กลุ่มคนที่โหรหลวงหนานเมืองอินทร์พูดถึงก็คือเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์พระยาชามุกประดับ เจ้านางละอองทองเจ้านางดาราสายและพวกบ่าวไพร่ที่ติดตามนายตัวเองมาปราถะนาคราชยังคงโอบกอดร่างอันไร้ลมหายใจของแพงอรไว้แต่สายตาสำรวจจับผิดพิรุธทุกคน
เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์มองศพแพงอรสีหน้านิ่งแววตาเคร่งขรึม ขณะที่พระชายามุกประดับดูตกใจแต่เจ้านางละอองทองกับเจ้านางดาราสายแม้จะตกใจก็จริงแต่แววตาแฝงไว้ด้วยความยินดียิ่งนัก...!!
จากอดีตทอดเงามายังเมืองบาดาลอลินตานั่งนิ่งคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่ได้รับฟังอยู่บนเรือน้อยที่กำลังแล่นกลับสู่โลกปัจจุบันซึ่งเป็นอาการเดียวกันกับปราถะที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนของตนเองหลังจากรำลึกเรื่องราวทั้งหมดก่อนจะตอบวิญญาณของเจ้าภูแสนหนักแน่น
“ข้าเป็นห่วงแพงอรเฉกเช่นเพื่อนคนหนึ่ง”วิญญาณของเจ้าภูแสนหรี่ตา แล้วถามต่อ
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ปฏิเสธว่าเจ้าเป็นห่วงอลินตาใช่รึไม่?” ปราถะนิ่งไปนิด แววตาไหวระริกหน่อยๆ บ้าจริงทำไมต้องอ่อนไหวเมื่อได้ยินชื่อนี้
“อืม...เป็นห่วง...” ปราถะตอบไม่เต็มเสียงเท่าไหร่นักแต่ทว่าวิญญาณของเจ้าภูแสนก็ชงต่อ
“นายห่วงอลินตาในฐานะอะไรเพื่อนแบบแพงอรเช่นนั้นรึ?”คราวนี้ปราถะนาคราชปรายตาไปทางวิญญาณของเจ้าภูแสนแว้บหนึ่งก่อนจะใช้มือสะบัดผ้าห่มที่คลุมท่อนขาออกแล้วลุกเดินลงจากเตียงพร้อมสบถให้อีกฝ่ายได้ยินด้วยน้ำเสียงรำคาญหน่อยๆแต่อีกฝ่ายกลับยิ้มเย็นเป็นต่อ
“ไม่ได้เรื่อง...เจ้าอย่าพยายามสู่รู้ความในใจของข้าอลินตากับแพงอรแตกต่างกันยังกับอะไรเจ้าก็รู้แค่มีหน้าตาเหมือนกันก็ใช่ว่านิสัยกิริยาวาจาจะเหมือนกันด้วย” ปราถะพูดพร้อมเดินออกไปยังระเบียงนอกห้องนอนแล้วขึ้นไปนั่งบนระเบียงอย่างไม่กลัวตกเลยสักนิดวิญญาณของเจ้าภูแสนส่ายหน้า พลางลอยเคลื่อนตามมาติดๆ
“ฉันรู้ว่าทำไมเจ้าถึงไม่มีใจให้แพงอร..”วิญญาณของเจ้าภูแสนลอยมายืนอยู่บนขอบระเบียง ปราถะนาคราชมองออกไปนอกบ้านสุดสายตาพลางสำรวจเงาตะคุ่มในความมืดมิดยามค่ำคืนอย่างระแวดระวังด้วยความเคยชิน
“นิสัยแบบแพงอรไม่โดนใจเจ้าเท่าไหร่คนอย่างเจ้าล้าได้กล้าเสีย ระห่ำ ห่ามพูดจาขวานผ่าซากเอาแต่ใจ แล้วผู้หญิงที่ยอมอยู่ในโอวาท อะไรก็ได้ เป็นช้างเท้าหลังถ้าสามีพูดอะไรนางก็จะยอมตามสามีทั้งสิ้น ผู้หญิงแบบไม่โดนใจ ให้เป็นเพื่อนน่ะได้แต่ถ้าเป็นคู่ชีวิตไม่น่าใช่” ปราถะนาคราชส่งเสียงจุ๊ปากทำท่าทางรำคาญวิญญาณของเจ้าภูแสนอย่างเห็นได้ชัด
