The Shepherds Love

    บทที่ 2 อ่อยแรง

    “อะแฮ่ม ขอโทษค่ะพี่…” ฉันพูดเสียงหวาน พลางกระตุกชายเสื้อเขาไปด้วย

    เขาหันมามองฉัน ด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วยกคิ้วขึ้นเหมือนกำลังถามว่า มีอะไร

    “คือว่า…” ฉันแกล้งพูดเสียงเบา เขย่งเท้าไปใกล้ๆ ตัวเขา เอาหน้าอกที่ภูมิใจนี่เบียดไปที่ท่อนแขนกล้ามแน่นนั้น

    “ครับ??” เขาถามกลับ ขมวดคิ้วนิดหน่อย และเอนตัวลงมาหาฉัน

    …เข้าทางฉันล่ะ หึ

    ฉันยิ้มหวานใส่ พลางเอื้อมมือน้อยๆ ไปกดคอเขาให้ใกล้ฉันมากขึ้น แล้วเขย่งกระซิบข้างหู

    “พี่มากับแฟนรึเปล่าคะ” ฉันถาม

    “อ่า เปล่าครับ มากับเพื่อน” เขาเอียงหน้ามาตอบ

    “อ่อ งั้น… ถ้าไม่ว่าอะไร ทำความรู้จักกันสักหน่อยไหมคะ”

    “หืม?? อยากรู้จัก .. แน่หรอ”

    เขาถาม พลางทำสีหน้าเหมือนกำลังถือไพ่เหนือกว่า ฉันไม่ตอบ เอาแต่ยืนยิ้ม ทัดผมข้างใบหู ทำตัวเหมือนเขินจริตมารยาหญิง

    ”ไปโต๊ะพี่กันไหม ตรงนี้เพลงมันดัง ไม่ค่อยได้ยิน“

    เขาพูด พลางคว้าข้อมือฉันเดินฝ่าฝูงชนไปยังโต๊ะที่ถูกกั้นด้วยกระจกใสของโซน Vip

    แก๊งผู้ชายทรงแบด รวยแบบ๻ะโ๷๞ พร้อมสาวแนบกายซ้ายขวา เงยหน้าขึ้นมามองฉันเป็๞ตาเดียว พวกเขาปรบมือแปะๆ สองสามที คีบบุหรี่ออกจากปากแล้วพูด

    ”วู้ววว ใช้ให้ไปเอาเหล้า มันดันได้สาวกลับมาโว้ยยย“ หนึ่งในเพื่อนของเขาแซว แล้วยักคิ้วทักทายฉัน

    ”แหะๆ สวัสดีค่ะ พี่ๆ..“

    ฉันทักทายเสียงหวาน แกล้งก้มหน้าเหมือนกำลังเขินอาย บีบข้อมือผู้ชายคนนั้นเบาๆ

    ”น้องเขาว่า … อยากรู้จัก เลยพามาคุยด้วยซักหน่อยน่ะ“

    เขาพูด แล้วล้มตัวนั่งลงบนโซฟา ตบเบาะข้างๆ ส่งซิกให้ฉันนั่งด้วย ฉันยังยืนนิ่ง แกล้งทำเป็๲อายเช่นเดิม มองสับไปมาระหว่างที่ว่างข้างๆ เขา กับบนหน้าขาเขา จะนั่งตรงไหนดี

    ”คุณเจคะ…“

    พรึ้บ

    ฉันปรี่ไปนั่งบนหน้าขาทันทีที่สาวสวยทรงบึ้มอีกคนในโต๊ะ ทำท่าจะมาแย่งที่นั่งสุด Vip ของฉัน

    ฉันเงยหน้ามองหล่อน ยิ้มเล็กๆ (ดั่งผู้ชนะ) ให้ แล้วยกแขนคล้องคอผู้ชายคนนั้นไว้

    ”พี่คะ…“ ฉันทำเสียงอ้อน หันหน้าอกหน้าใจ ไปใกล้หน้าเขา

    ”ครับ“

    ”สรุปแล้ว… พี่ชื่ออะไรคะ“

    ”เจเดน.. เรียกเจก็ได้ครับ“

    ”อ่าาา พี่เจ …น้องพรีมค่ะ” ฉันก้มลงกระซิบข้างหู แล้วเอาปลายจมูกเฉี่ยวกรอบหน้าคมๆ ของเขานิดหน่อย

    “หึ ..” เขาหัวเราะเบาๆ ยกมือขึ้นโอบเอวฉันไว้

    “พี่เจพึ่งเคยมาเที่ยวแถวนี้หรือเปล่าคะ พรีมไม่เคยเห็นพี่เลย”

