บทที่ 6 คู่หูทวินเทลกับไซบัคค้างคาว?
(ต้องมีสักอย่างสิ)
แม้ศัตรูอยู่เหนือบนหัวพร้อมจะโจมตีได้ทุกเมื่อแต่เมเปิ้ลยังไม่ตัดใจ
(คิดสิ คิด ต้องมีอะไรสักอย่าง!)
เธอพยายามคิดหาทางออกที่สิ้นหวัง ไซบัคค้างคางประหลาดยังคงบินวนรอดูสถานการณ์ พอดูเหยื่อจนแน่ใจแล้วไม่รอช้ามันรอยตัวสูงขึ้นนิดนึงก่อนกระโจนตรงไปหาเมเปิ้ลที่ยังคงนอนอยู่
(แย่ละ มันมาแล้ว)
แม้ไม่กี่วินาทีแต่สำหรับเมเปิ้ลมันชั่งนานนับนาที เธอมองสิ่งที่ตรงดิ่งมาหาเสียงปีกที่ตีกระพือกับอากาศ เคี้ยวฟันคมที่ติดบนปากกำลังอ้าพร้อมจะขย่ำ ดวงตาแดงสดจองมองมาหาเธอจนนัยของมันสะท้อนใบหน้าตัวเธอให้ของเธอได้เห็น
พอมองภาพที่สะท้อนออกมาคือ สาวน้อยทรงผมทวินเทลดำในชุดกาวผู้สู้ไม่ยอมแพ้หรือภาพตัวเธอเอง
(ใช้แล้ว เื่อะไรเธอจะมาไม่ยอมแพ้กันง่ายๆอย่างนี้กัน!)
ด้วยสัญชาติญาณเอาตัวรอดหรือจิตใต้สำนึกอะไรนั้นเธอไม่อาจรู้ มือเธอล่วงกระเป๋าเสื้อหยิบมือถือขึ้นไปที่แอพกล้องกดโหมดถ่ายภาพ
แชะ!
เสียงถ่ายภาพดังขึ้นพร้อมแสงแฟลชสาดใส่หน้าไซบัคค้างคาว
กร๊าก
แสงแฟลชที่เข้าตาไซบัคค้างคาวร้องขึ้นพร้อมเอามือปิดตาอย่างเ็ป เมื่อไม่มีแขนที่เป็ปีกคุมการบินมันก็ดิ่งลงกระแทกกับพื้นไม่ไกลจากที่เมเปิ้ลนอนอยู่แล้วไถลกลิ่งไปกับพื้นชนกันอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียงดัง
โครม
“ไหนใครว่าเรียนเื่ ‘สัตว์โลกน่ารู้’ แล้วไม่ประโยชน์ คงต้องไปขอบคุณ ครูวิทยสะแล้ว”
เมเปิ้ลว่างั้นทั้งนอนหงาย เมื่อมองฝุ่นกระจายเป็ทางยาวจนสุดที่กองอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกชนยังกะโบว์ลิ่งโดยค้าวคาวตัวที่เกือบจัดการเธอเมื่อกี่นี้ก็ยังใไม่หาย
พอหายมึนบางเมเปิ้ลเลยลุกขึ้นยืน เมื่อมองกองอุปกรณ์กระจัดกระจายที่ไซบัคค้างคาวทำไว้แล้ว ก็นึกถึงที่เื่ครูสอนที่เกี่ยวกับพวกสัตว์กลางคืนว่า ดวงตามันจะไวตาแสงมาก ไม่รู้เธอคิดได้หรือไงตอนนั้นถึงหยิบมือถือมาถ่ายเพราะเื่วิทยาศาสตร์เนี่ย พึ่งนึกได้เมื่อกี่แบบสดๆร้อนๆ
“ว่าแต่ค้างคาวมันต้องสายตาแย่ไม่ใช้หรือ… ชั่งเถอะไว้ถามครูตอนกลับไปดีกว่า….”
ระหว่างนี้กำลังนึกอยู่นั้น ค้างคางเมื่อกี่ก็ได้ลุกขึ้นยืนอีกครั้งสะบัดสายไฟที่ติดอยู่ตามตัวจนหมดก่อนจองมาทางเมเปิ้ลอย่างโกรธแค้น
กรร
“ซวยละ แทนที่เอาเวลามาพูดเื่ สัตว์โลกน่ารู้ ทำไมไม่เอารีบไปวิ่งหนีกันน่าตัวฉัน”
พูดจบก็ไม่รอช้ารีบซอยเท้าวิ่งหนีต่อทันที
พอมองเหยื่อวิ่งหนีไปไซบัคค้างคาวกางปีกทะยานบินอีกครั้ง มันคิดในใจว่า ‘ไม่ว่ายังไงก็ต้องจัดการให้’ มันจึงบินตรงไปหาเมเปิ้ลอีกครั้ง
(วิ่งไม่ไว้ แรงไม่มี… เอาไงดี)
แม้เมเปิ้ลพยายามออกแรงวิ่งหนีต่อ แต่ตอนล้มกระแทกพื้นแรกนั้นไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลยแต่ตอนนี้อาการเจ็บเริ่มออก ทั้งขาและเท้าสองข้างต่างร้องเ็ปและเมื่อยล่า
(ถ้าไม่ต้องเดินมาทั้งวันละก็ แค่นี้คงวิ่งหนีสบายไปแล้ว)
เธออ้างบ่นในใจ พร้อมถือมือถือพร้อมถ่าย
เมเปิ้ลรู้สึกได้ถึงไซบัคค้างคาวที่ตามมา เสียงกระพือปีกดัง พึบๆ บอกต่ำแหน่งของมันได้ชัดเจนกำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อีกไม่กี่เมตรก็จะถึงเธอ
(มาสิ จะเอาให้วิ้งไปเลย!)
