สายลมอันเหน็บหนาวทำให้ซ่งจื่อเหยาเนื้อตัวสั่นสะท้านเพราะความหนาวเย็นนางพากองกำลังเพียงหยิบมือออกมาจากค่ายอย่างเร่งรีบเพื่อตามหาสหายรักที่หายตัวไปจากค่ายด้วยความเป็ห่วงแต่คิดไม่ถึงว่าเมื่อได้พบกับสหายนางกลับถูกคนของสหายที่ดักซุ่มอยู่โจมตีนางและคนของนางอย่างโหดร้าย
“เหม่ยหรงเ้าจะทำกับข้าเช่นนี้จริงหรือ”ซ่งจื่อเหยาที่ในยามนี้แขนข้างหนึ่งได้รับาเ็และยืนทำสีหน้าอับจนบนหน้าผาจ้องมองสหายรักด้วยความเ็ปใจคนที่นางพาออกมาด้วยล้วนตายจากการลอบโจมตีในครั้งนี้จนหมดสิ้นแล้วยามนี้เหลือแค่เพียงนางที่ยังพยายามยืนหยัดเพื่อเอาชีวิตรอดเพียงลำพัง
“ข้าเองก็ไม่อยากจะทำเช่นนี้แต่ผู้ใดใช้ให้เ้าขัดขวางหนทางขึ้นเป็ไท่จื่อเฟยของข้ากันเล่า”คำพูดของหวังเหม่ยหรงทำให้ซ่งจื่อเหยาหัวเราะออกมาเบาๆ
“ข้าน่ะหรือที่ขัดขวางหนทางของเ้าข้าหลีกทางให้เ้ามาจนถึงที่นี่แล้วเ้ายังคิดว่าข้าขัดขวางหนทางของเ้าอีกหรือ”คำพูดของซ่งจื่อเหยาทำให้หวังเหม่ยหรงส่ายหน้า
“ตราบใดที่ยังมีเ้าองค์ไท่จื่อก็ไม่มีทางทอดพระเนตรเห็นข้า คงมีแค่เพียงความตายของเ้าเพียงเท่านั้น ข้าจึงจะสมหวังได้”หวังเหม่ยหรงเอ่ยพลางโบกมือให้คนของนางลงมือซ่งจื่อเหยาจ้องมองสหายรักด้วยความเ็ปใจแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ
“เหม่ยหรงเ้าจะฆ่าข้าแค่เพียงเพราะเื่บุรุษจริงๆ หรือ”คำถามของซ่งจื่อเหยาทำให้หวังเหม่ยหรงนิ่งงันไปแต่คนของนางกลับไม่ได้ยอมหยุดมือด้วยคนเหล่านี้คืออดีตคนในกองทัพของฏสกุลเหยียนพวกเขาเกลียดชังคนของจวนนิ่งกั๋วกงที่เคยยกทัพไปปราบปรามพวกเขาเป็อย่างยิ่งยามนี้เมื่อได้โอกาสลงมือกับคนในครอบครัวของนิ่งกั๋วกงพวกเขาย่อมไม่คิดจะปรานี
“เหยาเหยาต้องโทษที่เ้าโดดเด่นจนเกินไปตำแหน่งแม่ทัพหญิงของเ้าทำให้คนในราชสำนักคิดว่าเ้าเหมาะสมกับตำแหน่งไท่จื่อเฟยมากที่สุดเดิมทีข้าและท่านพ่อยังคิดจะใช้เหล่าขุนนางบีบบังคับองค์ไท่จื่อได้ แต่ยามนี้คงจะมีแค่เพียงความตายของเ้าเพียงเท่านั้นที่จะทำให้ข้าได้ตำแหน่งไท่จื่อเฟย”คำพูดของหวังเหม่ยหรงทำให้ซ่งจื่อเหยาสบถออกมาแม้ว่ายามนี้นางจะสิ้นไร้เรี่ยวแรงแล้วแต่นางก็พยายามอย่างสุดกำลังที่จะทำให้ตนเองรอดชีวิต
จวบจนนางได้รับาแอีกครั้งจนดาบในมือร่วงหล่นภาพใบหน้าของบิดามารดาและน้องชายทั้งสองก็ล่องลอยเข้ามาในความคิดหากนางตายไปทั้งอย่างนี้ทุกคนในครอบครัวของนางจะต้องเศร้าโศกเสียใจแน่ซ่งจื่อเหยาหันไปมองหน้าผาที่อยู่ทางด้านหลัง นางไม่รู้ว่าหน้าผาด้านหลังของนางสูงสักเพียงไหนด้วยบริเวณนี้เป็เขตแดนของชายแดนแคว้นต้าเป่ยนางจึงยังไม่ค่อยจะได้มีโอกาสเข้ามาสำรวจมากนัก
ซ่งจื่อเหยากัดริมฝีปากแน่นพลางตัดสินใจเลือกหนทางรอดให้กับตนเองหากนางไม่ะโลงไปนางคงได้ตายภายใต้คมดาบของศัตรูแน่แต่หากะโลงไปแล้วเบื้องล่างเป็หุบเหวลึกนางก็ตายอยู่ดีเพียงพริบตาเดียวนางก็ตัดสินใจได้แล้วะโลงไปในทันทีต่อให้ต้องเป็ผีที่ก้นเหวก็ยังดีกว่าต้องตายภายใต้คมดาบด้วยไม่รู้ว่าหวังเหม่ยหรงจะใช้ประโยชน์อันใดกับร่างของนาง ที่แน่ๆจะต้องทำทีเป็ว่าเศร้าโศกเสียใจกับร่างที่ไร้วิญาณไปแล้วของนางแน่แค่คิดนางก็ทนรับไม่ได้แล้วดังนั้นนางขอเลือกเป็ผีอยู่ที่ก้นหุบเหวดีกว่า...
