เมื่อมองผ่านประตูห้องโถงที่เปิดแง้มไว้ สายตาของอวิ๋นหวงพลันเห็นเหล่าหลวงจีนที่ดูสงบเสงี่ยมสำรวมพวกนั้น กำลังถือดาบคมกริบฟาดฟันกับทหารองครักษ์อย่างดุเดือด
เสียงกรีดร้องของบรรดานางกำนัลดังไม่ขาดสาย เืสด ๆ สาดกระเซ็นไปทุกหย่อมหญ้า ทุกคนล้วนถูกสังหารสิ้น! ร่างไร้ิญญานอนเกลื่อนกลาด พื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ของวัดกลับกลายเป็ขุมนรกบนดิน!
ฉู่เซียวและทหารองครักษ์สองสามคนสู้ไปถอยไป คอยปกป้องฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างแข็งขันเพื่อฝ่าวงล้อมออกไป! แม้ตอนแรกจะได้เปรียบอยู่บ้าง แต่เมื่อเหล่านักฆ่าชุดดำและหลวงจีนผนึกกำลังกันทั้งด้านในและด้านนอก ฉู่เซียวและทหารองครักษ์ซึ่งมีจำนวนมากกว่าก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลง…
เฉินหลงฮ่องเต้พยายามกวัดแกว่งกระบี่ในมืออย่างสุดกำลัง เพื่อต้านทานการรุมล้อมของเหล่านักฆ่าและปกป้องเฉาซีฮองเฮา ทว่าใบหน้าของเฉาซีฮองเฮากลับซีดเผือดลงเรื่อย ๆ ด้วยความหวาดกลัวจนแทบจะยืนไม่อยู่อยู่แล้ว
เป็เื่ยากสำหรับเสด็จพ่อของนางที่จะใช้กำลังได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากแผ่นหลังของเขามีาแถูกฟันขนาดใหญ่ เืจำนวนมากไหลย้อมอาภรณ์สีเหลืองทองอร่ามจนกลายเป็สีแดงฉาน...
อวิ๋นหวงยืนมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง นางพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการของซูอวี้เจ๋อ ทว่ากลับไร้ผล!
อวิ๋นหวงเกลียดตัวเองยิ่งนัก นางอ่อนแอเกินไป ทั้งยังไร้ความสามารถ นางไม่อาจปกป้องตนเองได้ นับประสาอะไรกับการจะช่วยเหลือเสด็จพ่อเสด็จแม่ให้พ้นจากอันตราย!
หากก่อนหน้านี้นางตั้งใจฝึกฝนวรยุทธ์กับปรมาจารย์จิ้งอินอย่างขยันขันแข็ง วันนี้นางคงไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้?
เมื่อมาถึงจุดนี้ อวิ๋นหวงถึงตระหนักได้ว่า ‘ความเสียใจ’ นั้นคือยาพิษที่ร้ายกาจที่สุด มันสามารถทำลายจิตใจได้ภายในพริบตา
ท่ามกลางแสงสะท้อนของคมดาบคมกระบี่ เสียงกรีดร้องปะปนกับเสียงของเืที่สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ทำให้ความรู้สึกสิ้นหวังพุ่งเข้าจู่โจมจนหยาดน้ำตาของอวิ๋นหวงไหลอาบแก้ม นางพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้น
“อย่าบังคับให้ข้าต้องฆ่าเ้า!” เสียงของซูอวี้เจ๋อเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาพลิกตัวนางกลับมา ก่อนใช้สองขารัดเอวนางไว้ แขนข้างหนึ่งโอบกายท่อนบนของนางแน่น มืออีกข้างปล่อยคางของนางเป็อิสระ ทว่ากลับนำมาปิดดวงตาของนางแทน
“อย่ามอง!”