จุดอ่อนของไซบัคค้างคาวที่รู้ตอนนี้คือ แสงแฟลช เธอต้องใช้มันเป็อาวุธเหมือนปืนในการหนี ต้องรอจังหวะให้เข้ามาใกล้ในระยะพอที่แสงแฟลชจะโดนหน้ามันจังๆ เธอต้องกะให้แม่นไม่เช่นนั้นตัวเธอเองนั้นและที่จะเสร็จมัน
(กำลังมาใกล้แล้ว อีกไม่กี่วิ 5…4…3…2…1…ตอนนี้และ!)
เมเปิ้ลหันไปพร้อมยื่นกล้องในมือไปทางไซบัคค้างคาว แต่ทันทีที่หันไปไซบัคค้างคาวกับเร็งความเร็วขึ้นกระทันหันหมุนตัวกลางอากาศขึ้นมาอยู่เหนือหัวเมเปิ้ล แล้วใช้แขนมันฟาดใส่ตัวเธออย่างเต็มแรงลอยไปกระแทกกับชั้นวางของล้มทับหงายกันอยู่
“อัก”
เมเปิ้ลร้องขึ้นก่อนจะล้มหงายอยู่กับที่ไม่ไวติง พอโดนฟาดอย่างไม่ตั้งตัวทำให้ป้องกันไม่ทัน แต่โชคยังดีที่เป็ชั้นวางของการเกษตรเลยหลังกระแทกกับถุงปุ๋ยขนาดใหญ่แขวนไว้เป็เหมือนเบาะกันกระแทกรับเธอไม่เจ็บอะไรมาก
“…เจ็บ”
เมเปิ้ลร้องเบาๆพรางจับแขนขวาทีโดนฟาดไม่ตั้งตัว แขนไม่ได้หักแต่ภายใต้แขนเสื้อกาวแขนคงแดงแน่ๆเธอรู้ได้จากความเ็ป
(มือถือ?)
ตอนที่โดนฟาดมือถือกระเด็นหลุดมือไปไหนนั้นเธอไม่รู้ แต่ที่รู้คือ ตัวเธอไม่มีอะไรจะเอาไปสู้กับไซบัคได้
ไซบัคบินมาหาเมเปิ้ลแล้วหยุดลงพื้นข้างๆ มันมองเหยื่อที่นอนไม่ไวติงคิดว่า ‘หมดแรงแล้ว แต่ยังไม่ตาย’ เลยได้ยกแขนยาวทั้งสองขึ้นเตรียมจะฟาดให้ตายให้สาสมกับที่ทำมันเจ็บ
แฮร่
แขนทั้งสองฟาดตรงที่เมเปิ้ลที่นอนอยู่ ไม่รอช้าเมเปิ้ลอาศัยตัวที่เล็กกลิ้งมุดเข้าช่องวางระหว่างชั้นวางหลบแขนที่ฟาดมา
“ใครจะยอมโดนเล่นอยู่ฝ่ายเดียว!”
ว่าเสร็จเมเปิ้ลปีนชั้นวางของก่อนเอาตัวดันกับชั้นวางของใช้เท้าถีบชั้นวางของที่อยู่ข้างหน้ถีบไปให้ล้มกับไซบัคที่อยู่ข้างหน้า
โครม
เสียงชั้นวางของล้มดังสนั่นไปทั่วห้าง ปุ๋ยที่อยู่ในถุงฟุ้งกระจายปนฝุ่นอุปกรณ์เกษตรหล่นเต็มพื้น เมเปิ้ลมองภาพที่อยู่หน้าโดนยังเกาะอยู่ชั้นวางของไว้อยู่ ก่อนจะปล่อยโดดลงมา
“เป็ไง เสร็จมั้ย?”
เธอภาวนาในขณะมองชั้นวางของที่ล้มแน่นิ่งไปให้มันอยู่อย่างนั้น แต่ก็ไม่เป็อย่างที่หวัง ชั้นวางของค่อยๆขยับขึ้นมันที่นอนหงายพยายามใช้แขนบางๆดันชั้นวางของออกไปจากตัว
พอดันออกไปได้แล้ว ไซบัคพลิกตัวนอนหมอบอย่างหมดแรงหันมาจ้องเหยื่อของมันที่ทำอย่างนี้อย่างแค้นใจ มันคิดว่า ‘เ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กนี้ทำให้เหนื่อยและเจ็บอย่างนี้ มันยอมไม่ได้ ยอมไม่ได้เป็อันขาด!’
