“พี่กรแม่รู้แล้วค่ะ”
รินพูดออกมาเสียงสั่นเบาหวิวแทบจะไม่ได้ยินหลังเธอปิดประตูห้องนอนใหญ่ ั์ตากลมโตเป็ประกายยามนี้หม่นหมองคลอไปด้วยน้ำตาดูน่าสงสาร จนชายร่างสูงต้องละสายตาจากหน้าจอคอมลุกเดินมาหาเธอที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูห้อง
“รินเป็อะไรทำไมตัวสั่นอย่างนี้ แล้วเมื่อกี้พูดอะไรพี่ไม่ได้ยิน”
“พี่กร..พ่อกับแม่รู้เื่ของเราแล้วนะคะราจะทำยังไงดี ทำไงดี” ั์ตาวูบไหวจ้องใบหน้าของคนตัวสูงอย่างสับสนก่อนจะก้มลงมองมือของตัวเองอย่างคนทำอะไรไม่ถูกความรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวทำเธอกลัวไปหมด
กรคว้าบ่าเล็กสั่นเล็กน้อยเอาไว้แน่นพลางจ้องคนที่ร้อนรนอยู่ไม่ถูก ก่อนจะรั้งใบหน้าของเธอให้จ้องมาทางเขาเขามองั์ตาไหวระรินนั้นนิ่ง แล้วเอ่ยแ่ทว่าหนักแน่นออกมา
“ไม่เป็ไรรินไม่เป็ไรเดี๋ยวพี่รับกับพ่อแม่เองนะ ไม่ต้องกลัว”
ท่อนแขนแข็งแรงรั้งร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแล้วกระชับแน่นพร้อมลูบแผ่นหลังบางเบา ๆ อย่างปลอบโยนในเมื่อเื่นี้มีถึงขั้นนี้แล้วเขาก็ต้องรับผิดชอบด้วย
กว่าคนตัวเล็กจะสงบลงได้ชายร่างสูงก็ต้องยืนลูบหลังนั้นอยู่ ก่อนที่เขาจะผละออกจากเธอแล้วจับมือพาเดินไปยังเตียงนอน
“ไปเราไปนอนกัน ไม่ต้องคิดมากนะครับ”
“แต่ว่า...”
“แต่อีกแล้วไม่ต้องกังวลเดี๋ยวพี่จัดการเอง”
ชายหนุ่มดันร่างบางให้นอนลงก่อนเขาจะเดินกลับมาปิดไฟ แล้วนอนข้าง ๆเธอพร้อมกับดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอกพร้อมลูบกลุ่มผมนุ่มมือ
ไม่ว่ายังไงเขาทั้งสองคนก็ต้องผ่านเื่นี้ไปให้ได้
และถึงแม้ว่าชายร่างสูงจะบอกให้คนตัวเล็กนอนทว่ากลับเป็เขาที่ไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ั์ตาคมจ้องเพดานท่ามกลางแสงสลัวที่ส่องเข้ามาในห้องคำพูดมากมายถูกเรียบเรียงในหัวจนมั่วซั่วไปหมด พร้อมกับที่มือลูบกลุ่มผมหนาที่ชอบไป มาไม่หยุด
“พี่กรแม่พูดว่าเขาจะมาเลี้ยงหลานแล้วให้รินไปอยู่กับพี่ที่กาญจน์ฯ”
นรินทร์เอ่ยออกมาท่ามกลางบรรยากาศเงียบเชียบราวกับ้าระบายสิ่งที่ได้ยินมาให้เขาได้ฟัง แม้ว่ามันจะไร้ประโยชน์ก็ตาม
“พี่ไม่มีทางให้รินไปน้องพริ้มก็ไม่ยอม”
“แต่แม่เขาบอกว่าจะไม่ยอมให้ความรักของเราเกิดขึ้น”
“เราจะผ่านมันไปได้เชื่อพี่”
น้ำเสียงหนักแน่นเอ่ยออกมาจากปากของคนที่นอนสูงกว่าก่อนที่เขาจะก้มลงมาประทับริมฝีปากบนหน้าผากมนของคนที่นอนอยู่ในอ้อมแขน
“พี่กร...”