“ท่านอ๋องท่านดูนั่น”เสียงคนของเขาทำให้ฉู่อ๋องเซียวหย่งเต๋อมองขึ้นไปมองคนที่กำลังะโหน้าผาลงมายังเบื้องล่างเสื้อผ้าเช่นนั้น ใบหน้าเช่นนั้นเขาจดจำนางดีได้ นางคือแม่ทัพของแคว้นเหลียนเขากับนางเคยปะทะกันอยู่หลายครั้งด้วยเื่ความทับซ้อนของดินแดน แต่ก็เคยร่วมมือกันปราบปรามโจรฏที่กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณนี้ดังนั้นยามที่ได้เห็นว่าร่างของนางกำลังร่วงหล่นลงมาเซียวหย่งเต๋อก็ไม่รอช้าฝืนเดินลมปราณแล้วทะยานร่างขึ้นไปรับร่างของนางในทันที
ยามที่ร่างงามอยู่ในอ้อมกอดของเขาเซียวหย่งเต๋อก็โอบกอดนางเอาไว้อย่างแแ่คนงามที่เคยห้าวหาญบนหลังม้าในยามนี้กลับดูสิ้นไร้เรี่ยวแรงเป็อย่างยิ่งดวงตาที่เคยเปล่งประกายของนางในยามนี้กำลังจ้องมองเขาอย่างคาดไม่ถึงเซียวหย่งเต๋อพยายามใช้วิชาตัวเบาลดแรงกระแทกยามที่ร่างกายของเขาและนางร่วงหล่นไปบนพื้นเพียงแต่นางร่วงหล่นลงมาเร็วจนเกินไปอีกทั้งเขาก็ใช้พละกำลังในการทะยานร่างขึ้นไปจนเกือบจะหมดแล้วยามนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือพยายามฝืนเดินลมปราณเพื่อลดแรงกระแทกกับพื้นที่กำลังจะเกิดขึ้นเพียงเท่านั้น
“อึ๊ก”เซียวหย่งเต๋อกระอักโลหิตออกมายามที่ร่างกายของนางร่วงหล่นลงมาบนพื้นแล้วเขาไม่เพียงฝืนเดินลมปราณมากจนเกินไปแต่ยังใช้ร่างกายของตนเองรองรับร่างของนางยามที่กระแทกลงมาบนพื้นอีกด้วย
“ท่านอ๋อง!”เสียงเรียกของคนของเขาทำให้เซียวหย่งเต๋อพยายามฝืนความเ็ปของร่างกายแล้วเอ่ยกับคนของเขาด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น
“ดูแลนางให้ดี..”เมื่อเอ่ยจบเขาก็สิ้นสติลงไปในทันทีโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าแม้จะหมดสติไปแล้วแต่อ้อมแขนของเขาก็ยังโอบกอดสาวงามเอาไว้ไม่ยอมปล่อยจนทำให้คนของเขาต้องยุ่งยากมากทีเดียวกว่าจะพาเขาและนางกลับไปรักษายังค่ายทหารของกองทัพของเขาได้
ยามที่เซียวหย่งเต๋อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเนื้อตัวของเขาก็เจ็บแปลบและร้าวระบมไปทั้งตัวโดยเฉพาะที่แขนด้านขวาของเขาที่ปวดตุ๊บๆ จนแทบจะทนไม่ไหว เขาค่อยๆขยับตัวแล้วก้มลงไปมองดูต้นแขนของตนเองที่ในยามนี้พันผ้าทำแผลเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“เอ๋”เขาส่งเสียงออกมาอย่างแ่เบาด้วยความประหลาดใจด้วยต้นแขนของเขาในยามนี้ทั้งบอบบางและกลมกลึงผิวขาวเรียบเนียนละเอียดอย่างผิดหูผิดตา เขารีบก้มลงมองร่างของตนเองในทันทีเนินเนื้อคู่หนึ่งปรากฏเข้าสู่สายตาในทันทีแม้ว่าจะยังสวมใส่เสื้อตัวในอยู่แต่เนินเนื้อที่นูนออกมาจากหน้าอกของเขาก็ทำให้เขาประหลาดใจ
“หมับ”เขาใช้มืออีกข้างที่ยังวางอยู่ตะปบลงมาบนหน้าอกของตนเองในทันทีความนุ่มนิ่มเต็มไม้เต็มมือทำให้เขาพลันเบิกตากว้างเซียวหย่งเต๋อรีบดึงสาบเสื้อออกเพื่อที่จะสำรวจในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
‘อย่านะท่านห้ามมองอย่างเด็ดขาด’เสียงที่ดังขึ้นในหัวของเขาทำให้เขาจำต้องรีบหลับตาลงในทันที
“เกิดอันใดขึ้น”เขาพึมพำออกมาด้วยความประหลาดใจ
‘ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันพอได้สติขึ้นมาก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้แล้ว’เมื่อเสียงในหัวตอบออกมาเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พลันนิ่วหน้า