กรร
เสียงขู่ดังในลำคอไซบัค มันใช้ปีกกระโจนขึ้นพุ่งไปหาเมเปิ้ลกพร้อมทั้งกางเล็บมือและอ้าปากเผยคมเขี้ยว แต่เมเปิ้ลไม่ยอมอยู่เฉยให้โดนเล่นงานแน่เธอโดดหลบไปด้านข้างพ้นแล้วก้มมองหาสิ่งที่ใช้สู้ได้
ไซคับค้างคาวยังไม่ยอมหันไปตามล่าต่อ พอหันไปก็เห็นเหยื่อก้มหน้าไปทางอื่นมันไม่รอช้าเข้าไปข่วนด้วยเล็บ แต่มันก็ต้องประหลาดใจที่มือกระเด็นกลับมา พอมองไปก็เห็นเมเปิ้ลฟาดมือมันด้วยพลั่วเหล็ก
เมเปิ้ลจับพลั่วด้วยสองมืออย่างทะมัดทะแมงดังนักรบผู้ใช้หอกเป็อาวุธคู่กาย เธอเอาปลายพลั่วชี้หน้าไซบัคค้างคาว
“ถ้าคิดว่าจัดการฉันได้ง่ายๆ ก็ลองเข้าดูสิ!”
เธอท้าทายไซบัคค้าวคาวอย่างกล้าหาญ เธอตัดสินที่จะไม่หนีอีกแล้วและยืนยัดสู้ พอไซบัคค้างคางเห็นก็เข้าใจรับคำท้าเข้าไปใช้เล็บจู่โจม แต่เมเปิ้ลหลบได้พร้อมเอาปลายแหลมพลั่วเหล็กแทงสวนที่ลำตัว
อร๊าก
มันร้องเจ็บเอามือกุมตรงที่โดนแทงแล้วพยายามจะเอาคืนแต่ก็ไม่โดนเมเปิ้ลแต่อย่างใด ทุกครั้งที่มันพยายามฟาดหรือข่วนเมเปิ้ลหลบได้ทุกครั้งแล้วโดนสวนคืนกลับ
(ได้ผล)
เมเปิ้ละโอยู่ในใจ เธอใช้ความคล่องตัวและประสบการเล่นกีฬามาทำให้หลบการโจมตีไซบัคค้างคาวได้ การโจมตีค่อนข้างช้าและชัดเจน
(ที่ต้องทำแค่มองให้ออก หลบให้ทัน สวนให้หนักๆ)
เมเปิ้ลยังคงหลบและสวนคือทั้งฟาดทั้งแทงรอบตัวไซบัคอย่างต่อเนื่อง
กรร
ถึงไซบัคจะเป็สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกรงกว่ามนุษย์ แต่ร่างกายตัวมันที่บางและเบาเพื่อไว้สำหรับการบินนั้นก็ไม่อาจจะทนได้หลังจากโดนโจมตีหลายเข้า
ทั้งการฟาดและแทงด้วยพลั่วบวกกับแรงที่เหนืุ์ที่อยู่ในร่างเล็กๆของเมเปิ้ล มันไม่อาจทนเจ็บได้อีกต่อไป
มันคลุ้มคลั่งโจมตีอย่างมั่วซั่วทั้งฟาดและข่วนเหวี่ยงแขนไปทั่วอย่างสะเปะสะปะหวังว่าจะโดนเหยื่อของมัน
แต่ผลกับกลับกันทำให้เผยช่องว่างและเมเปิ้ลก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือแน่ เธอก้มหลบแขนที่เหวี่ยงไปมาก่อนเข้าประชิดตัวใช่ปลายแหลมพลั่วแทงสุดตัวเข้าที่ลำตัวไซบัคอย่างจัง
“ตรงนั้น! โรรย้ากกกก!”
อร๊าก
มันร้องอย่างเ็ปอีกครั้งก่อนจะถ้อยไปหลายก้าวแล้วทรุดลงอย่างหมดแรง
(ตอนนี้และ!)
ไม่รอช้าเมเปิ้ลรีบเข้าไปโจมตีซ้ำในทันที แต่ในจังหวะที่จะแทงซ้ำ มันกลับกางปีกะโบินหนีไป
ไซบัคค้างคาวจ้องมองเหยื่อของมันพรางคิดว่า ‘หมดเวลาเล่นแล้ว!’
ร่างกายที่เจ็บไปทั่วตัวสอนมันถึงความอันตรายของเหยื่อที่มันเจอได้อย่างดี ต้องจัดการที่เดียวให้เด็ดขาด
เมเปิ้ลจ้องไซบัคจากบนพื้นแล้วก็รับรู้ถึงในทันทีว่า มันจะจัดการเธอในทีเดียว
(มันต้องคิดจะพุ่งชนใส่มาแน่ หนีคงไม่พ้นหรือจะหลบก็ไม่มี…ถ้างั้น)
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เมเปิ้ลจับพลั่วให้กระชับมือเตรียมรับมือ
“มาแล้ว!”
ไซบัคค้างคาวปีกไกลออกไปเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวหันมาพุ่งทางเธออย่างเต็มแรงพร้อมอ้าปากหวังจะขย่ำ เมเปิ้ลใช้พลั่วเหล็กเตรียมยันสวนกลับ
กร๊าสสสสส!
“โรรย้ากกก!”
ในเสี้ยววินาที เมเปิ้ลที่เล็งแทงตรงไปที่หน้าของไซบัคค้างคาว แต่พลาดเฉียดแก้มไป กลับกันแขนของมันกระแทกอัดเข้าที่ท้องเธออย่างจังเหวี่ยงลอยไปถไหลกับพื้น
“แค่กๆๆๆ!”
