1
เด็กทั้งสอง
ณชายป่าฟลอร่าป่าที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรเซโรเน่ ในชายป่าที่ห่างใกล้ผู้คนชายป่าที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าใกล้ เนื่องจากป่าแห่งนี้ผู้คนต่างเรียกกันว่าเป็ป่าที่อันตรายที่สุดป่าแห่งนี้เป็ที่อยู่อาศัยของสัตว์ร้ายมากมาย เหล่าต้นไม้ที่มีชีวิตและเป็ที่อยู่ของเหล่าัที่แสนทรงปัญญาและัเหล่านี้เกลียดมนุษย์มากกว่าสิ่งใดมนุษย์ที่แสนโลภมาก และโสมม ตำนานเล่าว่าัคอยปกป้องไข่ของาาัที่เป็หนึ่งในสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของโลกซึ่งรอคอยวันฟักไข่เ่าั้มานานแสนนานใครก็ตามที่เข้าไปในป่าก็จะไม่มีใครได้กลับออกมาอีก แต่ ณ ที่ชายป่าแห่งนั้นมีเด็กชายและเด็กหญิงผู้มีผมสีเงินและดวงตาสีแดงฉานราวกับสีเืได้ดิ้นรนทุกวิถีทางที่จะมีชีวิตรอดจากความโหดร้ายของโลกใบนี้โลกที่ทอดทิ้งและดูดายเด็กตัวเล็กๆ ทั้งสองคน....
“พี่คะ หนูหิวจังเลย” เสียงเล็กๆของเด็กหญิงในวัย 6 ขวบดังขึ้นเด็กหญิงที่มีหน้าตาเหมือนกับเด็กชายที่เธอเรียกว่าพี่ชายอย่างกับแกะ
“รอแป๊บหนึ่งนะเซ ปลาใกล้สุกแล้วละ”เสียงเล็กๆ ของเด็กชายวัย 6 ขวบตอบกลับเด็กหญิงด้วยความเอ็นดูก่อนจะหันหน้าไปย่างปลาตรงหน้าต่อ
“นี่พี่เซริออสเมื่อไหร่พ่อกับแม่จะกลับมาละคะ” เด็กหญิงถามด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยทำให้เด็กชายที่กำลังหยิบปลาลงใส่จานชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันไปตอบพร้อมกับเสิร์ฟอาหารเย็นลงตรงหน้าของเด็กหญิงน้องสาวฝาแฝดของเขา
“อีกไม่นานหรอกเซอีกไม่นานพวกท่านก็จะกลับมาแล้ว กินซะเดี่ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อยนะ”เด็กชายพูดพร้อมเอื้อมมือไปลูบหัวน้องสาวคนเดียวของเขาอย่างเบามือเพื่อเป็การปลอบประโลมเด็กหญิงตรงหน้าว่าไม่เป็ไรยังมีพี่อยู่ตรงนี้อีกไม่นานหรอกเซ…..อีกไม่นาน…
11ปีผ่านไป
ณชายป่าฟลอร่าป่าของอาณาจักรเซโรเน่ ณ สถานที่แห่งนี้มีบ้านหลังเล็กๆที่ทำขึ้นจากไม้ตั้งอยู่ริมชายป่า สถานที่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ สถานที่ที่เคยเป็บ้านพักของเด็กชายและเด็กสาวซึ่งบัดนี้ได้โตเป็หนุ่มหล่อสาวงามเป็ที่เรียบร้อยแล้ว….
