เอิร์ทเทร่า ดวงดาวสีครามอันแสนสวยงาม ต้นกำเนิดแห่งมวลมนุษยชาติและสรรพสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ อุดมไปด้วยผืนป่าและพืชพันธ์ธัญญาหาร มีทรัพยากรต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน
แต่นั่นคือก่อนที่…มนุษย์จะได้ถือกำเนิดขึ้นมา
เมื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทรัพยากรในเอิร์ทเทร่าก็ค่อยๆร่อยหรอลงไป สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย สัตว์ต่างๆเริ่มสูญสิ้นเผ่าพันธุ์
ภายใต้ความไม่รู้จักพอของมนุษย์นั้น ทำให้พวกเขาเป็ราวกับปรสิตที่กัดกินเืเนื้อร่างกายโฮสต์ที่ตัวมันใช้อยู่อาศัย โดยที่ไม่ได้ให้อะไรตอบแทนนอกจากโรคร้าย
พวกเขายกย่องตนเองว่าฉลาดกว่าสัตว์ใดๆและเป็จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่นั่นมันจริงหรือ?
--------
ปี อ.ท. 2035 (อ.ท.ย่อมาจากเอิร์ทเทร่า) เอิร์ทเทร่าได้เกิดาครั้งใหญ่ขึ้น าที่ได้ชื่อว่าา 5 ปี หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ "าครั้งสุดท้าย" และมันก็ได้นำพามวลมนุษยชาติตกลงสู่หายนะ
จุดกำเนิดแห่งหายนะได้เริ่มต้นขึ้นในปี อ.ท. 2030
เมื่อสาธารณรัฐเซเซียร์ 1 ใน 5 ประเทศมหาอำนาจแห่งเอิร์ทเทร่า ได้เริ่มบุกรุกและยึดครองดินแดนของสาธารณรัฐเอโนก้า ซึ่งเป็ประเทศกันชนเล็กๆระหว่างเซเซียร์และศัตรู
ผู้นำเซเซียร์อ้างว่า เหตุที่ต้องเข้ายึดครองเอโนก้า ก็เพราะว่าฝ่ายนั้นจะไปเข้าร่วมกับฝ่ายที่เป็ศัตรู
ทว่า นานาประเทศต่างก็รู้ดีว่านั่นเป็เพียงข้ออ้าง เหตุผลหลักและแรงจูงใจในการก่อาก็คือ้าแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากรหายากต่างหาก
ที่สำคัญที่สุดคือเอโนก้ามีชายฝั่งทะเลที่เป็จุดยุทธศาสตร์สำคัญ
ถ้าจุดดังกล่าวถูกยึดครองได้ ทางเซเซียร์ก็จะมีทางออกสู่ทะเลและรุกรานประเทศใกล้เคียง
ดังนั้น เพื่อป้องกันตนเองหลายๆประเทศจึงต้องกระโจนเข้าสู่าด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
ไม่มีใครสามารถระบุได้ชัดว่านิวเคลียร์ลูกแรกได้ถูกยิงมาจากประเทศใด
แต่เป็ที่รู้กันดีในประวัติศาสตร์ว่า นั่น! เป็ชนวนของา 5 ปี ซึ่งต่อมาได้ถูกเรียกว่าลาสวอร์หรือาครั้งสุดท้าย
ครั้งสุดท้ายเพราะหลังจากนั้นจะไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่บนเอิร์ทเทร่าได้อีกต่อไป
----------------------------------
เช้าตรู่วันหนึ่งในสมรภูมิรบ สามวันก่อนสิ้นสุดาครั้งสุดท้าย
ขณะที่ทหารหลายฝ่ายกำลังรบกันอย่างบ้าคลั่งอยู่นั้นเอง
“นั่นอะไรน่ะ”
ทหารนายหนึ่งชี้ให้เพื่อนข้างๆดูบนท้องฟ้า ซึ่งจู่ๆก็ปรากฎวัตถุรูปร่างแปลกประหลาดที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
และวัตถุที่ว่าก็กำลังบินมุ่งหน้ามาทางพวกเขาด้วยความเร็วสูง
“อาวุธใหม่ ของพวกเซเซียร์หรือเปล่า”
“เอ๋ ดูเหมือนจะเป็แมลงมากกว่านะ"
"มันกำลังทำอะไรน่ะ"
"เฮ้ย!"
"หลบเร็ว”
บรรดาทหารเริ่มแตกตื่นเมื่อยานบินคล้ายแมลงดังกล่าวเริ่มฉีดพ่นของเหลวสีแดงมาจากระยะไกล
ซู่ๆๆ
อ๊ากกก !!