เมเปิ้ลไออย่างทรมานอย่างต่อเนื่องเหมือนกับจะไอไปเรื่อยๆจนกว่าอากาศในปอดจะหมดไม่ให้เหลือแม้แต่นิดเดียว
“อึก…อัก!”
หลังหายจากอาการไอก็ตามมาด้วยความเ็ปที่ท้องของเธอ เมเปิ้ลนอนงอตัวลงกุมท้องไว้อย่างทรมาน แรงชนเมื่อกี่ที่เธอได้รับแรงมากและแรงที่สุดในชีวิตที่เคยเจอมา
“อา…อ่า…ฮือ”
เธอได้แต่ร้องคร่ำครวญจนอยากจะร้องหายแต่ก็ร้องไม่ออกได้แต่เอามือกุมท้องเอาไว้ ถึงจะไม่เห็นแต่ก็รู้ได้เลยว่าไซบัคค้าคาวกำลังเข้ามาใกล้เรื่อย
(ไม่ไหว…ฉันไม่ไหวแล้ว)
เธอยอมแล้วยอมแพ้แล้ว เมเปิ้ลไม่เหลือกำลังใจจะสู้อีกแล้ว อาวุธที่ใช้สู้ก็ไม่อยู่มันหล่นไปตอนที่ถูกอัดไหนจะความเจ็บนี้อีก มันพรากเอากำลังใจสู้ไปจนหมด ทั้งอาการปวดและความเมื่อยล่าทั้งร่างกายนี้ถึงขีดสุดแล้ว เธอสู้ไม่ไว้
(โทษนะอลิซ ฉันคงสู้ได้แค่นี้…ถ้าเธออยู่ด้วยคงดี คงสู้ได้ของแค่มีเธอ…ต่อให้หนักกว่านี้ก็ไว แรงกว่านี้ก็สู้ได้ อลิซ…ขอแค่มีเธออยู่ด้วย!)
ระหว่างที่เมเปิ้ลกำลังนึกถึงคู่หูอยู่นั้น มันได้ยืนอยู่ต่อหน้ายกแขนทั้งสองขึ้นเตรียมจะฟาดจบเื่นี้ ความโกรธแค้นที่มันได้รับจะจบในที่เดียว แต่ก่อนที่มันจะฟาดนั้น
ปังๆๆ
อ้าก
เสียงปืนที่ดังขึ้นต่อเนื่องหลายนัดตามมาด้วยเสียงร้องของไซบัคค้างคาวซึ่งตอนนี้ล้มนอนหงายอยู่กับพื้น
เมเปิ้ลหันไปทางเ้าของเสียงปืนที่ช่วยชีวิตไว้ พอมองไปเธอก็พบเด็กสาวผมทองทรงทวินเทลในชุดกาวแบกกระเป๋าอันบะเร่อมาด้วยกำลังหันปืนพกไปทางไซบัคค้างคาวอยู่หรือก็คืออลิซนั้นเอง
“อะ-อลิซ”
“เมเปิ้ล! ขอโทษที่มาช้าเธอเป็ไงบ้าง”
อลิซรีบเข้ามาดูอาการเมเปิ้ลโดยทันที ที่แขนเสื้อกาวมีรอยขาดจากของมีคมยาวไปถึงหลังแต่โชคดีไม่มีรอยแผลเืออกแต่มีรอยแดงอักเสบที่แขน ตามตัวก็สะบักสะบอมไปทั้งตัวและน่าจะมีรอยช้ำไปทั่วตัวแน่ๆอลิซคิดงั้น
“ขอโทษที่มาช้า”
“ไม่เป็ไร แต่มาเร็วกว่านี้ก็ดี”
“อ้าว ไม่ใช้ฉันมาถูกเวลาหรอกเหรอ พระเอกต้องมาทันในตอนสุดท้ายพอดีไม่ใช้เหรอ”
“ไม่ทันเลย เลยยย เลยไปเยอะด้วย!”
ทั้งคู่ต่อล้อต่อเถียงกันไปมาอย่างสนุกสนาน อลิซพยายามพยุงเมเปิ้ลให้ยืนขึ้นแต่เพราะกระเป๋าหนักทำเอาเธอเสียหลักหงายหลังขยับไม่ได้จนเมเปิ้ลต้องเป็คนช่วยดึงขึ้นแทน
“ตกลงใครช่วยใครกันแน่?”
“น่าๆ ช่วยกันไปแล้วช่วยกลับไม่เห็นเป็ไร ‘ช่วยเขาช่วยเรา ช่วย100รอด100ครั้ง’ ไงละ”
“เขามีแต่ ‘รู้เขารู้เรา รบ100ครั้งชนะ100ครั้ง’ ไม่ต้องมาเปลี่ยนคำตำนานตามใจชอบเลย”
กึกๆ
!!
ทั้งคู่ที่ได้ยินเสียงหันไปทางไซบัคที่นอนแน่นิ่งได้เริ่มขยับตัว
“ยังไม่ตายอีกเหรอ ยิงจนหมดแม็กเลยละนั้น”
ปืนพกที่อลิซใช้เป็ปืนพิเศษไว้สำหรับต่อกรกับไซบัคโดยเฉพาะ เป็อาวุธพิเศษที่ใช้พลังงานจากออโรร่าคริสตัลมาทำเป็อาวุธ
“งั้นก็ยิงซ้ำอีกรอบ!”