“พี่ออส ตื่นได้แล้วน้า เช้าแล้ววันนี้น้องต้องเอาสมุนไพรเข้าไปขายในเมืองนะคะ” เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวดังขึ้นหญิงสาวที่เคยเป็สาวน้อยน่ารัก บัดนี้โตเป็สาวงามสะพรั่งเส้นผมสีเงินที่เคยสั้นอยู่ระต้นคอ ตอนนี้ผมสีเงินยาวสลวยถึงต้นขาดวงตากลมโตสีแดงก็ยังคงงดงามเช่นเดิมริมฝีสีแดงปากอวบอิ่มราวกับดอกกุหลายแรกแย้มตัดกับผิวที่ขาวราวกับหิมะนั้นยิ่งทำให้ใบหน้านี้งดงามราวกับเทพธิดา
“พี่ขออีก 5 นาทีนะเซ”เสียงงัวเงียของชายหนุ่มดังขึ้นชายหนุ่มที่มีสีผมและสีตาเช่นเดียวกันกับหญิงสาวตรงหน้าเส้นผมสีเงินที่ยาวระต้นคอที่ตอนนี้ดูยุ่งเหยิง และดวงตาสีแดงเรียวกะพริบตาถี่ๆสำหรับแสงในวันใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นถึงแม้จะยังหลับอยู่แต่ชายหนุ่มคนนี้ก็หล่อเหลางดงามไม่แพ้หญิงสาวที่เข้ามาปลุกเขาเลยหากจะบอกว่าหญิงสาวนั้นงดงามราวกับเทพธิดาชายหนุ่มผู้นี้ก็หล่อเหลาราวกับเทพบุตรเลยทีเดียว
“ไม่ได้แล้วค่ะพี่ออส น้องต้องไปแล้วรีบลุกได้แล้วค่ะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดซะก่อน”หญิงสาวพูดอีกครั้งพร้อมเดินไปเปิดผ้าม่านให้แสงอาทิตย์ของช้าวันใหม่สาดเข้ามาให้กระทบกับใบหน้าที่งดงามนั้นอย่างจังและเดินไปดึงผ้าห่มของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็พี่ชายของเธอออกมา
“โอเค ลุกแล้วๆ เฮ้อ เหนื่อยจังเลย”ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงด้วยท่าทางงัวเงีย และเดินหายเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะหันมาพูดกับน้องสาวตรงหน้าว่า
“เซถ้าเข้าไปในเมืองแล้วอย่าลืมเปลี่ยนสีตากับสีผมก่อนละ”หลังพูดจบชายหนุ่มก็หันไปทำธุระของตนในห้องน้ำต่อ
“ค่า น้องไปก่อนนะคะ”ทันทีที่หญิงสาวเดินออกจากบ้าน เส้นผมที่เคยเป็สีเงินก็แปรเปลี่ยนเป็สีดำสนิทและ ดวงตาที่เคยเป็สีแดงดังเืก็แปรเปลี่ยนเป็สีฟ้าของน้ำทะเลในตอนกลางคืนเอาละแค่นี้คงไม่มีปัญหาแล้วละส่วนสาเหตุที่เธอต้องเปลี่ยนสีผมก่อนออกจากบ้านนั้นเป็เพราะดวงตาสีแดงและผมสีเงินเ้าปัญหานี้แหละที่ผู้คนต่างพากันรังเกียจและโดนแกล้งสารพัดถึงแม้จะมีคนช่วยลบความทรงจำของคนเ่าั้ไม่ให้จำเื่สีผมกับสีตาไปแล้วก็เถอะแต่กันไว้ดีกว่าแก้ดีกว่าไม่อยากเจอปัญหาแบบนั้นอีกรอบแล้วละ
ณ ตัวเมืองลอลิน่าของอาณาจักรเซโรเน่เนื่องจากลอลิน่าเป็เมืองที่อยู่ใกล้กับป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกจึงทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยความร่มรื่นสมุนไพรหายากบางชนิดก็สามารถหาได้แค่ที่นี่ที่เดียวทั้งนั้นลอลิน่าจึงเป็เมืองที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกยารักษาและยาพิษที่ใหญ่ที่สุดในโลกผู้คนที่นี่อยู่กับต้นไม้และดอกไม้ด้วยความเคารพในธรรมชาติที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพราะหากไม่มีเหล่าต้นไม้ก็อาจจะไม่มีลอลิน่าที่น่าอยู่ดังเช่นทุกวันนี้
