ทั้ง3 หลังจากได้รับการสั่งสอนจากผู้เฒ่าก็เก็บกวาดพาชนะ ที่กินดื่มแล้ว ศรันย์พยายามชักชวนให้อาจารย์ไปอยู่กับตนที่โรงแรมในหมู่บ้าน เพื่อที่จะดูแลได้สะดวกเนื่องจากเป็ห่วงเื่สุขภาพ นรีก็สนับสนุนด้วย
ทรนง : รัน เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก อยู่ที่นี่บรรยากาศดี ไปไหนมาไหนสะดวกยิ่งอยู่ใกล้คนเยอะๆตลอด อึดอัด อีกอย่างข้าก็มีธุระ ส่วนตัวไม่อยากให้คนรู้ เดี๋ยวถ้าเกิดไม่ไหวยังไงเดี๋ยวเข้าไปหาเอง นานๆทีเจอกันแบบนี้ก็ดีแล้ว ห่วงแต่เอ็งนั้นแหละ หมั่นฝึกท่าที่เหลือให้ชำนาญแล้วกัน เอ็งโชคดีมากที่มีพร์ในวิทยายุทธ ติดตัวมาั้แ่เกิด เพียงฝึกวิชาของข้าแค่ 2 ปีก็สำเร็จเกือบหมดแล้ว แล้วที่เน้นเลยคือ เคล็ดลมปราณมารทมิฬ ต้องหมั่นฝึกทุกวัน เพราะเป็พื้นฐานของวิชา 7ดาบมารทมิฬไร้พ่าย แม้ตอนนี้พลังลมปราณของนายยังอ่อนอยู่ แต่มีสมาธิถือในขั้นสูงทีเดียว ที่สามารถใช้รัศมีมารทมิฬ ซัดเข้าตำแหน่งที่แม่นยำ และควบคุมพลังปราณสูงต่ำได้ดั่งใจ ในยุคสมัยที่ใช้กำลังตัดสินถูกผิดนี้ คนที่แข็งแกร่งจำเป็มากๆ
ทรนง : ส่วน บดินทร์ ตามที่นายเล่าให้ฟังเื่ที่เผ่าอาณาจักรกาปา มีสิ่งประดิษฐ์ เป็เครื่องป้องกัน ระดับที่สามารถป้องกัน ปรารณ7 ดาบอัศจรรย์ ขั้นที่ สลักเพชร ได้ ดูเป็เื่ที่น่ากังวลที่สุด แม้จะป้องกันได้แค่ไม่กี่ครั้งในการโจมตีก็ตาม แต่สำหรับยอดฝีมือในระดับประกายแสง ก็เพียงพอให้มีจังหวะโต้ตอบสวนกลับการโจมตีถึงชีวิตได้ ข้าอาจวิเคราะห์ได้ก่อนว่า ต้องมี ยอดฝีมือของมนุษย์แปรพักตร์เข้ากับเผ่าลูกผสมแห่งอาณาจักรกาปาจึงได้เอาข้อมูลวิชาไปวิเคาราะห์พัฒนาเป็สิ่งประดิษฐ์ใช้ต่อสู้กับพวกเราได้ แผนของาากาปา มันคง้าเข้ายึดครองอาณาจักรเผ่ามนุษย์ทั้งหมดเร็วๆนี้แน่ สหายร่วมอุดมการณ์ของพวกเราอีกคน ก็ติดตามเื่นี้อยู่เหมือนกัน ยังไงนายลองเอาเื่ไปปรึกษากับพี่ อาทร เผื่อจะมีความคิดอะไรดีๆเกี่ยวกับเื่นี้บ้าง
ทรนง : นรี ดาบตัดวิรุฬ ของลูกนั้น เมื่อผสานกับวิชาปราณของสำนัก 5 ดาบที่มีความลึกล้ำ ตามปรมารจารย์หญิงผู้คิดค้นวิชาดาบของสำนัก 5 ดาบ ของเรา ก่อนที่อาจาย์กายสิทธิ์ผู้เป็เ้าสำนักรุ่นที่2 และเป็อาจารย์ของข้าและท่านพี่ ทรนงเป็ผู้สืบทอด วิชาต่อมา จะมีอนุภาพสุดหยั่งถึง ขอเพียงเธอรู้จักถึงพลังของมัน และวิชาของสำนัก 5 ดาบทั้งหมดสิ้นแล้ว ต่อให้เป็ศรันนย์ก็ไม่ใช่คู่มือของเธอแน่นอน