อลิซรีบเปลี่ยนแม็กกาซีนใหม่พอบรรจุเสร็จหันปากกระบอกปืนไปทางไซบัคเตรียมจะยิงแต่มันได้หายไปเสียก่อน
“อลิซระวังมันบินได้ คงบินหลบอยู่แถวนี้รอเล่นงานอยู่”
“งั้นอย่ายืนรอให้มันเล่นงานเลยละกัน”
อลิซส่งกระเป๋าใบใหญ่ให้เมเปิ้ลแบกส่วนเธอยังถือกระเป๋าสะพายไว้อยู่
“โทษที ถ้าให้วิ่งหนีโดยคงหนีไม่ทัน”
“ไม่เป็ไร แค่นี้สบายๆ”
อลิซรู้ดีว่าเมเปิ้ลบอบช้ำจากการสู้กับไซบัคอยู่คนเดียวแน่นอน แต่จะให้เธอแบกไปก็คงไม่ไว้เลยต้องให้คู่หูฝืนไปก่อน
เมเปิ้ลเข้าใจความรู้สึกผิดอลิซเลยพยายามทำท่าถือกระเป๋าสบายๆให้อลิซสบายใจขึ้นแต่นั้นก็ไม่ใช้การหลอก พอได้เจอกับอลิซตอนนี้แรงกายและแรงใจของเมเปิ้ลรู้สึกเริ่มดีขึ้นมาก
ทั้งคู่ออกวิ่งโดยอลิซเป็คนทางและในระหว่างวิ่งก็เจอพลั่วเหล็กที่เมเปิ้ลใช้สู้ทำหล่นไว้เมื่อกี่เลยหยิบมาด้วย
“ว่าแต่เราจะวิ่งไปไหนกัน? ถึงจะจำทางออกไม่ได้ก็ตามแต่ไม่ใช้ทางนั้นแน่”
“พวกเราต้องจัดการไซบัคนั้นก่อนถึงจะออกไปจากที่นี้ได้ไม่งั้น…”
ระหว่างที่พูดเมเปิ้ลกดหัวอลิซลงนอนราบกับพื้น ไซบัคเพิ่งบินผ่านพวกเธอไป
“……คงไม่มีทางออกจากที่นี้ได้”
“เห็นด้วยอย่างยิ่ง”
ทั้งคู่เห็นพร้อมต้องกัน ก่อนจะลุกกันวิ่งหนีต่อ
“ว่าแต่จะทำยังไง ฉันเอาพลั่วนี้ทั้งฟาดทั้งแทงไปหลายทียังจัดการไม่ได้เลย”
ว่าเสร็จเมเปิ้ลก็ถือพลั่วโชว์ให้ดู
“ไม่ต้องฉันมีแผนที่เธอต้องใ…เดียวนะ เมื่อกี่เธอบอกว่าเอาพลั่วไปทำอะไรน่ะ?!”
“มาแล้ว!”
อลิซทีกำลังสงสัยที่ได้ยิน ไซบัคเข้ามาจู่โจมอีกรอบอลิซชักปืนก่อนหันไปยิง แม้เธอพยายามเล็งยิงให้โดนแค่ไหนไซคับค้างคาวก็บินหลบได้หมดและกำลังเข้าใกล้เรื่อยๆ
“อะ ะุมัน…”
เธอยิงจนหมดอีกแม็กเลยพยายามจะเปลี่ยนใหม่ ระหว่างที่กำลังสนใจกับปืนอยู่นั้นเองไซบัคค้างคาวที่บินตามมาอยู่ได้เร่งความเร็วพุ่งมาหาอลิซอย่างไม่ทันตั้งตัวจนหน้าใ
มันออมแรงมาไว้ มันได้บทเรียงจากเหยื่อที่สู้เมื่อกี่ว่าทั้งสองไม่ใช้เหยื่อที่จักการได้ง่ายๆ มันจึงหลอกและรอโอกาสมาและมันก็มาถึงแล้ว ไซบัคค้าคาวได้กางเล็บที่มือเตรียมเข้าข่วนอลิซ เมื่อมันได้ระยะก็เข้าไปข่วนทันที
อลิซที่เห็นงั้นด้วยความลนลานพยายามจะหลบดันสะดุดขาตนเองกำลังจะล้ม เล็บข่วนมาทางเธอไม่อาจหลบได้
“อลิซ!”