ภาพตรงหน้าพลันมืดมิด อวิ๋นหวงมองไม่เห็นอีกต่อไป ทว่าเสียงการต่อสู้อันดุเดือดกลับดังชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ความหวาดกลัวของนางเพิ่มทวีคูณจนทำให้นางแทบขาดใจ
หญิงสาวพยายามดิ้นรนจนมือข้างหนึ่งเป็อิสระ นางดึงมือที่ปิดตาออก ทว่าสิ่งที่เห็นเบื้องหน้ากลับเป็ภาพเสด็จพ่อของนางที่เต็มไปด้วยาแฉกรรจ์ กำลังกางแขนออกเพื่อปกป้องเสด็จแม่อย่างสุดชีวิต ถูกนักฆ่าใช้ดาบแทงทะลุหัวใจ! ในขณะที่เสด็จแม่ถูกนักฆ่าอีกคนที่อยู่ด้านหลังแทงเข้าที่ลำคอ เืพุ่งกระเซ็นเป็สาย!
ทุกอย่างรอบตัวพร่ามัวไปในบัดดล ร่างเงาอันสับสนวุ่นวายของผู้คนกลายเป็ภาพเลือนราง เสียงกรีดร้องและเสียงฆ่าฟันที่แสบแก้วหูก่อนหน้านี้ค่อย ๆ เลือนหายไป...
ดวงตาที่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำใส ๆ ของอวิ๋นหวงเบิกกว้าง ขณะมองดูเสด็จพ่อและเสด็จแม่ล้มลงไปในกองเืทีละคน พวกเขาถูกเหล่านักฆ่าแทงจนร่างกายเต็มไปด้วยรูพรุนราวกับรังผึ้ง...
ซูอวี้เจ๋อปล่อยอวิ๋นหวงเป็อิสระ ก่อนล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ราวหิมะขึ้นมาปิดจมูกและริมฝีปากของนาง เหลือไว้เพียงดวงตาคู่สวย
เขาจ้องเข้าไปในดวงตาที่เปอะเปื้อนน้ำตาของนาง แล้วเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “หากเ้า้ามีชีวิตรอด ก็จงเงียบซะ!”
อวิ๋นหวงไม่ตอบสนองใด ๆ เพียงเฝ้าดูบรรดาขันที นางกำนัล และองครักษ์เ่าั้ถูกฆ่าฟันจนหมดสิ้น นางตัวแข็งทื่อเป็ไก่ไม้ ความหวาดกลัว ความเ็ปและความเกลียดชังถาโถมจนนางชาด้านราวกับคนไร้สติ
ซูอวี้เจ๋อใช้แขนโอบรอบเอวคอดกิ่วของนางะโลงจากต้นไม้สู่พื้นดินอย่างมั่นคง
ผู้คนที่มาไหว้พระ ยกเว้นนาง หากไม่ตายก็าเ็
ฉู่เซียวยังคงขัดขืนอย่างดื้อดึง เขากำกระบี่แน่น ต่อสู้กลับจนหลังชนกำแพงเตี้ยข้างบ่อน้ำอย่างไม่ยอมตาย
เมื่ออวิ๋นหวงกลับมาได้สติ นางผลักซูอวี้เจ๋อออกอย่างแรง แล้วถลาไปหาเสด็จพ่อของนางซึ่งนอนจมกองเือยู่ พลางร้องไห้จนน้ำตาเป็สายเื “เสด็จพ่อ! เสด็จพ่อ! เสด็จแม่——”
เสียงร้องไห้ของหญิงสาวทำให้ทุกคนหยุดการกระทำ ฉู่เซียวฉวยโอกาสจับตัวชายชุดดำคนหนึ่งไว้ได้
เฉินหลงฮ่องเต้ลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง ก่อนจะใช้กำลังทั้งหมดที่มียกมือขวาขึ้น และมองไปยังอวิ๋นหวงด้วยความกระวนกระวายใจ
อวิ๋นหวงชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเข้าใจความหมายที่เขา้าจึงยื่นมือออกไป เฉินหลงฮ่องเต้ทรงปัดผ่านฝ่ามือของอวิ๋นหวงเบา ๆ พยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “แผนที่…หงส์...เพลิง...”