ทรนง : รัน ดาบของเอ็งเล่มนี้ ััพลังได้เป็ธาตุไฟ แต่แตกต่างออกไป เหมือนมีพลังเฉพาะตัวของเหมือนของเอ็งผู้เป็เ้าของโดย เป็ดาบที่คม ภายนอกเหมือนเป็สนิมหุ้มทั้งเล่ม แต่ส่วนคมกลับคมกริบเหมือนไม่เคยผ่านการใช้งาน พอส่งพลังปรารณสู่คมดาบ ก็เกิดปราณดาบที่คมกริบ เสริมให้ดาบคมยิ่งขึ้น และเป็การยืนยันฐานะของตัวเอ็งด้วย ข้าขอเก็บดาบของเอ็งไว้ชั่วคราว เอ็งก็เอาดาบดาบทมิฬ ไปใช้แทนก่อน แต่ก็เป็การแสดงตัวว่าเอ็งเป็ศิษย์ของข้าด้วย ก็คงจะมีศัตรูมากขื้น
โดยเฉพาะ พวกกองกำลังปราบมาร แต่ที่ข้าเคยย้ำเตือนว่าห้ามฆ่าพวกนั้นเด็ดขาด เพราะจะผลเสียกับตัวเอ็งและกับเผ่ามนุษย์ และจงตั้งมั่นในตัวเอง ว่า้าเป็อะไร ตัวข้าเคยถูกยกย่องว่าเป็วีบุรุษ สุดท้ายกลายเป็มาร แต่ข้าก็รู้ตัวเองว่าเป็อะไร ด้วยการกระทำ หากคล้อยตามที่คนอื่นเรียกขาน ก็จะเป็ไปตามปากของคนเ่าั้ ทีนี้เมื่อตัวเองทำอะไรไม่ดี ก็จะมีข้ออ้างและเหตุผลสนับสนุนความคิดตัวเอง ว่าทำได้ โดยไม่ผิด
ทั้ง3กล่าวอำลาผู้เฒ่า จากนั้นก็กลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน
เช้าวันต่อมา ศรันย์และยายณีช่วยกันเตรียมอาหารเช้า เพื่อรับประทานทั้ง 5 ชุด ประกอบด้วย ข้าวต้มทะเลทรงเครื่อง ขนมปังปิ้งแยมกวนผลไม้รวม เครื่องดื่ม โดยเช้าวันนี้ บดินทร์กับนรีจะเดินทางกลับสำนัก 5ดาบทางทะเลด้วยเรือ ระยะไกลออกไปประมาณ 2000 กิโลเมตรซึ่งเรือจะแวะพักตามท่าเรือประจำเมืองที่ผ่านเป็ระยะ ใช้เวลาเดินเดินทางโดยประมาณ 5วัน หนุ่มสาวพบเจอและลาจากอย่างรวดเร็ว ศรันย์ รู้สึกใจหายวูบ เพราะคิดว่าพ่อลูกจะอยู่อีกหลายวัน
ศรันย์มอบของขวัญที่ถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าเป็แหวนทองคำขาวเมื่อต้องแสงดูสว่างวาบ แด่ นรี ประดับฝังด้วยอัญมณีหลากหลายสี ออกแบบให้เป็เค้าโครงดอกไม้ เปล่งประกายสวยงามเมื่อต้องแสง นับเป็เครื่องประดับที่ปราณีตมากชิ้นหนึ่ง อันแหวนนี้ให้ไว้เป็นัยที่มีความหมายที่ทั้ง 2 คนเข้าใจกัน แม้ไม่ได้เอ่ยออกมา
ศรันย์ ยายณี หนูแป้ง ทั้ง 3ยืนพร้อมส่ง พ่อลูกเดินทาง ที่ ท่าเรือ ทางใต้หมู่บ้าน เรือไม้โครงสร้างเหล็กลำใหญ่ เป็เรือกึ่งโดยสารและบรรทุกประมง แบ่งเป็ห้องพักผู้โดยสารได้กว่า30ห้อง บรรทุกคนได้ประมาณ 100 คน พร้อมสมาชิกเรือ
