ตอนที่ยี่สิบแปด Hmmm,this junior is a good seed
บางครั้งผมก็คิดเหมือนกันว่าตัวร้ายในเจมส์บอนด์ คังคังฉิกนี่ พวกเขาเกลี้ยกล่อมเอานักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่งมาร่วมทีมวางแผนที่จะคิดค้นอาวุธมหาประลัยขึ้นมาทำลายล้างโลกที่เกาะร้างกลางทะเลได้อย่างไร
พวกใช้วิธีการไหนรวบรวมคนและมีลอจิสติคการขนส่งและการบริหารงานอย่างไรกันแน่?
ผมอาจจะเป็คนแปลกๆที่มองเห็นฉากฮาเร็มแล้วจะคิดว่า
ตกลงพวกเขาใช้วิธีไหนในการเลี้ยงดูสาวๆในฮาเร็ม?
และเจอนิยายที่แสดงให้เห็นฉากว่าผู้ชายซื่อๆคนหนึ่งให้ของขวัญผู้หญิงเป็ข้าวสารน้ำปลา น้ำมัน ของใช้จำเป็ต่างๆ
ก็มีฉากผู้หญิงหัวเราะคิกคักว่าผู้ชายคนนั้นเป็คนโง่ซื่อบื้อ
ก็งงอยู่ตั้งนานหลายสิบปี ก็เพราะผมมองว่าของมีประโยชน์ทั้งนั้นได้ใช้ทุกอย่าง
ทำไมต้องหัวเราะเยาะกันด้วย?
จนผมได้ศึกษาทีหลังว่าทำไมถึงหัวเราะเยาะผมและแิของผมที่จริงคือแิของคนยากจน
“สำนึกของความขาดแคลน” คนที่เติบโตมาด้วยความยากลำบากมองว่า น้ำยาล้างห้องน้ำและข้าวสาร ของแห้งสำหรับกินต่างๆนั้นเป็ของที่ตรงประเด็นและมีประโยชน์กว่าดอกกุหลาบสีชมพูและน้ำหอม
ข้อเสียคือคนที่มีแนวความคิดพรรค์นี้จะไม่โรแมนติกในสายตาของคนที่เป็คู่รักนั่นเอง
เพราะพวกเขามองแต่ความเป็จริงเท่านั้น
ทำให้ผมค่อนข้างชื่นชมอ้าวป้าหม่าพอสมควรที่พยายามเอาดอกกุหลาบ 99999 ดอกโปรยให้กับไป่มู่หลิง
แต่แน่นอน”จิตสำนึกของความขาดแคลน”อาจจะไม่ได้แสดงออกมาแค่ในคนจนเท่านั้น คนเราแสวงหาสิ่งที่ตนเองขาดแคลน
ไป่มู่หลิงถึงไม่พอใจอ้าวป้าหม่าอยากแสวงหาอิสระ ไม่อยากถูกปิดกั้นชีวิตของตนเองด้วยสัญญาหมั้นหมายที่มีมาั้แ่รุ่นคุณปู่
คนเราที่ขาดแคลนทรัพย์สินและสิ่งของจำเป็ก็พยายามแสวงหาทรัพย์สินและของใช้จำเป็
คนที่ขาดแคลนอิสระอย่างไป่มู่หลิงก็พยายามแสวงหาอิสระ
ทุกคนเฝ้าแสวงหาในสิ่งที่ตนเองไม่มีนั่นเอง
ผมนึกถึงพระอาจารย์คนหนึ่งที่ผมรู้จักเคยกล่าวว่า
“ไม่อดมันก็ไม่อยาก”
แต่ใครเล่าเมื่อไม่อดแล้วจะหยุดยั้งความอยากของตนเองได้?
บางครั้งความอดที่ผ่านมาก็น่ากลัวเกินไปจนส่งผลที่ทำให้มีเศรษฐีบางคนต้องตั้งโต๊ะอาหารในบ้านไว้ในที่ที่ตนเองมองเห็นได้อยู่เสมอเพื่อสร้างความอุ่นใจว่ามีอาหารอยู่ตลอดเวลา
ความอดมันสร้างรอยแผลให้เราได้ถึงเพียงนั้นแม้จะคนนั้นจะกลายเป็เศรษฐีแล้วก็ตาม
ผมก็ใกล้เคียงกันหาสิ่งที่ตนเองไม่มี
และคนอื่นกลับชาติเป็อภิมหึมามหาเศรษฐีเช่นอ้าวป้าหม่าอาจจะอยากอวดความรวย
ผมก็คงทำอย่างนั้นเหมือนกันหากโลกนี้ดันไม่มีปราณยุทธและคนบ้าที่สามารถะเิูเาเผากระท่อมได้ด้วยหมัดเปล่าๆ
“รู้จักอเลสเตอร์ โครวลีย์กันใช่ไหม? “
คนที่คิดค้นแนวคดิเวทย์สมัยใหม่หรือคนที่ผ่านเื่To aru Index จะรู้ว่าคือบอสของนครการศึกษานั่นเอง
“พวกบ้าบอ วิทยาศาสตร์เทียมอย่างนั้นหรือ?อย่าเอานักวิทยาศาสตร์ตัวจริงอย่างพวกเราไปรวมกับพวกหลอกลวงแบบนั้น”
โรเบิร์ตกล่าวอย่างโมโห
ผมรวบรวมพลังปราณที่ปลายนิ้วเป็กรงเล็บ
และฟันไปที่โรเบิร์ต
เสื้อห้องแล็บของพวกเขาขาดเป็รอยกรงเล็บ
และเพื่อไม่รอให้พวกเขาใ
“ไอ้ม้าย่ำเวหา”
ผมย่ำก้าวเท้ารัวๆจนสามารถะโบนอากาศได้โดยเท้าไม่ติดพื้น
“เหวอ”
โรเบิร์ตและพวกถอยหลังอย่างใที่เสื้อขาด
และมองผมที่ย่ำอยู่กลางอากาศ
แทนที่พวกเขาจะหนี พวกเขากลับลูบไปมาที่เสื้อของตนเองสังเกตรอยขาดและเข้ามาหาผมอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เอามือหรือเอาไม้เขี่ยทั้งข้างบนข้างล้างหรือรอบข้างผมก็ได้ว่ามีลวดหรือสลิงอะไรติดไว้หรือไม่?”
โรเบิร์ตและนักวิทยาศาสตร์ก็มาล้อมรอบผมที่พยายามวิ่งย่ำกลางอากาศอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยราวกับม้าป่าที่ห้อตะบึง
“นี่มันเป็ไปไม่ได้ ต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ”
Hmmm,this junior is a good seed
ฮืมพวกผู้เยาว์นี้คือพวกเมล็ดพันธุ์ชั้นดี
ไม่ยอมรับในลักษณะที่ปรากฏและมีมุมมองอย่างนักวิทยาศาสตร์ที่สงสัยและพิสูจน์อยู่เสมอ!!!