    “หืม น้องจะจำผู้ชายทุกคนที่มาเที่ยวผับนี้ได้หรอครับ”

    “ฮ่าๆ พรีมเป็๞ลูกค้าประจำค่ะ ชอบมาดริ้งตามประสาสาวโสดกับเพื่อนบ่อยๆ”

    “อ่อออ มาบ่อยซะด้วย”

    “คะ?” ฉันถามย้ำ พลางเอียงคอเหมือนสงสัยเพื่อสร้างความน่ารักน่าชังในสายตาผู้ชาย

    “อะแฮ่ม น้องคนสวยครับ ไม่สนใจพี่ๆ บ้างหรอ” ชายคนเดิมพูด

    อย่าขัดสิยะ ฉันกำลังหว่านเสน่ห์อยู่นะ!

    “แหะๆ อ่าา พรีมค่ะ” ฉันหันไปหาพวกเพื่อนของเขา

    “ยังเรียนอยู่รึเปล่า”

    “คะ?”

    “ต้องถามดีๆ น่ะ กลัวมีเด็กมัธยมแฝงมา” อีกคนแซว

    “ข้อหาพรากผู้เยาว์มันยอมความไม่ได้ด้วยน่ะ ฮ่าๆๆ” อีกคนเสริม

    “อ่าาา พรีมเรียนนิเทศน์ ปี 3 แล้วค่ะ”

    ”หืม พี่คิดว่าปี 1 นะเนี้ย หน้ายังเด็กอยู่เลย“

    ”อุ้ย เขินนะคะ… ขอบคุณค่ะ“ ฉันยกมือปิดแก้มทั้งสอง แกล้งทำจริตอายประหนึ่งพึ่งเป็๞สาวแรกแย้ม ก้มหน้าซุกคอคนที่ฉันกำลังนั่งตัก

    ”หืม น้ำหอมพี่เจ กลิ่นอะไรคะ หอมจัง“

    ฉันว่า ก่อนจะฟาดไม้เด็ด เอาเนินแนบกล้ามอกของเขา ซุกจมูกเข้าดมซอกคออีกครั้ง แล้วเงยหน้ามองตาเ๯้าตัวใกล้ๆ

    ‘เสร็จฉันแน่ล่ะ‘

    ”....“ เขาไม่ตอบ แต่ยังจ้องฉันคืน สายตาแวววาวเหมือนกำลังตกหลุมพลางฉัน แต่กลับยิ้มมุมปากเหมือนกำลังสนุกอะไรอยู่

    …แปลก…

    ”กัสชี่ ของอังกฤษน่ะ“ เขาตอบ

    ”อ่าา น้องเคยได้ยินเหมือนกัน แต่ไม่รู้เลยว่าจะหอมขนาดนี้“

    ฉันพูดแล้วลูบกล้ามอกเขาเบาๆ

    “ถ้าเจอกันอีก จะจำได้ไหม“ เขาถาม

    “อะไรที่แปลกตา โดยเฉพาะคนหล่ออย่างพี่เจ พรีมจำได้แม่นอยู่แล้วค่ะ”

    “ฮ่าๆๆ ปากหวานจังนะ” เขาพูด แล้วเริ่มลูบเบาๆ ที่ขาอ่อนฉัน

    “อ้ะ ใช่สิ เดี๋ยวพรีมต้องกลับแล้วค่ะ เสียดายจัง ที่อยู่คุยนานไม่ได้“ ฉันพูด พลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

    ”เดี๋ยวก็ได้คุยกันอีกครับ“

    ”หืม ยังไงคะ“ ฉันถาม

    ”อืมม ไม่รู้สิ ก็น้องมาที่นี่บ่อยไม่ใช่หรอ”

    “อ่าา ก็ถ้าติดเรียนก็ไม่มาค่ะ”

    “งั้นก็น่าเสียดายแย่..” เขามองฉันตาเยิ้ม

    “เราแลกเบอร์กันไว้ไหมคะ”

    “หืม?”

    “ทำความรู้จักไงคะ”

    “อ่อ จะดีหรอครับ” เขายิ้มมุมปาก ถามด้วยน้ำเสียงแปลกๆ

    “ไม่ดียังไงคะพี่”

    “ก็…. หึๆ ได้ครับ เอาโทรศัพท์เรามาสิ”

    ผ่างงงง หมื่นห้า หวานฉ่ำยัยพรีม

    ฉันยื่นโทรศัพท์ให้พ่อหนุ่มลูกครึ่งคนนั้น แล้วแอบเนียนจิ๊กเทเหล้าแบรนด์หรูบนโต๊ะเขาใส่แก้วตัวเอง พร้อมคว้าแก้วเขามาส่งให้