว่าฉันมีพี่น้องนับสิบ แค่ฉันสั่ง พวกเขาก็พร้อมจะจัดการแก”

    “งั้นเหรอ?"

    “ไอ้น้อง ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็คุกเข่าลงอ้อนวอนและส่งตัวหลินเหม่ยชินมา แล้วฉันจะไว้ชีวิตให้” หวังกั๋วหัวกล่าวด้วยความโกรธ

    ถ้าทำได้จริง… ก็ดี” หลินเยี่นกล่าวอย่างนิ่งเฉยก่อนจะสาดชาใส่หน้าหวังกั๋วหัว

    ใบหน้าหวังกั๋วหัวถูกลวกด้วยน้ำชา เขาตะโกนลั่น “ไอบ้า สาดน้ำร้อนใส่หน้าฉัน อยากตายรึไง?”

    จากนั้นหวังกั๋วหัวสั่งเหล่าอันธพาล “จัดการ เอามันให้ตาย”

    "ครับ!"

    อันธพาลนับสิบรับคำสั่งพร้อมพุ่งเข้าหาหลินเยี่ยทันที

    หลินเหม่ยชินรีบหลบหลังหลินเยี่ยด้วยความตกใจ

    หลินเหม่ยชินอดกังวลไม่ได้เพราะอีกฝ่ายมีจำนวนมาก แม้เขาจะมีทักษะด้านศิลปะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ย แต่ก็ยากจะรับมือ

    แต่ในไม่ช้าเธอตระหนักได้ว่าไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร

    หลินเยี่ยตบจานชามบนโต๊ะก่อนจะขว้างไปยังเหล่าอันธพาลตรงหน้า

    อันธพาลราวเจ็ดแปดคนหมอบลงพื้นเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตี

    ทันใดนั้น หลินเยี่ยหายตัวไปมาราวกับผี เคลื่อนไหวซ้ายขวาอย่างคล่องแคล่ว เขาจัดการเหล่าอันธพาลจนล้มลงโอดครวญในคราเดียว

    เมื่อเห็นดังนั้น หลินเหม่ยชินกรีดร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

    หลินเยี่ยปล่อยพลังจนฝ่ายตรงข้ามล้มลงและอ่อนแรงราวกับโดนพายุพัด

    หวังกั๋วหัวจ้องมองอันธพาลเหล่านั้นอย่างตะลึงงันราวกับคนโง่

    เขาไม่คิดว่าชายบอบบางเช่นหลินเยี่ยจะมีพลังแข็งแกร่งเช่นนี้

    เขาสามารถกำจัดชายอันธพาลนับสิบได้ในคราเดียว

    ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไป

    หวังกั๋วหัวหวาดกลัวจนร่างก่ายสั่นเทา เหงื่อไหลเย็นท่วมหน้าผากพร้อมรู้สึกชาทั้งตัว

    ตอนนี้เขาตระหนักได้ทันทีว่าหลินเยี่ยเป็นปรมาจารย์ผู้โหดเหี้ยม ไม่ควรทำให้เขาขุ่นเคือง

    เมื่อเห็นว่าทุกอย่างกำลังแย่ หวังกั๋วหัวจึงหันกลับพร้อมวิ่งหนีไปด้วยความตกใจ 

    ทว่าขณะกำลังออกจากห้องอาหาร เขากลับรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