เมเปิ้ลรีบโดดเข้ากันให้ เธอใช้พลั่วฟาดมือที่กำลังจะข่วนอลิซกระเด็นไป แต่ไซบัคค้างคาวก็ไม่ยอมมันใช้มืออีกข้างเข้าเล่นงานเมเปิ้ลแทน
แต่เมเปิ้ลรู้ได้แล้วะโตีลังกาหลบได้ทันแบบฉิวเฉียดแล้วใช้สันพลั่วฟันสวนที่คอไซบัค เธอฟันโดนจังๆก่อนจะโดนอะไรกระชากไป เล็บไปเกี่ยวกับกระเป๋าเข้าเลยโดนเหวี่ยงไป
“เมเปิ้ล”
อลิซพยายามจะเข้ามารับแต่ด้วยแรงเหวี่ยงบวกน้ำหนักของเมเปิ้ลและกระเป๋า เธอไม่อาจต้านแรงได้เลยกลิ้งไปกับเมเปิ้ล
“อลิซ อีกไกลมั้ย”
“ตรงไปสุดทางเดินก็ถึงแล้ว”
“อีกไม่ไกล แต่กว่าพวกเราจะไปถึง… ถ้ามือถือไม่หล่นละก็”
“เมเปิ้ลใช้ไอนั้นกัน”
อลิซชี้ไปกองของกองหนึ่ง เมเปิ้ลมองทางที่ชี้ก็ต้องประหลาดใจความคิดคู่หู
ตอนนี้ไซบัคค้างคาวกำลังห้อยหัวอยู่หลังคา มันขึ้นมาพักก่อนตอนที่โดนตีที่คอทำมันชะงักจึงรีบถอยไม่งั้นมันกลัวจะโดนยิงซ้ำ รอยแผลเป็รูจากการยิงสำหรับมันสาหัสเอาการบวกกับตอนแรกที่โดนฟาดกับแทง
ถ้าโดนโจมตีหนักๆอีกทีมันอาจตายได้ มันรู้ดีสัญชาติญาณมันบอกถอยหรือหนีไปโดยปกติมันคงทำอย่างนั้นแต่ครั้งนี้ไม่
ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด การล่าครั้งมันมากกว่าการล่าที่ผ่านมามันรู้สึก ‘ต้องจบให้ได้ ต้องจัดการให้ได้’ นั้นคือความ้าในใจ
กรร
ไซบัคค้างคาวหันไปมองที่เหยื่อทั้งสอง ตอนนี้ทั้งคู่ยังอยู่กับที่ตัวมันรู้ดีว่าได้เปรียบเื่ความเร็วและการบิน ต้องใช้ให้เป็ประโยชน์ ถึงไม่รู้ว่าทั้งคู่จะทำอะไรกันแต่มันมั่นใจว่าจัดการได้แน่ไม่ให้หนีได้
?
มันมองทั้งสองอยู่ดีๆ ทั้งคู่ก็ออกตัวอย่างเร็วกว่าที่ควรจะเป็ ‘มันกำลังจะหนี!’ มันคิดงั้นรีบโดดกางปีกบินไล่ตามไปในทันที
“อยากเล่นอย่างนี้มานานแล้วน่า สนุกจังเลย~”
“ก็จริง คงสนุกดีแต่ถ้าไม่ใช้ตอนนี้ละน่ะ”
เมเปิ้ลบ่นอุบอิบขณะที่กำลังเข็นรถเข็นห้างโดยมีอลิซนั่งอยู่ข้างในรถเข็นนั้นพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ เมเปิ้ลเกาะลาวจับรถเข็นและใช้เท้าข้างหนึ่งถีบแรงส่งไป ส่วนอลิซเตรียมปืนพร้อมยิงได้ทุกเมื่อ
“นึกไม่ถึงจะคิดเล่นอะไรพิเรนทร์อย่างนี้ออกมาได้ตอนนี่นี้!”
“ไม่ใช้เล่นพิเรนทร์ เขาเรียกว่า การรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ ต่างหากพวกเราตอนนี้เสียเปรียบเื่ความเร็ว ทั้งฉันที่วิ่งช้าและเธอที่หมดแรงยังแบกกระเป๋าอีก แถมวิ่งไปยิงไปมันเล็งลำบากเกิน ยิงไม่โดนสักทีถ้าไม่ทำอะไรสักก็อย่างพวกเราคงเสร็จมันก่อนที่จะถึง”
“ก็จริง ถ้าไม่ทำอย่างนี้คงหนีไม่พ้น”
“ใช้ไหมล๊า~”
เมเปิ้ลยอมรับในความคิดของอลิซที่กำลังยิ้มภูมิใจ
“แต่ว่านะ….”
“ฮืม?”
“คงไม่ใช้เห็นว่า ‘น่าสนุกจังเลย ลองเล่นดูดีกว่า’ อะไรแบบนั้นหรอกนะ”
“ของมันแน่อยู่แล้ว!”
อลิซมองเมเปิ้ลอย่างจริงจัง
“ถ้าไม่สนุกแล้วจะทำไปทำไมกันละ?”
“นั่นไง! ว่าแล้วเชียว”
ฟังแล้วเมเปิ้ลที่ปวดหัวที่ได้ยินนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างหมดแรกับท่าทางอลิซที่พูดเหมือนกับว่าเป็เื่ปกติ ทำเอาทำความรู้สึกที่เธอสู้กับไซบัคค้างคาวอย่างจริงจังในตอนแรกกลายเป็เื่บ้าบอไปเลย
“มันบินตามมาแล้ว”
“ ! ”
เสียงเตือนอลิซดึงสติเมเปิ้ลกลับมาจดจอกับเื่สำคัญตรงหน้า เธอหันไปดูขณะที่เข็นรถ ไซบัคค้างคาวกางปีกบินตามพวกเธอมาอย่างรวดเร็ว
อลิซนั่งย่อชักปืนยิงใส่ไซบัคทันที ไซบัคบินหลบะุให้หมดอีกครั้งและกำลังเข้ามาใกล้ อลิซก็ยังคงยิงต่อไปไซบัคก็ยังคงหลบได้เช่นเดินแต่มันไม่เหมือนตอนแรก
!?