หญิงสาวผมสีดำและดวงตาที่ตอนนี้กลายเป็สีน้ำเงินไปแล้วได้เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านลอลิน ร้านลอลินเป็ร้านที่รับซื้อและจำหน่ายสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดของเมืองลอลิน่าภายในร้านตกแต่งด้วยเถาวัลย์ที่เลื้อยพันกันจนเป็ชั้นสำหรับวางสินค้าและแสงไฟจากสะเก็ดดวงดาวเพียงเล็กน้อยที่ส่องสว่างอยู่ภายในร้านทำให้ร้านดูสว่างมากขึ้นแม้อยู่ในความมืด
กริ๊งกริ๊ง กริ๊งเสียงของประตูหน้าร้านดังขึ้นทำให้ทราบได้ทันทีว่ามีลูกค้าเข้ามาภายในร้านแล้วเมื่อหญิงสาวเข้ามาในร้านก็เดินตรงไปที่เคาท์เตอร์ประจำร้านที่มีชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมยืนประจำอยู่
“อ้าว คุณหนูเซริน่าไม่ได้เห็นหน้ากันตั้งหลายวัน วันนี้เอาอะไรมาขายละ”เสียงของชายวัยกลางคนเอ่ยทักทายหญิงสาวที่ตนเห็นั้แ่ยังเล็กๆซึ้งตอนนี้โตเป็สาวสวยแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณกีอัส วันนี้ก็เอาสมุนไพรมาขายแบบเดิมนี่ล่ะค่ะ”หญิงสาวผมสีดำนามว่าเซริน่าเอ่ยทักทายกลับพร้อมกับยกถุงสมุนไพรที่ตนจะนำมาขายขึ้นมาวางไว้ที่เคาท์เตอร์ตรงหน้าภายในถึงบรรจุสมุนไพรหลากหลายสีสันเอาไว้ทั้งที่ใช้ในการรักษาและที่ใช้ในการทำยาพิษ ชายนามว่ากีอัสกวาดตามองภายในถุงอย่างพิจารณาสายตาของเขาก็ไปสะดุดตากับอะไรบางอย่างเข้าสมุนไพรสีแดงสดราวกับสีเืที่แสนหายากเท่านั้นเองสายตาของเขาก็เปร่งประกายแพรวพราวราวกับได้เห็นอัญมณีล่ำค่าอยู่ในนั้น
“โอ้นี่มันเืัป่าของหายากมากเลยนี่ คราวนี้ได้ของหายากมาเลยนะ” เืัป่าคือสมุนไพรสีแดงราวกับเืของัที่ไหลรินออกมามันจะขึ้นเฉพาะในป่าลึกเท่านั้นเพราะดินและแสงแดดบริเวณนั้นเหมาะกับการเจริญเติบโตของสมุนไพรชนิดนี้แม้ในอดีตจะไม่สามารถเพราะปลูกเองได้ แต่ในปัจจุบันนั้นสามารถเพาะปลูกเองได้แล้ว
แต่ว่า สรรพคุณของเืัที่ปลูกเองจะไม่ดีเท่ากับเืัที่ขึ้นตามธรรมชาติและเป็สมุนไพรที่ปลูกยากมาก จึงไม่ค่อยเป็ที่นิยมในการเพาะปลูกมากนักสมุนไพรเืัมีฤทธิ์ในการรักษาโรคและรักษาแผลที่เห็นผลค่อนข้างสูงว่ากันว่าแค่ได้ดื่มยาที่ทำจากเืัป่าเพียงแค่อึกเดียว ก็สามารถรักษาาแที่าเ็สาหัสใกล้ตายให้หายได้เพียงแค่ชั่วพริบตาที่ดื่มยาเข้าไปทำให้เป็ที่้าในตลาดสูงมากจึงทำให้ราคาต่อกิโลกรรมสูงถึง 5,000,000 จีเนลเลยทีเดียว เซริน่ายิ้มกว้างใส่กีอัสชายวัยกลางคนเ้าของร้านตรงหน้าอย่างพอใจ
“แล้วคุณกีอัสจะรับไว้ในราคาเท่าไหร่คะ”เซริน่าถามขึ้น กีอัสมีท่าทางครุ่นคิดก่อนจะตอบว่า
“นั้นสินะ ผมให้เืัป่าในราคา500,000 จีเนล ส่วนพวกต้นหญ้านีย่า กับหญ้ารีกัส ผมให้อย่างละ 100,000จีเนล รวมเป็ 700,000 จีเนลตกลงไหมครับคุณหนูเซริน่า” กีอัสเ้าของร้านตรวจสอบสินค้าตรงหน้าอย่างพอใจ สินค้ารอบนี้คุณภาพสูงมากทีเดียวเลยแฮะ
