บทที่ : 9
“…!!”
ทุกคนต่างก็ตื่นใกับการกระทำของหญิงสาว เพราะไม่มีใครจะคาดคิดว่าคนที่ไม่แม้แต่จะขึ้นเสียงมาเลยตลอดสิบห้าปี จะสามารถที่จะทำอะไรที่หยาบคายและป่าเถื่อนแบบนี้ได้
“นี่เ้าทำบ้าอะไร!”
ฮูหยินรองที่เพิ่งหายจากอาการใก็มีปฏิกิริยาก่อนใคร แล้วร้องตะวาดออกมาเสียงดังลั่น ด้วยท่าทางที่ดูก็รู้ว่านางกำลังเดือดมากแค่ไหน...
แต่แล้วยังไงล่ะ...
ใช่แล้ว...เยว่ฮวาเพียงแค่มองท่าทางนั้นอย่างเรียบเฉย ก่อนที่จะเบนสายตาไปทางบิดา แล้วมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น แล้วละสายตาไปมองที่ชายชราที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังของบิดา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็พ่อบ้านใหญ่ ที่รับผิดชอบเื่ทุกๆ อย่างในจวนนั่นเอง
“หลายปีมานี้ั้แ่ที่ท่านแม่เสียไป ที่จวนของข้าก็ค่อยๆ ขัดสนขึ้นเรื่อยๆ ข้าอยากรู้ว่าทำไม” ไม่รอให้ใครถามว่านางทำเื่เหล่านี้ไปทำไม นางก็ชิงถามออกไปเสียก่อน “เท่าที่ท่านแม่เคยเล่าให้ฟัง ในตอนที่ท่านแม่แต่งกับท่านพ่อก็ไม่ใช่สตรีตัวเปล่านี้...ออกจะร่ำรวยมากเสียด้วยซ้ำ”
“...”
ทุกคนที่ได้ยินก็ตัวลีบเล็กลงอย่างกะทันหัน
ใช่แล้วพวกเขาทุกคนในจวนที่เป็คนรุ่นเก่านั้น ต่างก็รู้ดีว่าที่พวกเขากินสบายใช้สมบูรณ์อยู่ในทุกวันนี้ ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่เป็เพราะบุญบารมีของฮูหยินใหญ่แทบทั้งสิ้น
อย่าว่าแต่จวนหลังนี้เลย แม้กระทั่งเส้นทางการค้าหรืออาจจะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่สกุลจางมีอยู่ในตอนนี้ ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่มาจากสกุลถานเป็ทุนเดิมทั้งหมด
แต่มาถึงตอนนี้พวกเขากลับ...
“เ้าว่าต่อสิ”
ต่างจากทุกคนจางเผิงไห่มิได้ร้อนรนหรือมีท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจอะไร เพียงแค่พยักหน้ายอมรับแล้วให้นางกล่าวต่อไป
“ดีเ้าคะ...” เยว่ฮวาที่ไม่สนใจอยู่แล้วว่าใครจะคิดอย่างไร เพราะจะยังไงในจวนนี้บิดาของนางก็เป็คนที่มีอำนาจสูงสุด ต่อให้ทุกคนจะมีท่าทีรุนแรงขนาดไหน แต่ถ้าจางเผิงไห่เห็นด้วยทุกอย่างก็จบ
ซึ่งเท่าที่ความทรงจำที่ได้รับมาจากความฝันเ่าั้ สิ่งหนึ่งที่นางค่อนข้างมั่นใจคือความรักที่จางเผิงไห่และมารดาของนางมีให้แก่กัน และคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้แก่นางนั้นเขาน่าจะยังคงยึดถืออยู่ ซึ่งเป็หมากที่เยว่ฮวานำมาใช้อยู่ในตอนนี้ ซึ่งนางก็คิดถูก และสามารถนำมันมาใช้ได้สำเร็จ
“ถ้าหากสิ่งที่ข้าคิดมันเป็จริงแล้วล่ะก็ อีกไม่ถึงเค่อสาวใช้นางนี้อาจจะแสดงอาการอะไรบางอย่าง แต่ก่อนหน้านั้นข้าขอชี้แจงและถามไถ่ ‘สิทธิ์’ ของข้าในฐานะบุตรสาวของท่านและท่านแม่ และบุตรสาวของ ‘ฮูหยินใหญ่’ แห่งสกุลจางก่อน เพราะตลอดหลายปีนี้ข้าคิดว่าท่านก็รู้ว่าข้าต้องเสียอะไรไปบ้าง”
นางกล่าวพลางก็หันไปทางองครักษ์ เพื่อกำชับใช้อีกฝ่ายคุมตัวสาวใช้นางนั้นเอาไว้ให้มั่น ป้องกันเื่ราวต่างๆ ที่ไม่อาจที่จะควบคุมได้ที่จะเกิดขึ้น
เพราะถึงแม้นางจะมั่นใจว่าต่อหน้าบิดาของนางนั้นอีกฝ่ายก็คงไม่กล่าที่จะทำอะไรมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้มีเื่ผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ มาเกิดขึ้นใน่เวลาสำคัญ เพราะสำหรับคนที่ขึ้นศาลมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนอย่างนาง อย่างน้อยที่สุดก็ต้องระวังสิ่งที่ควรระวังเอาไว้ก่อน
สุดท้ายต่อให้เก่งกาจอย่างไรโลกนี้สังคมนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่นางคุ้นเคย นางไม่รู้เลยกว่าการแสดงออกของตัวเองนั้นมันมากหรือน้อยจนเกินไปไหม ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการระวังทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ทุกอย่างเดินไปในทางที่นาง้า
จริงอยู่ที่นางทำอยู่ในตอนนี้มันอาจจะไม่ได้แตกต่างจากในชีวิตก่อนหน้านัก แต่เหตุผลที่นางทำอยู่นั้นมันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ในชีวิตก่อนหน้านั้นนางทำทุกอย่างไปก็เพื่อพ่อแม่ เพื่อพี่น้อง เพื่อคนรัก เพื่อที่ทำงาน เพื่อคำง่ายๆ อย่างหัวหน้าตัวอย่าง ลูกที่ดี พี่น้องที่แสนดี หรือคนดีที่น่ายกย่อง
แต่สุดท้ายสิ่งที่นางได้กลับมาเป็สิ่งตอบแทนนั้นก็คือความเครียดสะสมในแต่ละวัน ความคาดหวังมากมายที่นางต้องแบกรับ และสุดท้ายที่สุดที่นางต้องดิ้นรนเพื่อมันอยู่เสมอก็คือ
เป้าหมายของคนอื่น
มันอาจจะฟังดูเหมือนเื่ตลกที่ไร้สาระ แต่อันที่จริงแล้วในโลกนี้ผู้คนก็ล้วนแล้วแต่ไม่ได้ต่างจากนางเลย มีไม่กี่คนในโลกที่จะเข้าใจในความ้าของตัวเองและทำเพื่อสิ่งที่พวกเขารักจริงๆ
อย่างที่คนบางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า คนเรามักจะมีชีวิตอยู่บนความคิดของคนอื่น มองตัวเองด้วยสายตาของคนอื่น และทำในสิ่งที่คนอื่นบอกว่าดี โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเอง้าอะไรบ้าง
แต่....