ะุนัดหนึ่งเฉียดหูแหลมไป ถ้านัดใดยิงเข้าจังๆเมื่อนั้นตัวมันสร็จแน่มันรับรู้ได้เลย ไซบัคที่เห็นอย่างนั้นเริ่มบินหลบฉวัดเฉวียนไปมาเพื่อหลบให้พ้น แต่ถึงอย่างนั้นะุก็เริ่มเฉียด แขน ลำ และใบหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ
อลิซตั้งสมาธิไปที่การยิงปืนเพียงอย่างเดียว ทุกนัดที่ยิงไปค่อยๆใกล้เป่าหมายเข้าเรื่อยๆเริ่มเฉียดบ้างหรือเกือบโดนบ้าง เธอยังคงค่อยๆเล็งเป่าและยิงต่อไปเรื่อยๆ
อลิซเริ่มจับทางไซบัคค้างคาวได้ พลังพิเศษของเธอเหมือนทำให้รับรู้ต่อไซบัคค้างคาวได้ง่ายและเข้าใจขึ้น ทุกนัดที่ยิงไปทำให้เห็นได้รู้สึกได้ ทั้งการบิน การหลบ ทิศทางที่ไป อลิซเข้าใจแล้ว
แม้ไซบัคจะพยายามบินหลบฉวัดเฉวียนไปมามากขึ้น สำหรับอลิซตอนนี้แล้วมันเปล่าประโยชน์ อลิซยังคงยิงใกล้เรื่อยๆจนในที่สุดก็โดนตัวอย่างจัง
ไซบัคที่เจ็บโดนยิงแขนเต็มๆพยายามประคองการบินต่อไม่ให้ล่วงแต่ทำให้อยู่กับที่ เมื่อเห็นหยุดชะงักอลิซไม่รอช้ายิงซ้ำทันที
ปังๆๆๆๆ
อร๊ากกก
เข้าเป่าทุกนัด เสียงร้องดังขึ้นไซบัคที่โดนยิงไม่อาจบินต่อไหวบินจึงบินล่วงตกกลิ้งลงกับพื้นไปมาอย่างหมดสภาพ
“ยิงโดนด้วยละ…จัดการได้แล้ว!”
“จริงเปล่า! ใชโย…?!”
ขณะที่เมเปิ้ลจะะโดีใจด้วยกับอลิซอยู่ ได้มีฝากระป๋องเข้ามาติดล้อหน้ารถเข็นซึ่งไม่ต่างอะไรกับเบรกกระทันหันจนยกล้อหลังลอยส่วนทั้งคู่พร้อมกระเป๋าที่บนรถลอยกระเด็นไปไม่ต่างกับเครื่องยิงะุหินโยนพวกเธอเป็ะุลอยไป
““เหวออออ””
ทั้งคู่ร้องอย่างใ โชคดีพวกเธอลอยไปลงบนเต็นท์ที่กางไว้เลยลดแรงกระแทกไปได้ระดับหนึ่ง
“อุบ เมเปิ้ลโอเคอยู่นะ”
“ยังโอเคอยู่ ดีจริงที่ครั้งนี้ลงนุ่มสุด”
ทั้งคู่พยุงตัวหันค่อยๆออกจากเต็นท์ที่โดนทับจนพังพร้อมกระเป๋า
กรร
เสียงร้องอย่างทรมานของไซบัคค้างคาวที่นอนฟุบบนพื้น ‘มันยังไม่ตาย’ ถึงจะาเ็อย่างมากแต่ก็ยังไม่ตาย มันรู้ถึงสภาพตนเองดีว่าตอนนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว
ถ้าไปสู้อย่างมันอาจตายได้แต่มันก็ลุกยืนค่อยๆเดินไปอย่างช้า ถ้ามันหนีไปรอให้ร่างกายพื้นตัวจนหายนั้นตัวเลือกที่ดีสัญชาติญาณบอกให้ทำ แต่ไม่ทำกลับกันมันอยากเข้าไปเผชิญกับคู่ต่อสู้ทั้งสองมากกว่านั้นสิ่งที่มันทำสิ่งที่มันเลือก
แฮร่
มันมองร่องลอยทั้งสองจากรถเข็นที่กระเด็นไปยังเต็นท์ที่พังดูจากลอยแล้วทั้งคู่ตรงไปยังข้างหน้าและมันจำได้ห้องข้างหน้านี้เป็ห้องปิดทางเข้าออกมีทางเดียว มันจำได้ดีเพราะเข้าไปประจำ
‘ไม่มีที่ให้หนี’ มันคิดอย่างนั้นขณะที่กำลังเดินเข้าไปข้างใน มือที่กางเล็บทั้งสองข้างพร้อมที่จะจัดการได้ทันทีที่เจอ ไซบัคค้างคาวตั้งใจจะต้อนเหยื่อทั้งสองเข้าไปในห้องที่ไร้ทางหนีนั้นนั้นแล้วคิดบัญชี
มันยังเดินตายลอยเหยื่อทั้งสองไปเรื่อยๆจนมาถึงห้องที่คิดไว้
“ยังไม่ตายจริงๆด้วยสินะ จะอึดไปไหน”
อลิสพูดขึ้นมองภาพตรงหน้าอย่างประหลาดใจแล้วหันปืนมาทางมัน โดยมีเมเปิ้ลยืนอยู่ข้างพร้อมพลั่วในมือ
“เป็ไรไป กลัวหรือไง….ถ้าคิดว่าจัดการพวกฉันได้ก็เข้ามาดู!”