“ตกลงค่ะคุณกีอัส ขอบคุณมากๆเลยนะคะ” เซริน่าเอ่ยขอบคุณและรับเงินที่มาจากการซื้อขายในครั้งนี้ได้สำเร็จในขณะที่เซริน่ากำลังจะเดินออกจากร้านบริเวณประตูทางเข้าของร้านก็มีเสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้งปรากฏรูปร่างของชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีดำและดวงตาสีม่วงที่กำลังจะเดินเข้ามาทั้งคู่สบตากันเพียงแป๊บเดียวก่อนจะเดินสวนทางตรงทางเข้าออกของร้านชายหนุ่มผู้มาใหม่หันมองตามหลังของหญิงสาวร่างบางที่เดินใกล้ออกไป
“สวัสดีครับ วันนี้จะรับอะไรดีครับ”เสียงของเ้าของร้านดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าหันมามองตามเสียงที่ทักทายขึ้นก่อนจะบอกถึงสินค้าที่ตน้าออกมา …ประตูร้านที่ปิดลงเซริน่าหลังจากขายของเสร็จก็ตรงดิ่งเข้าสู่ร้านค้ามากมายที่มีอยู่ในเมืองลอลิน่าแห่งนี้นั้นก็เพราะของใช้ในบ้านนั้นใกล้จะหมดแล้ว ไหนจะของกินอีก ต้องซื้อไปตุนไว้แล้วละเซริน่าที่เดินเข้าออกร้านนั้นร้านนี้หลังจากที่ซื้อของที่ตนเองพอใจได้แล้วก็เดินกลับบ้านทันทีเพราะมือทั้งสองข้างของเธอนั้นไม่มีว่างพอที่จะถืออะไรเพิ่มอีกแล้ว
ณบ้านไม้ที่เป็ที่อยู่อาศัยของเซริน่า และเซริออสได้ปรากฏรูปร่างของเงาปริศนาขึ้นที่บริเวณหน้าบ้านเงาปริศนานั้นวางจดหมายซองสีขาวไว้ที่หน้าบ้านและยกมือเคาะประตูหลังจากนั้นเงาปริศนานั้นก็หายวับไป
ปังปัง ปัง เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกความสนใจจากเด็กหนุ่มผู้ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในบ้านอย่างสบายใจให้หันไปตามเสียงนั้นก่อนจะเดินไปที่หน้าบ้านและเปิดประตูออกแต่เขากลับไปพบใครเลยเจอก็แต่ซองจดหมายสีขาวที่จ่าหน้าซองถึงตัวของเขาและน้องสาวก็เท่านั้นชายหนุ่มหยิบจดหมายฉบับนั้นแล้วเดินเข้าไปในตัวบ้านเขาชั่งใจอยู่นานว่าจะเปิดจดหมายฉบับนี้ออกมาอ่านดีไหมเพราะเขาพอจะรู้อยู่แล้ว ว่าใครกันที่เป็คนส่งจดหมายฉบับนี้มา ถ้าไม่ใช่เขาคนนั้นคนที่ให้ความรู้ทางด้านสมุนไพร คนที่สอนให้รู้จักการต่อสู้และการใช้เวทมนตร์คนที่สอนให้พวกเขารู้วิธีที่จะเอาตัวรอดออกจากสถานการณ์ที่คับขันได้ แต่...จริงๆแล้วจะเรียกว่าคนก็คงเรียกได้ว่าไม่เต็มปาก ก็ในเมื่อคนๆ นั้นคือันี่สิ ชายหนุ่มตัดสินใจเปิดซองจดหมายซองน้อยออกแล้วก็พบกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้สูดดมกลิ่นนี้เข้าไปภายในซองจดหมายแนบกระดาษสีดำและเขียนด้วยหมึกสีทองเอาไว้ว่า
‘ถึงเซริออสและเซริน่า’
‘เราไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้วสินะวันนี้เป็วันคบรอบวันเกิดในวัย 17 ปีของพวกเธอสองคนฉันมีเื่ที่สำคัญมากๆ ที่อยากจะบอก ฉันรอเวลานี้มานานรอวันที่พวกเธอสองคนจะโตพอที่จะรับรู้เื่ราวต่างๆ ในอดีตพวกเธอสองคนต้องมาพบฉันที่เวเรน่า หวังว่าพวกเธอจะยังไม่ลืมทางมานะ แล้วเจอกัน’