“ครับ”
“…”
“…” ศิวกรก้มมองคนที่เรียกชื่อเขาแล้วนิ่งเงียบไปพร้อมกับที่เธอมุดใบหน้าเข้าหาอกเขามากกว่าเดิม
“พี่ว่า..พี่พิมพ์จะโกรธเราไหมคะเขาจะคิดว่าเราหักหลังเขาไหม”
ราวกับว่าลมหายใจเขาสะดุดหลังได้ยินสิ่งที่หญิงสาวถามออกมาใบหน้าก้มลงมองคนที่นอนขดตัวในอ้อมแขนอย่างสงสารก่อนจะกระชับวงแขนให้ร่างของเธอเข้ามาใกล้มากขึ้นอีกที่จริงเื่นี้จะโทษว่าเป็ความผิดของเธอคนเดียวไม่ได้เพราะว่าก็เป็เขาเองที่รั้งเธอเอาไว้ไม่ให้ไป จนเื่ราวนี้เกิดขึ้นมา
เธอเริ่มที่จะรักก่อนแต่เขาก็เลือกที่ยอมให้รักครั้งนี้เกิดฉะนั้นความผิดนี้เธอกับเขาต้องแบ่งกันคนละครึ่ง
“เชื่อพี่พิมพ์เขาจะไม่โกรธเขาอาจจะดีใจที่เป็รินที่มาดูแลพี่และน้องพริ้ม” แม้จะเหมือนเป็คำพูดปลอบใจแต่เขากลับคิดแบบนั้นจริง ๆเพราะตอนที่พิมพ์ยังอยู่เธอมักจะพูดเื่ของน้องสาวคนนี้เสมอ รวมถึงยังเคยพูดเล่นๆ ว่าหากว่าเขาและเธอจากไปรินจะเป็ที่พึ่งให้น้องพริ้มแน่นอน เพราะอย่างนี้เขาจึงมั่นใจว่าพิมพ์จะไม่โกรธที่เขาเลือกน้องสาวเธอมาเป็คู่ชีวิตและคนดูแลลูกของเธอต่อจากเธอ
“พี่พิมพ์จะไม่โกรธจริงเหรอคะ”
“ครับพิมพ์ไม่โกรธ”
ชายหนุ่มก้มหน้าส่งยิ้มกว้างอย่างจริงใจให้กับคนที่จ้องเขาตาแป๋วราวเด็กเล็กก่อนจะเคลื่อนใบหน้าลงต่ำเข้าหาคนที่ค่อย ๆ หลับตาพริ้มก่อนจะประทับริมฝีปากตรงกลีบปากบางแ่เบาจากที่้าเพียงปลอบประโลมกลายเป็ต่างฝ่ายต่างโหยหาท่อนแขนเล็กย้ายขึ้นมาโอบลำคอแกร่ง พร้อมขยับร่างเข้าหาเขา
ตอนนี้เธอ้ากำลังใจฉะนั้นจูบนี้ก็นับเป็กำลังใจที่เขาและเธอมอบให้กัน
ทั้งสองจูบดูดดื่มกันอยู่นานก่อนจะเป็คนตัวบางที่ผละออกมาพร้อมลืมตาจ้องมองคนตัวใหญ่ไม่ละไปไหน
“รินเชื่อพี่กรเราจะผ่านเื่นี้ไปด้วยนะคะ”
“ครับนอนเถอะ พี่จะอยู่ข้าง ๆ รินตรงนี้”
ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนที่รินจะย้ายตัวลงไปนอนในอ้อมกอดเขาอย่างเก่า ความรู้สึกผิด กลัวกังวลใจก่อนหน้าเบาลงอย่างประหลาด เพียงเพราะประโยคเรียบง่ายที่เขากล่าวออกมาก่อนที่เธอจะหลับตาแล้วนอนเพื่อเติมพลังสู้ต่อในวันพรุ่งนี้
เช้าวันนี้บรรยากาศในบ้านเงียบเชียบไร้เสียงคุยจนพริ้มพราวที่มักจะสดใสอยู่เสมอพลอยหมองตามผู้ใหญ่ไปด้วยส่วนศจีและประพนธ์ก็ยิ่งไปกันใหญ่ พวกเขาทั้งสองทำตัวราวหุ่นยนต์มีชีวิตเพราะนอกจากจัดการหลายสาวและยิ้มพอเป็พิธีแล้วพวกเขาต่างก็ตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง จนได้ยินเสียงประตูห้องชั้นสองเปิดและปิดลง