แต่ในครั้งนี้มันจะแตกต่างออกไป
แต่ในชีวิตนี้นับจากนี้เป็ต้นไป
ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางจะทำก็เพื่อความสุขของตัวนางเอง
ต่อให้มันจะดีหรือร้าย แต่เมื่อนางเลือกที่จะทำแล้วนางก็จะยอมรับและทำมันให้ดีที่สุด!!
“เ้ามีอะไรเ้าก็จงบอกข้า ในวันนี้ข้าจะให้ความเป็ธรรมแก่ทุกฝ่าย ตราบเท่าสิ่งที่พวกเ้าพูดและทำมันถูกต้อง” จางเผิงไห่เอ่ยวาจาด้วยเสียงดังฟังชัด จนทำให้ลูกๆ ของฮูหยินรองทั้งสามคนเองก็ต้องมองมาทางบิดาอย่างแปลกใจ เพราะน้อยครั้งนั้นที่พวกเขาจะเห็นบิดาที่พูดน้อยอยู่เสมอแสดงออกเช่นนี้
“ดี ดี ดี” หญิงสาวที่ได้เห็นท่าทางของบิดานางก็มองด้วยสายตาที่เป็ประกาย จนอดไม่ได้ที่จะร้องคำว่าดีออกมาถึงสามครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นอย่างแรกข้าขอร้องทุกข์ต่อท่านเกี่ยวกับคนของท่าน เื่แรกสุดก็คือตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็เบี้ยหวัด สิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ยารักษา แม้กระทั่งอาหารในแต่ละมื้อ สิ่งที่เรือนของข้าได้รับนั้นล้วนแล้วแต่ลดลงมามาก จนในปัจจุบันอย่างที่ท่านพ่อได้เห็น ว่าเสื้อผ้าที่ข้าใส่นั้นก็มีแต่ตัวที่สีซีด ตัวข้าเองก็ผอมแห้งจนแทบจะดูไม่ออกเสียด้วยซ้ำว่าข้าเป็ลูกสาวคหบดีใหญ่หรือลูกขอทานกันแน่...”
“...”
“เพียงแค่เื่นี้ข้าก็คิดว่าพ่อบ้านของท่านพ่อก็ไม่เหมาะสมในฐานะผู้ดูแลบ้านแล้วเ้าคะ!”
คำกล่าวของหญิงสาวที่เสียงดังฟังชัด และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการที่หลังฐานเองก็ทนโท่จนไม่ต้องไปสืบสาวที่ไหน แต่มันอยู่ตรงหน้าของพวกเขาทุกคนแล้วนั่นเอง
“แล้วเ้า้าอะไร”
“ก็ไม่ได้มีอะไรมากมายเ้าค่ะ ข้าแค่อยากให้ท่านพ่อลงโทษเขาตามกฎของบ้านเ้าค่ะ”
“!!”
ชายชราที่ได้ยินถึงกับหน้าซีดในทันที เพราะเขาในฐานะผู้ดูแลบ้านนั้นย่อมรู้ดีกว่าใคร กว่าไอ้กฎบ้านที่ว่านั้นมันหมายถึงอะไร ยิ่งเป็ในกรณีที่เขาเป็พ่อบ้านแล้วด้วย ไม้ต้องบอกเลยว่าโทษของเขานั้นหนักหนาแค่ไหน...
‘โบยหนึ่งร้อยไม้แล้วขายเป็ทาส...’
อาจจะดูเหมือนไม่ได้มากมายอะไร แต่สำหรับชายชราแล้วเพียงแค่โทษโบยอย่างเดียวก็เกินพอที่จะฆ่าเขาได้แล้ว ไม่ต้องพูดเื่ที่จะเอาไปขายเป็ทาส เพราะไม่รู้ว่าจะรอดไปได้ไหม...
“ไม่นะขอรับ!...ฮูหยินช่วยข้าน้อยด้วยขอรับ!!”
......................
มาแล้วจ้า เมื่อวานปวดหัวนิดหน่อยครับ พอดีมีเื่ต้องคิดก็เลยทำให้มันตึงๆ จนปั่นไม่ออก แฮ่ะๆ