‘ไมรอสเกเตฟาเน่’
“เฮ้อ เื่แค่นี้ทำไมต้องส่งจดหมายมาด้วยนะมาบอกด้วยตัวเองก็ได้นี่ ตาแก่เอ้ย” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองนี่เขาต้องรอจนกว่าน้องสาวของเขาจะกลับมาสินะ จริงๆก็น่าจะใกล้เวลาที่จะกลับมาแล้วนี่นา สงสัยมัวแต่ซื้อของเพลินแน่ๆยังไม่ทันที่เขาจะคิดอะไรต่อ เสียงประตูบ้านก็เปิดอีกครั้ง
“พี่ออส น้องกลับมาแล้ว”เซริน่าพูดขณะเดินเข้ามาภายในบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่ตนอยู่ด้วยกันกับพี่ชายทันทีที่ร่างของเธอพ้นผ่านประตูเข้ามา และเมื่อประตูบ้านปิดตัวลงแล้วเส้นผมสีดำที่ยาวถึงต้นขาก็แปรเปลี่ยนเป็สีเงินอีกครั้ง พร้อมๆกับดวงตาที่เคยเป็สีของน้ำเงินก็กลับมาเป็สีแดงฉานเธอเดินเอาของที่เพิ่งซื้อมาไปเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
“กลับมาแล้วเหรอวันนี้ขายได้เท่าไหร่ละ” เซริออสผู้เป็พี่ชายถามขึ้น ในขณะที่ตนกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางเข้าไปในหมู่บ้านการ์เลี่ยนตามจดหมายนัดพบฉบับนั้น
“ได้มา 700,000 จีเนล ค่ะพี่ แล้วนี่พี่จะไปไหนเหรอ” เซริน่าถามขึ้นพร้อมกับเดินไปหาพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ ครอบครัวของเธอเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่เซริออสยื่นกระดาษสีดำที่เขียนด้วยหมึกสีทองให้เซริน่าอ่านเธออ่านมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพ้นลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
“ก็ยังดีนะพี่ ที่ไมรอสเขายังจำวันเกิดของเราสองคนได้จริงๆ หนูไม่คิดว่าเขาจะจำมันได้แล้วด้วยซ้ำแล้วพี่ว่าเขามีเื่อะไรจะพูดกับพวกเราเหรอ”เซริน่าถามขึ้นพร้อมกับเดินไปรับกระเป๋าที่เซริออสยื่นส่งมาให้ เซริออสไม่ตอบแต่เขาเดินนำเธอออกไปทางหลังบ้านและเดินเข้าป่าไปอย่างเงียบๆ เธอวิ่งตามพี่ชายไปติดๆแต่รอบนี้ผมและดวงตาของพวกเขายังคงเป็สีเงินและสีแดงเช่นเดิมอยู่
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันเซริน่าแต่ไมรอสบอกว่าเื่สำคัญในอดีต...บางทีอาจจะเป็เื่ของพ่อแม่ของพวกเราก็ได้นะ”เซริออสพูดขึ้นขณะเดินอยู่ในป่าตามเส้นทางที่ตนเคยเดินมาั้แ่ยังเด็กๆเป็เส้นทางลับที่พวกัชี้ทางไว้ให้สำหรับการเดินเข้าไปยังที่อยู่ของัผู้คนต่างเรียกอาณาจักรของเหล่าัว่า ‘เกลกาเลี่ยน’เส้นทางเส้นนี้มีคนรู้เพียงแค่ 2 คนเท่านั้นคือตัวเองของเองและน้องสาว การเดินเข้าป่าครั้งนี้ไม่รู้ทำไมถึงได้ทำให้เซริน่านึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นเหตุการณ์ครั้งแรกที่ตัวเธอและพี่ชายได้เจอกับไมรอสผู้นำของเหล่าัในปัจจุบันจริงๆ ตัวของเธอและพี่ชายเองก็ไม่ได้เจอกับพวกเขานานแล้วเหมือนกันนะ......