ซูอวี้เจ๋อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็มองไปทางอวิ๋นหวงด้วยสีหน้าซับซ้อน
อวิ๋นหวงรู้สึกงุนงง ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใด แขนของเฉินหลงฮ่องเต้ที่ยกค้างอยู่กลางอากาศพลันตกลงมา สิ้นลมหายใจไปด้วยความอาฆาตแค้น
“เสด็จพ่อ! เสด็จพ่อ...” อวิ๋นหวงเ็ปจนแทบขาดใจ แต่ถูกซูอวี้เจ๋อดึงกลับเข้าไปในอ้อมกอด
เมื่อเห็นดังนั้น ฉู่เซียวจึงใช้กระบี่ปาดคอของชายชุดดำที่จับตัวไว้ แล้วเข้าต่อสู้กับชายชุดดำอีกหลายคนด้วยกำลังทั้งหมดที่มี หมายจะพุ่งเข้าไปช่วยอวิ๋นหวง
ดวงตาของซูอวี้เจ๋อเปลี่ยนเป็เ็า เขาบีบคอของอวิ๋นหวงไว้แน่น น้ำเสียงห้วนกระด้างดังขึ้น “หยุดซะ! หรือจะให้ข้าสังหารนาง?”
พวกนักฆ่าหยุดโจมตี
ฉู่เซียวหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจำใจทิ้งกระบี่ในมือลงบนพื้นด้วยความเจ็บใจ
นักฆ่าคนหนึ่งเงื้อดาบแทงไปที่หน้าอกของฉู่เซียวทันที!
อวิ๋นหวงดิ้นรนอย่างสุดกำลัง กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ไม่! อย่านะ!”
ซูอวี้เจ๋อตอบสนองอย่างรวดเร็ว เอื้อมมือดึงตัวอวิ๋นหวงกลับมา ขณะเดียวกันก็ขว้างมีดสั้นในมือไปปัดดาบของนักฆ่าหลุดกระเด็น
เหล่านักฆ่าชะงักงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองไปยังซูอวี้เจ๋อด้วยความงุนงง
ซูอวี้เจ๋อเอ่ยเสียงเย็น “ไว้ชีวิตสุนัขของมันก่อน!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” นักฆ่าสองคนรีบเข้าไปจับตัวฉู่เซียวไว้
นักฆ่าที่เหลือและหลวงจีนที่ปลอมตัวมา ต่างพากันเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าซูอวี้เจ๋อ ก่อนเปล่งเสียงะโขึ้นด้วยความเคารพ “ฝ่าาทรงพระปรีชาและกล้าหาญ บัดนี้งานใหญ่สำเร็จลุล่วงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ฝ่าารึ? อวิ๋นหวงมองเขาด้วยความตกตะลึง ก่อนความโกรธแค้นจะพุ่งขึ้นมาในใจ นางอยากสับร่างเขาออกเป็พัน ๆ หมื่น ๆ ชิ้น!
เขาพยักหน้าให้กลุ่มคน สีหน้าเรียบเฉยเอ่ยน้ำเสียงเ็าออกมา “จัดการเก็บกวาดที่นี่ให้สะอาด อย่าให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาต้องมาแปดเปื้อน”
“พ่ะย่ะค่ะ!” เหล่านักฆ่าก้มศีรษะโค้งคำนับรับคำสั่ง
“องค์ไท่จื่อ ท่านแม่ทัพโจวน่าจะยึดเมืองหลวงได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” นักฆ่าคนหนึ่งประสานมือคารวะเพื่อรายงาน
“อืม” ซูอวี้เจ๋อตอบรับ
อวิ๋นหวงเซไปก้าวหนึ่ง ดวงตาของนางพร่ามัวด้วยความตกตะลึง
เมืองหลวงถูกยึดครอง เช่นนั้นวังหลวงก็คงหนีไม่พ้นเคราะห์กรรม บรรดาญาติพี่น้องของนางคงถูกสังหารสิ้นไม่ต่างจากเสด็จพ่อและเสด็จแม่...
หัวใจของอวิ๋นหวงเ็ปราวกับถูกฉีกเป็ชิ้น ๆ น้ำตาไหลนองหน้า
เหล่านักฆ่าต่างพากันแยกย้าย ลากศพบนพื้นไปโยนลงในบ่อน้ำอย่างไม่ไยดี ประหนึ่งทิ้งซากสุนัขตาย เหลือไว้เพียงศพของฮ่องเต้และฮองเฮา ก่อนจะมีนักฆ่าคนหนึ่งแบกโลงศพมา แล้วโยนร่างของทั้งสองลงไป...