เจ้าโง่คนแบบนี้นี่ยังไงกัน คิดจะยัดเยียดข้อหาแอบรักเมียชาวบ้านให้ข้ารึไงแม้แพงอรจะเป็นแม่ศรีเรือน งดงามทั้งกายใจ แต่ไม่มีใครมาแทนที่คนรักของข้าได้แม้ว่าแพงอรจะเหมือน แต่นางก็ไม่ใช่ วิญญาณของเจ้าภูแสนยังคงใจเย็นยืนเอามือไพล่หลังแล้วพูดต่อ
“แต่อลินตาผู้หญิงที่ระห่ำมากกว่านาย ดื้อมากกว่านาย ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ฉลาด เท่าทันคนและเก่งกาจ บวกด้วยท่วงท่าที่มั่นใจในตัวเองอย่างแรงกล้า ออ..อีกอย่างรูปร่างหน้าตาที่งามดุจเดียวกับแพงอร ไม่ใช่สิงดงามเปล่งประกายมากกว่าแพงอรด้วยซ้ำ ผู้หญิงอย่างนี้สิถึงจะได้ใจนาย ใช่ไหมท่านปราถะ?”คราวนี้ปราถะนั่งนิ่งความในใจเงียบสนิท เขาไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าที่วิญญาณปากมากพูดมาเมื่อสักครู่นั่นเป็นเรื่องจริง และเรื่องจริงอีกข้อ ที่ปราถะก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันนั่นคือกระแสแห่งความผูกพัน ที่แค่มองและสัมผัสครั้งแรกทำไมจะไม่รู้ว่าเป็นคนที่ใช่แน่นอน!!
“บางทีข้าก็อยากให้เจ้าหลุดพ้นแล้วไปผุดไปเกิดสักทีพูดมากน่ารำคาญจริงๆ” วิญญาณของเจ้าภูแสนยิ้มกริ่มก่อนจะผิวปากแล้วหายวับเข้าไปในหัวแหวนประจำตัวของตนเองเมื่อเจ้าภูแสนหายไป ปราถะก็เหม่อมองออกไปไกลสุดสายตา และแน่นอนในใจกระหวัดคิดไปถึงคนที่มีหน้าตาคล้ายแม่หญิงแพงอรก่อนจะบ่นออกมาเบาๆ ราวกับจะให้คำบ่นนั่นลอยไปตามสายลม
“ตอนนี้ยัยนั่นกำลังทำอะไรอยู่นะ....”
ยัยนั่นที่ปราถะในร่างของเจ้าภูแสนเอ่ยถึงตอนนี้กลับเข้าร่างตัวเองเรียบร้อยก่อนจะจามดังๆ ออกมาสองครั้ง เนตรนภาที่นั่งสมาธิอยู่ข้างๆลืมตาพรึ่บทันที แหงล่ะ จะไม่ให้เนตรนภารู้สึกตัวได้ยังไงก็พี่สาวคุณเธอเล่นจามเสียงดังจนเสาเอกกลางเรือนแทบจะไหวยวบยาบซะขนาดนั้น
“กลับมาแล้วเหรอคะพี่อลิน..”อลินตาจับจมูกตัวเองบีบนวดไล่อาการระคายเคือง แล้วหันมองเนตรนภา
“เมื่อกี้พี่จามสองครั้งใช่ไหม?”เนตรนภาทำหน้าแปลกใจ แต่ยังอุตส่าห์พยักหน้ายืนยันคำถามผู้เป็นพี่สาวเมื่อเนตรนภาพยักหน้า อลินตาก็ยิ้มราวกับได้เงินรางวัลล็อตเตอรี่
“อุ๊ยตาย..จามหนึ่งครั้งมีคนนินทา จามสองครั้งมีคนคิดถึง จามสามครั้งมีคนปองร้าย นี่พี่จามสองครั้งแหม..หนุ่มไหนคิดถึงกันนะ...” เนตรนภายิ้มแห้งกลอกตามองบน ถ้าผู้ชายน่าจะไม่มีแต่ถ้าวิญญาณหนุ่มๆ อาจจะมี เฮ้อ.. พี่สาวเราก็มีมุมแบบนี้กับเขาเหมือนกันอ่ะเนอะ