อลิซท่าทายไปอย่างไม่เกรงกลัว
กรรรร
มันร้องขู่ในลำคออย่างโมโห ไซบัคค้างคาวรู้ว่าทั้งสองตั้งท่าจะยืนหยัดสู้ ‘ไร้ทางหนี’ มันมองแล้วคิดอย่างนั้น ระยะห่างระหว่างเหยื่อทั้งสองกับตัวมันไม่กี่เมตร ถ้าค่อยๆต้อนให้เข้าห้องแล้วจัดการก็ได้ มันง่ายและมันใจกว่าแต่มันเปลี่ยนใจ
แฮร่
เมื่อเห็นท่าทางที่ไร้ความกลัวนั้น มันจ้องมองทั้งสองแล้วรับคำท้าแล้วกระโจนเข้าใส่ไปตรงๆ จัดการให้สินซาก
อลิซเล็งปืนมาทางไซบัค มันยกแขนเตรียมป้องกันะุที่จะยิงใส่ถ้าทนตรงนี้ได้ก็เข้าประชิดจัดการทั้งคู่ได้ในทีเดียว
แต่ว่าอลิซกลับหันปืนเล็งขึ้นไปเหนือหัวไซบัคค้างคาว ที่เธอตั้งใจจะเล็งไม่ใช้ไซบัคค้างคาวแต่เป็เพดานกระจกที่อยู่เหนือหัว
ปังๆๆ
เสียงปืนดังขึ้นตามมาด้วยเสียงกระจกแตกก่อนที่เศษจะหล่นลงมา แสงแดงได้ลอดผ่านช่องเพดานที่แตกตรงไปยังตาของไซบัคค้างคาว
อร้ากกกกก
มันร้องอย่างเ็ป แสงแสบตาทำให้มองรอบอะไรไม่เห็นนอกจากภาพสีขาวโพลน ได้แต่เอามือปิดตาไว้อย่างทรมาน
“หลบเร็ว!”
อลิซะโขึ้น ทั้งคู่จะโดดหลบไปคนละทางก่อนที่ไซบัคที่กระโจนมาพุ่งผ่านพวกเธอไปตรงเข้าไปยังในห้อง
“ได้ข่าวว่าแพ้แสง เลยจัดให้ชุดใหญ่”
อลิซพูดขึ้น พร้อมมองไปที่เมเปิ้ลผู้เป็คนบอกข้อมูลนี้กับเธอ ว่าแล้วเธอก็ยิงกระจกเพดานต่ออีกหลายนัดจนแสงสองเต็มไปทั่ว ทำให้ในห้างสว่างมองเห็นชัดขึ้น
เมเปิ้ลเดินมาหาอลิซที่ตอนนี้กำลังยืนยิ้มให้ไซบัคค้าคาวอย่างพอใจ
“ห้องที่แกเข้าไปเป็ห้องปิดฉันดูมาแล้ว ตราบใดที่มีแสงนี้อยู่แกคงออกจากห้องไม่ได้เหมือนคุกดีๆสำหรับแก”
เมเปิ้ลมองดูคู่หูเธอซึ้งตอนนี้กำลังสนุกอยู่พร้อมรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย และยังคงพูดต่อ
“ถ้าตอนนั้นแกไม่ฟังคำท่าทายของฉันคงค่อยๆเข้ามันจัดการพวกเรา คงจัดการพวกเราไปแล้วอย่างง่ายเลย คงต้องรอจนมืดถึงจะออกมาได้ถึงตอนนั้นพวกฉันคงหนีกันไปไกลแบบสบายๆแล้ว แต่ว่า…”
แม้อลิซจะยังยิ้มอยู่แต่แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ พอนึกตอนที่เจอเมเปิ้ลนอนเ็ปอยู่กับพื้นและเต็มไปรอยช้ำนั้น เธอให้อภัยไม่ได้
“แกทำให้ฉันโกรธ เพราะฉะนั้น”
อลิซหันปืนไปข้างในห้องแต่ไม่ได้เล็งที่ไซบัค แต่เป็ของที่อยู่ข้างๆ
ไซบัคที่เห็นอย่างนั้นเลยไปทางที่ว่า ตาที่ค่อยๆกลับมามองเห็นอีกครั้งแม้จะเบลอไปบางแต่ก็พอดูออกว่ามันคือ ถังแก๊สหลายถังที่วางเรียงไว้โดยมีถังหนึ่งถูกเปิดแก๊สไว้
อลิซยิงปืนไปยังถังแก๊สนั้นและรีบเข้าไปในตู้ที่เปิดอยู่กับเมเปิ้ล ก่อนจะปิดตู้อลิซทิ้งคำอวยพรหวานๆไว้ว่า
“ขอให้เกิดใหม่ มีชีวิตที่ตูมตามน๊า~~”
พูดจบก็เกิดเปลวไฟขนาดใหญ่กลืนร่างไซบัคค้างคาวเข้าไปก่อนเกิดเสียงะเิดังชนั่นขึ้น
ตูมมมมมมมมมมม!!!