ม้าตัาใหญ่สีน้ำตาลถูกบังคับให้หยุดโดยชายอายุประมาณ30 ปี สวมชุดแต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีสีเขียวเข้ม ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันแสงแดดและความร้อน แต่โปร่งเย็นสบายเมื่อสวมใส่ อันมีราคาแพงเป็ที่นิยมของพ่อค้านักเดินทาง ชายเมื่อผูกม้าเสร็จก็วิ่งถามทางบ้านผู้ใหญ่บ้าน และลนลานเข้าแจ้งเหตุว่าตัวเองนั้น นั้นชื่อป้อมเป็คนของกลุ่มพ่อค้าและตอนนี้ตนถูกปล้น ทั้งยังถูกจับตัวไว้ที่เมืองร้างหน้าชายแดน
ซึ่งตนเป็ผู้เฝ้าคอยระวังหลังขบวน เมื่ออกขบบวนเดินทางมาถึงป้อมหน้าเมืองร้างก็ถูกปล้นและจับไป พวกโจรก็ไม่สนใจตน ที่อยู่รั้งขบวน ตนจึงซ่อนม้า และแอบตามไปยังสถานที่จับพรรคพวกตน ที่อยู่ภายในเมืองร้างชายแดนจากนั้นก็นำม้าที่ซ่อนไว้มุ่งหน้ามายังหมู่บ้านแห่งแห่งเหล็กซึ่งเป็เป้าหมายการเดินทางเพราะทราบจากนายขบวนว่ามีศูนย์บรรชาการ กองกำลังปราบมารตั้งอยู่ด้วย และยังมีนายกองสมาที่โด่งดังเป็หัวหน้าชุด จึงเรางเดินทางมาขอความช่วยเหลือ
ผู้ใหญ่บ้านรับทราบข้อมูล พร้อมสั่งให้ลูกบ้านช่วยหาอาหารและเครื่องดื่มให้พ่อค้าผู้โชคร้ายได้ดื่มกินก่อน พร้อมคิดไตร่ตรองหาทางออกไปพรางๆ จึงตอบผู้มาเยือนไปว่าตอนนี้กองกำลังปราบมาร ถูกศูนย์ใหญ่เรียกตัวกลับไปเมื่อ5วันก่อน แต่จะขออาสาจากชาวบ้าน ออกไปปช่วยเหลือเอง เพราะชาวหมู่บ้านแห่งเหล็ก หลายคนมีวิทยายุทธ
และวันนี้เป็เวรหยุดของเพิ่มหัวหน้าชุดขุดขยายอุโมงค์ไปยังอาณาจักรพฤกษาพอดี ซึี่งเพิ่มมีวิทยายุทธสูงที่สุดในหมู่บ้าน และนั่งฟังอยู่พอดี จึงอาสาไปช่วยแต่โดยดีเพราะรู้จักกับกลุ่มพ่อค้ากลุ่มที่ถูกจับนี้เพราะรอสินค้าที่จะแลกเปลี่ยนในการขุดอุโมงค์อยู่
พร้อมห้ามคนอื่นไม่ให้ไปเพราะมีหน้าที่ที่ต้องดูแลหมู่บ้านและเตรียมจัดเวรไปขยายขยายอุโมงค์ต่อไป แม้มีหลายคนไม่เห็นด้วยอยากออกไปช่วย เพราะถ้ามีหลายๆคนน่าจะดีกว่าแต่เพิ่มอ้างถึงความไม่คล่องตัวในการเดินทางรวมทั้งเื่วิทยายุทธที่หลายๆคนเคยเห็นฝีมือของเพิ่มที่เคยต่อสู้และเอาชนะกลุ่มโจรที่เคยมาปล้นที่หมู่บ้าน
ด้วยวิชาทวนผสานกับเวทย์เพลิง แทงทะลุหน้าอกหัวหน้าโจรตายอย่างง่ายดาย จนลูกน้องอีก 5 คนยอมให้จับ