“แม่ทัพซ่งท่านตื่นแล้วหรือเ้าคะตอนนี้อย่าพึ่งขยับตัวเลยนะเ้าคะาแบนตัวของท่านสาหัสพอสมควรอีกทั้งร่างกายของท่านได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงทำให้ร่างกายของท่านได้รับความบอบช้ำอย่างหนักดังนั้นยามนี้ท่านจึงควรจะนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงก่อน” เสียงของสตรีวัยกลางคนพร้อมด้วยดวงหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความใจดีชะโงกเข้ามาจ้องมองเขาทำให้เซียวหย่งเต๋อเอ่ยออกมาด้วยความยินดี
“ท่านป้ารั่วหาน”คำเรียกขานของเขาทำให้สวีรั่วหานขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพซ่งจะรู้จักข้าด้วยอืม ท่านอ๋องคงจะเล่าเื่ของข้าให้ท่านฟังมาบ้างสินะเ้าคะ”คำพูดของสวีรั่วหานทำให้เซียวหย่งเต๋อพลันขมวดคิ้วด้วยเช่นกัน
“แม่ทัพซ่งหรือ”เมื่อเขาเอ่ยถามออกมาเช่นนี้สวีรั่วหานก็ตอบเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทอดถอนใจ
“เพียงเพราะ้าช่วยท่านยามนี้ร่างกายของท่านอ๋องได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักอีกทั้งยังฝืนเร่งลมปราณมากจนเกินไปทำให้ลมปราณแตกซ่านจนป่านนี้ก็ยังไม่อาจจะทำให้ฟื้นคืนสติได้แต่แม่ทัพซ่งไม่ต้องกังวลท่านอ๋องของพวกเราแข็งแรงดีอีกไม่นานก็คงจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้”เมื่อสวีรั่วหานเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พลันหลับตาลงในทันทีเมื่อเสียงในหัวของเขาดังขึ้นมาอีกครั้ง
‘เขาจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้อย่างไรในเมื่อยามนี้เขากำลังยึดครองร่างกายของข้าอยู่’เสียงที่ดังแทรกเข้ามาทำให้เซียวหย่งเต๋อพลันลืมตาขึ้นมาในทันที
“ท่านป้าข้าขอกระจกได้หรือไม่”เมื่อเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้สวีรั่วหานก็ยิ้มออกมาในทันที
“แม่ทัพซ่งโปรดวางใจแม้ว่าท่านจะได้รับาเ็หนักแต่ใบหน้าของท่านไม่ได้รับความเสียหายใดๆมีแค่รอยถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้าใส่ยาให้ท่านแล้วรับรองว่าอีกไม่นานใบหน้าของท่านก็จะกลับมาเรียบเนียนและงดงามเช่นเดิม”นางเอ่ยพลางเดินไปนำกระจกบานเล็กๆ มาส่งให้ เซียวหย่งเต๋อรีบรับยกกระจกบานนั้นมาแล้วนำขึ้นมาส่องใบหน้าของตนเองในทันที
ดวงหน้าอันงดงามปรากฏขึ้นบนกระจกแม้ว่ายามนี้จะซีดเซียวและมีรอยถลอกอยู่บ้างแต่ก็ยังคงงดงามมากอยู่ดีเขากะพริบตาแล้วจ้องมองใบหน้าที่สะท้อนออกมาจากบานกระจกอีกครั้งดวงหน้านี้คือใบหน้าของซ่งจื่อเหยา สตรีต่างแคว้นที่เขาออกแรงช่วยผู้นั้น
“เป็นาง”เขาพึมพำออกมาเสียงเบา เสียงในหัวก็พลันดังขึ้นอีกครั้ง
‘เป็ข้านะสิท่านออกไปจากร่างของข้าเดี๋ยวนี้ร่างของท่านก็มีเหตุใดจึงได้มายึดครองร่างของข้าได้’เสียงที่ดังขึ้นจากภายในทำให้เขาหลับตาลงเพื่อพยายามระงับความตื่นตระหนกของตนเองหนึ่งร่างสองิญญาเขาเคยได้ยินเื่เล่ามาก่อนแต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะได้เผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ด้วยตนเอง