ดวงตาหกคู่มองร่างชายหญิงที่เดินลงมา ก่อนที่เรียบนิ่งของพวกเขาจะประดับด้วยรอยยิ้มเมื่อหนูน้อยพริ้มพราวฉีกยิ้มกว้าง โห่ร้องอย่างดีใจที่เห็นพ่อและน้าของเธอเขาเดินเข้ามาหาลูกสาวพร้อมกับพูดไม่กี่ประโยคก็อุ้มเด็กหญิงลงมาจากเก้าอี้ของเธอแล้วพาเดินไปใส่รองเท้าที่หน้าบ้าน
ทว่าระหว่างที่เขากำลังจะเดินผ่านร่างบอบบางที่ยืนปั้นหน้าไม่ถูกตรงหน้าบันไดฝ่ามือใหญ่ก็วางลงตรงบ่าของเธอแล้วลูบเบา ๆไปหลายครั้งไม่สนใจสายตาของผู้ใหญ่อีกสอง คนที่มองมาั้แ่ต้น
“พี่จะรีบไปแล้วรีบกลับ”
“ค่ะ”
นรินทร์ยิ้มบางให้กับคนตัวสูงพร้อมกับโบกมือให้หลานสาวที่มองอยู่ด้านหลัง ก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเข้าปอดไปเฮือกใหญ่แล้วเดินไปนั่งลงตรงโต๊ะอาหาร
ดวงตากลมมองชามข้าวต้มก่อนจะเหลือบขึ้นมองใบหน้าของพ่อและแม่ ที่จ้องเธอนิ่ง ความรู้สึกหวาดกลัวและใจเต้นแรงก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับมือทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อจนเธอต้องเลื่อนลงไปเช็ดกับกางที่ใต้โต๊ะ
ความรู้สึกเหมือนได้เข้าห้องปกครองเมื่อสมัยมัธยมกลับมาอีกครั้งทำเอาเธอเกร็งจนแม้แต่จะหายใจแรง ๆ ก็ยังไม่กล้า
“พ่อกับแม่กินก่อนเลยก็ได้นะคะ”
น้ำเสียงแ่เอ่ยออกมาพร้อมกับท่าทางหวั่นเกรง
“ฉันยังไม่หิวเดี๋ยวรอตากรก่อน ฉันมีเื่จะถามเขาด้วย”
“ค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยรับเสียงแ่พร้อมกับวางช้อนลงอย่างไม่กล้ากินแล้วนั่งลงนิ่ง ๆ ไม่พูดอะไรต่อพวกเขาปล่อยให้บรรยากาศนิ่งเงียบต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีใครเอ่ยหรือขยับตัวจนรู้ตัวอีกทีเสี่ยงรถยนต์ของกรก็ดังอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว
ทันทีที่กรก้าวเข้ามาในบ้านหลังไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนคือบรรยากาศมาคุภายในห้องอาหาร ร่างบอบบางหันมามองเขาด้วยใบหน้าซีดหมองและพร้อมที่จะร้องให้ออกมาทุกเมื่อ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างกายเธอแล้วเอ่ยในสิ่งที่เตรียมใจมาตลอดทั้งคืนออกไป