แต่ศรันย์ก็ขอร่วมอาสาและเตรียมเสบียงให้ เพิ่มไม่คัดค้านเพราะรู้ฝีมือของศรันย์ว่าดีเยี่ยมแค่ไหน เมื่อเตรียมความพร้อมและให้ผู้แจ้งข่าวได้พักจนหายเหนื่อยแล้ว ทั้ง 3คน
ศรันย์บังคับม้าพร้อมเสบียงเดินทางตามป้อมงไปยังเมืองร้างชายแดนที่ห่างจากหมู่บ้านไป ประมาณ 40 กิโลเมตร
ศรันย์เฝ้าสังเกตุป้อมชายผู้นำทางที่อ้างเป็คนในกลุ่มพ่อค้า พร้อมให้สังญาณกับเพิ่มให้ดูการทรงตัวบนหลังม้าของป้อมที่บ่งบอกว่ามีวรยุทธสูง แต่พยายามซ่อนเร้นไว้ ไม่เปิดเผย รวมถึงพิรุธที่อ้างว่าหลบซ่อนและหนีมาแจ้งข่าวได้ ทั้งคู่ยังคง ควบม้าตามไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวัง เมื่อถึงทางเข้าเมืองร้าง ไร้ซึ่งประตู ปิดกั้นแต่อย่างใด
มีเพียงธงสัญลักษ์ กลุ่มโจรพยัคฆ์ทะเลทราย ธงสีขาวเหลืองเสาธงเป็หอกเหล็กปักหน้าซุ้มประตูอิฐสีขาวดูเก่าตามเวลาที่ไร้การดูแลมองเห็นรอยฉาบที่กระเทาะเห็นอิฐโครงสร้างด้านใน แต่ยังคงแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตหลายปีก่อนที่จะร้างไร้การดูแล ศรันย์นึกในใจถึงข้อความในบันทึกของสิริ ว่าที่นี่คือเมือวของพ่อและแม่ที่แท้จริงของตนในอดีต ก่อนที่สิริจะพาตนหลบหนีมาหมู่บ้านแห่งเหล็ก
เล่าขานกันว่ากลุ่มโจรพยัคฆ์ทะเลทรายโเี้ร้ายกาจมาก ทรนงเองก็ตามล่ามันอยู่เช่นกันแต่ไม่เคยพบเลย พวกมันมักออกปล้นขบวนสินค้่า กลางทางจากเมืองใหญ่ที่มีข่าวว่าจะมาส่งสินค้าครั้งสำคัญๆ โดยน่าจะมีคนใน รู้เห็นให้ข้อมูลกับพวกโจร
กองกำลังปราบมารประจำหน่วยตามเมืองเมื่อทราบข่าวก็เร่งออกติดตามและก็โดนฆ่าตายทั้งหมดบ่งบอกถึงวิทยายุทธของกลุ่มโจรว่าสูงส่ง ร่องรอยพลังปรารณและาแแยกไม่ออกว่ามาจากสำนักดาบใด
เพิ่มเมื่อรู้ว่าต้องเจอกับศัตรูฝีมือร้ายกาจ จึงร่ายเวทย์ป้องกันทั้งตนและศรันย์รวมทั้งม้าที่ขี่ เกิดเป็รัศมีออร่าบางๆ รอบๆตัวทั้งคนและม้า
ป้อมผู้นำทางควบม้าผ่านซุ้มประดับธงเข้าไปแล้วหายวับทันที เพิ่มกระชับทวนอาวุธประจำตัว อย่างมั่นคง ศรันย์ควบม้าย่องตามแต่เตรียมดาบทมิฬจากหลังที่สะพายมาพร้อมออกจากฝักทุกเมื่อ เดินพลังปราณเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว เมื่อทั้งคู่ผ่านซุ้มประตูเข้าไป แสงจากคมธนูนับสิบสายก็พุ่งจาก้าอาคารเก่าเข้าหาทั้งคู่ทันที