“จามก็ต้องดูฤกษ์ยามเหรอคะพี่อลิน”เนตรนภาถามยิ้มๆ อลินตาหันมายิ้มให้น้องสาวแล้วเอามือขยี้ผมเนตรนภาอย่างเอ็นดูก่อนจะลุกยืนขึ้นไปดูกลุ่มเส้นด้ายสีเขียวพลางเรียกเนตรนภาเข้ามาดูใกล้ๆ เนตรนภายืนเพ่งมองไปที่กลุ่มด้ายนั้นแล้วบอกอลินตา
“พี่อลินทำไมมันมีคราบดำๆแดงๆ เปื้อนอยู่ที่กลุ่มด้ายสีเขียวคะ?” อลินตากอดอกมองหน้าเนตรนภาแววตาจริงจัง
“เธอสอบผ่านเนตรนภา..”เนตรนภาหันไปมองอลินตาแววตางุนงงอลินตากอดอกแล้วใช้มือข้างหนึ่งชูขึ้นเพียงแค่ข้อมือแล้วชี้ไปที่เส้นด้ายนั้นพลางบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม
“นั่น...เป็นพิษของพญานาคที่พ่นเอาไว้เพื่อป้องกันให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้าใกล้กลุ่มเส้นด้ายที่จะทอซึ่งใครก็ตามที่ถูกพิษของพญานาคนี้เข้าไปผิวหนังก็จะลุกเป็นไฟแสบร้อนทรมานอยู่เจ็ดวันเจ็ดคืนจากนั้นผิวหนังก็จะไม่เหมือนเดิมอีกตลอดไป” เนตรนภาได้ฟังก็ถอยห่างออกมาจากกลุ่มด้ายสีเขียวเอามือทาบอกอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“มัน..มันมีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วยจริงๆ เหรอคะ?” อลินตาหันมายิ้มให้กับเนตรนภา
“เกินกว่านี้ก็มีอยู่จริงค่อยๆ เรียนรู้และซึมซับเอาไว้และอีกอย่างหน้าที่ของเธอคือทอผ้าขึ้นมาจนหมดกลุ่มด้ายพวกนี้” เนตรนภามีสีหน้างุนงงไม่สร่างซารีบถามอลินตาผู้เป็นพี่สาว
“เพราะอะไรเนตรถึงมีหน้าที่นี้?แล้วผ้าที่ทอลายผ้าเป็นแบบไหนคะ?พี่อลินมีแบบให้เนตรไหม?ที่สำคัญผ้านั่นมีความสำคัญยังไงทำไมต้องทอขึ้นมาด้วยคะ?” เนตรนภาถามเป็นชุดอลินตาสูดลมหายใจเข้าช้าๆ และนิ่งนานก่อนจะบอกเนตรนภา
“เรื่องลายผ้าไม่ต้องห่วงแค่ก่อนทอผ้าเนตรนั่งหลับตาทำสมาธินิ่งๆ แล้วลายผ้าทั้งหมดจะปรากฏขึ้นเองในภวังค์จิตส่วนที่เนตรถามว่าทำไมต้องเป็นเนตร เพราะเนตรเป็นทายาทหมอผีของตระกูลไม่ใช่พี่และผ้ามีไว้ทำอะไร ตอบแบบง่ายๆ ก็คือผ้าที่เนตรจะเป็นคนทอนั้นมีไว้กำจัดปีศาจร้ายหลังจากที่พี่ไปหาอาจารย์สินยเวทย์แล้วพี่จะกลับมาที่นี่อีกครั้งจากนั้นเนตรนภาก็เริ่มลงมือทอผ้าได้เลย!”เนตรนภาฟังนิ่งก่อนจะหันมาถามผู้เป็นพี่สาวของเธอ
“ทำไมพี่อลินต้องรอด้วยคะ?”อลินตาตอบทันควัน
“เพราะพี่จะต้องพาผู้ที่สามารถถอนพิษพญานาคออกจากกลุ่มด้ายมาถอนพิษให้พวกเราก่อนน่ะสิ...” อลินตาพูดเสียงนิ่งๆซึ่งเสียงแบบนี้ถ้าเป๋าและหมิงอยู่ด้วยจะรู้ดีที่สุดว่ามันหมายถึงเจ้านายสาวของตัวเองจะทำตามที่พูดได้อย่างแน่นอนอลินตาไม่เคยเอ่ยปากหรือพูดส่งๆ ถ้าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ด้วยนิสัยที่ถ้าได้ตัดสินใจพูดอะไรออกมา นั่นคือผ่านเส้นหยักของสมองหลายขดมาอย่างดีแล้วนั่นเอง...