“คุณพ่อคุณแม่คงจะสงสัยเื่ของความสัมพันธ์ระหว่างผมกับรินใช่ไหมครับ”
เขาเอ่ยออกมาทันทีที่นั่งลงโดยที่ไม่ต้องรอให้ใครถามพร้อมกับสู้สายตาแม่ยาย ที่จ้องมาราวกับจะกินเื กินเนื้อพวกเขาทั้งสองก่อนจะกระชับไหล่ของคนข้าง ๆ เข้าหาอกเขาต่อหน้าต่อตาคนทั้งสองอย่างไม่เกรงกลัว
“เธอก็พูดมาสิฉันรอฟัง”
ศจีเอยถามออกมาทั้งที่ในใจของเธอหวาดกลัวคำตอบของลูกเขยพร้อมกับความรู้สึกกรุ่นโกรธที่เพิ่มเท่าทวีเมื่อได้เห็นท่าทางพร้อมชนนั้นของเขา
“ผมกับรินเรารักกัน”
ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมแสดงสีหน้ามุ่งมั่น ทำอดีตอาจารย์มหาลัยทั้งสองคนลมแทบจับแม้ว่าจะคาดการณ์เื่ราวเอาไว้แล้ว แต่เมื่อได้มาเห็นมาฟังพวกเขากลับทำใจยอมรับไม่ได้ เื่ที่ลูกทั้งสองคนจะมีสามีคนเดียวกัน
ประพนธ์หันไปมองหน้าภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ก่อนจะคว้ามือสั่นเท่าของเธอมาคุมเอาไว้แน่นแล้วหันไปมองใบหน้าของลูกสาวและลูกเขยที่ก็มองมาทางพวกเขาอยู่เช่นกัน
“ผมกับรินเรารักกันของคุณพ่อ คุณแม่เห็นใจให้เราได้ใช้ชีวิตด้วยกันเถอะครับ”
“ไม่ได้แกจะรักกันไม่ได้”
“ทำไมผมกับรินจะรักกันไม่ได้”
ศจีจ้องหน้าคนที่เธอรักเหมือนลูกในไส้ด้วยสายตาผิดหวัง เธอไม่อยากจะเชื่อว่ากรจะโง่งมสำส่อนถึงขึ้นเอาไม่เลือกแม้จะเป็พี่น้องสายเืเดียวกัน
“แกเป็พี่เขยยายรินเป็ผัวพี่สาว จะมาเอาน้องสาวได้ยังไง ชาวบ้านเขาจะคิดกันยังไงพวกแกเคยคิดบ้างไหม”
“แต่ผมกับรินเรารักกันด้วยบริสุทธิ์ใจผมไม่ได้นอกใจพิมพ์”
“แกยังจะกล้าพูดอีกว่าแกไม่ได้นอกใจลูกสาวฉัน”
“ครับผมไม่ได้นอกใจเธอ ผมเพียงแค่ปล่อยให้เขาได้เป็อิสระ ผมไม่เคยลืมความดีของพิมพ์ผมไม่ได้เอารินมาแทนที่พิมพ์”
“เหอะ!!น่าขันเสียจริงฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าลูกเขยของฉันจะโลกสวย และเรียบเรียงคำ ได้เก่งอย่างนี้”
หญิงวัยกลางคนเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทางทะนงหากเป็เมื่อก่อนเธอคงบวกคะแนนจิตรพิสัยให้ลูกเขยเพิ่ม ที่รักมั่นคงแน่วแน่เช่นนี้ แต่เวลานี้ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน
“ไม่ว่าแกจะพูดยังไงฉันก็ไม่มีทางยอมรับ
และถ้าพวกแกยืนยันจะรักกันก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่”