ทันทีที่โดนของเหลวสีแดง ร่างของบรรดาทหารก็เริ่มละลายราวกับเนยถูกความร้อน
15 นาทีต่อมา ทั้งสนามรบก็เงียบสงบ ไม่มีการสู้รบกันอีกต่อไป
เพราะทหารทั้งสองฝั่งก็ล้วนแต่กลายเป็ซากศพไปแล้ว เศษอวัยวะเืเนื้อกระจายไปทั่ว
ในเวลาเดียวกันนี้ เหตุการณ์ที่คล้ายๆกัน ก็ได้เกิดขึ้นตลอดทั่วทั้งเอิร์ทเทร่า
สองวันต่อมา กองทัพของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็ฝ่ายใดก็ล้วนแต่ถูกทำลายลงทั้งหมด
หลังจากที่พวกเขาถูกจู่โจมโดยเผ่าพันธุ์ต่างดาวแบบไม่ทันตั้งตัว าอันรุนแรงที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานมาถึง 5 ปี ก็ได้จบลงในที่สุด
ดวงดาวที่เคยเป็ของมนุษย์ บัดนี้ได้ตกเป็ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่มนุษย์ได้ขนานนามมันว่า"เพลก" (plague แปลว่าโรคติดต่อ)
ไม่กี่เดือนถัดมาหลังจากนั้น สภาพแวดล้อมก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจนสัตว์ต่างๆรวมทั้งมนุษย์ไม่สามารถที่จะอยู่อาศัยได้
มนุษยชาติได้ถูกบังคับให้ต้องอพยพหลบหนีจากดาวบ้านเกิดของตนเองขึ้นสู่อวกาศโดยที่ยังไม่พร้อม
ซึ่งผลจากการอพยพในครั้งนั้น ได้ทำให้มนุุษย์ล้มตายไปจนแทบสูญสิ้นเผ่าพันธุ์เลยทีเดียว
-------------------------------
2 หมื่นปีถัดมา ณ โคโลนี่อวกาศเอเทนีก้า อาณานิคมแห่งดาวไททันนีก้า
"บ้าเอ๊ย! นี่ก็ครั้งที่สามหมื่นแล้ว ถ้ายังไม่ได้ผลอีก สงสัยต้องรื้อทิ้งทั้งหมด ไม่ได้เราต้องไม่หมดหวังสิ" ชายหนุ่มพึมพำเบาๆด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า
เขาคือ เฟรีส เอเทนีก้า หนุ่มโสดสนิทวัย 350 ปีเศษๆ
ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลอย่างน่าเหลือเชื่อ ได้ส่งผลให้อายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นมาก
ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 15,000 ปี แต่ถ้ารักษาสุขภาพดีๆ หมั่นเพิ่มจำนวน "นาโนบอท" ในร่างกายให้สม่ำเสมอก็อาจมีชีวิตอยู่ได้ถึง 21,000 ปี
ดังนั้นอายุแค่ 350 ปีนั้นถือว่ายังหนุ่มมากๆ
[เ้านาย ความหวังนั้นมาพร้อมกับความพยายามนะครับ แต่พยายามแล้วก็อาจจะไม่สำเร็จก็ได้ ความพยายามอยู่ที่ไหนความพยายามก็อยู่ที่นั่น จริงไหมครับ?]
เสียงที่ไม่สามารถจำเเนกเพศได้พูดขึ้น
“หุบปากไปเลย ปีเตอร์ ไม่ได้ช่วยให้มีกำลังใจเพิ่มเลยสักนิด ขืนพูดอีกฉันจะดาวน์เกรดแก” เฟรีสขู่เ้าปีเตอร์ด้วยความหงุดหงิด
‘ไม่น่าสร้างให้มันฉลาดเกินไปเลย พับผ่าสิ’
ปีเตอร์เป็เอไออัจฉริยะที่เฟรีสสร้างขึ้นเพื่อเอาไว้ช่วยงานจิปาถะในห้องวิจัย มันจะคอยควบคุมระบบต่างๆและคอยเป็ลูกมือให้แก่เขา
แต่ก็ดูเหมือนว่าเ้านี่จะเพี๊ยนๆนิดหน่อยในบางครั้ง และก็ทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดได้ไม่น้อยเลย
'มันต้องมีบั๊ก แน่ๆ'
เฟรีสคิด จากนั้นก็หันไปตรวจสอบจอมอนิเตอร์ที่ด้านข้าง
‘บางที น่าจะเป็เพราะตัวรับพลังงานไม่เสถียร ต้องลองปรับอีกสักหน่อย’
“ปีเตอร์ ปีเตอร์”
เฟรีสะโเรียกเ้าปีเตอร์เอไอสุดแสบ แต่กลับได้รับเพียงความเงียบตอบกลับมา