ฉวยโอกาสยามที่ผู้คนเผลอ จู่ ๆ อวิ๋นหวงก็ชักมีดสั้นป้องกันตัวออกจากเอว จ้วงแทงไปยังซูอวี้เจ๋อด้วยแรงทั้งหมดที่มี ทว่าเขาโต้ตอบอย่างว่องไว เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง ชายหนุ่มคว้าข้อมือของนางไว้ แล้วกระชากมีดสั้นออกไปอย่างง่ายดาย
อวิ๋นหวงร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง “ข้าจะฆ่าท่าน ข้าจะฆ่าท่าน!”
ซูอวี้เจ๋อมองนางด้วยสายตาเ็า พลางขยับริมฝีปากอย่างดูถูกเหยียดหยาม “เ้าน่ะหรือ?”
อวิ๋นหวงกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความเจ็บนี้เทียบไม่ได้เลยกับความแค้นในใจ
เมื่อเห็นดวงตาที่ลุกโชนด้วยไฟแค้นของนาง ั์ตาสีดำเข้มของซูอวี้เจ๋อก็หดเล็กลง
กาลเวลาช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก รังสรรค์จนนางงามวิจิตรได้ถึงเพียงนี้
เขายังจำได้ดี เมื่อครู่นางยังกังวลว่าเขาจะถูกลงโทษอยู่เลย
อา~ ั้แ่ไหนแต่ไรมา นอกจากนางแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจความเป็ความตายของเขาเลยสักคน…
ั้แ่เล็กจนโต เขาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางวังวนแห่งการแก่งแย่งชิงดี แผนการ่ชิงอำนาจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม อดทนต่อความอัปยศอดสูและความเ็ป ราวกับเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ
เขารู้ดีถึงความเหี้ยมโหดของราชวงศ์ ผู้ชนะคือาา ผู้แพ้คือโจร ฐานะองค์ชายของเขาอาจกลายเป็หมากตัวหนึ่งที่ถูกทอดทิ้งได้ทุกเมื่อ
นางคือความอบอุ่นเดียวในวัยเยาว์ของเขา เขาปรารถนาอยากจะเก็บความอบอุ่นนี้ไว้ตลอดไป ทว่าน่าเสียดายที่โชคชะตาเล่นตลก เขาและนางถูกกำหนดให้เป็ศัตรูกันมาั้แ่ต้น
แต่แล้วอย่างไรเล่า? เขาสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้! ตราบใดที่เขายังอดทนต่อไป เขาก็จะสมหวังในที่สุด เมื่อถึงตอนนั้น เขาก็จะสามารถปกป้องตัวเองและคนที่เขารักได้ ทำทุกอย่างที่ใจ้า...
อวิ๋นหวงไม่ละความพยายาม นางแยกเขี้ยวกางกรงเล็บประดุจสัตว์ร้ายตัวน้อยที่บ้าคลั่ง ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความเกลียดชัง
ซูอวี้เจ๋อโอบนางไว้ในอ้อมแขน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “อยากฆ่าข้าหรือ? ก่อนอื่นเ้าต้องมีชีวิตอยู่ให้ดีเสียก่อนนะ”
หลังจากสังหารเสด็จพ่อเสด็จแม่ของนาง ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของนางแล้ว เขากล้าดีอย่างไรมาบอกให้นางมีชีวิตอยู่ให้ดี? นางทั้งโกรธ กังวลและชิงชัง ความคาวเฝื่อนคำหนึ่งพุ่งขึ้นมาจนจุกแน่นที่ลำคอ หญิงสาวอ้าปากแล้วกระอักเืออกมา
“องค์หญิง! องค์หญิง!” ฉู่เซียวร้องลั่นด้วยความใ
สติของอวิ๋นหวงว่างเปล่า นางทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรงในอ้อมแขนของซูอวี้เจ๋อ...
.
.
.