รัศมีมารทมิฬ ก็ถูกใข้ออกมาทันทีพร้อมอนุภาพที่มากกว่าทุกครั้งของศรันย์ รัศมีปราณดาบ ครอบคลุมทั้งตนและม้า ธนูส่วนมากถูกทำลาย และอีกหลายดอดถูกดีดกลับไปหาผู้ยิง
ธนูดีดกลับพร้อมแฝงด้วยปราณรัศมีมารทมิฬ จึงรุนแรงและแม่นยำในตำแหน่ง
แม้ไม่ถูกตัวผู้ยิงแต่อิฐานที่มั่นหลักก็ถูกทำลายด้วยแรงปราณ ผู้ยิงธนูทั้ง4ะโหลบจากที่มั่นทิ้งคันธนูไว้ แสงสะท้อนจากหน้ากากเหล็กรูปเสือ เข้าสายตาของทั้งคู่ ทั้ง4คนชักดาบกลางอากาศเกิดเป็ปราณสีฟ้าล้อมดาบทั้ง4คน
1คนหมุนตัวสบัดดาบใส่เพิ่มอย่างรวดเร็ว เพิ่มสบัดทวนจากโคนทวนป้องกัน แต่ต้านคมดาบไม่ได้ ทวนถูกตัดขาดไปประมาณ20เิเ
แต่เกิดแรงปะทะ เพิ่มอาศัยจังหวะแทงทวนสวนกลับ ปลายทวนเปล่งประกายด้วยไฟร้อนแรงจากเวทย์เพลิงด้วยอัญมณีวิเศษประดับที่คมทวนมีคุณสมบัติเสริมพลังเวทย์เพลิง ทวนถูกรับด้วยสันดาบพอดีด้วยวรยุทธงฝีมือที่สูงส่ง เพลิงที่ร้อนแรงถูกชำระด้วยปราณลมหมุนจากดาบ
เพิ่มชักทวนกลับพร้อมแทงซ้ำกว่าสิบครั้ง แต่ถูกปัดอย่างคล่องแคล้วกลางอากาศดาบฟาดสบัดด้วยปราณลมเพิ่มชักม้าถอยหลบการโจมตีกลับ เพิ่มโดดลงจากหลังม่าพร้อมส่งสัญญาณให้ม้าแสนรู้หลบไป ตนจึงควงทวนพร้อมเปร่งเปลวไฟขึ้นด้วยเวทย์อีกครั้งที่ทรงพลังมากที่สุด ดาบเปร่งปราณสีฟ้ายกขึ้ยชี้ยังเพิ่มอย่างมั่นใจในฝีมือที่เหนือกว่า
ดาบแทงเข้าหาเพิ่มด้วยความเร็วสูง เพิ่มควงทวนเตรียมตั้งรับพร้อมก่อนแล้วเปลวเพลิงสีแดงตัดสลับปะทะกับปราณสีฟ้าเสียงดังสนั่นปราณดาบรอดผ่านรัศมีทวนบาดเข้าตัวเพิ่มหลายแผล แต่ด้วยพลังเวทย์เกราะกำแพงแก้วคุ้มกายอันเข้มแข็ง เพราะเพิ่มฝึกเวทย์นี้เป็พิเศษเนื่องจากทำงานในเหมือง จึงมีอนุภาพป้องกันสูงส่ง ปราณบาดเข้าร่างกายแต่ไม่ลึกกมา
ทวนถูกแทงสวนอย่างต่อเนื่องถูกลำตัวนักดาบหลายครั้ง แต่ทำได้แค่กระแทกให้เสียหลัก ไม่อาจทำให้เกิดาแได้ แต่พลังเพลิงทำให้เสื้อผ้าไหม้เผยให้เห็นเกราะสีฟ้าประดับอัญมณีสีเหลือง
รอยที่ถูกทวนแทวเกิดจุดบุ๊มเหมือนลักยิ้มเล็กๆที่เกราะ แต่ที่ปลายแหลนของทวนตอนนี้ หักเสียหาย ใช้ได้เพียงส่วนคมเป็อาวุธ
เพิ่ม : เราเคยมั่นใจในอาวุธของเรามากๆ ไม่คิดเลยว่าจะเจออาวุธที่เหนือกว่า รวมถึงเสื้อเกราะที่ประสิทธิภาพสูงขนาดนี้
เพิ่มหันมองไปที่ศรันย์ ถึงกับตะลึง ที่รับมือนักดาบอีก3คนตอนี้กำลังรุมโจมตีศรันย์อย่างต่อเนื่องปราณดาบสีฟ้าปลิวว่อนรอบบริเวณการต่อสู้ รุนแรงจนกำแพงอิฐและเสา แตกขาดสบั่น