“ปีเตอร์ ไอ้ปีเตอร์โว้ย! หยุด อ่านนิยายน่าเบื่อนั่นได้แล้ว มาวิเคราะห์ตัวรับพลังงานเฮงซวยนี่ด่วนเลย ให้ตายสิวะ”
[นิยายนั่นไม่ได้น่าเบื่อะมาสเตอร์ มันติดท้อป 10 ของเว็บเด็…]
เมื่อโดนเ้าเอไอเพี๊ยนเถียงคำไม่ตกฟาก เฟรีสก็ถึงกับปวดหัวจี๊ด
“หุบปาก! แล้วไสหัวของแกมาทำงานตรงนี้ด่วน”
ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเสียสติ เส้นเืข้างขมับเต้นตุบๆ
[หัวไหน? ผมไม่มีหัว กรุณาสร้างหัวให้กระผมด้ว..…]
ปี้บ
สวิทซ์เ้าปีเตอร์ถูกปิดทันที
‘ให้ตายสิ จะด่ามันก็ไม่ได้ หน่วยประมวลผลของมันก็ก๊อบปี้มาจากเซลล์สมองเรานี่หว่า หรือสมองเรามีปัญหากันแน่นะ’
ชายหนุ่มอดสงสัยคุณภาพสมองตัวเองไม่ได้
สำหรับหน่วยประมวลผลของเอไอระดับสูงที่เฟรีสพัฒนาขึ้นนั้น จะใช้วิธีจำลองบางส่วนมาจากเซลล์สมอง ซึ่งก็ไม่ใช่ของใครที่ไหนก็ของเขาเองนั่นแหละ
อย่างไรก็ตามมันจำลองได้แค่บางส่วนเท่านั้น ไม่สามารถจำลองทั้งหมดได้
เมื่อปิดเ้าระบบกวนประสาทแล้ว เฟรีสก็เดินเข้าไปบริเวณโดมสีขาวซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางห้องวิจัย ตัวโดมทำจากวัสดุแปลกๆและไร้ซึ่งลวดลายใดๆ
เขาก้มๆเงยๆเปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่อยู่ตรงด้านข้างของโดมอยู่พักใหญ่ๆ
'เสร็จสักที หวังว่าครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายนะ'
เฟรีสคิดและเอื้อมมือไปกดสวิทซ์เปิดประตู จากนั้นก็เดินเข้าโดมไป
"ระบบเริ่มเปิดตัวกระจายคลื่นเทเลแมกนีติก"
ชายหนุ่มสั่งระบบอัตโนมัติ ระบบนี้ต่างจากเ้าปีเตอร์ มันทำงานได้ตามที่สั่งเท่านั้น
[เปิดอุปกรณ์กระจายคลื่นเทเลแมกนีติกเสร็จสิ้นแล้วค่ะ]
สิ้นเสียงรายงาน คริสตัลขนาดใหญ่ทรงกรวยแหลมที่ติดตั้งไว้ตรงเพดานกึ่งกลางของโดมก็เรืองแสงสีน้ำเงินออกมา
แสงดังกล่าวค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะบริเวณปลายแหลมของคริสตัลนั้นมีแสงสว่างมากเป็พิเศษ
"เพิ่มระดับคลื่นไปที่ 75 จากนั้นเริ่มต้นการผสานได้"
[รับทราบ จะทำการผสานในอีก 5 วินาที 5 4 3 2 1 เริ่มทำการปล่อยคลื่นเทเลแมกนีติก]
วิ๊งงง
แสงสีน้ำเงินเข้มได้ถูกยิงออกมาจากปลายแหลมของคริสตัล มันพุ่งตรงลงมายังสระน้ำทรงกลมเบื้องล่าง
"ครั้งนี้มันจะต้องสำเร็จ"
เฟรีสพึมพำเบาๆราวกับ้าจะปลุกความเชื่อมั่นของตนเอง ก่อนที่จะเดินไปยังขอบสระน้ำทรงกลม ซึ่งน้ำในนั้นใสราวกับกระจก
ชายหนุ่มจุ่มมือข้างหนึ่งลงไปในน้ำและกวนไปกวนมา
"ใช้ได้แล้ว" เขาอุทานด้วยความยินดี
น่าแปลกที่แม้จะมีการเคลื่อนไหว แต่บนผิวน้ำกลับยังคงเรียบและไร้แรงกระเพื่อมโดยสิ้นเชิง มีแต่เพียงเงาสะท้อนของชายหนุ่มปรากฎขึ้นมาเท่านั้น
ผมสีดำสนิท โครงหน้ารูปไข่สมส่วน จมูกได้รูป ส่วนที่น่าดึงดูดใจที่สุดก็คือดวงตาสีดำแวววาวของเขา ซึ่งทั้งใสและบริสุทธิราวกับแร่นิลกาฬ
แม้จะติดที่มีผิวซีดขาวไปบ้างเพราะไม่ค่อยจะออกไปไหน แต่ก็นับว่าเป็หนุ่มหล่อคนหนึ่งเลยทีเดียว
"ถ้าการทดลองสำเร็จก็คงต้องย้ายที่อยู่สักทีล่ะนะ อืม...คงต้องย้ายไปไกลๆ เลยล่ะ" เฟรีสพึมพำกับตนเองด้วยแววตาเป็ประกาย