ศรันย์รับดาบพร้อมทั้งดีดปราณกลับบางส่วน ม้าของทั้ง2ไปยืนเคียงข้างกันมองเ้าของต่อสู้
ดาบของทั้ง3สลับโจมตีไม่ให้ศรันย์พัก ศรันย์จึงได้โอกาสศึกษาเชิงดาบเพื่อแก้ไขกระบวนท่าศัตรู
ดาบที่รวดเร็วถูกแก้จนค่อยๆช้าลงอย่างต่อเนื่องไม่รวดเร็วเหมือนเดิม ดาบสีดำค่อยๆรุกใส่อย่างต่อเนื่อง
ศรันย์ : ไหนว่าพวกนายถูกเรียกกลับกองบัญชาการใหญ่ ทำไมมาเป็โจรได้
ถอดหน้ากากเหล็กนั่นออกมาเถอะ พวกข้ารู้ตัวจริงหมดแล้ว จอมโจร4นายสิบ
ไอ้เด็กเวรนี่แสบจริงๆ มันรู้ได้ยังไง
ศรันย์ : ก็เพลงดาบของพวกแกมันไม่พัฒนาเลย เปลี่ยนแต่ดาบดีขึ้นก็เท่านั้นแหละ กระบวนท่าเคยเห็นจนคุ้นเคยแล้ว ข้าเห็นพวดแกมาไถกินฟรีงหลายปี แค่เห็นรูปร่าง-ท่าทางก็จำได้แล้ว
ทั้ง3คนที่ต่อสู้กับศรันย์ ถอดหน้่ากากเหล็กออกก็เป็ 3ใน 4 นายสิบกองกำลังปราบมาร องอาจ
จิตรภักดิ์ ปิติ ที่มีคำสั่งเรียกตัวให้กลับกองบัญชาการใหญ่แห่งกำลังปราบมารเหมือหลายวันก่อน
ชายที่สู้กับเพิ่ม ถอดหน้่กากออก เผยให้เห็นว่าเป็ มานพ ผู้ที่เผยถูก ศรันย์ ทำร้ายจนเจ็บสาหัส ยิ่งสร้างความสงสัยว่าเวลาแค่ไม่กี่วันกลับหายดีทั้งยังใช้เพลงดาบอย่างคล่องเคล้ว กว่าอีก 3 คนที่โจมตี ศรันย์ ด้วยซ้ำ
เพิ่ม : พวกแกทั้ง4 คนนี่มันอะไรว่ะ ทำไมถึงทำแบบนี้ หรือแค่พวกแกแค้นพวกข้าเื่ศรันย์ ถึงได้ออกอุบาย
มานพ : เื่ที่พวกเราทำอยู่ยิ่งใหญ่นัก ไม่ได้แค่เหตุผลไร้สาระขนาดนั้นหรอก ทุกอย่างนี้เกินความคิดอ่านของพวกแกมากนัก แต่ก็คงให้พวกแกอยู่ต่อไปไม่ได้หรอก เมื่อแกรู้จักพวกเราแล้วก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะพวกเราไม่เคยปล่อยใคให้รอดอยู่แล้ว
เพิ่ม : แล้วเื่พวกพ่อค้านี่เื่จริงรึเปล่า
มานพ : นั้นคือภาระกิจหลักของเราเลยหลังจากจัดการพวกแกแล้ว ไอ้ 6 คนที่จับมาก็คงต้องตาย ถึงจะเสียดายลูกสาวคนสวยของหัวหน้าพ่อค้าก็ตาม แต่เป็คำสั่งของท่านผู้นั้น ยังไงก็ต้องตายทั้งหมด
ศรันย์ : แล้วพวกแกจะทำยังไง ฝีมือพวกแแกก็สู้ข้าไม่ได้
มานพ : ไอ้เด็กร้านอาหารตามสั่ง แกนี่ทำพวกข้าเจ็บแสบมาก และข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะมาแพ้ไอ้เด็กที่ฝึกดาบไม่ถึง3ปีอย่างแก ทั้งที่พวกข้าฝึกกันมากว่า 10 ปี และอีกอย่างนะ อย่านึกว่าวันนั้นข้าใช้ฝีมือดาบทั้งหมดแล้ว